แชร์

บทที่ 17 : เอาตัวรอด

ผู้เขียน: L.sunanta
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-20 02:35:07

ความมะรุมมะตุ้มอลม่านเป็นดั่งที่คาดคิด จางอี้เฟิงมองเข้าไปยังแววตาของทหารสวรรค์แต่ละคนกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า พวกเขามิได้ขี้ขลาด พวกเขามิได้ไร้ประสบการณ์ แต่พวกเขาแค่กำลังสู้อยู่กับอะไรก็ไม่รู้ ท่ามกลางกองศพของสหายร่วมรบนับพันเบื้องหน้า ครั้นจะบุกขึ้นไปข้างหน้าก็เหมือนเอาตัวเองไปตายซ้ำ พอจะมองหาคนสั่งการก็มิรู้อยู่ไหน บนสวรรค์ติดต่อกันยังไงพวกเขามีวิทยุสื่อสารไหมหรือใช้ 5G Wifi แล้วเสาสัญญาณถูกตัดขาด

.

สารพัดสิ่งเต็มไปด้วยของที่จางอี้เฟิงมิเข้าใจ อย่างว่าล่ะ! ว่าเขาคือมนุษย์โลกที่ขึ้นสวรรค์ได้โดยที่ยังไม่เสียชีวิต และเขาก็ยังเป็นหนุ่มซิงที่ชีวิตนี้ยังไม่เคยเย็ดใครจนถึงจุดสุดยอด ไอ้ที่ว่าคล้ายขึ้นสวรรค์นั้นเป็นยังไงเขาก็เลยไม่รู้จัก แต่นั่นมิใช่ประเด็นตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือจะเอาชีวิตรอดจากสมรภูมิยังไงมากกว่า

.

"พี่ทหารครับ! หัวหน้าพี่คือคนไหน? ผมต้องรู้ก่อนว่าเรามีอะไรและฝ่ายตรงข้ามมีอะไรไม่งั้นผมจับต้นชนปลายไม่ถูก นี่ผมแค่จะวิ่งหนีระเบิดผมยังไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปทางไหนเลยครับเนี่ยะ!"

ชายหนุ่มเอามือกุมหัวก้มลงต่ำ พลันหันไปตะโกนถามทหารสวรรค์คนที่อยู่ใกล้สุด

.

"นี่เจ้าเป็นมนุษย์นี่เจ้ามาที่นี่ได้เช่นไร?! แล้วไยใส่อาภรณ์บอบบางเยี่ยงนั้นที่นี่สมรภูมิรบนะมิใช่แดนเสรีน้อย (逍遥小界) "

.

ดวงตาเขาแข็งถมึงทึงทั้งยังตัวสั่นไปหมด ทหารนายนี้มิน่าจะหวาดกลัวแต่คงเหนื่อยมาก ความบอบช้ำทางสภาพจิตใจกำลังกัดกินเขา พอมาเจออะไรที่ขัดหูขัดตาอย่างจางอี้เฟิงเข้าก็เลยออกอาการหงุดหงิด

.

"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะพี่ เอาเป็นว่าเทพกงกงส่งผมมาช่วยก็แล้วกัน ผมต้องรู้สถานการณ์ปัจจุบันก่อนอย่างน้อยพี่บอกผมมาซะทีว่าหัวหน้าพี่อยู่ไหน!"

.

"เห๊อะ! เสียใจด้วยเจ้ามนุษย์! โน่นไง! เทพสงครามอู่เสิ่นประจำแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) นอนจมกองเลือดอยู่โน่น! ข้ามิมีผู้นำให้เจ้าซักถามหรอกเพราะพวกเขาตายหมดแล้ว!!!"

.

จริงอย่างที่กล่าวเพราะหลังจากที่จางอี้เฟิงลองผินหน้าไปทางทิศนั้น เขาก็เห็นเลยว่ามีนักรบชุดเกราะทองคำคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ ช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไปของเขาถูกระเบิดฉีกกระจุยจนหาชิ้นส่วนมิเจอ หากแต่มือทั้งสองข้างกลับยังกำดาบไว้แน่น อันบ่งบอกได้ถึงอุดมคติเชิงลึกที่จะสู้จนถึงหยดสุดท้าย

.

