Startseite / รักโบราณ / เนตรอัปมงคล / บทที่ 7 : พวกเจ้าสองอาหลานอำมหิตยิ่งนัก

Teilen

บทที่ 7 : พวกเจ้าสองอาหลานอำมหิตยิ่งนัก

last update Veröffentlichungsdatum: 03.11.2026 01:02:20

บทที่ 7 : พวกเจ้าสองอาหลานอำมหิตยิ่งนัก

          เซี่ยฮูหยินอดเอ็นดูท่าทางหนักใจของนาง ๆ ไม่ได้

          “ได้ ๆ เจ้าคงลี้ภัยน้ำท่วมมากับพวกชาวบ้าน ยังไม่ได้รับแจกอาหารเลยใช่ไหม”

          “เจ้าค่ะข้าตัวเล็กเกินไป เลยถูกคนเบียดออกจากแถว”

          ข้าเป็นเด็กตัวเล็กน่าสงสาร

          “แม่นมอู๋ไปเอาอาหารมาให้นางเร็วเข้า ให้นางนั่งกินตรงนี้แหละ”

          “เจ้าค่ะฮูหยิน”

          ภายในกระโจม เว่ยหลิ่งจือนั่งกินหมั่นโถวอย่างฝืดคอ นางแอบแบ่งหมั่นโถวให้เหนียนเหนียนด้วย แต่ก็หาได้รอดพ้นสายตาของเซี่ยฮูหยินไม่ ให้คนนำหมั่นโถวมาเพิ่มให้นางอีกลูก

          “ขอบคุณท่านน้าเจ้าค่ะ”

          เซี่ยฮูหยินเป็นภรรยาเอกของนายอำเภอ บ้านเดิมของนางทำการค้าขายมั่งคั่ง จึงได้นำสินเดิมออกมาแจกจ่ายให้แก่ผู้ลี้ภัย แม่นมอู๋แนะให้เซี่ยฮูหยินส่งเว่ยหลิ่งจือ ไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าประจำอำเภอ แต่เว่ยหลิ่งจือรีบปฏิเสธบอกว่านางกำลังเดินทาง ไปตามหาญาติที่อยู่ในเมืองหลวง

          เซี่ยฮูหยิน “เจ้าตัวแค่นี้จะเดินทางเข้าเมืองหลวงได้อย่างไร ที่นี่อยู่ไกลจากเมืองหลวงเกือบพันลี้เชียวนะ”

          เว่ยหลิ่งจือ “ข้าคิดว่าจะหาเงินให้ได้สักก้อน แล้วค่อยว่าจ้างคนขับรถม้า พาไปส่งที่เมืองหลวงเจ้าค่ะ”

          หลังอุทกภัยครั้งใหญ่ บ้านเรือนในอำเภอฉางเหลือเพียงเศษซาก เว่ยหลิ่งจือคิดว่าการกลับไปยังจวนกั๋วกง น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด จะให้ทำการค้าด้วยวัยเช่นนี้ คงไม่มีคนเชื่อนางอย่างแน่นอน ที่สำคัญเงินทุนนั้นยังไม่มี

แต่...อาชีพที่นางถนัดที่สุดย่อมเป็น ผู้สื่อสารแห่งโลกวิญญาณ

          “เจ้าจะหาเงินได้อย่างไร เจ้ายังเป็นเด็ก” เซี่ยฮูหยินส่ายหน้าขำเด็กน้อย อายุก็เท่า ๆ กับบุตรสาวของตน “เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ระหว่างนี้เจ้าก็อยู่กับข้าที่จวนนายอำเภอก่อน เอาไว้เจ้าหาเงินได้แล้ว ค่อยเดินทางไปเมืองหลวง”

          ท่านหลอกเด็กอยู่หรือไร

          “ท่านจะให้ข้าเป็นเด็กรับใช้รึ ข้าไม่เอาหรอก”

