LOGINคามิน เจ้าพ่อมาเฟียที่ปิดบังตัวตนจงใจเข้าหา มิเชล แอร์โฮสเตสสาวสวยอย่างมีจุดประสงค์แอบแฝง แต่มิเชลที่อ่อนต่อโลกและไม่ทันคนเจ้าแผนการก็ตกหลุมพรางเข้าอย่างจัง จนวันที่คามินคิดว่าแผนการของเขามันสำเร็จแล้วกลับมารู้ความจริงเกี่ยวกับตัวมิเชลที่มันไม่เป็นอย่างที่เขาเข้าใจ ก็คิดจะเขี่ยมิเชลทิ้งแต่เธอกลับมาบอกเขาว่ากำลังตั้งท้องลูกของเขาอยู่ "ไปเอาเด็กออกซะเถอะ...อย่าปล่อยให้เด็กคนนี้คลอดออกมาเลย..." "แต่เขาเป็นลูกของคุณนะ นี่มันเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ คุณทำลงได้ยังไงคามิน" "ฉันสั่งให้ทำอะไรก็ทำ...คนอย่างเธอไม่มีทางเลือกมากขนาดนั้นหรอกมิเชล"
View Moreบทนำ
มีคนเคยบอกว่านางฟ้าคือหญิงสาวผู้ที่เพียบพร้อมไปหมดทุกสิ่งอย่างเป็นคนที่มีแต่ความดีงามทั้งกายและจิตใจ พระเจ้าได้สรรสร้างให้กายของนางฟ้ามีปีกที่สามารถทะยานไปทุกที่โดยอิสระตามแต่ใจปรารถนา
หากแต่ไม่ว่าใครที่ได้พบเห็นก็มักรู้สึกว่าพระเจ้าช่างลำเอียงเหลือเกิน เพียงแค่เกิดมาก็เพียบพร้อมไปทุกสิ่งอย่าง อิสรเสรีตามแต่ใจตนเป็นตัวแทนของความดีงามทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ ก็ก่อเกิดเป็นความอิจฉาริษยาจนอยากจะเด็ดปีกนั่นทิ้งไปเสีย
เมื่อนางฟ้าที่ไร้ปีกจะเป็นอิสระได้เท่าไรกันเชียว...
.
.
"อุบ อ้วกกก!"
"อื้อหื้อมิเชล เป็นหนักขนาดนี้เลยเหรอ"
"อ้วกกก!"
เสียงโอ้กอ้ากที่เป็นสัญลักษณ์ของอาการคลื่นเหียนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายครั้งในห้องน้ำพนักงานของสนามบินแห่งหนึ่ง
"มาล้างปากก่อน เห้อ!" หญิงสาวที่อยู่ในชุดยูนิฟอร์มสีเดียวกันเข้ามาช่วยลูบหลังและดูแลคนที่มีทีท่าว่าจะป่วยด้วยความเป็นห่วง
"ขอบคุณนะ" เสียงของคนที่เพิ่งมีอาการดีขึ้นพูดด้วยความยากลำบากแต่ก็พยายามจะพูดมันออกมาให้ได้
"ไม่เป็นอะไรเลยแก เราเป็นเพื่อนกันนี่นา ว่าแต่แกแน่ใจเหรอว่านี่เป็นอาการเมาเครื่องจริง ๆ น่ะ" เธอถามก็เพราะว่าตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาอาการเช่นนี้เป็นสิ่งที่อาชีพแอร์โฮสเตสไม่ควรเป็นมากที่สุด แน่นอนว่าคนตรงหน้าเธอก็ไม่เคยมีอาการนี้เช่นกัน
"น่าจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้ฉันพักผ่อนน้อยน่ะ" หญิงสาวตอบกลับไปเพราะคิดว่านี่น่าจะเป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว หากแต่มันดูไม่น่าเชื่อถืออยู่ดี
"แต่ว่าช่วงนี้อาการของแกมันดูเป็นบ่อยขึ้นมาก ๆ เลยนะ
นี่แกได้ไปตรวจสุขภาพประจำปีของสายการบินมาแล้วหรือยัง" ที่ถามก็เพราะเป็นห่วงหากแต่มีอีกสาเหตุหนึ่งที่เธอคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมากแต่ไม่กล้าจะถามเพื่อนตัวเองไปตรง ๆ
