เข้าสู่ระบบ"อือ... ปวดหัวจังเลย~"
"หึ!" พระนายแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ มองตามร่างบางของคนตรงหน้าที่กำลังเดินโซเซมาเรื่อยๆ ดวงตากลมโตปรือขึ้นมองเขาเล็กน้อยยามเดินมาหยุดเผชิญด้านหน้า ขอบตาบวมเป่งเกิดจากการร้องไห้ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อยื่นออกเล็กน้อยทำให้เธอเหมือนเด็กน้อยขี้แยมากกว่าเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปีเสียอีก
รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าหวานนิ้วเล็กยกขึ้นชี้หน้าคนตัวสูงตรงหน้า เปลือกตาถูกหรี่ลงจนแทบจะมองไม่เห็นดวงตาด้านใน กลิ่นกายหอมเฉพาะตัวผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ โชยเตะจมูกยามเท้าเล็กก้าวเข้าหามากขึ้น
"หนุ่มน้อยจากไหนเนี่ยทำไมหน้าคุ้นจังเลย~ เราเคยรู้จักกันหรือเปล่าคะ~"
เสียงยานยาวทำให้คนตัวโตเบือนหน้าหนีพ่นลมหายใจกระทบใบหน้าหวานแรงๆ หนึ่งที มือใหญ่ยกขึ้นปัดมือเล็กที่ยกขึ้นชี้หน้าออกแรงๆ จนสองมือตกลงไปอยู่ข้างกาย แต่คนเมาก็ยังคงฉีกยิ้มกว้างไม่ลดละความตั้งใจขยับเข้าใกล้มากขึ้นอีกครั้ง
"ดุจังเลยนะ... ไปห้องพี่ไหมคะห้องพี่มีขนมเยอะแยะเลยนะสนใจไหม"
"เหอะ! คงจะชวนผู้ชายขึ้นห้องบ่อยล่ะสิท่า"
"อือ~ ไม่ใช่สักหน่อย พี่ไม่เคยชวนใครขึ้นห้องเลยนะ เราเป็นคนแรกเลย~"
"...."
"เด็กน้อยอย่าทำหน้าบึ้งสิคะเดี๋ยวไม่หล่อนะ~"
ยัยบ้านี่เมาแล้วชอบอ่อยเหรอวะ แล้วเขาไปเป็นเด็กน้อยตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เด็กน้อยที่ไหนจะสูงเป็นเปรตแบบนี้วะยัยบ้า!
พระนายออกแรงปัดมือเล็กที่ยกขึ้นมาจิ้มแก้มเขาออกอีกครั้ง หัวคิ้วขมวดเข้าหากันไม่ชอบใจกับกลิ่นหอมๆ บนตัวเธอที่คอยรบกวนตลอดเวลา มันกำลังทำให้เขาร้อนวูบวาบไปทั้งตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ดวงตาคมหลุบลงมองยังใบหน้าหวานของสาวเจ้าที่เอาแต่หัวเราะคิกคักเมื่อได้กดจิ้มเนื้อตัวเขาเล่นราวกับเด็กน้อยเวลาเจอของเล่นถูกใจ มองเลื่อนมายังสองพวงแก้มแดงเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แล้วมาหยุดลงที่กลีบปากอวบอิ่มกำลังเผยอปากหัวเราะเบาๆ
ภาพเหตุการณ์ซ้อนทับขึ้นมาในหัวอีกครั้งเมื่อลมหายใจอุ่นเป่ารดลงมากระทบกัน เหมือนวันนั้น...
"เฮ้ย! ทำไรวะ!"
มือเล็กยื่นเข้ามาใกล้เป้ากลางกายหนาในขณะที่ร่างกายก็ย่อตัวลงตามเช่นกัน ดวงตากลมเงยหน้าขึ้นมามองเขาตาแป๋วแล้วเอียงคอเล็กน้อยในตอนที่สองขาแกร่งขยับถอยกรูดไปด้านหลังจนชิดกับโซฟาตัวยาว
พระนายกลืนน้ำลายลงคอส่งสายตาดุใส่คนตัวเล็กที่ก้าวเท้าเข้าหาแล้วทำหน้ามุ่ยไม่พอใจเขาเป็นอย่างมาก
"ทำอะไรเพื่อนฉันบอกมา แล้วตอนนี้เพื่อนฉันอยู่ไหน"
"เฮ้ย! พูดไม่รู้เรื่องเหรอวะก็บอกว่าไม่รู้จักไงวะ"
"...."