          “เจ้าเด็กนี่ ไม่รู้จักคุณคน” แม่นมอู่พ่นลมหายใจหนัก ๆ ใส่เว่ยหลิ่งจือ

          “แม่นมอู๋อย่าไปว่านางเลย เด็กตัวแค่นี้ลี้ภัยมาเพียงลำพังได้ นางก็เก่งมากแล้ว” เซี่ยฮูหยินเอ่ยแล้วหันไปทางเว่ยหลิ่งจือ “ข้าไม่ได้ให้เจ้าไปเป็นเด็กรับใช้ แต่ให้ไปตั้งหลักที่จวนนายอำเภอก่อน”

          ท่านอาหญิง ‘จือจือนางเอ่ยมามีเหตุผล เจ้าต้องตั้งหลักให้ได้ก่อน ถึงจะเดินทางไปเมืองหลวงได้ ระยะทางเกือบพันลี้นี่เดินทางกันเป็นเดือน ๆ เลยนะ’

          เว่ยหลิ่งจือใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนจะสรุปได้ว่าอยู่จวนนายอำเภอย่อมปลอดภัยกว่าอยู่ที่อื่นจริง ๆ

          “ได้ข้าต้องขอบคุณท่านน้าเป็นอย่างมาก” นางประสานฝ่ามือโน้มตัวลงอย่างน่ารัก

          แม่นมอู๋ “ไม่รู้ความ เรียกท่านน้าอยู่ได้ ต้องเรียกฮูหยินนายอำเภอสิ”

          เซี่ยฮูหยิน “เอาล่ะ ๆ อย่าไปถือสาหาความเด็กเลยแม่นมอู๋ ข้ากลับชอบที่นางเรียกข้าว่าท่านน้าด้วยซ้ำ”

          หลังจากทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการ จึงได้รู้ว่าเซี่ยฮูหยินมีนามว่า เซี่ยลี่อิง บุตรสาวของนางมีนามว่า หลินเสวี่ยหยา บิดาเป็นนายอำเภอนามว่า หลินหลี่จวิน

          หลังแจกโจ๊กหมด เว่ยหลิ่งจือได้ติดตามสองแม่ลูกเข้าไปอยู่ในจวนนายอำเภอ หลินเสวี่ยหยาอยากเล่นกับสหายใหม่ แต่นางมักจะถูกแม่นมอู๋ดึงตัวกลับไปอยู่เรื่อย เว่ยหลิ่งจือย่อมเข้าใจเหตุและผลเป็นอย่างดี

          นายอำเภอหลินเป็นบุรุษวัยยี่สิบปลาย ๆ เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งที่อำเภอช่านได้สองปี ทว่าเป็นขุนนางมือสะอาด ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ชาวบ้านจึงรักและเคารพเขา      ยามนี้เซี่ยฮูหยินสร้างชื่อเสียงให้ผู้เป็นสามี ด้วยการแจกทานแก่ผู้ลี้ภัย ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของนายอำเภอหลิน ถูกกล่าวขานในทางที่ดียิ่งขึ้น

          ‘แม้จะเป็นห้องบ่าวรับใช้ แต่ก็ยังดีกว่าลานวัดอยู่นะ’

          ท่านอาหญิงลอยไปมาในห้องที่มีขนาดเล็ก มีตั่งตั้งอยู่พอให้นอนได้สำหรับหนึ่งคน แต่หลานสาวของนางกลับสามารถนอนเบียดกับเหนียนเหนียนได้พอดิบพอดี

          ‘ท่านอาหญิงข้าง่วงแล้วท่านก็นอนเถอะ’

          ‘ข้าเป็นผีนอนมากไปไม่ดี’

          ‘อ้อ เช่นนั้นข้านอนก่อนก็แล้วกัน’