"พรุ่งนี้ฉันว่าจะไปอยู่ ไม่มีบินพอดีน่ะ"
"เอาแบบนี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันเป็นคนพาแกไปเอง ตกลงไหม"
"อื้อ"
ในที่สุดคนทั้งสองก็มาถึงโรงพยาบาลที่ทั้งสองคนมาตรวจสุขภาพเป็นประจำแล้ว หากแต่เมื่อทำตามขั้นตอนมาเรื่อย ๆ กลับถูกพาตัวมายังอีกแผนกที่ทำให้หญิงสาวอยู่ในความรู้สึกที่หลากหลาย
"หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ คุณตั้งครรภ์ได้ 12 สัปดาห์แล้วครับ" ชายในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาแจ้ง แจ้งผลตรวจให้กับหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"จริงเหรอคะคุณหมอ" เสียงของหญิงสาวอีกคนที่เอ่ยถามแทนคนที่เป็นเจ้าของผลตรวจแท้จริง เพราะตื่นเต้นในสิ่งที่เธอคาดเดาเอาไว้มันถูกต้อง
"ครับ หมอแนะนำว่าถ้าสะดวกฝากครรภ์เลยจะดีมากนะครับ" หลังจากที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังตั้งท้อง หูของหญิงสาวก็ดับไปแล้วไม่ว่าใครจะพูดอะไรเธอฟังไม่รู้เรื่องเลยสักประโยค
แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะรู้สึกตกใจหรือรู้สึกแย่ที่เธอตั้งท้องแต่อย่างใด กลับกันเธอกำลังดีใจและมีความสุขมากที่สุดเลยต่างหาก เมื่อคิดว่ากำลังจะมีโซ่ทองคล้องใจของเธอกับคนรัก
"แล้วแกจะทำยังไงต่อไปเหรอ" ส่วนหนึ่งก็เพราะว่ายังไม่ได้แต่งงานถ้าเกิดตั้งครรภ์ด้วยไหนจะเรื่องงาน ไหนจะเรื่องทางบ้าน ผิงผิงคิดว่าเพื่อนตัวเองคงจะยุ่งน่าดู
"ฉันต้องไปบอกเขาก่อน"
นั่นคือการตัดสินใจของหญิงสาวที่กำลังมีความสุขมากที่สุดในโลก และเธอคิดว่าเมื่ออีกคนรับรู้เรื่องนี้ก็จะมีความสุขมากเช่นเดียวกัน...
.
.
เพล้ง!
เสียงข้าวของเครื่องใช้แตกกระจายอยู่ในห้องทำงานของชายหนุ่มซึ่งมีอิทธิพลมาก ๆ คนหนึ่ง พร้อมกับชายชุดดำหลายต่อหลายคนกำลังก้มหน้ากุมมือที่กลางลำตัวน้อมรับความผิดพลาดของตัวเองอยู่
"ทำไมพวกมึงไม่สืบดูให้ดีก่อนวะ มึงทำงานพลาดแบบนี้ได้ยังไง!" เสียงชายผู้เป็นเจ้านายตวาดลั่น เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่ต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ เขารับไม่ได้ที่จะเกิดเรื่องผิดพลาดที่ใหญ่มาก ๆ กับเขา และมันเป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยอย่างมากที่สุด
"ขอโทษครับนาย" ลูกน้องคนสนิทไม่มีคำไหนที่จะพูดออกมาได้เท่ากับคำนี้ เขาทำงานผิดพลาดมากจริง ๆ ดังนั้นไม่ว่าจะถูกลงโทษแบบไหนเขาก็ยินดี
"ขอโทษงั้นเหรอ แค่คำว่าขอโทษอย่างนั้นเหรอ! มึงรู้มั้ยว่ามันทำให้กูเสียเวลามากขนาดไหน!" คนอารมณ์เสียย้ายตัวเองมานั่งบนเก้าอี้ทำงานก่อนจะหันไปมองทางอื่นอย่างไม่สบอารมณ์และกำลังพยายามควบคุมตัวเองอยู่เช่นกัน
