Startseite / รักโบราณ / เนตรอัปมงคล / บทที่ 8 : เพิ่งรู้ว่าท่านอาหญิงของเจ้าบ้าผู้ชาย

Teilen

บทที่ 8 : เพิ่งรู้ว่าท่านอาหญิงของเจ้าบ้าผู้ชาย

last update Veröffentlichungsdatum: 03.11.2026 01:03:38

บทที่ 8 : เพิ่งรู้ว่าท่านอาหญิงของเจ้าบ้าผู้ชาย

          ผีอนุภรรยา ‘เสี่ยวชิงเอ่ยมามีเหตุผล พวกเจ้าเป็นเด็กอายุไล่เลี่ยกัน พากันออกไปเที่ยวย่อมเข้าใจได้ พอออกไปแล้วก็หาเหตุผลขอแยกตัวกับนาง เช่ารถม้าออกไปที่หมู่บ้านที่บิดามารดาของข้าอยู่ ไม่ไกลหรอกนั่งรถม้าราวหนึ่งชั่วยามก็ถึงแล้ว’

          เว่ยหลิ่งจือ ‘คงมีแค่ทางนี้จริง ๆ’

          เมื่อนางเอ่ยปากขออนุญาตไปตลาดกับหลินเสวี่ยหยา เซี่ยฮูหยินไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด กำชับให้แม่นมอู๋ดูแลพวกนางให้ดี พอไปถึงตลาดเว่ยหลิ่งจือก็แสร้งทำเป็นพลัดหลงกับพวกนาง เพื่อเดินทางไปยังหมู่บ้านที่อยู่นอกกำแพงอำเภอ เพื่อทำงานที่ได้รับว่าจ้างให้สำเร็จ

          สองสามีภรรยาถึงกับน้ำตานองหน้า หลังได้ยินว่านี่เป็นสมบัติของบุตรสาวที่ทิ้งไว้ให้ เว่ยหลิ่งจือทำหน้าที่เป็นผู้สื่อสารแห่งโลกวิญญาณ ถ่ายทอดทุกคำพูดของผีให้คนได้รับรู้

          “คุณหนูเว่ย ขอบคุณท่านมาก พวกเราสองตายายแทบจะกินดินกินหญ้ากันอยู่แล้ว ชีวิตช่างขัดสนยิ่งนัก เงินทองเหล่านี้ เหมือนมาต่อลมหายใจที่เหลืออยู่ของพวกข้า”

          บิดาของผีอนุภรรยาถึงกับเอ่ยเสียงสั่นเครือ

          “ไม่เป็นไร นี่คือเงินของบุตรสาวของพวกท่าน นางว่าจ้างให้ข้าทำงานให้ และเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วย การนำของออกมาจากจวนนายอำเภอ ย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์”

          “ได้ ๆ รับรองว่าข้ากับยายเฒ่าจะไม่ปริปากเรื่องนี้ออกไปแน่ คุณหนูเว่ยอย่าได้เป็นกังวลไป”

          เว่ยหลิ่งจือหันไปทางวิญญาณสามดวง ที่นางพาออกมาจากจวนนายอำเภอ

          ‘ส่วนพวกเจ้าเมื่อบรรลุความปรารถนาแล้ว ก็จงไปผุดไปเกิดเสียเถิด’ นางมองเห็นยมทูตสองตน ยืนรอเก็บดวงวิญญาณอยู่ห่าง ๆ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้นาง

          ‘คุณหนูเว่ยขอบคุณเจ้ามาก’

          ผีอนุภรรยาโค้งศีรษะให้นางเล็กน้อย จากนั้นก็พาสาวใช้เดินไปหายมทูตทั้งสอง

          ท่านอาหญิงยังไม่อยากถูกยมทูตจับตัวไป รีบขยับเข้าไปซ่อนอยู่ด้านหลังของหลานสาว

          ‘ท่านอาหญิงพวกเขาไม่กล้าเข้าใกล้ข้าหรอก’