          ขณะที่เว่ยหลิ่งจือนอนหลับอยู่นั้น ท่านอาหญิงได้ออกไปสำรวจวิญญาณดวงอื่นภายในจวน พบว่ามีวิญญาณติดอยู่ที่นี่สามดวง ถามไถ่กันไปมาถึงได้รู้ว่า เป็นวิญญาณของอนุภรรยาของนายอำเภอคนเก่า พร้อมบ่าวรับใช้สองคนของนาง เพราะทำความผิดร้ายแรงจึงถูกลงโทษถึงแก่ความตาย

          ท่านอาหญิง ‘เหตุใดยังอยู่ที่นี่อีกเล่า’

          ผีอนุภรรยา ‘แล้วเจ้าล่ะเหตุใดถึงได้ตามเด็กคนนั้นมาได้’

          ‘นางเป็นหลานสาวข้า เรื่องมันยาวเล่าเรื่องของพวกเจ้ามาดีกว่า ว่าทำไมถึงไม่ไปผุดไปเกิดเสียที’

          ‘ข้ายังมีเรื่องที่ติดค้างบิดามารดาข้าอยู่ บ้านข้ายากจนนัก หลังจากได้เข้ามาเป็นอนุของท่านนายอำเภอ ข้าก็เก็บออมเงินได้หลายร้อยตำลึง ตั้งใจจะนำไปมอบให้พวกท่าน แต่กลับถูกคนชั่วหลอกใช้ ตายก่อนจะได้นำเงินทองเหล่านั้นไปมอบให้พวกท่าน’ ผีอนุภรรยาเช็ดคราบน้ำตาผีไปด้วย

          ‘ที่ยังอยู่ที่นี่เพราะเงินทองพวกนั้น ยังอยู่ในจวนแห่งนี้ใช่ไหม’

          ‘เจ้าเดาได้ถูกแล้ว จริงสิ หลานสาวของเจ้าพูดคุยกับเจ้าได้ นางมองเห็นวิญญาณได้ด้วยรึ เหตุใดนางมองไม่เห็นพวกข้า’

          ท่านอาหญิงต้องมานั่งอธิบายให้พวกผีในจวนเข้าใจ ว่าหลานสาวของนางสามารถมองเห็นวิญญาณได้จริง แต่ต้องเป็นความต้องการของนางเอง ผีอนุภรรยาจึงอ้อนวอนให้ท่านอาหญิง บอกหลานสาวให้ช่วยเหลือเรื่องของตน

          ‘ข้ารับปากไม่ได้หรอก อย่าเห็นว่านางเป็นเด็ก ความคิดนางเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งเลยล่ะ’

          ‘ข้าไม่ได้ให้เจ้ารับปาก เจ้าแค่ไปถามหลานสาวเจ้าดู’

          ‘เช่นนั้นข้าจะลองดู’

          เช้าวันต่อมา

          ท่านอาหญิงนำเรื่องที่ถูกไว้วานมาบอกต่อหลานสาว เว่ยหลิ่งจือได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น นางหลับตาแล้วลืมขึ้นใหม่ พบผีอนุภรรยากับผีบ่าวรับใช้ กำลังมองมาทางนางด้วยความประหม่า

          ‘เจ้ามองเห็นพวกข้าจริง ๆ ด้วย’

          ผีอนุภรรยารีบขยับเข้ามาใกล้ ๆ ทว่ารู้สึกร้อนรนจนต้องถอยหลังห่างออกไป

          ท่านอาหญิง ‘ข้าเตือนแล้วแท้ ๆ ว่าอย่าเข้าใกล้นาง เจ้านี่ไม่เชื่อฟังกันเลยจริง ๆ’

          เว่ยหลิ่งจือ ‘ข้าไม่ทำงานให้ใครเปล่า ๆ หรอกนะ ต้องมีค่าจ้าง’

          ทุกคน ‘?!’

