Partager

บทที่ 5 : เธอที่เขาหลงรัก

Auteur: L.sunanta
last update Date de publication: 2025-10-18 16:48:54

เหลือบมองนาฬิกาหน้าปัดชี้ไปที่ตัวเลข 16.30 น. เขากินความสายเป็นอาหารเช้า ความป่วยหรือไม่สบายก็กัดกินร่างกายของนักฟุตบอลหนุ่มอนาคตไกลอย่างเขาไม่ได้ จางอี้เฟิงมาถึงห้องแต่งตัวก่อนสมาชิกคนอื่นเหมือนเช่นทุกครั้ง เขาไวสมดังชื่อ ตู้ล็อคเกอร์ประจำตัวถูกเปิดออกและจัดแจงหยิบเครื่องแบบนักเลงเพลงแข้งมาสวมใส่ ราวกับผ้ายืดพวกนี้เกิดจากเซลล์รูขุมขนเดียวกับหนังกำพร้าบนเรือนร่างของเขา

.

ชั่วเคี้ยวหมากแหลกทุกอย่างก็เรียบร้อย ยูนิฟอร์มพร้อมสนับแข้งบรรจุเข้าประจำที่ เปิดก่อนได้เปรียบจางอี้เฟิงแทบจะเดินลงสนามและเริ่มวอร์มอัพก่อนใคร ๆ ซึ่งกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นจะทยอยมา เขาก็น่าจะเครื่องร้อนจนนำหน้าทุกคนไปหลายพลวัต ด้วยความสัตย์จริงว่าสถานการณ์ ณ ปัจจุบันทีมฟุตบอลของสำนักลี่ฮือหลวงนั้น ยังหาผู้เล่น 11 ตัวจริงไม่ได้ มีเด็กในโรงเรียนให้เลือกมากมายแต่คนที่ใช่นี่สิ ที่จำเป็นจะต้องได้รับการเคี่ยวเข็ญจนแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจซะก่อน

.

"เอาล่ะ! ตามกำหนดการที่โค้ชบอกวันนี้คือวันคัดตัวจริง 11 คนแรกสินะ! เราจะพลาดไม่ได้โอกาสมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น! , สู้โว๊ยยย! , เฮ๊ยยยย!!!"

.

"โครมมมม!"

ต่อยประตูล็อคเกอร์เข้าไปเต็มแรง ตะโกนดังลั่นสนั่นห้องเพื่อเป็นการปลุกใจ

.

อยู่คนเดียวจะทำอะไรก็ย่อมได้ แต่ใช่ซะที่ไหนล่ะ! เพราะทันทีที่ประตูตู้ล็อคเกอร์กระแทกอัดกลับเข้าที่ ใบหน้าของสาววัยรุ่นหุ่น ม.ปลายนางหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นมา แก้มนวลของเธอเฉียดรอยบุบบนประตูตู้ไปแค่ไม่กี่เซ็น! ผมหน้าม้าแตกกระพือ! พลังลมจากแรงหมัดเป่าปอยผมปลิวฟุ้งราวกับโดนข่มขืน ซึ่งนั่นก็มากพอแล้วที่จะทำให้เจ้าหล่อนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

.

"ไอ้จาง! , ไอ้บ้า! , ใครใช้ให้ทำลายข้าวของมิทราบ! ตู้ล็อคเกอร์เหล็กนี้ราคา 12,000 หยวน แบ่งเป็น 12 ช่องบนล่าง การที่นายทำบุบไปช่องหนึ่งคิดเป็นเงิน 1,000 หยวน คูณด้วยอัตราค่าเสื่อมและต้นทุนค่าเสียโอกาส ฉะนั้นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจึงเป็น 50,000 หยวน! ผ่อนได้ 3 งวด ดอกเบี้ย 25% รับเป็นเงินสดไม่รับเงินโอน..โอเค๊!"

.

ร่ายยาวเป็นฉาก ๆ พูดฉอด ๆ เป็นหมีกินผึ้ง แถมในมือก็กดเครื่องคิดเลขในจอไอแพดราวกับร่ายเวทมนตร์ ประหนึ่งว่าในหัวสมองเธอนั้นจะเต็มไปด้วยศาสตร์แห่งการบริหารจัดการ ซึ่งก็แน่ล่ะเพราะเธอคือผู้จัดการของทีมฟุตบอลทีมนี้นี่นา

.

