Startseite / รักโบราณ / เนตรอัปมงคล / บทที่ 5 : จำไว้เจ้าคือเว่ยหลิ่งจือเจ้าของเรือนหลังนี้

Teilen

บทที่ 5 : จำไว้เจ้าคือเว่ยหลิ่งจือเจ้าของเรือนหลังนี้

last update Veröffentlichungsdatum: 02.11.2026 16:17:56

บทที่ 5 : จำไว้เจ้าคือเว่ยหลิ่งจือเจ้าของเรือนหลังนี้

          เรือนของจ้าวเหลียน

          สองแม่ลูกยืนถือไม้กวาดเตรียมขับไล่เว่ยหลิ่งจือ ปากก็ด่าทอนางไม่หยุดหย่อน

          จ้าวเหลียน “เจ้ามันเด็กปากอัปมงคล บ้านเมืองแห้งแล้งมานานหลายปี เพิ่งจะมีฝนตกลงมาแค่ไม่กี่วัน กลับมาแช่งให้เกิดน้ำท่วม ถุย ! น้ำท่วมมารดาเจ้าสิ ออกไปให้พ้น !”

          จ้าวผิง “เว่ยหลิ่งจือเจ้ามันนิสัยไม่ดี ขี้โกหก ออกไปจากเรือนของข้าเดี๋ยวนี้ !”

          นังเด็กนี่ !

          “แง่ง !”

          “ท่านแม่นางปล่อยหมามากัดข้า !”

          “เหนียนเหนียนกลับมา อย่าให้ปากเจ้าสกปรก !”

          “ท่านแม่นางด่าข้า !” จ้าวผิงกระทืบเท้าเร่า ๆ

          ขณะที่สองนายบ่าววิ่งตัวปลิวออกจากเรือนของสองแม่ลูกไป ท่านอาหญิงเลิกสงวนท่าที เปิดปากหัวเราะเสียงเย็นยะเยือก มองดูหลานสาวกับสัตว์เลี้ยง ต่อกรกับสองแม่ลูกอย่างชอบใจ

          ‘ท่านอาหญิงหัวเราะพอหรือยัง’

          ‘ได้ ๆ ข้าพอแล้ว ข้าก็เตือนแล้วอย่างไร สองแม่ลูกคู่นี้ไม่ชอบเจ้าอยู่ก่อนหน้าแล้ว พูดไปพวกนางก็ไม่เชื่ออยู่ดี’

          เว่ยหลิ่งจือเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างสิ้นหวัง ‘เช่นนั้นข้าจะไปบอกท่านลุงผู้ใหญ่บ้าน หากแม้ผู้นำหมู่บ้านยังเพิกเฉย ก็ถือว่าเป็นเวรกรรมของพวกเขาก็แล้วกัน’

          ฝนเพิ่งซาไปได้ราวสองเค่อ เมฆดำก้อนใหญ่เกาะกลุ่มรวมตัวกันอีกครั้ง หลังผู้ใหญ่บ้านได้ยินเรื่องน้ำป่าไหลหลาก และกำลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ก เกิดสองจิตสองใจขึ้นมา

          หูฉาง “นังหนูจือจือเจ้าไปรู้เรื่องนี้มาจากไหนกัน”

          จะบอกได้อย่างไรว่าผีเร่ร่อนบอกมา

          เว่ยหลิ่งจือหันไปทางสัตว์เลี้ยงของตน พร้อมชี้นิ้วไปที่มัน

          “เหนียนเหนียนมันมีสัมผัสพิเศษ ยามเกิดน้ำท่วมมันจะรู้ล่วงหน้า”

          เหนียนเหนียน ‘ข้ามีความสามารถนั้นรึ ?’

