Share

ตอนที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2025-09-25 14:43:31

หลายวันผ่านไปหลังจากพบกันที่ตลาดเนี่ยฮุ่ยเฟยยังไม่รู้ว่า…ทุกย่างก้าวของนางกำลังถูกจับตา

แต่ไม่ใช่ด้วยเจตนาร้าย

 

ในค่ำคืนที่อากาศแห้งเย็น เรือนหลังเล็กที่อยู่ปลายสุดของจวนเนี่ยเงียบงัน แสงตะเกียงเล่มเดียวแทบไม่อาจไล่ความหนาวของฤดูใบไม้ผลิได้พอ

 

เสื้อผ้าของเนี่ยฮุ่ยเฟยขาดแหว่งที่แขนเสื้อ นอกจากเสี่ยวจูแล้วก็ไม่มีบ่าวรับใช้อีก นางจึงเลือกที่จะทำเอง แม้ว่าจะเย็บผ้าไม่ถนัดนักก็ตาม

 

เงาของนางสะท้อนอยู่บนหน้าต่างกระดาษน้ำมัน แสดงถึงร่างบางที่พยายามเย็บปะเสื้อผ้าเงียบ ๆ ใต้แสงตะเกียง

 

หากแต่สิ่งที่นางไม่รู้คือ มีเงาหนึ่งยืนอยู่บนหลังคาเรือนในความมืดมิดนานนับชั่วยาม

 

หลิงเซ่าเทียนยืนกอดอก จ้องมองแสงไฟในเรือนน้อยนั้นไม่วางตาไม่ใช่เพราะเขาอยากสอดรู้

ไม่ใช่เพราะเขารู้สึกเวทนา แต่เพราะ

 

เนี่ยฮุ่ยเฟยนั้น…แม้จะอยู่เพียงลำพัง ทว่าในแววตาของนางไม่เคยอ้อนวอนสิ่งใดจากโลกเหมือนกับมารดาของนาง

 

เขาเหลือบมองไปทางทิศตะวันตกของจวน ที่เรือนฮูหยินรองและพี่น้องต่างแม่พักอยู่มีเสียงหัวเราะจากงานเลี้ยงหลุดลอดมาเบา ๆ หลิงเซ่าเทียนหันหลังจากหลังคาเรือน และหายตัวไปในความมืดยามราตรี

 

 

แสงอรุณลอดม่านกระดาษสีนวลในเรือนของเนี่ยฮุ่ยเฟย ร่างบางในชุดผ้าฝ้ายสีหม่นแต่งกายเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง นางเงยหน้ามองกระจกทองเหลือง ใบหน้าที่ไม่เคยแต่งเติมใด ๆ เหมือนคนทั่วไปในเรือนใหญ่

 

นางถือกล่องไม้งาช้างใบเล็ก เดินตรงไปยัง “เรือนหลัก” ของบิดา

 

ขณะผ่านสวนในจวน เสียงหัวเราะของบรรดาบุตรีบุตรชายจากฟู่ซื่อลอยมาเป็นระยะ แต่นางไม่แม้แต่จะชะลอฝีเท้า

 

หน้าประตูเรือนหลัก มีเพียงบ่าวเฝ้าประตูยืนค้อมศีรษะอยู่

 

“ข้ามาพบท่านพ่อ” นางกล่าวเรียบ ๆ

 

บ่าวรับคำแล้วหายตัวเข้าไป ไม่ถึงครู่ก็กลับมาพยักหน้าช้า ๆ

 

“เชิญด้านในขอรับ …”

 

 

ภายในเรือนเนี่ยหย่งซาน นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน เขาไม่เงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำเมื่อบุตรสาวคนโตยืนอยู่ตรงหน้า

 

“มีเรื่องอะไร?” เสียงเรียบเย็นถามขึ้น ขณะมือยังพลิกกระดาษไม่หยุด

 

เนี่ยฮุ่ยเฟยยกมือขึ้นคารวะ “ลูกอยากขออนุญาตออกไปตลาดเจ้าค่ะ”

 

ปลายนิ้วที่กำลังถือพู่กันของเนี่ยซื่อเหวินหยุดไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยขึ้นโดยไม่แยแส

 

“ไปตลาด เมื่อหลายวันก่อน เจ้าก็เพิ่งจะออกไป?”