"หยุดเดิน! ถ้ายังเดินมาอีกก้าวเดียวกูเตะแน่"
"...."
ทอฝันหยุดอยู่กับที่เมื่อเห็นใบหน้าดุเอาจริงทำเอาสองเท้าไม่กล้าขยับ กลืนน้ำลายลงคอแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทางพร้อมกับกัดกลีบปากล่างไปด้วย
ในขณะที่กำลังครุ่นคิดว่าจะเค้นคำตอบจากคนแปลกหน้าตรงหน้ายังไงดีให้เขายอมบอกว่าทำอะไรเพื่อนเธอเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือในมือก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
ดวงตากลมกวาดสายตาอ่านตัวอักษรในหน้าจอสี่เหลี่ยมอย่างถี่ถ้วนทุกตัวอักษรแล้ววนกลับมาอ่านชื่อเจ้าของข้อความต่ออีกรอบจนแน่ใจว่าเธอไม่ได้ตาฝาดมองชื่อผิดจริงๆ
อึก!
เสียงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ดึงความสนใจของคนตัวโตให้หรี่ตามองจับผิดคนตัวเล็ก เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองสบตากันแล้วฉีกยิ้มกว้างเปลี่ยนสีหน้าจากหลังเท้าเป็นหน้ามือได้อย่างแนบเนียนก่อนจะกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ในมือเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกับรู้สึกผิดจากใจมากจริงๆ
"ขอโทษนะคะพอดีว่าเพื่อนฉันส่งข้อความมาบอกว่าพิมพ์ชั้นผิด เธออยู่ชั้นเก้าแต่เลขเก้ากับเลขแปดมันอยู่ใกล้กันมากคุณก็เห็นใช่ไหมไม่แปลกเลยที่จะกดพิมพ์ ผิดเพราะฉะนั้นขอโทษนะคะที่กล่าวหาว่าคุณทำมิดีมิร้ายเพื่อนฉัน" เสียงหวานเอ่ยอธิบายในขณะที่สองมือก็ทำหน้าที่กดเปิดเข้าไปในมือถือเพื่อให้คนตรงหน้าได้เห็นไปด้วยว่าที่เธอพูดบอกมามันไม่ใช่ข้ออ้างแต่เป็นความผิดพลาดจริงๆ
"...."
"เออ... คุณถามว่าฉันเล่นพอหรือยังเมื่อกี้ฉันยังไม่ได้ตอบงั้นตอนนี้ฉันตอบเลยละกันค่ะ เล่นพอแล้วค่ะขอตัวนะคะ" ทอฝันโค้งตัวลงขอโทษอีกครั้งก่อนจะรีบหมุนตัวเดินตรงมายังหน้าประตูด้วยความรวดเร็ว สองเท้าสับเดินเร็วมากจนแทบพันกัน มือเล็กกำโทรศัพท์ในมือไว้แน่นแล้วเม้มปากเข้าหากันแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมออก
"เดี๋ยว!..."
"ฮือ... ฉันขอโทษฉันผิดไปแล้วยอมรับผิดเองคนเดียวทั้งหมดอย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ"
อึก!
ตึกตึก ตึกตึก
เชี่ย! ไข่กู...