          หลูซิน “ฟังนังหนูนี่แล้วข้าเวียนหัวจริง ๆ”

          หูฉาง “นังหนูจือจือเรื่องเช่นนี้เอามาล้อเล่นกันไม่ได้”

          เว่ยหลิ่งจือ “ท่านลุงผู้ใหญ่บ้านข้าพูดเรื่องจริงนะ ท่านไม่คิดว่าแม่น้ำที่ไหลอยู่หลังหมู่บ้าน สีน้ำมันไม่ปกติหรืออย่างไร”

          แม่น้ำหลังหมู่บ้านที่ก่อนหน้าแห้งขอด ช่วงหลายวันที่ฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก สีของน้ำเหลืองขุ่นจนผิดปกติ

          ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านกับภรรยาและครอบครัวของเขา คิดว่านี่เป็นเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้ ท่านอาหญิงก็ลอยมาด้วยสีหน้าตื่นตกใจ พร้อมข่าวร้ายที่ได้รับจากผีเร่ร่อน

          ทำนบกั้นน้ำที่อยู่เหนืออำเภอซูพังทลายลงแล้ว ยามนี้กระแสน้ำมวลมหาศาลหลั่งไหลลงมาอย่างรวดเร็ว อำเภอฉางอยู่ต่ำกว่าอำเภอซูเสียอีก

          ‘อำเภอซูน้ำท่วมมิดหลังคาเรือนแล้ว ที่นี่ก็ไม่รอดเป็นแน่ จือจือเจ้ารีบหนีเร็วเข้า’

          เว่ยหลิ่งจือถอนหายใจเบา ๆ

          “ท่านลุงผู้ใหญ่บ้านทำนบกั้นน้ำพังลงแล้ว ทั้งอำเภอซูถูกน้ำท่วมมิดหลังคาเรือน ที่นี่อยู่ต่ำกว่าอำเภอซูเสียอีก ท่วมหรือไม่ใจท่านคงรู้ดีกว่าข้า ข้าทำได้แค่เตือน ส่วนท่านจะฟังคำข้าหรือไม่ก็ตามใจ เหนียนเหนียนพวกเราไปเก็บของเตรียมหนีกันดีกว่า”

          หูฉางแม้เป็นผู้ใหญ่บ้านมาไม่นาน แต่สายตาในการมองคนของเขาก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียว เขามองเห็นความจริงใจของเว่ยหลิ่งจือได้ และไม่คิดว่านางล้อเล่นแต่อย่างใด

          “เจ้าใหญ่เจ้าไปแอบดูนางที่เรือนที ดูว่านางเตรียมตัวหนีจริงหรือไม่”

          “ได้ท่านพ่อ” บุตรชายคนโตของหูฉางมีนามว่าหูหลี่เฉียง

          หูหลี่เฉียงจากไปไม่นานนัก ก็วิ่งหน้าตาตื่นกลับมาอย่างตกใจ

          “ท่านพ่อ ๆ นังเด็กนั่นหอบห่อผ้า พร้อมสุนัขของนางหนีไปแล้วจริง ๆ นางไปตามเส้นทางสันเขา ไม่เดินทางปกติเลย”

          หลูซินหนังตากระตุกขึ้นมา

          “ปกตินังหนูจือจือไม่เคยโกหกพวกเรามาก่อน คราวนี้หรือว่านางจะรู้อะไรมาล่วงหน้าจริง ๆ เจ้าดูนั่นฝนตกลงมาอีกแล้ว หนนี้ดูท่าจะหนักกว่าเดิมเสียอีก”

          หูฉาง “ไม่ได้การล่ะ รีบไปเรียกชาวบ้านมารวมตัวกันเร็วเข้า”

          เสียงกลองดังลั่นหมู่บ้าน ไม่ช้าชาวบ้านต่างมาล้อมวงกันกลางลานเรือนของหูฉาง เขาไม่อาจบอกว่าทำนบกั้นน้ำแตกได้ เพราะไม่มีใครล่วงรู้เรื่องนี้มาก่อน และไม่มั่นใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ทำเพียงบอกว่าฝนตกไม่หยุดเช่นนี้ โอกาสน้ำท่วมฉับพลันมีค่อนข้างสูง ให้ทุกคนเตรียมเก็บข้าวของขึ้นไปอยู่ที่สูง

