Share

บทที่ 3 : ขอความช่วยเหลือ

Penulis: L.sunanta
last update Tanggal publikasi: 2025-09-12 03:07:14

ความนิ่งงันกึ่งสงนสนเท่ห์คราคร่ำไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นเทพสงครามชุดเกราะทอง เง็กเซียนฮ่องเต้หรือแม้กระทั่งผู้เฒ่าจากหออักษร ที่มักจะเคลมว่าตัวเองรู้ทุกสรรพสิ่งก็ยังทำท่าเหรอหรา ไร้ซึ่งเทวาองค์ใดจะตอบได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ครั้นจะบอกว่านี่คือกำลังภายในหรือวรยุทธไสยเวทย์ก็มิกล้าจะฟันธงลงไปได้ อาภรณ์หลักฐานยังคงกองอยู่บนพื้น เสื้อคลุมขนาดพอดีตัวหนึ่ง ผ้าเตี่ยวสำหรับเหน็บเป็นกางเกงสอง มีแม้กระทั่งปลอกสวมข้อเท้าที่ชาวสวรรค์ไร้ซึ่งคำศัพท์จะระบุอัตลักษณ์

.

เดือดร้อนไปถึงเทพสงครามองค์หนึ่ง ที่ต้องผละตัวออกจากงผนังตำหนักด้านข้าง พลันก้าวเดินเข้ามาสำรวจ

.

"หมอนี่ช่างใจกล้าบ้าบิ่นนัก ในฐานะทหารพฤติการณ์ของเขาช่างน่าเลื่อมใส คงเตรียมใจไว้แล้วว่าคงมิได้กลับเทียนซิ่งจงนายนี้คงภักดีต่อผู้เป็นนายมาก.."

พูดเสร็จก็ผละเอาเทพสงครามเจ้าของดาบจ้านหุนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ออกจากทาง ร่างหนากำลังจะก้มลงไปหยิบชุดของพลทหารส่งสาส์นขึ้นมาตรวจสอบ เพราะฉงนในความแปลกของเนื้อผ้าที่ยืดหยุ่นผิดวิสัย แต่ทว่าก็มาโดนท่านจักรพรรดิห้ามปรามเอาไว้ก่อน

.

"ช้าก่อนท่าน! ข้าว่าตอนนี้เราต้องสนใจในเรื่องการศึกก่อน เศษผ้านั่นดูจะยังมิใช่สาระปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเซียนเฝ้าตำหนักเถอะ เพลานี้เราทุกคนควรจะไปที่สมรภูมิ ข้าอาจจะต้องบัญชาทัพด้วยตนเอง สิ่งที่หมอนี่พูดเหมือนจะมีน้ำหนักอยู่ข้าร้อนรนเกรงว่าแคว้นอื่น ๆ นอกจากชายแดนจะโดนขนาบตี!"

.

"แสดงว่าใต้เท้าจะมิรอเทพอู่เสิ่นองค์อื่นแล้วหรือขอรับ?"

.

"ข้ารอมิได้! บางทีหน้างานอาจจะตึงมืออยู่ ท่านปู่ซืออี้เอาราชยานเมฆาออกประเดี๋ยวนี้เลย! ท่านเองก็มากับข้าด้วย! เราจะเริ่มกันที่แคว้น 月华仙洲 (โหย่ฮวาเซียนโจว) หรือ “ดินแดนเซียนแสงจันทร์” ที่นั่นอยู่ติดกับแนวชายแดนมีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงซึ่งเป็นจุดสูงข่ม ถ้าเรายึดชัยภูมิตรงนั้นได้ก็จะได้เปรียบศัตรู ตรงกันข้ามหากเทพอู่เสิ่นที่ปกครองโหย่ฮวาเซียนโจวเพลี่ยงพล้ำ ฉากทัศน์ก็จะพลิกโฉมสงครามไปเป็นอีกด้านหนึ่ง!"

.

"รับทราบขอรับ!"

เทพอู่เสิ่นเกราะทองทั้งหมดกระทืบเท้าพลัน

.

และเพียงชั่วเสี้ยวพริบตาพวกเขาทั้งกลุ่มก็พุ่งตัวเป็นลำแสงราวกับดางหางที่พุ่งสลับทิศ! เกิดแสงเจิดจ้าขึ้นกลางตำหนัก! ดวงไฟแต่ละเส้นแหวกทะลุหลังคาขึ้นไปเป็นเส้นตรง โปร่งใส เบาบางและรวดเร็วโคตร ๆ

.