พระนายที่เดินมาคว้าแขนเรียวไว้ชะงักนิ่งไปทำตัวไม่ถูกเมื่อคนตัวเล็กกว่าคุกเข่าลงแล้วกอดขาตัวเองไว้แน่น แต่อะไรมันจะไม่ทำให้เขาหยุดนิ่งแบบนี้ได้เลยถ้า...หน้าเธอไม่แนบเข้ากับเป้าเขาแบบนี้
ลมหายใจร้อนที่ถูกพ่นออกมาจากปากเล็กๆ ที่พร่ำพูดอะไรก็ไม่รู้มากมายนั่นทำให้ร่างกายเขามันหยุดนิ่งไปหมด ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ไปชั่วขณะ เหงื่อเม็ดโตค่อยๆ ซึมออกมาตามขมับข้างแล้วไหลลงมาตามกรอบหน้าคมช้าๆ ยิ่งเธอซุกหน้าเข้าหาเท่าไหร่ท่อนเนื้อที่หลับใหลก็ยิ่งถูกกระตุ้นแล้วค่อยๆ ลุกตั้งชันชี้หน้าเจ้าของการกระทำมากขึ้นเท่านั้น
เชี่ยไหมล่ะ! นอกจากเวลาดูหนังโป๊แล้วยังไม่เคยมีอารมณ์แบบนี้กับผู้หญิงคนไหนหรือใครมาก่อนเลย เธอเป็นคนแรกที่ทำให้มันเป็นแบบนี้ได้ จะเชื่อหรือเปล่าล่ะว่าเขาไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย แม้แต่จะสนใจผู้หญิงสักคนยังไม่เคยเลยชีวิตมีแต่บ้าน ครอบครัว เพื่อนแล้วก็เกม ไม่เคยมีคำว่าผู้หญิงเข้ามาอยู่ในหัวเลยด้วยซ้ำ
"ทะ.. ทำไมเงียบไปล่ะ"
"ออกไป ห่างๆ ฉัน"
"...." ทอฝันแหงนหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงสั่นที่ฟังก็รู้ว่าพยายามห้ามตัวเองกับอะไรบางอย่างอยู่มาก เธอเอียงคอเล็กน้อยแล้วมองเขาอย่างครุ่นคิดในขณะที่สองมือยังคงกอดท่อนขาแกร่งไว้ใบหน้ายังอยู่ระดับเสมอกลางกายหนุ่มไม่ยอมห่าง
"ขยับไปดิวะ!"
"ทำไมต้องดุด้วยเนี่ย พูดเบาๆ ก็ได้ไม่ได้หูหนวกสักหน่อย!" ร่างเล็กขยับลุกขึ้นพรวดพราดทำให้หน้าอกใต้ชุดที่ใส่เฉียดเข้ากับบางอย่างที่กำลังตื่นตัวลำพองความใหญ่โตขึ้นมา
"ออกไป" เค้นเสียงลอดไรฟันแล้วข่มตาหลับกลั้นหายใจไว้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยสังเกตเลยว่าเธอตัวหอมขนาดนี้ และกลิ่นกายเธอมันกำลังทำให้เขา... ข่มอารมณ์ไว้ไม่อยู่
"ออกไปอยู่แล้วน่า ว่าแต่คุณไม่ถือสาเอาความฉันใช่ไหม ปล่อยฉันไปจริงๆ ใช่ไหม"
"เออ! รีบไปดิวะไม่มีหูหรือไง"
"ดุจริงเลยคนอะไรไม่รู้"
เสียงหวานพึมพำเบาๆ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นหูของคนตัวสูงไปได้อยู่ดี
หลังจากเสียงประตูปิดลงแล้วพระนายก็ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ เพราะได้กลั้นหายใจพยายามไม่สูดดมกลิ่นกายเฉพาะตัวของเธอ เลื่อนมือมากุมเป้าตัวเองที่เริ่มดุนดันเสื้อคลุมตัวหนาขึ้นมาจนมันเริ่มเด่นชัดเจนมากขึ้น
"กูเป็นโรคจิตหรือเปล่าวะไม่เคยมีอารมณ์กับใครมาก่อนนอกจากหนังโป๊แต่กลับมามีอารมณ์กับคนบ้าเนี่ยนะ เป็นอะไรของกูวะเนี่ยซี๊ด... อ่าส์... อย่าให้เจออีกนะแม่งจะจับมาฟาดก้นแดงเลยคอยดู คนบ้าอะไรวะมาซุกหน้าดมเป้าคนอื่น"