          ผีอนุภรรยาหันไปมองหน้าท่านอาหญิง

          ท่านอาหญิง ‘มองข้าทำไม ข้าก็เป็นผีเหมือนเจ้า’

          ผีอนุภรรยากลอกตาใส่นางเบา ๆ

          ‘แล้วเจ้าต้องการค่าจ้างเท่าไร’

          เว่ยหลิ่งจือสบสายตากับเหนียนเหนียน ทว่ามันยังนอนหมอบอยู่บนพื้นไร้ซึ่งความคิดใด

          ไร้ประโยชน์จริง ๆ

          นางชูนิ้วขึ้นมาห้านิ้ว

          ผีอนุภรรยา ‘ห้าตำลึง’

          ‘บ้านเจ้าสิห้าตำลึง ห้าสิบตำลึงต่างหาก !’

          ผีอนุภรรยารีบหันไปทางท่านอาหญิง ‘หลานสาวเจ้าหน้าเลือดเกินไปแล้ว’

          ท่านอาหญิง ‘ข้าว่านางเรียกน้อยไปด้วยซ้ำ’

          ‘พวกเจ้าสองอาหลานอำมหิตยิ่งนัก’

          เว่ยหลิ่งจือ ‘ไม่เอาก็แล้วแต่ เหนียนเหนียนพวกเราไปเดินเล่นกันดีกว่า’

          ‘อย่าเพิ่งไป ๆ ข้าเอา ๆ ห้าสิบตำลึงก็ห้าสิบตำลึง ให้เจ้าหักเอาจากกล่องที่ข้าฝังไว้ได้เลย’

          เว่ยหลิ่งจือ เหอะ !

          หลังจากลอบขุดกล่องสมบัติของผีอนุภรรยาออกมาได้ พบว่าภายในกล่องใบนั้น มีตั๋วเงินอยู่สามร้อยตำลึง และก้อนเงินอีกสามสิบตำลึง หากขุดพบช้ากว่านี้เกรงว่าตั๋วเงินคงจะผุกร่อนใช้งานไม่ได้แล้ว

          ท่านอาหญิงมองตั๋วเงินแล้วเกิดหนักใจขึ้นมา

          ‘จือจือเจ้าเป็นเด็กเอาตั๋วเงินไปแลกที่ร้านไม่ได้แน่ เถ้าแก่คงสงสัย ว่าเหตุใดผู้ใหญ่ในเรือนไม่มาด้วย’

          ผีอนุภรรยา ‘ใต้กล่องยังมีกำไลทองอยู่อีกวง มีราคาราว ๆ ยี่สิบตำลึงเห็นจะได้’

          เว่ยหลิ่งจืองัดแผ่นไม้รองด้านล่างกล่องออก พบว่ามีกำไลทองอยู่หนึ่งวงจริง ๆ อีกทั้งยังมีเครื่องประดับอื่นอยู่ด้วยเล็กน้อย

          ท่านอาหญิง ‘ทีนี้เจ้าจะออกจากจวนนายอำเภออย่างไรไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย’

          ‘นายหญิงบ่าวแอบได้ยินมาว่า คุณหนูน้อยของจวนกำลังจะเดินทางไปซื้อขนมที่ตลาดเจ้าค่ะ’

          ผีบ่าวรับใช้รีบรายงาน

          เว่ยหลิ่งจือ ‘เจ้าหมายความว่าจะให้ข้า ออกไปพร้อมนางอย่างนั้นรึ’

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 25 : เจ้าโดดเด่นกว่านี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวจะเป็นการเรียกภัยมาหาตัว