 

“มีของใช้ส่วนตัวบ้างประการที่ต้องออกไปซื้อเจ้าค่ะ…และ…ลูกอยากแวะดูร้านผ้าทางทิศใต้ด้วย”

 

“ร้านผ้า?” เขาเลิกคิ้ว “หรือว่าคิดจะทำกิจการ?” น้ำเสียงเจือเย้ยบางเบา แฝงความประชดลึก ๆ

 

“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ลูกเพียงอยากดูเฉย ๆ เพราะ…ที่นั่นเคยเป็นร้านค้าของท่านแม่มาก่อน จึงอยากเห็นอีกสักครั้ง”

 

เนี่ยหย่งซานละสายตาจากพู่กันเป็นครั้งแรก สายตานั้นเย็นชาราวน้ำแข็ง แต่ก็ไม่ถึงกับโกรธเกรี้ยว

 

“เจ้าจะไปก็ไปเถิด แต่ให้บ่าวคนหนึ่งติดตามไปด้วย และอย่าทำตัวแปลกประหลาดให้ผู้คนครหาอีก”

 

“เจ้าค่ะ…ท่านพ่อ”

 

 

สายลมกลางวันพัดพาเอากลิ่นเกาลัดคั่วและน้ำเชื่อมเข้ามาปะทะจมูกของผู้คนในตลาด เมืองลั่วหลิงช่วงยามซื่อ คึกคักเต็มไปด้วยพ่อค้าและคนเดินทาง

 

เนี่ยฮุ่ยเฟยเดินอย่างเงียบเชียบในชุดเรียบง่ายข้างกายมีบ่าวคนหนึ่งที่บิดาส่งมาคอยเดินตามห่าง ๆ นางไม่สนใจร้านของชำหรืออาภรณ์ลวดลายงามตรงทางเดินเหมือนสตรีทั่วไป สายตาของนางมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว ร้านผ้าทางทิศใต้ ร้านที่เคยเป็นของมารดาเมื่อสิบกว่าปีก่อน

 

ขณะเดินมาถึงตรงนั้น หัวใจนางเต้นแผ่ว มือที่กำชายเสื้อแน่น เริ่มเปียกเหงื่ออย่างไม่รู้ตัว

 

ป้ายร้านเดิมถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “หงฟางผ้าไหม” ตัวอักษรสีแดงสดทาทับชื่อเก่าที่นางเคยเห็นบิดาเขียนไว้ให้มารดา

บรรยากาศภายในคึกคักด้วยลูกค้าไม่มีแม้แต่เงาของอดีต นางยืนอยู่ตรงข้ามร้าน มองผ่านผู้คนราวกับมองผ่านม่านหมอกในอดีต กลิ่นหอมจากผ้าไหมใหม่ไม่อาจกลบกลิ่นดอกเหมยแห้งที่มารดาเคยชอบแขวนไว้หน้าร้าน

 

“ที่นี่…เคยเป็นของครอบครัวเจ้าหรือ?” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านข้างนางหันขวับ พบใบหน้าคมเข้มในชุดนักเดินทางยืนมองร้านเดียวกันกับนาง

 

“…ท่านรู้ได้อย่างไร?” นางถามเบา ๆ

 

“ไม่มีใครไม่รู้ แล้วเหตุใดเจ้าถึงมาลอบมองแบบนี้ ทำไมถึงไม่เข้าไปด้านในร้าน “

 

เนี่ยฮุ่ยเฟยถอนหายใจ. “ข้าเพียงอยากเห็นมัน…อีกครั้ง ไม่ได้อยากซื้อสิ่งใด”