          แน่นอนว่ามีคนเชื่อและมีคนไม่เชื่อในเวลาเดียวกัน แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะเก็บของ เตรียมย้ายไปอยู่บนภูเขาเป็นการชั่วคราว

          ฝั่งเว่ยหลิ่งจือ ระหว่างการเดินทางบนภูเขา ท่านอาหญิงคอยสืบข่าวจากพวกผีเร่ร่อน ทำให้รู้ถึงสถานการณ์ในหมู่บ้านฟางเหนียงไปด้วย

          ‘น้ำท่วมหนัก ผู้คนล้มตาย ยามนั้นย่อมเกิดโรคระบาดไปทั่ว ที่นี่ไม่อาจฟื้นตัวได้ในเร็ววัน พวกชาวบ้านหากรอดชีวิตได้ ก็ต้องอพยพไปอยู่ที่อื่นเหมือนกัน’ เว่ยหลิ่งจือคล้ายคนปลงตก

          นางนั่งอยู่บนเถาวัลย์ ที่กำลังเลื้อยส่งนางไปเป็นทอด ๆ พวกมันก็ช่างรู้ความนัก หากพบเจอผู้คนพวกมันจะหยุดการเคลื่อนไหวในทันที

          ระหว่างทางมีคนแบกฟืนผ่านมาสองคน พวกเขาทักทายนางด้วยความแปลกใจ นางจึงบอกไปด้วยความหวังดี เรื่องทำนบกั้นน้ำแตก หนีภัยน้ำท่วมมาเพื่อไปหาครอบครัวที่หมู่บ้านข้างหน้า พวกเขาได้แต่หัวเราะคิดว่านางกำลังล้อเล่นอยู่

          ‘เฮ้อ คนจะอยู่หรือตายคงไม่เกี่ยวกับข้าจริง ๆ’

          สองเดือนต่อมา

          หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ได้เกิดโรคระบาดขึ้นอย่างร้ายแรง ราชสำนักได้ส่งผู้ตรวจการพร้อมหมอหลวงออกมาควบคุมสถานการณ์การ กรมโยธาได้ส่งคนมาซ่อมแซมทำนบกั้นน้ำให้แข็งแรง

          หมู่บ้านฟางเหนียงถูกสายน้ำพัดพังราบเป็นหน้ากลอง รวมไปถึงเรือนของเก่าตระกูลเว่ย เหลือเพียงเศษซากปรักหักพัง

          “เจ้าแน่ใจนะ ว่าเป็นเรือนหลังนี้”

          พ่อบ้านจวนกั๋วกงถามบ่าวรับใช้ที่เดินทางมาด้วยกัน

          “หลังนี้แหละขอรับ ตอนนั้นข้ามาส่งคุณหนูใหญ่จำได้ว่าเป็นเรือนหลังท้ายหมู่บ้าน นั่น ๆ มีเด็กอยู่ด้วยคนหนึ่ง ใช่นางหรือไม่”

          “คุณหนูเว่ยหลิ่งจือใช่ท่านหรือไม่”

          พ่อบ้านวัยสี่สิบสองปีมีนามว่าเว่ยเสี่ยวหมิง เขาตะโกนเข้าไปในเรือนหลังผุพังตรงหน้า

          สองแม่ลูกแซ่จ้าวที่กำลังค้นหาของมีค่า ในซากไม้ของเรือนตระกูลเว่ย ถึงกับตื่นตระหนกหลังได้ยิน

          จ้าวผิง “ท่านแม่พวกเขามาตามหานังเด็กนั่น”

          จ้าวเหลียนกลอกตาไปมาเร็ว ๆ ความคิดบางอย่างผุดขึ้นในหัว ยามนี้นางไม่เหลือทางรอดแล้ว จำต้องลองเสี่ยงดูสักครั้ง นางเอาดินโคลนมาป้ายหน้าบุตรสาวของตน