เธอมีชื่อว่า "แอลลี่ หลิน" เป็นเด็กสาวลูกครึ่งจีน - อเมริกัน ที่หน้าตาหนักไปทางฝรั่งมากกว่าอาหมวย ตาโตผมดำสัดส่วนสูงยาวราวกับนางแบบที่ขาดเพียงโอกาสเดินบนแค็ทวอร์ค ดูผ่าน ๆ แล้วเธอละม้ายคล้ายกับ น้องแอลลี่ ไอดอลชื่อดังลูกสาวของพี่ อ่ำ อัมรินทร์ อยู่ไม่น้อย ผิวขาวอมชมพูอาบออร่า ย่างเท้าเดินไปมาหอมฟุ้งราวกับภูตสวรรค์ตัวน้อย ๆ ในดงเกสร

.

"อ่าวเงียบ! เงียบทำแมวอะไรล่ะคะไอ้คุณจาง! กล้าทำก็ต้องกล้ารับผิดชอบด้วยสิ! ฉันอุตส่าห์เตรียมเสื้อผ้าชุดแข่งไว้ให้ทุกคนนายดันมาทำล็อคเกอร์พังแบบนี้ คนอื่นเขาก็เดือดร้อนหมดสิ คิดสิ! คิด! เป็นนักบอลอย่าใช้แต่แรง!"

.

สวยแต่รูปจูบสักทีไม่รู้จะหยุดปากเธออยู่รึเปล่า นี่แหละคือตัวตนของ แอลลี่ หลิน ความจู้จี้ขี่บ่นมาเป็นอันดับหนึ่ง ในชุดวอร์มแขนยาวที่เธอสวมอยู่ไม่เหลือเค้าความเซ็กซี่แม้แต่น้อย ทุกอย่างถูกอำพรางไว้ด้วยเสื้อคลุมตัวโคร่ง นาฬิกาจับเวลาห้อยอยู่บนคอ กางเกงวอร์มตัวโตแถมยังผูกเชือกซะแน่น ประหนึ่งล่วงรู้ว่าสักวันต้องโดนกระตุกกลั่นแกล้งจากเพื่อนนักบอล

.

จางอี้เฟิงจึงเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ขี้หูเขาเต้นระบำบึ้มบ้ำชูบีดูวับ! คนเหี้ยอะไรพูดได้น้ำไหลไฟดับแล้วแต่ละคำก็หยาบโลนย้อนแย้งกับคาแร็คเตอร์สุด ๆ จนสุดท้ายเขาก็เลยต้องเลือกที่จะตัดบทผ่านการพูดจี้ใจดำแอลลี่ออกไปตรง ๆ

.

"หยุดแพล่มได้แล้วยัยจอมจุ้น! , ฉันรู้หรอกน่า!"

.

"รู้อะไรของนาย!?"

.

"เอ้า! เธอคิดว่าตัวเองเป็นไต้ซือหรอ? ฝอยน้ำลายเธอมันรดหัวฉันจนแทบจะเป็นน้ำมนต์หลวงพ่ออยู่แล้ว! เดี๋ยวฉันซ่อมให้! กะอีแค่รอยบุบแค่นี้เตะบอลอัดสักป๊าบก็เด้งกลับคืนรูปตามเดิมแล้ว! เธอต่างหากที่จะทำให้ฉันซวยในวันคัดตัว ฉันไม่น่าเจอเธอเป็นคนแรกเลยบอกตรง ๆ ! อุตส่าห์มาถึงคนแรกแท้ ๆ ดันมาเจอตัวซวยให้พรเข้าให้ แย่ชิบเป๋ง! แม่งเอ๊ย!"

.

"ไอ้คุณจางเมิงพูดดี ๆ พูดแบบนี้หมายความว่าไง?!"