 

หลิงเซ่าเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงเบา “บางสิ่งอาจถูกช่วงชิงไปจากมือเรา

แต่ความทรงจำ…ยังคงเป็นของเจ้าเสมอ”

 

 

หลังได้ยินคำพูดของเขา เนี่ยฮุ่ยเฟยมองเขาครู่หนึ่ง ดวงตาสีดำเข้มของชายหนุ่มแฝงความแน่วแน่ และอ่อนโยนในคราวเดียวกัน

 

“…อยากจิบชาหรือไม่?” เขาเอ่ยขึ้นเบา ๆ ราวกระซิบแต่นางก็ไม่ปฏิเสธ และเดินตามเขาไปที่โรงเตี๊ยมเงียบๆ

 

 

โรงเตี๊ยม “เมิ่งหลิ่วชุน” ตั้งอยู่ใกล้ประตูเมืองตะวันตก ภายนอกดูเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่กลับมีแขกประจำเข้าออกอย่างไม่ขาดสาย

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนจบ

    ราวกับสวรรค์เบิกฟ้า ลมหายใจในห้องกลับมาไหลเวียนอีกครั้ง หมอตำแยชูเด็กทารกเพศหญิงขึ้น เสียงร้องดังใสแจ๋วดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนเงียบลงเมื่อนางถูกห่อตัวด้วยผ้าขาวสะอาดก่อนจะอุ้มออกมาส่งมอบให้หลิงเว่าเทียนที่ด้านนอก “เป็นคุณหนูน้อยเจ้าค่ะ! สมบูรณ์แข็งแรง!” หลิงเซ่าเทียนมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกเหนือคำบรรยาย เขารับบุตรีตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนเป็นคนแรก ก่อนส่งให้นางผู้เป็นมารดา เนี่ยฮุ่ยเฟยมองใบหน้ากลมมนเล็กจิ๋วของลูก ดวงตาคู่นั้นยังปิดสนิท แต่กลับรู้สึกราวกับสัมผัสถึงดวงวิญญาณเล็ก ๆ ที่มาเติมเต็มหัวใจของนาง “อวี้เหม่ย…ขอต้อนรับเจ้ามาสู่โลกใบนี้…” นางกล่าวด้วยเสียงสั่น เฝ้ามองลูกอย่างหลงใหล ดวงตาคู่นั้นพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำใส หลิงเซ่าเทียนก้มลงจุมพิตเบา ๆ ที่หน้าผากภรรยา “เจ้าคือสตรีที่เก่งที่สุดในโลก…” เสียงลมหายใจของทารกน้อยดังปนอยู่กับเสียงเทียนที่ยังคงลุกไหม้แผ่วเบาในห้อง ทั้งห

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 24

    หลังยืนยันการตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ก็เริ่มเกิดขึ้น ในครัวใหญ่ ปรับเมนูอาหารใหม่สำหรับสตรีมีครรภ์ เน้นอาหารอ่อน ย่อยง่าย และมีคุณค่าทางโภชนาการ และในเรือนก็ได้รับการตกแต่งใหม่เพิ่มความโปร่งและเงียบสงบ ลดเสียงรบกวน เพื่อให้เนี่ยฮุ่ยเฟยพักผ่อนได้อย่างเต็มที่แม้แต่ในห้องของหลิงจิ่งหาน ถูกแยกออกเป็นห้องเล็ก ๆ ข้างเรือนใหญ่ เพื่อให้พี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด โดยยังให้เด็กน้อยมาเล่นกับมารดาได้ตามเวลา หลิงจิ่งหานที่ยังพูดไม่คล่องนัก มักยื่นของเล่นให้มารดา บางครั้งก็นำตุ๊กตาผ้าไปวางบนหน้าท้องนางแล้วหัวเราะเสียงใส “เจ้าอยากให้เขาเล่นกับเจ้าใช่หรือไม่?” เนี่ยฮุ่ยเฟยหัวเราะเบา ๆ ขณะลูบผมลูกชาย“อีกไม่นานเจ้าก็จะได้เป็นพี่ชายแล้วนะ…” ในคืนหนึ่ง ขณะทั้งสองสามีภรรยนั่งบนศาลาริมสระ แสงจันทร์ทอดเงาจางบนผิวน้ำ เสียงจักจั่นแว่วจากแนวไม้ไผ่ หลิงเซ่าเทียนจ้องมองหน้าท้องของภรรยา ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม “ข้