จะมีก็แต่ท่านเง็กเซียนฮ่องเต้กับปู่ซืออี้นี่แหละที่เดินช้าเป็นเต่าเมากาว ชายเสื้อที่อีรุงตุงนังยิ่งรีบก็ยิ่งล่ก กว่าจะผลักประตูตำหนักออกไปข้างนอกได้ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบ ใจวัยกว่าอายุและกว่าราชยานเมฆาจะแล่นมาเทียบจอด ก็ต้องกินเวลารวมตัวอยู่ช่วงหนึ่ง

.

.

จนกระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่หลังจากที่เซียนทุกตนพากันบินออกไปหมดแล้ว ตำหนักสวรรค์หวงหือลี่ ( 黄花梨 ) ที่ว่างเปล่า ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวจากกลุ่มเซียนอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่าระบบหลังบ้าน นำทีมโดยท่านเทพกงกง (共工) เทพตุ้งติ้งที่ค่อนชีวิตหมดไปกับการจัดการเหล่านางฟ้านางอัปสร อัตลักษณ์ของแกนั้นเรียกได้ว่าเฉียดฉิวการเป็นเทียนซิ่งจงได้อย่างฉิวเฉียด เพราะในการทดสอบระบบเซียนประจำปีนั้น คะแนนความสามารถของแกตกต่ำจนเกือบจะถูกขับพ้นสวรรค์อยู่รอมร่อ เดชะบุญที่ได้ปู่ซืออี้อุปการะไว้ ผนวกรวมกับการเป็นเซียนที่ชอบเจื้อยแจ้วเจรจางานในตำหนักจึงตกเป็นของแก

.

เสียงลือเสียงเล่าอ้างที่เล่าต่อกันมานับร้อยปีระบุว่า แท้จริงแล้วเทพกงกงนั้นมีศักดิ์เป็นถึงน้องชายแท้ ๆ ของปู่ซืออี้ แต่เพราะการฝึกยุทธที่เข้มข้นหรือความประมาทเลินเล่อก็มิอาจทราบ ฟากฝั่งพี่ชายดันกลายสภาพเป็นคนแก่เพราะอ่างคันฉ่องธารา ส่วนฝั่งคนน้องก็มาสูญเสียอัณฑะไปหนึ่งข้างจนมีสภาพวิปริตฮอร์โมนเอียงข้าง กลายร่างเป็นเทพ LGBT คนแรกของสรวงสวรรค์

.

แต่นั่นก็หาใช่สาระสำคัญของช่วงเวลานี้ หลังจากที่เหล่านางฟ้าโฉมงามพากันแตกฮือออกจากหอชำเลากาย! ด้วยความสัตย์จริงว่าสตรีเทพนั้นแม้จะมีคลื่นพลังปราณจำนวนน้อย แต่พวกเธอก็ถูกจัดว่าเป็นเทพในอีกหมวดหมู่หนึ่งเช่นกัน กล่าวคือเป็นเทพในกลุ่มบิวตี้ที่เน้นฮิลและดิลซัพพอร์ต ว่ากันว่าใครก็ตามที่ได้ร่วมรักกับพวกนางพลังปราณจะฟื้นคืนมาถึงพันส่วน!

.

แผลฟกช้ำจะหายไป ฟันจะคืนครบ กระโปกจะแข็งเป็นแกนหิน ยิ่งเทพผู้ชายองค์ไหนที่เย็ดด้วยจิตสุดท้าย น้ำจิ๋มที่กระฉอกออกมามากมายยังกลายเป็นยาอายุวัฒนะได้อีกหลายปี พวกนางจึงเปรียบเสมือนของมีค่าที่ติดสถานะทวยเทพ ในทุกสงครามไม่ว่าจะครั้งไหนนางฟ้านางอัปสราเหล่านี้จึงมักจะถูกกวาดต้อนเป็นอย่างแรกหลังราชธานีแตก และกับตอนนี้ที่สถานการณ์ยังไม่น่าไว้ใจ ท่านเง็กเซียนจึงมีบัญชาให้พวกนางหลบซ่อนอยู่ในหอชำเลากายบนเทวาสถานแห่งนี้ไปพลางก่อน

.

แต่ใครเล่าจะทนไหว! เซียนสาวอายุน้อยล้วนอยากรู้อยากเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ด้วยจำนวนที่มีกันเป็นร้อยเป็นพันเจอตำหนักสั่นโครมครามขนาดนั้น จะไม่โผล่หน้าออกมาดูหน่อยก็กระไรอยู่ ชะเง้อคอบ้าง เกาะหลังเสาดูเหตุการณ์การทะเลาะกันบ้าง เดือดร้อนไปถึงท่านกงกงที่ต้องเด็ดขาดผ่านการบังคับใช้กฎสวรรค์อันเคร่งครัดเพื่อผลักดันให้พวกนางคืนสู่มาตุภูมิ

.