          ตอนอยู่ยุคปัจจุบัน นางก็เคยเห็นยมทูตเช่นนี้ ตอนนั้นยังไม่เข้าใจ เหตุใดพวกเขาถึงไม่กล้าเข้าใกล้นาง พอคิดว่าตัวเองมีสายเลือดของจอมมารอัคคี ที่เป็นน้องชายของท่านพญายม คงมีกลิ่นอายบางอย่าง ที่ทำให้พวกยมทูตไม่กล้ายุ่งเกี่ยวด้วย

          เมื่อมีเงินการว่าจ้างรถม้าจึงไม่ใช่เรื่องยาก คนขับรถม้าเห็นนางเป็นเด็ก ตอนแรกก็ไม่กล้ารับว่าจ้าง แต่พอเห็นเงินที่นางนำมาให้ ไหนเลยจะกล้ารังเกียจอีกต่อไป ทั้งยังรอรับนางกับลูกสุนัขกลับไปยังอำเภอช่านอีกด้วย

          จวนนายอำเภอ

          เว่ยหลิ่งจือถูกเซี่ยฮูหยินตำหนิ ที่นางหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้บุตรสาวของนางตกใจกลัว ร้องไห้ว่าทำสหายหายที่ตลาด เดือดร้อนนายอำเภอต้องส่งเจ้าหน้าที่ ออกตามหากันให้วุ่นวายไปหมด

          “ท่านน้าท่านลุงนายอำเภอ ข้าผิดไปแล้ว แค่วิ่งตามแมวตัวหนึ่งไป ไม่คิดว่าจะพลัดหลงเข้าไปในป่าหลังเรือนผู้อื่นเข้า  อีกทั้งยังเผลอหลับอยู่ตรงนั้น รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว” นางคุกเข่าลงอย่างรู้ตัวว่าผิด

          นายอำเภอหลินถอนหายใจออกมาเบา ๆ หันไปทางภรรยา “น้องหญิงจือจือรู้สำนึกแล้ว เจ้าก็อย่าได้โกรธนางอีกเลย”

          เซี่ยฮูหยินยังสงสารบุตรสาวอยู่ “หรือข้าจะคิดผิดที่เอานางมาอยู่ในจวน”

          นี่แสดงว่าโกรธข้าจริง ๆ สินะ

          เว่ยหลิ่งจือ “ท่านน้าข้ารั้งอยู่ที่จวนของท่านไม่นานเจ้าค่ะ ข้าตั้งใจว่าจะออกไปหางานทำด้วยตัวเอง”

          นายอำเภอหลิน “หางานทำ ! ตัวเจ้าเท่านี้จะหางานอะไรทำได้”

          ‘จือจือห้ามบอกพวกเขานะ !’  ท่านอาหญิงรีบห้าม ‘หากมีคนรู้ว่าเจ้าสื่อสารกับวิญญาณได้ อาจหมายตาให้เจ้าไปไขคดีในศาล หรือไม่ให้เจ้าไปคุยกับศพที่เพิ่งตาย ยามนั้นงานเจ้าคงล้นมือ ไปไหนมาไหนคงไม่ง่ายเหมือนเช่นตอนนี้’

          เว่ยหลิ่งจือพยักหน้า ‘ท่านอาหญิงเอ่ยมามีเหตุผล’

          เหนียนเหนียน ‘ข้าเห็นด้วยกับนาง’

          เซี่ยฮูหยิน “เหตุใดไม่ตอบท่านพี่ของข้าเล่า”

          “ท่านน้าข้าอายุหกปีแล้ว สามารถ เอ่อ ล้างจาน เก็บจาน แล้วก็แบกฟืนได้”

          แม้พวกเขาจะเป็นคนดี แต่ก็ไม่มีอิสระเท่าที่ควร เกิดเรื่องวันนี้ขึ้น พวกเขาคงไม่ปล่อยให้เด็กอย่างนาง ออกไปไหนมาไหนได้ตามใจอีก

          นายอำเภอหลินไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก ทำเพียงดึงตัวฮูหยินเข้าเรือนหลักไป ย่อมต้องหารือเรื่องส่งเว่ยหลิ่งจือ ไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

          ‘เจ้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วรึ’ เหนียนเหนียนถามขณะกัดกินข้าวโพดบนพื้น

          เว่ยหลิ่งจือ ‘ที่นี่ปลอดภัยก็จริง แต่ข้าทำงานไม่ได้ แล้วข้าจะร่ำรวยได้อย่างไร’

          ท่านอาหญิงชะงักหลังได้ยิน ‘เจ้าคิดเรื่องร่ำรวยอยู่รึ’

          ‘ท่านอาหญิงอย่าได้ดูหมิ่นความสามารถของข้า ยามอยู่โลกเก่าข้าสร้างรายได้ต่อเดือนมหาศาลเลยนะ ที่นี่ข้าก็ต้องทำได้เหมือนกัน’

          เว่ยหลิ่งจือนำเงินสี่สิบเก้าตำลึง กับเหรียญอีแปะที่เหลือออกมานับดู จ่ายค่าจ้างรถม้าไปก็ยังเหลืออยู่มากโข พอให้นางไปหาเช่าเรือนสักหลังอยู่ได้

          ท่านอาหญิง ‘ข้าเชื่อเจ้า เจ้าอยากทำอะไรก็ทำไป ข้าไม่ทิ้งเจ้าแน่’

          ‘ท่านอาหญิงวางใจได้ ตอนแรกข้าไม่มีเงินติดตัว เลยจำใจมาอยู่ที่จวนนายอำเภอ ตอนนี้มีเงินค่าจ้างพวกนี้แล้ว ข้าต้องหาเช่าเรือนสักหลังอยู่ เมื่อข้ารับงานก็จะมีเงินทอง ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ยามนั้นจะเดินทางไปไหนมาไหนก็ไร้กังวล’

          ท่านอาหญิงกึ่งยิ้มไม่ยิ้ม เพราะไม่รู้ว่าการหาเงินของหลานสาว จะประสบผลสำเร็จหรือไม่

          วันรุ่งขึ้นเซี่ยฮูหยินให้คนมาบอกเว่ยหลิ่งจือ เรื่องส่งนางไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าประจำอำเภอ แต่เซี่ยหลิ่งจือปฏิเสธบอกว่านางมีที่ไปแล้ว ไม่อยากรบกวนจวนนายอำเภออีกต่อไป

          เซี่ยฮูหยิน “เจ้าแน่ใจนะว่ามีที่อยู่แล้ว”

          “แน่ใจเจ้าค่ะ ท่านน้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า หากข้าหาที่อยู่ไม่ได้ ข้าจะไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเอง”

          “เช่นนั้นก็เอาใบส่งมอบตัวไปด้วย ถือสิ่งนี้ไปมอบให้คนดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พวกเขาจะรับเจ้าเข้าไปอยู่เอง”

          เว่ยหลิ่งจือรับใบส่งมอบตัวแล้วประสานฝ่ามือน้อมตัวคารวะ

          หลินเสวี่ยหยางอแงเล็กน้อย แต่เพราะยังเด็กและไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก นางจึงไม่ได้รั้งเว่ยหลิ่งจือให้อยู่ต่อ ทำเพียงยอมเชื่อฟังคำสั่งของบิดามารดา แม่นมอู๋แอบด่าทอเว่ยหลิ่งจือ ว่าช่างโง่งมนัก อยู่ในจวนนายอำเภอดี ๆ ไม่ชอบ กลับอยากออกไปขอทานอยู่ข้างนอก

          เหนียนเหนียน ‘คืนนี้เจ้าจะไปนอนที่ไหน’

          เว่ยหลิ่งจือไม่ตอบ นางพาเหนียนเหนียนไปที่ใจกลางอำเภอ เห็นบัณฑิตหนุ่มคนหนึ่งกำลังรับจ้างเขียนจดหมายอยู่ จึงได้เดินเข้าไปหาเขา

          “น้องสาวเจ้ามีสิ่งใดอยากให้ข้าช่วยเขียนหรือ” บัณฑิตยากจนหน้าตาหล่อเหลา ดูแล้วจิตใจดีงามอยู่ไม่น้อย

          “พี่ชายข้าอยากให้ท่านเขียนตัวอักษรบนธงผืนหนึ่ง”

          “เขียนตัวอักษรบนธง”

          “ใช่”

          “เจ้ามีธงรึ”

          “ไม่มี”

          บัณฑิตยากจน “...?”