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 22

    ฤดูใบไม้ผลิเดินทางเข้าสู่กลางฤดู กลีบดอกเหมยเริ่มปลิดปลิวตามลมอ่อน ๆ ยามเช้า ในจวนหลิงที่เคยวุ่นวาย ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ และเสียงเด็กทารกร้องจ๊อกแจ๊ก ยามรุ่งอรุณอาบแสงแดดสีทองที่เลื้อยผ่านม่านบาง เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วดังคลอไปกับเสียงทารกน้อยที่กำลังส่งเสียงเรียกผู้เป็นแม่ในแบบของเขา ภายในเรือนกลาง เนี่ยฮุ่ยเฟยนั่งพิงเบาะนิ่มด้วยท่าทางอ่อนโยน บนตักของนางมีเด็กชายตัวน้อยวัยไม่ถึงเดือน เขากำลังดูดนมจากอกของมารดา แก้มเล็ก ๆ แดงปลั่ง มือเล็กกำแน่นจิกชายเสื้อของมารดาไว้แน่น “ค่อย ๆ ดื่มนะลูก… อย่าหายใจเร็ว” เสียงกระซิบของนางอ่อนโยนดั่งเสียงลมพัดในฤดูใบไม้ผลิ ดวงตาของนางจับจ้องใบหน้าของทารกน้อยด้วยแววตาเปี่ยมรัก หลังจากป้อนเสร็จ นางอุ้มลูกขึ้นพาดไหล่ ตบหลังเบา ๆ ให้เรอ เมื่อเสียงเรอดัง “เอิ๊ก” เล็ก ๆ ออกมา นางถึงกับหัวเราะเบา ๆ พลางยิ้มด้วยความเอ็นดู ในขณะนั้นเอง บานประตูบานใหญ่ของเรือนก็เปิดออก เสียงฝีเท้าคุ้นเคยที่หนักแน่นและมั่นคงดังขึ้น

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 23

    เมื่อบุตรชายมีอายุครบหนึ่งปี หลิงเซ่าเทียนจึงจัดพิธีเรียกว่า “จัวโจว” โดยวางสิ่งของต่าง ๆ ไว้ให้เด็กเลือก เพื่อทำนายอนาคตในศาลาหลังสวนมีผืนผ้าไหมปูลาดอย่างประณีต บนผ้านั้นมีสิ่งของเรียงราย:• พู่กันและม้วนกระดาษ (หมายถึงนักปราชญ์)• ลูกคิด (หมายถึงพ่อค้า)• ดาบไม้ (หมายถึงนักรบ)• ถุงใส่เงินทอง (หมายถึงความมั่งมี)• หยกก้อนเล็ก (หมายถึงโชคดี) หลิงจิ่งหานถูกอุ้มให้นั่งกลางวงอย่างระมัดระวัง ทุกสายตาจับจ้องขณะเขาเหลือบมองของตรงหน้า สายตาเปล่งประกายอยากรู้ ทันใดนั้น… เขาคลานตรงไปยัง พู่กัน แต่ยังไม่ทันหยิบ ก็มองเห็นลูกคิดไม้ข้าง ๆ จึงเปลี่ยนใจไปหยิบมันขึ้นมาแทน และยิ้มแฉ่งราวพอใจ เสียงหัวเราะดังขึ้นทันที “ฮ่าๆๆ เจ้าตัวแสบของเราจะเป็นพ่อค้าที่เก่งกาจหรือไม่เนี่ย” หลิงเซ่าเทียนหัวเราะ ขณะยกบุตรขึ้นสูงแล้วหมุนเบา ๆ“อย่างไรพ่อก็ขอให้เจ้าเติบโตอย่างมีสติปัญญา สุขภาพแข็งแรงพอ”