"我的天 ! (ว่อ เตอะ เทียน!) กลับเข้าหอชำเลาเดี๋ยวนี้นะพวกหล่อน! ใครให้พวกเจ้าออกมาตรงนี้มิทราบ! กลับไปเดี๋ยวนี้เลย~! , ไปเร็ว! , ไป! , ไป! , ชิ่ว!!!"

.

"โถแม่นายเจ้าขา.. ขอพวกข้าดูแค่นิดเดียวเองพวกเราก็ต้องรู้เรื่องอะไรบ้างสิเจ้าคะ"

.

"หยุดเรียกข้าเช่นนั้นเสียที! นี่มันนิยายจีนมิใช่บุพเพสันนิวาศ! ข้าคือเจเจ้และข้าคือผู้สอนวิชาเคล็ดโฉมงามสะกดใจ (红颜惑心诀) ให้พวกเจ้า! งานปรนนิบัติคืองานของเรา ๆ ต้องทำให้พวกท่าน ๆ ผ่อนคลายและฟื้นฟูจากความเหน็ดเหนื่อย มีบรรทัดไหนไหมที่บอกให้กลุ่มนางฟ้าสอดรู้สอดเห็น?! , ห๊ะ!? "

กงกงเทพ LGBT พยายามข่มขู่กึ่งบังคับ

.

"แต่ท่านกงกงเจ้าคะเมื่อครู่พวกข้าได้ยินคำว่า "เทียนซิ่งจง" ด้วย พวกเขาเป็นใครหรือเจ้าคะ? ทำไมถึงคิดจะมารุกรานสวรรค์ของเรา?"

.

จบประโยคนี้ก็เล่นเอากงกงถึงกับอึ้งแดกไปเลย แกแทบจะเก๊กแมนขึ้นมาทันทีความเครียดผุดขึ้นเต็มหัวความกลัวผุดขึ้นใบหน้า ด้วยเพราะรู้ว่าบรรดาเซียนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจุติในรอบไม่ถึงร้อยปี มิมีใครรู้จักกลุ่มมนุษย์เดนตายที่ถูกอัปเปหิอย่างเทียนซิ่งจงหรอก ในจิตใต้สำนึกของพวกนางฟ้าคงคิดว่าเทียนซิ่งจงนั้นชั่วช้าน่ากลัวแต่กงกงกลับเห็นต่าง!

.

แกมิได้กลัววรยุทธของพวกเขาเลยสักนิด แต่กลัวความลำบากหากต้องถูกลดชั้นลงไปเป็นเทียนซิ่งจงมากกว่า การถูกเนรเทศไปอยู่ที่แคว้นสุ่ยกั๋วดูจะเป็นส่ิงเลวร้าย ที่นั่นมีแต่ทะเลทราย มีแต่ความสกปรก เป็นได้เต็มที่ก็แค่บ่อขยะของชาวสวรรค์ และพอคิดได้ดังนั้นกงกงเทพ LGBT ก็ได้ออกอุบายโป้ปดมดเท็จเพื่อจูงใจให้พวกนางฟ้าได้กลับเข้าหอชำเลากายไป

.

"นี่! ข้าจะบอกอะไรพวกเจ้าให้เอาบุญนะยะ! เจ้าเห็นความวิปริตผิดเพศของข้าหรือไม่? เห็นไหมว่าข้าเป็นกึ่งสตรีกึ่งบุรุษ? นี่แหละคือ "เทียนซิ่งจง" คือพวกก้ำกึ่งที่จะเทพก็มิใช่มนุษย์ก็มิเชิง! ไม่สุดสักอย่าง! พวกเจ้าอยากเป็นแบบข้าไหมเล่า?! หรือว่าอยากจะดู!"

.

"พรึบ! , พรับ! , พรึบ! , พรับ!"

.

ว่าแล้วก็ใช้สองมือจับชายผ้าตรงหว่างขาโบกไปโบกมา กะว่าถ้าพวกนางฟ้ายังไม่ยอมกงกงก็จะเปิดไข่ที่เหลืออยู่ข้างเดียวให้ดูแม่ง! เดชะบุญที่่มันไม่เกิดขึ้น ด้วยความสัตย์จริงเพราะแค่ได้กลิ่นหลังการกระพือ เหล่าเซียนเกอีชาก็ถอยล่นกลับเข้าไปสู่หอชำเลากายของใครของมันแล้ว

.