          เว่นหลิ่งจือ “แต่ข้ามีเงินจ้างท่านเขียนพร้อมกับค่าธงด้วย”

          “ได้ ๆ เจ้าเห็นร้านตรงนั้นไหม ที่นั่นขายพวกผ้ามีธงขายด้วย”

          “เช่นนั้นเดี๋ยวข้ากลับมา” เว่ยหลิ่งจือวิ่งตรงไปยังร้านขายของที่ว่า ไม่ช้านางก็ได้ธงเสียบไม้ผืนน้อย ๆ มาหนึ่งผืน

          ท่านอาหญิงไม่ได้ตามหลานสาวไป แต่นั่งจ้องบัณฑิตรูปงามตาแทบไม่กะพริบ

          เหนียนเหนียน ‘เพิ่งรู้ว่าท่านอาหญิงของเจ้าบ้าผู้ชาย’

          เว่ยหลิ่งจือ ‘อะแฮ่ม’

          ท่านอาหญิง ‘ข้าได้ยินนะ เจ้ามันปากสุนัขจริง ๆ’ นางค้อนใส่เหนียนเหนียนไปหนึ่งที

          บัณฑิตยากจนรู้ตัวอักษรที่ต้องเขียนลงบนผืนธง ก็เกิดตกใจขึ้นมา

          “เจ้าแน่ใจนะว่าจะเขียนคำนี้ เจ้าเป็นพวกนักต้มตุ๋นใช่ไหม”

          “เหลวไหล ! ข้าดูเหมือนนักต้มตุ๋นหรือไง”

          บัณฑิตยากจนมองเด็กน้อยกับลูกสุนัขหนึ่งตัว

          ก็ไม่ค่อยเหมือน

          “ค่าจ้างสิบอีแปะ”

          “ได้เอาไป”

          เมื่อรับเงินมาแล้วก็ต้องทำงานให้ผู้ว่าจ้าง ตัวอักษรที่เขาต้องเขียนลงบนผืนธงนั้นคือคำว่า ผู้สื่อสารแห่งโลกวิญญาณ

          “ถ้อยคำประหลาดแท้เชียว”

          “พูดมากน่า ข้าต้องทำมาหากิน ตรงนี้ต้องเสียค่าเช่าไหม” เว่ยหลิ่งจือชี้นิ้วไปด้านข้างแผงของบัณฑิตยากจน

          “ไม่ต้อง ๆ ที่นี่เจ้าของใจดีไม่คิดค่าเช่า ว่าแต่เจ้าจะทำอะไร”

          “ทำงานสิ” นางปูสื่อที่ซื้อมาลงบนพื้น ปักธงลงบนรอยแยกของก้อนหิน

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 25 : เจ้าโดดเด่นกว่านี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวจะเป็นการเรียกภัยมาหาตัว