ชักเริ่มมีน้ำโหแอลลี่เก็บไอแพดใส่กระเป๋า พลางเปลี่ยนท่าเป็นยืนเท้าสะเอวเอาแผ่นหลังพิงกับตู้ล็อคเกอร์

.

"ได้! ถ้าอยากให้พูดนักฉันก็จะพูด..!"

.

ลักษณะเหมือนเตรียมจะปะทะทั้งที่เพิ่งจะปะทุ เพราะความจริงของเรื่องนี้ก็คือแอลลี่นั้นก็มีความฝันจะเป็นนักฟุตบอลหญิงของสำนักลี่ฮือหลวงแห่งนี้เช่นกัน เธอเข้ามาฝึกฟุตบอลและเก็บตัวอยู่ในทีมหญิงหลายเดือน แต่ทว่าพอถึงช่วงทดสอบฝีเท้าเจ้าหล่อนกลับไม่สามารถผ่านการคัดตัวได้สำเร็จ เธอกลายเป็นหนึ่งคนในกลุ่มขี้แพ้ ไม่มีที่ยืน ไม่ได้เป็นแม้แต่ตัวสำรอง แต่ด้วยพระเดชพระคุณของคุณพ่อที่เป็นถึงเฮดโค้ช แอลลี่ก็เลยได้รับอานิสงษ์ให้เข้ามาทำงานเป็นผู้จัดการของทีมชายแทน

.

เธอได้รับโอกาสให้ใกล้ชิดกับฟุตบอลอีกครั้ง ได้แอบฝึกแอบเรียนแบบครูพักลักจำ เพื่อที่วันหนึ่งแอลลี่จะได้ลาออกจากที่นี่แล้วก็นำวิชาความรู้ที่ได้กลับไปสมัครเรียนกับสำนักอื่น ไม่ว่าจะเป็น หลงเซียงถื่อ หรือ ซิงเหอจิ้งจี้ ที่นั่นจะกลายเป็นแหล่งพำนักใหม่ของเธอในสักวัน ความฝันของเธอไม่เคยหมดอายุ เพียงแต่ต้องรอฟูมฟักและอยู่ให้ถูกที่ถูกทาง ไม่ได้ที่นี่ไปที่อื่นเธออาจจะกลายเป็นเทพไปเลยก็ได้

.

หลักฐานก็คือมีหลายคืนมากที่จางอี้เฟิงมักจะเห็นแอลลี่ซุ่มฝึกฟุตบอลอยู่คนเดียว เสียงลูกบอลกระทบผนังดังครั้งแล้วครั้งเล่า เธออาศัยความเป็นผู้จัดการที่ถือกุญแจเข้าออกสนามได้ตามใจ เธอมีโค้ดพิเศษในการทำบัญชีเบิกใช้อุปกรณ์การฝึกซ้อม บรรดากรวยยาง , อุปกรณ์มาร์คกิ้ง , กระดานวางหมากตำแหน่ง ฯลฯ ทุกศาสตร์ที่พวกทีมชายถูกสอนเธอจะทำการจำลองมันขึ้นด้วยตนเอง พลันแอบฝึกซ้ำ ๆ อยู่แบบนั้นโดยไม่ให้ใครเห็น

.

ฟุตบอลของแอลลี่จึงเป็นบอลในเงามืด เธอไม่เคยเล่นบอลในสนามที่มีแดดหรือแสงสว่างเลย แต่นั่นก็แลกมาซึ่งทักษะชั้นเชิงที่อุโฆษจนถึงขั้นหลับตาเล่นได้! ทุกจุดมาร์คอยู่ในหัว ทุกตำแหน่งของเพื่อนไม่ต้องมองเธอก็ส่งบอลไปถึงได้ แถมแตะยิงได้เลยโดยไม่ต้องง้าง ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากตัวแอลลี่เองกับจางอี้เฟิงทีแอบดูเธออยู่เงียบ ๆ จนกระทั่งวันนี้มาถึง วันที่ฝ่ายชายเริ่มจะหมดความอดทนไปกับความปากมากขี้บ่นของเธอ เขาจึงพูดสิ่งเหล่านี้ออกไปหมดเปลือก และนั่นก็ทำให้แอลลี่ถึงกับอึ้งแดกไปเลย!