"ละ แล้วนายจะเอายังไงต่อดีครับ" ถามไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ทำให้คนที่ถูกถามคำถามนั้นหันกลับมามองเขาด้วยแววตาที่โกรธเกรี้ยวไม่หยุด
ชายหนุ่มยังไม่ตอบคำถามนั้นในทันทีแต่เขาเลือกที่จะใช้ความคิดให้ถี่ถ้วนก่อนว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป ก่อนจะได้ข้อสรุปและพูดมันออกมา
"ก็จะบอกเลิกนั่นแหละ จะเอาไว้ทำไม มิเชลไม่มีผลประโยชน์กับกูแล้ว" ถึงแม้จะพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังเท่าก่อนหน้า แต่มันก็ดังมากพอที่จะให้คนมาใหม่ได้ยิน
"อะไรนะคะ หมายความว่ายังไง" เสียงของหญิงสาวทำให้ทุกคนในห้องหันไปมองอย่างหน้าถอดสี
"พวกมึงปล่อยให้เข้ามาในห้องนายได้ยังไงวะ!" ลูกน้องคนสนิทหันไปตวาดลูกน้องหน้าห้องที่ไม่ทำหน้าที่ตัวเองให้ดี โดยลืมไปว่าแท้จริงแล้วคนเป็นเจ้านายเขาเองที่บอกว่าหากผู้หญิงคนนี้มาก็ให้เข้ามาหาเขาบนห้องได้ทุกเมื่อ ใครจะรู้ว่าวันนี้ไม่เหมือนเดิม
สายตาของชายหนุ่มกำลังมองไปที่ใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังมีน้ำตาไหลออกมาอาบสองข้างแก้มอย่างไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา ขณะที่หญิงสาวนั้นมาหาเขาด้วยความดีใจอย่างยิ่งและต้องการจะแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ให้เขาได้รับรู้ เพียงแต่หัวใจของเธอกลับต้องแตกสลายเมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่จากเขา
"เธอไม่มีประโยชน์กับฉันแล้ว เรื่องของเราจบลงเท่านี้" ในที่สุดชายหนุ่มก็พูดกับคนตรงหน้าไปเพื่อตัดความสัมพันธ์กับเธออย่างไร้เยื่อใย คนฟังรู้สึกเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมากและยอมรับไม่ได้ที่ต้องมาเจอกับเรื่องนี้อย่างกะทันหัน
"แต่ฉันกำลังตั้งท้องอยู่นะ" ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างและหันไปมองหน้าหญิงสาวคนนั้นทันที
"ว่าไงนะ"
"ฉันกำลังท้อง ในนี้มีลูกของเราสองคนอยู่" เธอเลือกจะบอกเรื่องนี้กับเขาไป หวังเพียงให้อีกคนเปลี่ยนความคิด หากแต่ใครจะรู้ว่าเธอนั้นคิดผิดอย่างมหันต์
"ไปเอาเด็กออกซะ อย่าปล่อยให้เด็กคนนี้คลอดออกมาเลย"
ไม่คิดเลยว่าเธอจะได้ยินประโยคนี้จากอีกคน ทั้งที่เมื่อวานก็ยังดี ๆ กันอยู่เลยแท้ ๆ แต่ทำไมเรื่องของเธอกับเขาจึงดำเนินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เธอไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
"แต่เขาเป็นลูกของคุณนะ นี่มันเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ คุณทำลงได้ยังไงคามิน" เธอถามออกไปด้วยหัวใจที่แตกสลายแล้วสลายอีก ชายหนุ่มมองเธออย่างไร้เยื่อใยราวกับว่าแท้จริงแล้วเขาไม่เคยมีความรู้สึกอะไรให้กับเธอมาก่อนเลยตั้งแต่แรก