    บทที่ 25 : เจ้าโดดเด่นกว่านี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวจะเป็นการเรียกภัยมาหาตัว เว่ยหลิ่งจือดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว ‘ช่วงนี้ท่านอาหญิงมีพลังวิญญาณเข้มข้น แค่ดับไฟกับหลอกคนไม่ใช่ปัญหาสำหรับนาง พวกเรานอนต่อเถอะ’ แต่แล้วนางก็ดึงผ้าห่มออก ‘ไม่ได้ ข้าต้องเชือดไก่ให้ลิงดู !’ นางวิ่งไปปลุกเหอจิ้นหยางให้ไปแจ้งทางการ คืนนี้จึงจับตัวคนร้ายให้ได้ มีคนอยากทำลายร้านมี่เค่ออีกหลายคน ถูกตัดสินโทษสั่งโบยหรือไม่ก็จำคุกพร้อมเนรเทศ ต่อไปใครจะกล้าหาเรื่องร้านมี่เค่ออีก สองเดือนต่อมา วันสอบระดับมณฑลได้มาถึง เว่ยหลิ่งจือไปส่งเหอจิ้นหยางที่สนามสอบ พร้อมอวยพรให้เขาสอบได้อย่างที่ใจปรารถนา เหอจิ้นหยางรู้ดีอยู่แก่ใจ หากไม่มีนาง เขาคงไม่สามารถอ่านตำราได้อย่างสงบใจ กระทั่งเงินที่หามาไ

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 24 : ดวงชะตาพลิกกลับคืนสู่เจ้าของเดิม

    บทที่ 24 : ดวงชะตาพลิกกลับคืนสู่เจ้าของเดิม “เมิ่งเอ๋อร์ใจเย็น ๆ ก่อน” ฮูหยินผู้เฒ่าหยางจับมือหลานสาวเอาไว้ “สะใภ้ใหญ่เจ้าก็หยุดก่อน อย่าเพิ่งเอะอะโวยวายไป แม้ว่าหยกคางคกสามขา จะเป็นของที่สะใภ้รองนำมามอบให้ แต่ว่ามันก็เป็นของมงคลเอาไว้เรียกทรัพย์” “เรียกทรัพย์อะไรกัน มีแต่จะทำให้สูญทรัพย์เสียมากกว่า เรื่องนี้พวกข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ ท่านแม่ต้องให้ความเป็นธรรมแก่พวกข้าด้วย” สะใภ้สามเรียกร้องอีกคน “ใช่ ๆ” สะใภ้สี่ผสมโรงด้วย เหอจิ้นหยางสะกิดเว่ยหลิ่งจือ “ทางเจ้าได้เรื่องไหม” เว่ยหลิ่งจือยกมือขึ้นเป็นสัญลักษณ์ว่าเรียบร้อ

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 23 : ควันดำหายไปตั้งแต่เจ้าไปจับมันแล้วล่ะ

    บทที่ 23 : ควันดำหายไปตั้งแต่เจ้าไปจับมันแล้วล่ะ “เมิ่งเอ๋อร์ย่ารู้ว่าเจ้าหวังดี แต่ว่าเรื่องเกิดแก่เจ็บตายเราไปห้ามมันไม่ได้” นางเอ่ยแล้วเหลือบตามองเว่ยหลิ่งจืออีกครั้ง เดี๋ยวนี้แม้แต่เด็กก็ออกมาเป็นนักต้มตุ๋นกันแล้ว “ท่านย่าเมิ่งเอ๋อร์เข้าใจเรื่องนี้ดี แต่ให้คุณหนูเว่ยลองดูก่อนดีหรือไม่ หากว่ามีของสกปรกทำให้จวนของเรามีเหตุร้ายจริง จะได้แก้ไขได้ทันนะเจ้าคะ” หยางหมัวมัวก้มลงไปกระซิบที่ใบหูของนายหญิงผู้เฒ่า “คุณหนูมีความตั้งใจที่ดี นายหญิงก็อย่าไปห้ามนางเลยเจ้าค่ะ อีกอย่างอยู่ในสายตาของพวกเราอยู่แล้ว” นายหญิงผู้เฒ่าพยักหน้าลง เข้าใจความปรารถนาดีของคนสนิท ไม่อยากให้หักหาญน้ำใจของหลานสาวนี่เอง

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 22 : คนพาด้วยข้าไม่ว่า แต่เหตุใดต้องพาสุนัขไปด้วย