    บทที่ 25 : เจ้าโดดเด่นกว่านี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวจะเป็นการเรียกภัยมาหาตัว เว่ยหลิ่งจือดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว ‘ช่วงนี้ท่านอาหญิงมีพลังวิญญาณเข้มข้น แค่ดับไฟกับหลอกคนไม่ใช่ปัญหาสำหรับนาง พวกเรานอนต่อเถอะ’ แต่แล้วนางก็ดึงผ้าห่มออก ‘ไม่ได้ ข้าต้องเชือดไก่ให้ลิงดู !’ นางวิ่งไปปลุกเหอจิ้นหยางให้ไปแจ้งทางการ คืนนี้จึงจับตัวคนร้ายให้ได้ มีคนอยากทำลายร้านมี่เค่ออีกหลายคน ถูกตัดสินโทษสั่งโบยหรือไม่ก็จำคุกพร้อมเนรเทศ ต่อไปใครจะกล้าหาเรื่องร้านมี่เค่ออีก สองเดือนต่อมา วันสอบระดับมณฑลได้มาถึง เว่ยหลิ่งจือไปส่งเหอจิ้นหยางที่สนามสอบ พร้อมอวยพรให้เขาสอบได้อย่างที่ใจปรารถนา เหอจิ้นหยางรู้ดีอยู่แก่ใจ หากไม่มีนาง เขาคงไม่สามารถอ่านตำราได้อย่างสงบใจ กระทั่งเงินที่หามาไ

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 24 : ดวงชะตาพลิกกลับคืนสู่เจ้าของเดิม

    บทที่ 24 : ดวงชะตาพลิกกลับคืนสู่เจ้าของเดิม “เมิ่งเอ๋อร์ใจเย็น ๆ ก่อน” ฮูหยินผู้เฒ่าหยางจับมือหลานสาวเอาไว้ “สะใภ้ใหญ่เจ้าก็หยุดก่อน อย่าเพิ่งเอะอะโวยวายไป แม้ว่าหยกคางคกสามขา จะเป็นของที่สะใภ้รองนำมามอบให้ แต่ว่ามันก็เป็นของมงคลเอาไว้เรียกทรัพย์” “เรียกทรัพย์อะไรกัน มีแต่จะทำให้สูญทรัพย์เสียมากกว่า เรื่องนี้พวกข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ ท่านแม่ต้องให้ความเป็นธรรมแก่พวกข้าด้วย” สะใภ้สามเรียกร้องอีกคน “ใช่ ๆ” สะใภ้สี่ผสมโรงด้วย เหอจิ้นหยางสะกิดเว่ยหลิ่งจือ “ทางเจ้าได้เรื่องไหม” เว่ยหลิ่งจือยกมือขึ้นเป็นสัญลักษณ์ว่าเรียบร้อ

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 23 : ควันดำหายไปตั้งแต่เจ้าไปจับมันแล้วล่ะ

    บทที่ 23 : ควันดำหายไปตั้งแต่เจ้าไปจับมันแล้วล่ะ “เมิ่งเอ๋อร์ย่ารู้ว่าเจ้าหวังดี แต่ว่าเรื่องเกิดแก่เจ็บตายเราไปห้ามมันไม่ได้” นางเอ่ยแล้วเหลือบตามองเว่ยหลิ่งจืออีกครั้ง เดี๋ยวนี้แม้แต่เด็กก็ออกมาเป็นนักต้มตุ๋นกันแล้ว “ท่านย่าเมิ่งเอ๋อร์เข้าใจเรื่องนี้ดี แต่ให้คุณหนูเว่ยลองดูก่อนดีหรือไม่ หากว่ามีของสกปรกทำให้จวนของเรามีเหตุร้ายจริง จะได้แก้ไขได้ทันนะเจ้าคะ” หยางหมัวมัวก้มลงไปกระซิบที่ใบหูของนายหญิงผู้เฒ่า “คุณหนูมีความตั้งใจที่ดี นายหญิงก็อย่าไปห้ามนางเลยเจ้าค่ะ อีกอย่างอยู่ในสายตาของพวกเราอยู่แล้ว” นายหญิงผู้เฒ่าพยักหน้าลง เข้าใจความปรารถนาดีของคนสนิท ไม่อยากให้หักหาญน้ำใจของหลานสาวนี่เอง

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 22 : คนพาด้วยข้าไม่ว่า แต่เหตุใดต้องพาสุนัขไปด้วย