.

"นะ..นี่ นายรู้เหรอ?!"

.

"รู้ดิ! ฉันเองก็รักฟุตบอลมากไม่ต่างจากเธอ ฉันซ้อมเยอะพอ ๆ กับเธอนั่นแหละ แต่ฉันแค่ไม่อยากจะอยู่ในหมวดขี้แพ้ที่ไม่ผ่านการตัดตัวเหมือนเธอ! เพราะงั้นได้โปรดหุบปากพล่อย ๆ ของเธอซะ! มันจะทำให้ฉันซวยไปด้วย! ยัยหลอดไฟ!"

.

"What หลอดไฟ?! , หลอดไฟอะไรวะ???"

.

"ก็ผิวเธอมันขาวซะขนาดนั้น ตอนเธอซ้อมฉันถึงเห็นเธอในเงามืดไง!"

.

"ไอ้บ้า! ตรรกะปัญญาอ่อนอะไรของนายเนี่ยะ! ช่างเถอะ! ฉันเข้าใจแล้วเอาเป็นว่าฉันจะหยุดบ่นให้แล้วกัน ฉันรู้ว่าวันนี้เป็นวันสำคัญพยายามเข้าล่ะ ทุกคนเลย.. ฉันอยากให้ทุกคนได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม.. จริง ๆ นะ , จริง ๆ"

ยิ้มอ่อนยกขึ้นที่มุมปาก แอลลี่เผลอยิ้มออกมาผ่านแววตาที่ซึมเศร้าอย่างบอกไม่ถูก

.

เธอนั่งย่อตัวลงโดยมีตู้ล็อคเกอร์ของนักกีฬาทุกคนอยู่ตรงหน้า ป่ายปัดฝ่ามือลากไปตามป้ายชื่อของทุกคนยกเว้นตู้ของจางอี้เฟิงที่มีรอยบุบ ก่อนจะมาหยุดกึกอยู่ตรงชื่อที่เขียนว่า หลิงห่าว (凌昊) หมอนี่น่าจะได้ชื่อว่าเป็นกัปตันทีมคนต่อไป หน้าตาหล่อเหลาเอาการ กล้ามท้องแขนขาแน่นตับน่าฟัดน่าเคี้ยว แถมยังฉลาดเป็นกรดมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามเพศเดียวกันรวมทั้งหมาตัวผู้และตัวเมีย แอลลี่ หลิน ไม่เก็บอาการแม้แต่นิดเดียว แค่ดูก็รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ประตูล็อคเกอร์ของหลิงห่าวจึงถูกไขเข้าไปด้วยกุญแจพิเศษที่ไขได้ทุกประตู

.

"แกร๊ก!"

(เสียงกุญแจเสียบเข้ารูแล้วบิดหมุน)

.

"เฮ้! แอลลี่ไม่เอาน่า! นั่นมันพื้นที่ส่วนตัวของพี่หลิงห่าวเขานะ! เธอกำลังทำในสิ่งที่เสียมารยาท สิ้นเกียรติยศศักดิ์ศรีของเรดี้แผ่นดินใหญ่!"

จางอี้เฟิงทักขึ้นกึ่งประชด

.

"ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันก็แค่จะตรวจเช็คดูเป็นครั้งสุดท้าย ว่าเสื้อผ้ายูนิฟอร์มที่ฉันเตรียมไว้ให้พี่เขายังอยู่ดีรึเปล่า? ฉันกลัวว่ามันจะมีรอยพับ ตอนที่พี่เขาใช้สปีดออกตัววิ่งตะเข็บจะได้ไม่บาดผิวพี่เขาให้เป็นรอย"

ราวกับได้รับหยดน้ำทิพย์ให้ฟื้นคืนสู่รอยยิ้ม ฝ่ามือเรียวลากเข้าไปตบ ๆ ลูบ ๆ จัดชุดแข่ง ถุงเท้า สนับแข้ง ให้เข้าที่ทั้งที่มันก็ดูดีสวยงามอยู่ก่อนแล้ว

.