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 21

    รุ่งเช้าวันถัดมา หลิงเซ่าเทียนส่งอวี๋เหยียนกับสายลับคนสนิทเดินทางไปทางเหนือ เพื่อสืบความเคลื่อนไหวของกลุ่มขุนนางชายแดน อีกกลุ่มหนึ่ง ส่งเข้าเมืองหลวงอย่างลับเพื่อเตรียม ‘พยาน’ ที่เคยถูกปิดปากในอดีต เขาไม่ได้รอการโจมตีเขากำลัง ‘เตรียมสวนกลับ’ ในเวลาและสถานที่ที่เขาเลือกอย่างไรก็ตามภายในโรงน้ำชาร้างนอกประตูเมือง ชายวัยกลางคนสวมชุดหรูหราแต่ปิดหน้าอยู่ในเงา กำลังพูดกับคนรับใช้ข้างกาย “หลิงเซ่าเทียน…ไม่ยอมตายเหมือนพ่อมัน เช่นนั้น…เราคงต้องทำให้มันทรมานเสียก่อนจะตาย”หลายวันต่อมา ขณะที่ท้องฟ้าเมืองหลวงขมุกขมัว ท่ามกลางม่านเมฆสีเทาหนักอึ้งรถม้าคันหนึ่งแล่นเข้าสู่ประตูวังหลวงอย่างเงียบงันภายในรถม้า ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก “อวี๋เหยียน” มือซ้ายของหลิงเซ่าเทียน และ ชายชรา คนที่หายไปจากแผ่นดินมานานกว่า 10 ปี ผู้เคยเป็น “เจ้ากรมอาลักษณ์” ที่อยู่ใต้คำสั่งของบิดาหลิงเซ่าเทียนเมื่อครั้งยังมีอำนาจ เขาคือหนึ่งในคนไม่กี่คน ที่รู้แผนปลอมเอกสารและใส่ร้ายตระกูลหลิงเมื่อ 13 ปีก่อน และเป็นคนเดียวที่…หนีรอดมาได้ “ข้าคิดว่าจะตายอย่างคนไม่มีชื่อ…แต่ในเมื่อผู้มีบุญคุณยังมีชีวิต ข้าจะขอเอาชีวิตที่เหลือ ทำให้ความ

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 20

    ภายในจวนตระกูลหลิงเอง สาวใช้คนหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ถูกส่งตัวให้รับหน้าที่ในครัวท่าทางว่าง่าย พูดน้อย ไม่สะดุดตาแม้แต่น้อย นางมักเงียบงันและหลบในเงามืดของเรือนแต่ในคืนหนึ่ง ขณะที่เรือนอาหารเตรียมมื้อเย็นสำหรับฮูหยินตั้งครรภ์ นางแอบใส่ “สิ่งบางอย่าง” ลงในหม้อต้มยาจีนอย่างแผ่วเบาก่อนรีบหายตัวไปจากมุมครัวอย่างไร้ร่องรอยทว่า… เงาร่างหนึ่งยืนอยู่เหนือหลังคาใกล้ศาลาเงียบดวงตาคู่นั้นจับจ้องทุกการเคลื่อนไหว และใบหน้าที่หลบอยู่ภายใต้หน้ากากสีเงิน คือสายลับผู้หนึ่งที่หลิงเซ่าเทียนสั่งให้จับตามองทุกสิ่งในจวนของเขาเอาไว้เมื่อหลิงเซ่าเทียนกลับถึงจวนก่อนเวลา และทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องอาหาร เขากลับหยุดนิ่งทันทีก่อนจะเอ่ยกับซูหรูด้วยเสียงเรียบแต่แฝงความเย็น“นำยาทั้งหมดไปเททิ้ง และนำภาชนะไปให้ท่านหมอตรวจทันที”เนี่ยฮุ่ยเฟยมองเขาอย่างประหลาดใจ หลิงเซ่าเทียนเดินเข้าไปนั่งใกล้ ลูบมือนางเบา ๆ ก่อนเอ่ย“มีคนต้องการให้เจ้ากับลูก…ไม่ได้อยู่ต่อในโลกนี้”เนี่ยฮุ่ยเฟยหน้าซีดลงช้า ๆ นางไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่เงียบงัน มือแน่นิ่งในมือเขาหลิงเซ่าเทียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมดุดันดุจพยัคฆ์ใต้เงาเมฆ“ข้าเคยยอมให้ค