    บทที่ 22 : คนพาด้วยข้าไม่ว่า แต่เหตุใดต้องพาสุนัขไปด้วย บนโต๊ะมีกาน้ำชาวางอยู่แล้ว เหอจิ้นหยางรีบรินน้ำชาต้อนรับแขก ก่อนเอ่ยแนะนำตัวเอง “ข้าคือผู้ดูแลเหอ ให้เรียกคุณหนูว่าอะไรดีขอรับ” “คุณหนูของข้าเป็นบุตรสาวคนเล็กของตระกูลหยาง” ไป๋หลานรีบเอ่ยแทนเจ้านาย “เช่นนั้นข้าขอเรียกท่านว่าคุณหนูหยางนะขอรับ” หยางซูเมิ่ง “เช่นนั้นก็ได้ ว่าแต่ผู้ดูแลเหอที่ว่าสื่อสารกับวิญญาณได้นั้น เป็นเรื่องจริงรึ” เหอจิ้นหยางหันไปทางเว่ยหลิ่งจือ เห็นนางพยักหน้าลงเบา ๆ “เป็นเรื่องจริงขอรับ”&nb

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 21 : ข้ายังต้องให้สุนัขมาคุ้มครองอีกรึ

    บทที่ 21 : ข้ายังต้องให้สุนัขมาคุ้มครองอีกรึ แต่การทำงานของเว่ยหลิ่งจือนั้น ไม่สามารถใช้เรือนเช่าทำได้ พวกเขาต้องปกปิดตัวตน ยิ่งบัณฑิตอย่างเหอจิ้นหยาง จะข้องแวะกับภูตผีไม่ได้ เว่ยหลิ่งจือเลือกเช่าเรือนในตรอกแห่งหนึ่ง เพื่อใช้ติดต่อเรื่องงาน นางให้เหอจิ้นหยางสวมหน้ากากดำครึ่งหน้า เข้าไปติดต่อขอเช่าสถานที่ ซึ่งตั้งอยู่ในตรอกหลันฮวา เป็นแหล่งรวมร้านค้าจำพวกของเก่า หรือนักสะสมของโบราณนั่นเอง “ทำไมต้องเลือกเรือนเช่าที่อยู่สุดตรอกเช่นนี้ด้วย ลูกค้าจะหาเจอได้ง่ายอย่างไร” เหอจิ้นหยางอดบ่นไม่ได้ ตอนเห็นร้านค้าเช่าครั้งแรก “พี่ชายเหออาชีพอย่างข้าต้องทำตัวลึกลับสักหน่อย อยู่ห่างไกลผู้คนเช่นนี้เหมาะสมดีแล้ว” เหอจิ้นหยางคิดตามแล้วเถียงไม่ออก เพราะจริงอย่างท

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 20 : ใช่สิ ข้ามันนักต้มตุ๋น !

    บทที่ 20 : ใช่สิ ข้ามันนักต้มตุ๋น ! “มันมืดเจ้าจำผิดแล้วกระมัง” เว่ยหลิ่งจือไม่คิดว่าบาดแผลจะดีขึ้นเร็วเกินไป จนเป็นที่น่าสงสัยของสองพี่น้อง เหอจิ้นหยางไม่ได้แปลกใจ เขาไม่ได้เห็นบาดแผลใกล้ ๆ เหมือนคนอื่น เสิ่นซืออี้ “ข้าจำได้ว่าถูกฟันเข้าที่แขน บาดแผลค่อนข้างลึก แต่นี่มัน...” เว่ยหลิ่งจือ “สงสัยยาข้าจะดี” พวกเจ้าเลิกสงสัยสักทีเถอะ ข้าไม่รู้จะหาข้ออ้างไหนมาบอกแล้ว “ใช่ ๆ โรงหมอที่นางซื้อยามา มีท่านหมอเทวดาอยู่ด้วย” เหอจิ้นหยางกล่าวเกินจริงไปแล้ว เพราะมีหมอไม่มากนัก ชาวบ้านจึงยกยอท่านว่าเป็นหมอเทวดาเท่านั้นเอง แต่คำพูดของเขา สามารถทำให้สองพี่น้องเลิกซักถามได้&n

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status