"ฮ ฮึก อ๊าๆ มะ ไม่ไหวแล้ว""อีกนิดจะเสร็จแล้ว"เสียงกระเส่ากระซิบข้างหู กดฟันคมลงมายังเนินอกใหญ่ขาวเนียนเบาๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อเสียงหอบหายใจหนักและเสียงครวญครางยังคงดังก้องห้องกว้างพระนายจับร่างเล็กพลิกคว่ำหน้าโดยที่แก่นกายใหญ่ยังคงสอดประสานในกายสาว กดน้ำหนักมือลงกลางหลังบางทำให้สะโพกมนแอ่นขึ้นรับกับแรงกระแทกของเขาได้ถนัดมากขึ้น ซี๊ดปากด้วยความเสียวแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยขบกรามแน่นครางเสียงกระหึ่มในลำคอ"อื้อ~ จะเสร็จแล้ว""ใจเย็นรอกันด้วย อืมม์""ไม่ไหวแล้วมัน อะ อื้อ~"ร่างเล็กเกร็งกระตุกปลดปล่อยสายธารน้ำหวานออกมาอย่างสุดจะกลั้นไว้ได้ ลมหายใจติดขัดรุนแรงฟุบหน้าลงกลางหมอนใบใหญ่โดยที่หลืบร่องแคบก็ตอดรัดท่อนเอ็นแข็งที่ยังคงสอดแช่ค้างในตัวเธอด้วยความหนักหน่วงไปด้วยพระนายหลุบลงมองยังตัวตนของตัวเอง ขยับเอวสอบเนิบนาบเพื่อรีดน้ำหวานของคนตัวเล็กกระตุ้นอารมณ์เธอให้ปล่อยออกมาให้สุด ตวัดปาดลิ้นเลียริมฝีปากแห้งผากใบหน้าคมหล่อเหลาเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดขึ้นมาจากการทำกิจ(กาม)ร่วมกันกับแฟนสาวมือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบเคล้นสะโพกมนสองข้างหนักๆ เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงคลายตัวของช่องทางรัก เอียงคอเล็กน
"เย้! ในที่สุดก็สอบเสร็จสักที" เสียงหวานของทอฝันตะโกนออกมาด้วยความโล่งใจที่ท้ายสุดแล้วสัปดาห์แห่งการสอบที่แสนจะตึงเครียดก็จบลงสักที มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นเหนือหัวเพื่อบิดขี้เกียจโดยมีเพื่อนสนิทเดินตามมาด้านข้าง"สอบเสร็จแต่ก็ยังเหลือส่งงานค้างนะอย่าเพิ่งดีใจไป""อย่างน้อยก็สอบเสร็จแล้วไง ส่วนงานค้างเหลือแค่ส่งไม่ได้มีอะไรเพิ่มแล้วนี่ จากนี้จะได้มีเวลาอยู่กับพระนายสักที ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาแทบจะไม่ได้คุยกันมากเลย""เหอะ! หมั่นไส้คนมีแฟนอ่ะ แล้วนี่แกจะกลับเชียงใหม่วันไหนอ่ะ""น่าจะอีกสองสามวันแหละ เดี๋ยวไปหาซื้อของฝากก่อนแล้วค่อยกลับ""อือ แล้วแฟนเด็กแกอ่ะจะกลับด้วยป่ะ เอาไปไหว้ญาติพี่น้องฝากตัวเป็นลูกเขยก่อนอะไรทำนองนั้นอ่ะ""รายนั้นน่ะต้องไปอยู่แล้ว นี่ขนาดตอนพ่อแม่ฉันมาหาห่างแค่ไม่กี่วันยังงอแงจะลงแดงตายอยู่แล้ว แล้วนี่ถ้าอยู่ห่างกันขนาดนั้นไม่ต้องหามส่งโรงบาลเลยหรือไง" ว่าพลางยิ้มเขินเดินลงบันไดมา เธอไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิดเดียว เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ และดูเหมือนเธอเองก็จะติดโรคขาดเขาไม่ได้มาจากเขาแล้วด้วยสิ ขนาดตอนอ่านหนังสือสอบที่แม้จะแทบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลยแต่ก็ต้องมีเขานั่