"ฉันสั่งให้เธอทำอะไรก็ทำ มิเชล คนอย่างเธอไม่มีทางเลือกมากมายขนาดนั้นหรอก"
ตอนที่ 7 อุบัติเหตุครั้งนี้"อื้อ" เสียงหวานครางในลำคอก่อนที่เปลือกตาสีมุกจะค่อย ๆ ขยับและเปิดออกในที่สุด"ที่นี่..." ความทรงจำสุดท้ายไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของหญิงสาวทั้งสิ้น ก่อนจะพบว่าความจริงแล้ว เธอประสบอุบัติเหตุรถชนและสิ่งที่เธอคิดได้นั่นก็คือลูกชายของเธอ"คิริว! โอ๊ย!" ความเจ็บแปลบแล่นริ้วไปทั่วทั้งร่างกาย เมื่อเธอยันตัวเองลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว โดยลืมคิดไปว่าร่างกายของเธอนั้นได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ"มิเชล! มิเชล แกฟื้นแล้วเหรอ" ประตูบานหนาถูกเปิดออกพร้อมการปรากฏกายของหญิงสาวคนหนึ่ง และเป็นเจ้าของเสียงที่เธอได้ยินก่อนจะหมดสติไป"ผิงผิง..." ใช่แล้ว คนตรงหน้ามิเชลนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของเธอ ที่ไม่ได้เจอกันมานานกว่า 6 ปี แค่เพียงพบหน้าเท่านั้น คนเจ็บถึงกับน้ำตาเอ่อล้นที่ตาสองข้าง จนคนมองรีบเดิน เข้ามาหาเธอ"มิเชล ฉันคิดถึงแกมาก" ผิงผิงสวมกอดร่างเล็กบางขนาดเท่า ๆ กันของคนที่อยู่บนเตียงผู้ป่วย ด้วยความดีใจ และโล่งใจในเวลาเดียวกัน"ฉันก็คิดถึงแกเหมือนกัน ฮึก! ผิงผิง ฮือออ" ความอัดอั้นตันใจที่ไม่เคยได้ระบายให้ผู้อื่นได้รับรู้มาตลอดระยะ เวลาที่
..5 ปีผ่านไป..."ได้เวลาแล้ว ฉันขอตัวไปรับคิริวก่อนนะ" หญิงสาวในชุดพนักงานของกาสิโนมีหน้าที่อยู่ในโซนต้อนรับ เอ่ยกับพนักงานที่นั่งอยู่ข้างกันด้วยความเป็นกันเอง และได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาเหมือนทุกครั้งมิเชลเห็นเช่นนั้นจึงได้เดินจากไปเพราะเรื่องที่กำลังจะไปทำนั้นสำคัญกว่าสิ่งไหนทั้งสิ้น"ดูสิ เอาเวลางานไปรับลูกอีกแล้ว กินแรงคนอื่นชัด ๆ" ทันทีที่ไร้เงาของมิเชล เพื่อนร่วมงานที่เคยมีแต่รอยยิ้ม ให้กันนั้นก็เริ่มนินทาอย่างออกรสออกชาติ"อย่าพูดดังไปเชียว เดี๋ยวคนอื่นได้ยินจะเดือดร้อนกันหมด" อีกคนมองซ้ายมองขวาพร้อมเอ่ยเตือนเพื่อน ร่วมงานข้าง ๆ อย่างระแวดระวัง"แกยังคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงอยู่อีกเหรอว่าคนอย่างแม่นั่นจะเป็นผู้หญิงของนายใหญ่จริง ๆ""จริงหรือไม่จริง ฉันก็ไม่แน่ใจหรอก แต่คิดว่าคงไม่ธรรมดาแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นนางจะออกไปรับลูกและยังเอาลูก มาวิ่งเล่นที่นี่ทุกวันได้ยังไง แถมยังดูสนิทสนมกับคุณไม้และคุณเคนมากอีกด้วยนะ""มันก็จริงแหละ แต่ถ้าบอกว่าเป็นเมียของคุณเคนหรือคุณไม้ยังจะน่าเชื่อมากกว่า นายใหญ่ไม่มีทางให้ลูกเมีย ตัวเองมาทำงานอะไรแบบนี้หรอก จริงไหมล่ะ"ระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา คำพูดพวก