          “จำไว้เจ้าคือเว่ยหลิ่งจือเจ้าของเรือนหลังนี้”

          จ้าวผิงเกาหัวตัวเองอย่างมึนงง

          “คุณหนูเว่ยนั่นคงตายไปแล้ว พวกเขามาตามคนกลับไปเมืองหลวง เจ้าไม่อยากเข้าไปอยู่ในจวนกั๋วกงรึ ที่นั่นได้สวมใส่เสื้อผ้าสวย ๆ ได้กินอาหารดี ๆ ไม่ต้องกินผักกินหญ้าเหมือนในตอนนี้”

          จ้าวผิงตาโตขึ้นหลังได้ยิน “อยาก ๆ ข้าอยาก”

          “เช่นนั้นต้องทำตามที่ข้าบอก จากนี้เจ้าคือเว่ยหลิ่งจือ ส่วนข้าคือคนดูแลเจ้า ให้เรียกข้าว่าท่านป้า เข้าใจที่ข้าพูดไหม”

          “ขะเข้าใจแล้วท่านแม่ โอ๊ะ ท่านป้า”

          “คุณหนูเว่ย ใช่ท่านหรือไม่ !” เสียงตะโกนเรียกของพ่อบ้านเว่ยดังขึ้นอีก

          ไม่ช้าสองแม่ลูกก็พากันเดินโซเซออกมา จ้าวเหลียนลอบสังเกตผู้ที่มาทั้งสองคน นางพยายามข่มความตื่นเต้นเอาไว้ เพื่อความอยู่รอดของนางกับบุตรสาว ต้องไม่ให้เผยพิรุธออกมา

          “พวกท่านเป็นใคร” นางหยั่งเชิงพวกเขาดู

          “ข้าคือพ่อบ้านเว่ยของจวนกั๋วกง เจ้าคือคนที่ดูแลคุณหนูเว่ยใช่ไหม แต่เหตุใดข้าไม่คุ้นหน้าเจ้าเลย”

          จ้าวเหลียนมองซ้ายมองขวา ก่อนจะผุดคำตอบขึ้นมาได้   “ยายแก่นั่นถูกงูพิษกัดตายไปนานแล้ว สองปีมานี้ข้าเป็นคนรับช่วงดูแลคุณหนูเว่ยเพียงคนเดียว”

          เอ่ยแล้วดันหลังบุตรสาวตนเองออกมา น้ำท่วมหนนี้ไม่มีใครมาสนใจเรื่องราวของผู้อื่น กระทั่งชาวบ้านก็ล้มหายตายจากไปเกือบหมด ที่เหลือรอดก็อพยพไปอยู่ที่อื่นกันแล้ว เหลือเพียงนางกับบุตรสาวที่รั้งอยู่เป็นคนสุดท้าย

          สภาพมอมแมมผอมแห้งใบหน้าเต็มไปด้วยโคลนเลน ทำให้พ่อบ้านเว่ยสับสนเล็กน้อย เดิมทีเว่ยหลิ่งจือไม่ค่อยออกจากเรือน ไปพบปะผู้คนในจวนอยู่แล้ว น้อยคนนักจะจดจำใบหน้าของนางได้

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 25 : เจ้าโดดเด่นกว่านี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวจะเป็นการเรียกภัยมาหาตัว