สองวันต่อมา...ทอฝันยืนส่งพ่อกับแม่เธอที่สนามบินโดยมีแฟนหนุ่มในชุดเสื้อช็อปกางเกงยีนส์สีซีดยืนอยู่ข้างกันด้วย ใบหน้าคมหล่อเหลาดูอารมณ์ดีตั้งแต่เช้า ทักข้อความมาหาเธอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเลยด้วยซ้ำ ถามย้ำถึงการกลับบ้านของพ่อแม่เธอเป็นประโยคแรกมันทำให้เธออดจะยิ้มเอ็นดูไม่ได้จริงๆ สงสัยคงจะรอเวลานี้มานานจริงอย่างปากพูดจริงนั่นแหละ"อีกสองอาทิตย์จะสอบแล้วนี่ สอบเสร็จจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า" ปิ่นเกล้าเป็นคนเอ่ยถามลูกสาว เหลือบขึ้นมองยังเด็กหนุ่มที่ยิ้มในหน้าตลอดตั้งแต่เจอกันวันนี้แล้วเลื่อนสายตากลับมายังคนตัวเล็กตรงหน้าต่อ"ค่ะ หนูว่าจะกลับไปพักเอากำลังใจสักหน่อยก่อนจะกลับมาเรียนใหม่ พักนี้เหนื่อยมากๆ เลยค่ะ"เธอเล่าเรื่องที่เจอกับตัวเองให้กับพ่อแม่ฟังแล้ว แต่เหลือเพียงรายละเอียดบางอย่างที่ไม่ได้เล่าอย่างเช่น การที่เธอถูกอดีตคนรักมุ่งร้าย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอไม่กล้าบอกท่านจริงๆส่วนเรื่องของพระนายเธอเล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง มีทั้งข้อดีข้อเสียและความจริงใจที่เขามีต่อเธอ ความเปลี่ยนแปลงทั้งความรู้สึกและการกระทำ รวมถึงการมัดมือชกไปพบพ่อแม่เขาแล้วด้วย "อืมกลับไปพักสักสองสามวันก็ดี ยายบ่นคิดถึ
"ฮ ฮึก! อ๊า อื้อ!"ปึก ปึก!เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังหยาบโลนลั่นห้องนอนภายในคอนโดของพระนาย แสงแดดยามบ่ายแก่สาดส่องลอดผ่านบานกระจกใสบานใหญ่กระทบเข้ากับสองร่างเปลือยบนเตียงกว้างสีเทาอ่อนที่กำลังเคลื่อนไหวเข้าหากันอย่างหนักหน่วงมือหนายกขึ้นมารั้งจับเอวคอดกิ่วไว้มั่น อัดกระแทกกายสวนขึ้นมาโดยที่ริมฝีปากก็ยังคงตะโบมโลมเลียยอดถันสีทับทิมอย่างหนักหน่วงไม่แพ้กัน"อ๊า อ๊า ใกล้แล้วจะ.. จะเสร็จแล้ว""ซี๊ด~ ตอดแน่ฉิบ!""อื้อ จูบหน่อยสิ"เสียงหวานกระเส่าเรียกร้องหาจูบดูดดื่มจากเรือนกายหนา และแน่นอนว่าเขาย่อมไม่ขัดเธออยู่แล้ว พระนายกดจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มอย่างดูดดื่มสอดลิ้นเข้าไปทำหน้าที่เกี่ยวรัดลิ้นเล็ก เลื่อนมือขึ้นมาบีบเคล้นหน้าอกใหญ่เต็มมือแรงๆ โดยที่ยังคงไม่ได้ลดแรงกระแทกกายสอดประสานกันเลยสักนิดจังหวะเนื้อกระทบกันเริ่มถี่รัวหนักหน่วงมากขึ้นเมื่อสองคนเริ่มเห็นทางสว่างปลายอุโมงค์วาบหวิว ช่วยกันนำขับเรือสวาทร้อนแรงเข้าชนเป้าหมายพร้อมกัน เปลี่ยนบทเพลงสวาทเร่าร้อนเป็นสายธารน้ำรักสาดเข้าหากันอย่างไม่มีใครยอมใครทอฝันเกร็งกระตุกตอดรัดลำกายท่อนเอ็นใหญ่ที่ยังคงฝังตัวอยู่ในช่องทางรักคับแคบของตัวเองแน่น