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 8

    ยามสาย แสงแดดอ่อนลอดผ่านม่านโปร่งที่ไหวตามลม ภายในเรือนของ “ฟู่ซื่อ” กลิ่นธูปหอมอบอวล ปะปนกับกลิ่นชาดอกเหมยหญิงผู้ครองตำแหน่ง “ฮูหยินเอกคนปัจจุบัน” นั่งประณีตอยู่บนอาสนะไม้ลายกลีบบัวงดงามดุจสตรีผู้สูงศักดิ์ หากแต่ในแววตากลับมีเงาของความไม่พอใจแฝงอยู่สาวใช้ที่ไว้ใจได้ “ชุนผิง” เดินเข้ามาคุกเข่าแล

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 7

    แม้ในตรอกแคบ ๆ ที่พ่อค้ารายย่อยตั้งร้านขายน้ำสมุนไพร น้ำเสียงของลูกค้ากลับดังเป็นพิเศษ“ จริงสิ มีคนแอบได้ยินว่าคนในโรงเตี๊ยมเห็นคุณหนูใหญ่ยิ้มให้บุรุษเนี่ย ‘ยิ้มให้บุรุษ’ ด้วยนะ!”“อ๊า! ยิ้มงั้นหรือ? โอ้ย นั่นมัน… ชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่เพียงดื่มชา” เสียงหัวเราะขบขันอีกระลอกดังขึ้นขณะที่อีกฟากหนึ่ง ม

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 6

    เมื่อหลิงเซ่าเทียนนำเนี่ยฮุ่ยเฟยเข้าไป ทันทีที่เห็นว่าเขามาเยือน หลงจู้แซ่หลงก็รีบออกมาตอบรับเขาทันทีและทำความเคารพอย่างไม่ปิดบัง“นายท่าน ห้องชั้นบนจัดเตรียมไว้แล้วขอรับ”เนี่ยฮุ่ยเฟยเหลือบมองเขา“…นายท่าน?”หลิงเซ่าเทียนไม่ตอบตรง ๆ เพียงแย้มยิ้มมุมปาก “ข้ากับสหายร่วมกันเปิดที่นี่ เพื่อไว้เป็นที่พ

  • เนี่ยฮุ่ยเฟย ดอกไม้ไร้รากที่เบ่งบานอีกครา   ตอนที่ 4

    “ข้าหลิงเซ่าเทียน ขอมอบของขวัญแก่ท่านอาจารย์หลัวในฐานะศิษย์คนหนึ่งในสำนักศึกษาหลวง”“ขอบใจเจ้ามาก เซ่าเทียน “อาจารย์หลัวฉางไท่เอ่ยบอกก่อนจะยื่นมือออกไปผรับของขวัญจากชายหนุ่ม“คุณชายหลิงมาเหนื่อยๆ เชิญนั่งจิบชาด้านนี้เจ้าค่ะ “เสียงหวานอ่อนโยนของเนี่ยเหวินชิง บุตรสาวของฟู่ซื่อเอ่ยขึ้น ขณะเชื้อเชิญชาย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status