ยอมให้พวกนางเข้าใจผิดยังดีซะกว่าคือสิ่งที่กงกงคิด เพราะการอยู่ในสภาพกึ่งเทพกึ่งเซียนเสี้ยวมนุษย์นั้นช่างเป็นอะไรที่น่าเวทนา กงกงรู้ซึ่งถึงสิ่งนี้ดีกว่าใครเพื่อน อย่าลืมสิว่าแกเป็นเซียน LGBT เพียงคนแรกและคนเดียว ทั้งเหงาทั้งโดดเดี่ยวทำไมแกจะไม่เข้าใจและเพื่อการณ์นั้นจึงบอกตัวเองอยู่เสมอว่า จะมิยอมให้ระดับคะแนนปราณตกต่ำจนถูกลดชั้นลงไปเป็นเทียนซิ่งจงเป็นอันขาด!

.

"ปึ้ง!" , "ปึ้ง!" , "ปึ้ง!" , "ปึ้ง!"

เสียงประตูปิดเข้าห้องใครห้องมันไล่ดังไปเป็นแถบ

.

ก่อนที่ต่อมาจะเป็นกงกงอีกนั่นแหละ ที่เอากุญแจไปคล้องหน้าห้องของพวกนางเอาไว้มิให้โผล่ออกมาวุ่นวายได้อีก ไม่รู้ล่ะอย่างน้อยนี่ก็คือหนึ่งใน Job Description ของแก แกไม่ได้มีแต่ความตุ้งติ้งแต๋วแตก แต่ยังมีอำนาจในการบริหารจัดการทุกอย่างบนตำหนักหวงหือลี่ ( 黄花梨 ) แบบรวมศูนย์! พ่อบ้าน , แม่บ้าน , มาม่าซัง , เซ็กส์เวิร์คเกอร์ เป็นแม่งทั้งหมดในตุ๊ดองค์เดียว

.

"เฮ้อ.. เอาล่ะเคลียร์ไปแล้วหนึ่งจ็อบ! ต่อไปเราจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี แล้วแต่ละอย่างนะ.. อี๋..! ชวนอ้วกทั้งนั้นแหวะ~!"

.

หนึ่งคือหัวที่ขาดตายตาค้างของท่านหลานเซินองครักษ์ประตูเทวา (天门守卫) สองคือเสื้อผ้าอาภรณ์ของทหารส่งสาน์นที่เชือดคอตัวเองอย่างสยดสยอง ของไร้วิญญาณสองสิ่งวางอยู่ข้างกันโดยมิได้นัดหมาย พวกมันดูจะไร้ค่าในสายตาเง็กเซียนหรือเทพสงครามองค์ใดไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะคนที่เดินเข้าไปใกล้ดันเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงจะเป็น "เทียนซิ่งจง" มากที่สุดอย่างกงกงกระเทยขั้นเทพ!

.

"ดุ๊กดิ๊ก ๆ ๆ !"

แก้มก้นเสียดสีกับร่องตูดดึ๋งดั๋งเดินดูน่ารัก

.

"ไหนขอดูหน่อยสิ.. เริ่มจากส่วนหัวของท่านก่อนล่ะกัน , อุ๊บ~!"

.

"น่ะ.. นี่มัน.. ทะ.. ท่านองครักษ์! ดวงตาท่าน! ท่านยังมีชีวิตอยู่รึ? ท่านจ้องมองข้าในทุกทิศทางเลย! ทะ.. ท่านกำลังทำให้ข้ากลัวนะ!"

.

เสียงกงกงสั่นประหนึ่งมีลูกคอ เจอศพหัวขาดถลึงตาใส่ซะขนาดนั้นไม่ฉี่ราดก็ดีแค่ไหน แล้วพอเจ้าตัวนั่งยองลงเพื่อจะเช็คของสองสิ่งนี้ใกล้ ๆ มอยส์เจอร์ไรเซอร์บนฝ่ามือก็ถึงกับหยุดส่งความชุ่มชื่น สีทาเล็บถึงกับแตกร้าว แค่อัง ๆ ยังไม่แตะโดนด้วยซ้ำแต่ภาพทรงจำและหนังตาก็ดับฟับลงไปเลยราวกับถอดปลั๊ก!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 26 : ไหนดูซิ?!

    ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอก

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

    ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่า

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 24 : ถอนทัพ

    จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 23 : กุนซือ

    ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status