ร่างบางในชุดนักศึกษาพอดีตัวเดินออกมาจากห้องเรียนพร้อมกันกับเพื่อนสนิทหลังเลิกคลาสในช่วงเช้าของวันนี้แล้ว ทอฝันยกโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นดูข้อความที่แฟนหนุ่มเพิ่งส่งเข้ามาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดูในความออดอ้อนแข็งกระด้างนั้นเมื่อคืนหลังจากมื้อค่ำที่แสนจะอึดอัดเล็กน้อยจบลงคนตัวโตก็อาสาจะช่วยเธอล้างถ้วยจานเก็บไว้ หนำซ้ำยังช่วยเธอเก็บกวาดโน่นนี่ไปทั่วห้องระหว่างนั้นก็พยายามออดอ้อนขอนอนด้วยให้ได้แต่เธอก็ไม่ยอมให้ แม้จะใจอ่อนทุกครั้งยามสบตาคมเรียวน้ำเสียงอ้อนๆ นั้นก็ตามแต่สุดท้ายก็ทำใจแข็งไล่เขากลับจนได้เช้านี้เลยมีงอแงเธอตามประสาเด็กบ้างนึกไปถึงการล้างถ้วยจานที่แสนจะแข็งกระด้างเก้กังนั้นแล้วยังอดที่จะขำไม่ได้เลยจริงๆ สงสัยคงจะเป็นครั้งแรกที่ทำ นี่ถ้าเขาไม่อยากถ่วงเวลาเพื่ออยู่กับเธอ เธอคิดว่าเขาคงไม่ทำงานอะไรแบบนี้แน่"แหม~ พอจบเรื่องร้ายๆ ได้ก็ยิ้มหน้าระรื่นเลยนะ แต่เอ๊ะยัยฝันฉันรู้สึกแกจะมีอะไรแปลกๆ ไปไหมนะ""อะไร ฉันมีอะไรแปลกไปงั้นเหรอ""ไหนหันมาสิ"พลอยใสรั้งสองไหล่บางของเพื่อนสาวให้หันมาเผชิญหน้ากันทำท่าสำรวจดูว่าตัวเธอมีอะไรแปลกไปจากเดิมบ้าง คนหวั่นใจก็ไม่ยืนอยู่เฉยก้มหน้า
"สวัสดีครับคุณอาผมชื่อพระนายครับ เธอลืมโทรศัพท์ฉันเลยเอาขึ้นมาให้"อึก!แค่ก แค่ก!ทอฝันไอหน้าดำหน้าแดงเพราะข้าวร้อนที่เผลอกลืนลงไปทำพิษติดคอไม่พอยังส่งไอร้อนไปทั่วลำคอลามไปถึงกระเพาะอีก มือบางยกขึ้นมาปิดปากไอจนน้ำตาเล็ดใบหน้าแดงก่ำไปหมด เหลือบสายตามองยังคนตัวโตที่ยังคงยืนยิ้มยื่นโทรศัพท์ของเธอส่งให้อย่างไม่ทุกข์ร้อนแล้วอยากวิ่งเข้าไปกระโจนใส่ใจแทบบ้าหันกลับมายกแก้วน้ำข้างกันขึ้นดื่มดับความร้อนจนหมดแก้ว ก่อนที่จะค่อยๆ วางแก้วน้ำลงกลับตามเดิมเงยหน้าขึ้นมองบุพการีทั้งสองที่กำลังจ้องมายังเธอเหมือนกำลังจับผิดอะไรบางอย่างอยู่"พระนายเป็นน้องที่คณะเป็นน้องรหัสยัยพลอยค่ะ""ผมเรียนวิศวะคอมครับ ปีนี้อยู่ปีสอง""เป็นน้องชายพี่ที่สนิทค่ะ...""พี่สาวผมเรียนบริหารครับส่วนมากคบแต่คนอายุมากกว่าหรือเท่ากัน ไม่ชอบคบคนอายุน้อยกว่าสักเท่าไหร่""พระนายเป็น เป็น..."ทำไมต้องพูดขัดกับเธอตลอดเลยเนี่ย ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะรอก่อนสองสามวันแล้วค่อยบอก เขานี่มัน....ชลเทพวางช้อนส้อมในมือข้างจานข้าวสวยที่เพิ่งตักขึ้นทานเพียงคำเดียว ปรายตามองลูกสาวคนเดียวและเด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้ามานิ่งๆ คราแรกก็ไม่ได้สงสัยอะไ