    บทที่ 25 : เจ้าโดดเด่นกว่านี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวจะเป็นการเรียกภัยมาหาตัว เว่ยหลิ่งจือดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว ‘ช่วงนี้ท่านอาหญิงมีพลังวิญญาณเข้มข้น แค่ดับไฟกับหลอกคนไม่ใช่ปัญหาสำหรับนาง พวกเรานอนต่อเถอะ’ แต่แล้วนางก็ดึงผ้าห่มออก ‘ไม่ได้ ข้าต้องเชือดไก่ให้ลิงดู !’ นางวิ่งไปปลุกเหอจิ้นหยางให้ไปแจ้งทางการ คืนนี้จึงจับตัวคนร้ายให้ได้ มีคนอยากทำลายร้านมี่เค่ออีกหลายคน ถูกตัดสินโทษสั่งโบยหรือไม่ก็จำคุกพร้อมเนรเทศ ต่อไปใครจะกล้าหาเรื่องร้านมี่เค่ออีก สองเดือนต่อมา วันสอบระดับมณฑลได้มาถึง เว่ยหลิ่งจือไปส่งเหอจิ้นหยางที่สนามสอบ พร้อมอวยพรให้เขาสอบได้อย่างที่ใจปรารถนา เหอจิ้นหยางรู้ดีอยู่แก่ใจ หากไม่มีนาง เขาคงไม่สามารถอ่านตำราได้อย่างสงบใจ กระทั่งเงินที่หามาไ

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 24 : ดวงชะตาพลิกกลับคืนสู่เจ้าของเดิม

    บทที่ 24 : ดวงชะตาพลิกกลับคืนสู่เจ้าของเดิม “เมิ่งเอ๋อร์ใจเย็น ๆ ก่อน” ฮูหยินผู้เฒ่าหยางจับมือหลานสาวเอาไว้ “สะใภ้ใหญ่เจ้าก็หยุดก่อน อย่าเพิ่งเอะอะโวยวายไป แม้ว่าหยกคางคกสามขา จะเป็นของที่สะใภ้รองนำมามอบให้ แต่ว่ามันก็เป็นของมงคลเอาไว้เรียกทรัพย์” “เรียกทรัพย์อะไรกัน มีแต่จะทำให้สูญทรัพย์เสียมากกว่า เรื่องนี้พวกข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ ท่านแม่ต้องให้ความเป็นธรรมแก่พวกข้าด้วย” สะใภ้สามเรียกร้องอีกคน “ใช่ ๆ” สะใภ้สี่ผสมโรงด้วย เหอจิ้นหยางสะกิดเว่ยหลิ่งจือ “ทางเจ้าได้เรื่องไหม” เว่ยหลิ่งจือยกมือขึ้นเป็นสัญลักษณ์ว่าเรียบร้อ

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 23 : ควันดำหายไปตั้งแต่เจ้าไปจับมันแล้วล่ะ

    บทที่ 23 : ควันดำหายไปตั้งแต่เจ้าไปจับมันแล้วล่ะ “เมิ่งเอ๋อร์ย่ารู้ว่าเจ้าหวังดี แต่ว่าเรื่องเกิดแก่เจ็บตายเราไปห้ามมันไม่ได้” นางเอ่ยแล้วเหลือบตามองเว่ยหลิ่งจืออีกครั้ง เดี๋ยวนี้แม้แต่เด็กก็ออกมาเป็นนักต้มตุ๋นกันแล้ว “ท่านย่าเมิ่งเอ๋อร์เข้าใจเรื่องนี้ดี แต่ให้คุณหนูเว่ยลองดูก่อนดีหรือไม่ หากว่ามีของสกปรกทำให้จวนของเรามีเหตุร้ายจริง จะได้แก้ไขได้ทันนะเจ้าคะ” หยางหมัวมัวก้มลงไปกระซิบที่ใบหูของนายหญิงผู้เฒ่า “คุณหนูมีความตั้งใจที่ดี นายหญิงก็อย่าไปห้ามนางเลยเจ้าค่ะ อีกอย่างอยู่ในสายตาของพวกเราอยู่แล้ว” นายหญิงผู้เฒ่าพยักหน้าลง เข้าใจความปรารถนาดีของคนสนิท ไม่อยากให้หักหาญน้ำใจของหลานสาวนี่เอง

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 22 : คนพาด้วยข้าไม่ว่า แต่เหตุใดต้องพาสุนัขไปด้วย