    บทที่ 22 : คนพาด้วยข้าไม่ว่า แต่เหตุใดต้องพาสุนัขไปด้วย บนโต๊ะมีกาน้ำชาวางอยู่แล้ว เหอจิ้นหยางรีบรินน้ำชาต้อนรับแขก ก่อนเอ่ยแนะนำตัวเอง “ข้าคือผู้ดูแลเหอ ให้เรียกคุณหนูว่าอะไรดีขอรับ” “คุณหนูของข้าเป็นบุตรสาวคนเล็กของตระกูลหยาง” ไป๋หลานรีบเอ่ยแทนเจ้านาย “เช่นนั้นข้าขอเรียกท่านว่าคุณหนูหยางนะขอรับ” หยางซูเมิ่ง “เช่นนั้นก็ได้ ว่าแต่ผู้ดูแลเหอที่ว่าสื่อสารกับวิญญาณได้นั้น เป็นเรื่องจริงรึ” เหอจิ้นหยางหันไปทางเว่ยหลิ่งจือ เห็นนางพยักหน้าลงเบา ๆ “เป็นเรื่องจริงขอรับ”&nb

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 21 : ข้ายังต้องให้สุนัขมาคุ้มครองอีกรึ

    บทที่ 21 : ข้ายังต้องให้สุนัขมาคุ้มครองอีกรึ แต่การทำงานของเว่ยหลิ่งจือนั้น ไม่สามารถใช้เรือนเช่าทำได้ พวกเขาต้องปกปิดตัวตน ยิ่งบัณฑิตอย่างเหอจิ้นหยาง จะข้องแวะกับภูตผีไม่ได้ เว่ยหลิ่งจือเลือกเช่าเรือนในตรอกแห่งหนึ่ง เพื่อใช้ติดต่อเรื่องงาน นางให้เหอจิ้นหยางสวมหน้ากากดำครึ่งหน้า เข้าไปติดต่อขอเช่าสถานที่ ซึ่งตั้งอยู่ในตรอกหลันฮวา เป็นแหล่งรวมร้านค้าจำพวกของเก่า หรือนักสะสมของโบราณนั่นเอง “ทำไมต้องเลือกเรือนเช่าที่อยู่สุดตรอกเช่นนี้ด้วย ลูกค้าจะหาเจอได้ง่ายอย่างไร” เหอจิ้นหยางอดบ่นไม่ได้ ตอนเห็นร้านค้าเช่าครั้งแรก “พี่ชายเหออาชีพอย่างข้าต้องทำตัวลึกลับสักหน่อย อยู่ห่างไกลผู้คนเช่นนี้เหมาะสมดีแล้ว” เหอจิ้นหยางคิดตามแล้วเถียงไม่ออก เพราะจริงอย่างท

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 20 : ใช่สิ ข้ามันนักต้มตุ๋น !

    บทที่ 20 : ใช่สิ ข้ามันนักต้มตุ๋น ! “มันมืดเจ้าจำผิดแล้วกระมัง” เว่ยหลิ่งจือไม่คิดว่าบาดแผลจะดีขึ้นเร็วเกินไป จนเป็นที่น่าสงสัยของสองพี่น้อง เหอจิ้นหยางไม่ได้แปลกใจ เขาไม่ได้เห็นบาดแผลใกล้ ๆ เหมือนคนอื่น เสิ่นซืออี้ “ข้าจำได้ว่าถูกฟันเข้าที่แขน บาดแผลค่อนข้างลึก แต่นี่มัน...” เว่ยหลิ่งจือ “สงสัยยาข้าจะดี” พวกเจ้าเลิกสงสัยสักทีเถอะ ข้าไม่รู้จะหาข้ออ้างไหนมาบอกแล้ว “ใช่ ๆ โรงหมอที่นางซื้อยามา มีท่านหมอเทวดาอยู่ด้วย” เหอจิ้นหยางกล่าวเกินจริงไปแล้ว เพราะมีหมอไม่มากนัก ชาวบ้านจึงยกยอท่านว่าเป็นหมอเทวดาเท่านั้นเอง แต่คำพูดของเขา สามารถทำให้สองพี่น้องเลิกซักถามได้&n

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status