"เหี้ยเอ๊ย! ได้ไงวะเนี่ยะ?! เวร! ๆ ๆ  เวรแท้! ๆ"

สบถออกมาแบบมิเกรงใจใคร และระหว่างที่จางอี้เฟิงกำลังจนแต้มอยู่นั้น บนหัวก็มีลูกบอลเพลิงล็อตใหม่ถูกยิงเข้ามาเพิ่ม!

.

"ฟึมมม! , ฟึมมม! , ฟึมมม! , ฟึมมม~!"

.

นั่นยิ่งทำให้เห็นชัดว่าสงครามมิใช่เรื่องเล่น ๆ แล้วที่นี่ก็ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่จะมายืนคุยกันกระหนุงกระหนิง เวลาไม่คอยท่ากาลเวลาไม่เคยคอยใคร เพราะพอมองจากมุมมองผู้ประสบภัยในแนวรบ จางอี้เฟิงก็เห็นแล้วว่าขนาดของลูกบอลมันแปลก ๆ เขากะจากสายตาได้ว่าฝูงลูกฟุตบอลที่ถูกยิงมาล็อตนี้น่าจะมีราว 30 - 40 ลูก กระจายตัวเต็มฟากฟ้า แต่ทว่าพอใกล้จะถึงตำแหน่งตกพวกมันกลับใหญ่ขึ้น! ขยายขึ้น! ปูดบวมขึ้น! จนกระทั่งจากลูกบอลไซส์มาตรฐานกลายเป็นเท่าฝาบ้านเท่าลูกบอลลูนลอยฟ้าไปเลย!

.

ผนวกรวมกับการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศจนเกิดไฟลุก จังหวะที่พวกมันเตรียมจะปักหัวลงมาใส่ จางอี้เฟิงเลยได้คำตอบแล้วว่าเพราะเหตุใดทหารสวรรค์ กับ องครักษ์ประตูเทวา (天门守卫) ถึงไม่มีธนูกับลูกดอกไว้ใช้เลย คำตอบคือไม่ใช่ไม่ใช้แต่พวกเขาใช้ยิงออกไปจนหมดเกลี้ยงแล้วต่างหาก

.

"เฮ๊ย! หลบเร็วเจ้ามนุษย์!"

.

"พลั๊วววว!"

ทหารสวรรค์ใช้หัวไหล่ที่เสริมเกราะเหล็กของเขา กระแทกจางอี้เฟิงจนกระเด็นปลิวเพื่อหลบวิถีระเบิด

.

ในขณะที่เจ้าตัวก็รีบตั้งหลักแล้วกระโจนหลบไปในทิศตรงกันข้าม เกิดเป็นการวิ่งหลบระเบิดลูกบอลยักษ์กันอีกระลอก ในมุมของจางอี้เฟิงคราวนี้เขาไม่มีเวทย์การเคลื่อนย้ายของท่านกงกงช่วยแล้ว จึงมีแต่ต้องใช้เวทย์มนต์จากฝ่าเท้าของตนเอง เขาวิ่งซิ๊กแซ๊กสลับกรวยตอนซ้อมบอลมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ด้วยทักษะเดียวกันนั้นถ้าไม่โชว์สปีดต้นอันเร็วจี๋ออกมาเดี๋ยวนี้ก็การันตีได้เลยว่าคงไม่รอด

.

"ไม่! ไม่มีวัน! เราจะไม่เอาเทพสงครามเกราะทองคำเป็นไอดอลเด็ดขาด เท่ห์ชิบหายแต่หนักตายห่า! มันต้องชุดพละโรงเรียนแบบของเรานี่มันถึงจะพริ้ว! เอาเซ้! ถ้าคิดว่าจะยิงกูโดนมึงก็ลองดู!"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 26 : ไหนดูซิ?!

    ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอก

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

    ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่า

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 24 : ถอนทัพ

    จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 23 : กุนซือ

    ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status