    บทที่ 22 : คนพาด้วยข้าไม่ว่า แต่เหตุใดต้องพาสุนัขไปด้วย บนโต๊ะมีกาน้ำชาวางอยู่แล้ว เหอจิ้นหยางรีบรินน้ำชาต้อนรับแขก ก่อนเอ่ยแนะนำตัวเอง “ข้าคือผู้ดูแลเหอ ให้เรียกคุณหนูว่าอะไรดีขอรับ” “คุณหนูของข้าเป็นบุตรสาวคนเล็กของตระกูลหยาง” ไป๋หลานรีบเอ่ยแทนเจ้านาย “เช่นนั้นข้าขอเรียกท่านว่าคุณหนูหยางนะขอรับ” หยางซูเมิ่ง “เช่นนั้นก็ได้ ว่าแต่ผู้ดูแลเหอที่ว่าสื่อสารกับวิญญาณได้นั้น เป็นเรื่องจริงรึ” เหอจิ้นหยางหันไปทางเว่ยหลิ่งจือ เห็นนางพยักหน้าลงเบา ๆ “เป็นเรื่องจริงขอรับ”&nb

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 21 : ข้ายังต้องให้สุนัขมาคุ้มครองอีกรึ

    บทที่ 21 : ข้ายังต้องให้สุนัขมาคุ้มครองอีกรึ แต่การทำงานของเว่ยหลิ่งจือนั้น ไม่สามารถใช้เรือนเช่าทำได้ พวกเขาต้องปกปิดตัวตน ยิ่งบัณฑิตอย่างเหอจิ้นหยาง จะข้องแวะกับภูตผีไม่ได้ เว่ยหลิ่งจือเลือกเช่าเรือนในตรอกแห่งหนึ่ง เพื่อใช้ติดต่อเรื่องงาน นางให้เหอจิ้นหยางสวมหน้ากากดำครึ่งหน้า เข้าไปติดต่อขอเช่าสถานที่ ซึ่งตั้งอยู่ในตรอกหลันฮวา เป็นแหล่งรวมร้านค้าจำพวกของเก่า หรือนักสะสมของโบราณนั่นเอง “ทำไมต้องเลือกเรือนเช่าที่อยู่สุดตรอกเช่นนี้ด้วย ลูกค้าจะหาเจอได้ง่ายอย่างไร” เหอจิ้นหยางอดบ่นไม่ได้ ตอนเห็นร้านค้าเช่าครั้งแรก “พี่ชายเหออาชีพอย่างข้าต้องทำตัวลึกลับสักหน่อย อยู่ห่างไกลผู้คนเช่นนี้เหมาะสมดีแล้ว” เหอจิ้นหยางคิดตามแล้วเถียงไม่ออก เพราะจริงอย่างท

  • เนตรอัปมงคล   บทที่ 20 : ใช่สิ ข้ามันนักต้มตุ๋น !

    บทที่ 20 : ใช่สิ ข้ามันนักต้มตุ๋น ! “มันมืดเจ้าจำผิดแล้วกระมัง” เว่ยหลิ่งจือไม่คิดว่าบาดแผลจะดีขึ้นเร็วเกินไป จนเป็นที่น่าสงสัยของสองพี่น้อง เหอจิ้นหยางไม่ได้แปลกใจ เขาไม่ได้เห็นบาดแผลใกล้ ๆ เหมือนคนอื่น เสิ่นซืออี้ “ข้าจำได้ว่าถูกฟันเข้าที่แขน บาดแผลค่อนข้างลึก แต่นี่มัน...” เว่ยหลิ่งจือ “สงสัยยาข้าจะดี” พวกเจ้าเลิกสงสัยสักทีเถอะ ข้าไม่รู้จะหาข้ออ้างไหนมาบอกแล้ว “ใช่ ๆ โรงหมอที่นางซื้อยามา มีท่านหมอเทวดาอยู่ด้วย” เหอจิ้นหยางกล่าวเกินจริงไปแล้ว เพราะมีหมอไม่มากนัก ชาวบ้านจึงยกยอท่านว่าเป็นหมอเทวดาเท่านั้นเอง แต่คำพูดของเขา สามารถทำให้สองพี่น้องเลิกซักถามได้&n

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status