.."หัวโผล่ออกมาแล้ว""คุณแม่เบ่งอีกนิดนะคะ 1 2 อะ อื้ออออออ!""อื้ออออออ!""อีกครั้งค่ะ มาค่ะ 1 2 อะ อื้ออออออ!""อื้ออออออ!"พรวด!"อุแว๊ ๆ ๆ"และนั่นคือเสียงสุดท้ายที่มิเชลได้ยินก่อนจะหมดสติไป...ห้องพักฟื้นของคุณแม่หมาด ๆ หญิงสาวที่ใช้พลังงานและเรี่ยวแรงทั้งหมดไปยังคงนอนหลับไม่ได้สติอยู่ ภายในห้อง ซึ่งไม่มีใครคอยเฝ้าดูแล มีเพียงพยาบาลที่คอยแวะมาตรวจดูอาการบ้างเป็นครั้งคราว"อื้อ" เสียงหญิงสาวครางในลำคอเล็กน้อย ก่อนเปลือกตาสีมุกจะค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างช้า ๆ สิ่งที่พบมีเพียงเพดานสีขาวเท่านั้น และใช้เวลาตั้งสติเพียงไม่นาน เธอก็เพิ่งนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นได้"ละ ลูก! ลูกของฉันอยู่ไหน!" คนตัวเล็กลุกขึ้นจากเตียงโดยไม่สนใจว่าร่างกายของตัวเองจะเป็นเช่นไร ตั้งแต่คลอดลูกและได้ยินเสียงร้อง เธอก็หมดสติไปทั้งที่ยังไม่ได้เห็นหน้าเจ้าก้อนน้อยเลยด้วยซ้ำ"คุณแม่คะ ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งลงจากเตียงค่ะ ใจเย็น ๆ นะ" ดีที่พยาบาลสาวได้ยินเสียง ในตอนที่เดินผ่านมาพอดี จึงได้เข้ามาดูก็พบว่าหญิงสาวคนนี้กำลังลนลานอย่างหนัก"คุณพยาบาลคะ ลูกของฉันอยู่ที่ไหนคะ ลูกของฉันปลอดภัยดีหรือเปล่า ฉันอยากพบลูกค่ะ" คน
ตอนที่ 6 ลูกคนรับใช้..หญิงสาวเก็บข้าวของที่มีไม่มากนักใส่กระเป๋าและเดินตามลูกน้องคนสนิททั้งสองของคามินไปที่รถ ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ออกมาเจอโลกภายนอกแต่มิเชลคิดถึงกลิ่นอายของความอิสระมากเหลือเกิน"ทำไม... อยากออกไปข้างนอกงั้นเหรอ" ชายตัวสูงที่นั่งอยู่ด้านข้างสังเกตเห็นว่าหญิงสาวนั่งเหม่อมองออกไปที่นอกหน้าต่างของกระจกรถมาตั้งนานสองนานแล้ว"เปล่าค่ะ" เธอเลือกที่จะปฏิเสธและหันกลับมามองมือของตัวเองอย่างต้องการจะปกปิดความคิด"ความจริง... ไม่ใช่ว่าไม่ได้หรอกนะ แต่มีอยู่สองทางเลือก" เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของหญิงสาวลุกวาว หันหน้าไปมองชายคนพูดทันที"อะไรเหรอคะ""ทางเลือกที่หนึ่งก็คือเอาเด็กนั่นออก แล้วฉันจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ" เมื่อได้ยินเช่นนั้นความหวังในแววตาของมิเชล ก็หมดลงทันที เพียงแต่วิธีที่สองทำให้เธอกลับมามีความหวังอีกครั้ง "หรือทางเลือกที่สองก็คือหลังจากที่เธอคลอดเด็กคนนี้ออกมาแล้ว ขอเพียงทำตัวให้ดี ฉันจะไม่กักขังเธอเอาไว้เหมือนในตอนนี้""คามิน คุณพูดจริงเหรอ" มือเรียวเล็กจับที่ข้อมือของอีกคนพร้อมกับเขย่าไปมาด้วยความดีใจอย่างลืมตัว ก่อนจะถูกชายหนุ่มสะบัดแขนออกอย่างไม