ใครเห็นก็ต้องหมั่นไส้ และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็คือจางอี้เฟิงที่ถึงกับทนไม่ไหว "แกร๊ก!" เขาเปิดประตูล็อคเกอร์ที่บุบบี้ของตัวเองออกเช่นกัน! จากนั้นก็ล้วงมือสากเข้าไปตะกุย ๆ คุ้ยเขี่ยอยู่แป๊บหนึ่ง ก่อนจะได้ของบางอย่างติดมือออกมา เขาหันไปถามแอลลี่ด้วยคีย์เสียงสุดประชด!

.

"เธอไม่ดมกลิ่นพี่หลิงห่าวเข้าไปด้วยเลยล่ะ ถ้าจะลวนลามเสื้อผ้าเขาขนาดนั้น!?"

.

"ทำได้หรอ? , ฟุดฟิด ๆ ๆ !"

แอลลี่ประชดคืน

.

"เปล่าสักหน่อย! เอ้านี่รับไป! รับไว้ดมเผื่อเธอจะชอบอิ ๆ !"

.

"หมับ!"

.

หลับตาเตะบอลยังได้ประสาอะไรกับของแค่นี้ที่ฝ่ายชายเขวี้ยงมาให้ ในท่านั่งยองแอลลลี่เปิดมือออกดู ก่อนจะพบว่าผ้าผืนจิ๋วที่รับมานั้นแท้จริงแล้วก็คือ "กางเกงในใช้แล้ว" ที่จางอี้เฟิงหมกไว้ในล็อคเกอร์!

.

"อี๋! , อีฟาง! , อีเหี้ย! , อีผู้ชายสกปรก! , อีเลวอีชั่ว! , มือฉันจะเป็นผื่นไหมเนี่ยะ! ขยะแขยงต้องใช้แสง UV ฆ่าเชื้อ! แหวะ! ไปเลยนะไปสนามโน่นเลยไป ถือกระติกน้ำแข็งกับถังใส่เครื่องดื่มเกลือแร่ที่ตั้งอยู่ข้างนอกไปด้วย! นายนี่มันเลวไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อยซะจริ๊งงงง! , อี๋!!!"

.

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ !"

ได้ยินแต่เสียงหัวเราะของฝ่ายชายดังสะท้อนมาไกล ๆ จางอี้เฟิงจัดแจงยกกระติกนำหน้าลงสนามไปตั้งนานแล้ว ใจหนึ่งเขาก็ขำแอลลี่แบบเต็ม ๆ แต่ใจหนึ่งเจ้าตัวก็ต้องยอมรับอยู่เหมือนกันว่าแอลลี่เป็นผู้หญิงที่เขาแอบชอบ เขาจะกล้ายืนตัวงอเก๊กหล่อต่อหน้าเธอที่นั่งยองอยู่แทบเท้าได้ยังไง ในเมื่อท่านั่งในชุดวอร์มแบบนั้นมันคือท่านั่งโม๊คควยของพวกนางเอก AV ชัด ๆ

.

"ไม่ไหว ๆ แค่คิดก็ขาอ่อน ถึงเธอจะไม่เคยคิดอะไรกับฉันแต่ฉันก็จะให้เธอรู้ความลับเรื่องนี้ไม่ได้เหมือนกัน ว่าฉันใช้เธอเป็นแบบในการชักว่าวอยู่แทบทุกคืน"

.

"แกร๊กกก!!!"

"อึก! , อึก! , อึก! , อึก! , อึก! "

.

บิดฝากระดกเครื่องดื่มเกลือแร่ทั้งที่ยังไม่เสียเหงื่อสักหยด รองเท้าสตั๊ดย่ำลงสนามหญ้าด้วยความมั่นใจ และบางทีจางอี้เฟิงอาจจะเข้าใจผิดไปว่าน้ำเหงื่อที่เสียให้กับการเล่นกีฬา กับน้ำกามที่เสียให้สาวในจินตนาการนั้นควรจะชดเชยด้วยเครื่องดื่มคนละชนิด

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 26 : ไหนดูซิ?!

    ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอก

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

    ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่า

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 24 : ถอนทัพ

    จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 23 : กุนซือ

    ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status