Masukยิ่งเขาร้าย เธอก็ยิ่งอยากรู้จัก ยิ่งเขาเจ้าชู้ เธอก็ยิ่งอยากเข้าหา ยอมแม้กระทั่งเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นในแบบที่คิดว่าเขาจะชอบ เบื้องหลังความเฉยชา และคำพูดที่ทำร้ายจิตใจเธอหลายๆ ครั้ง โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเพราะอะไรเขาถึงเกลียดเธอ เกลียดพี่ชายเธอ อาจจะรวมถึงครอบครัวเธอด้วยซ้ำ จนวันที่เธอได้รู้ความจริง ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแฟนพี่ชายเธอ ก็ยังเคยเป็นแฟนเขาด้วยเช่นกัน และเมื่อผู้หญิงคนนั้นกลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง กลับมาในวันที่เธอกับเขาไม่ใช่แค่คนรู้จักกันธรรมดา อุบัติเหตุบนเตียงในคืนนั้นรวมถึงเรื่องราวบนรถในครั้งถัดมาที่เป็นต้นเหตุสำคัญ ทั้งที่เธอควรจะได้สานสัมพันธ์กับเขาต่อ แต่เพราะผู้หญิงคนนั้น ทำให้ความสัมพันธ์ของเธอและเขาเป็นเหมือนเส้นขนานกันอีกครั้ง เธอได้แต่รอ รอวันที่เธอจะไม่สามารถฝืนตัวเองได้อีกต่อไป วันนั้น เธอคงจะเปลี่ยนใจ จนวันที่เธอได้รู้ความจริงบางอย่างอีกครั้ง ความจริงที่ทำให้เธอ ยังคงไม่เปลี่ยนใจจากเขา มุ่งหวังอีกครั้งว่ามันจะดีขึ้น แม้เรื่องราวที่เผชิญจะอันตรายเธอก็พร้อมที่จะเผชิญมันพร้อมกับเขา และรอวันที่เขาคนนั้น จะเปลี่ยนมารักเธอ
Lihat lebih banyakคุณแม่มือใหม่นอนหลับไปพร้อมกับเจ้าตัวอ้วนที่กินนมอิ่มก็หลับ ศิรดาจะได้หลับก็ต่อเมื่อเจ้าตัวน้อยหลับ เพราะเธอเลือกให้นมลูกจากเต้า การต้องตื่นทุกสองชั่วโมงเพื่อให้นมดูจะทำให้เธอเพลียไม่น้อย หลังจากจากคุณแม่ต้องพักผ่อน ทุกคนจึงแยกย้ายออกมาจากห้องนั่งเล่นใหญ่ที่กลายเป็นห้องเลี้ยงเด็ก คุณพรรณีจึงได้เข้าครัวสำหรับเตรียมอาหารเย็นโดยมียายจ๋าตามเข้าไปช่วย พี่เลี้ยงเจ้าตัวเล็กก็จะใช้เวลานี้จัดการทำความสะอาดกับพวกเสื้อผ้าหรือของใช้เด็ก และรอเวลามาช่วยตอนที่เจ้าตัวเล็กตื่นนอน ชลันธรกับวรุตจึงได้หลบมานั่งคุยกันอยู่ที่สระว่ายน้ำ ปรึกษากับตามประสาคู่เขยไม่ว่าจะเรื่องธุรกิจ หรือเรื่องภรรยาของตัวเอง รวมถึงอีกหลายๆ เรื่อง "พวกไอ้พงษ์เทพ มันยังมายุ่งกับมึงอีกหรือเปล่า" วรุตเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "ไม่แล้วแหละ ตั้งแต่ขู่พิมพ์พิมลไปก็เงียบไปเลย" "กูว่าไม่รอดศาลฎีกาแน่ ยังไงก็ต้องยืนตามอุทธรณ์" วรุตให้ความเห็น "ไม่น่ารอด แต่คดีรับสินบนน่าจะสืบอีกนาน แต่ให้มันโดนสักคดีก็ยังดี มึงรู้เรื่องพิมพ์พิมลแล้วใช่เปล่า" "รู้ว่า" วรุตไม่แน่ใจว่าหมายถึงเรื่องไหน "เรื่องที่เมียหลวงรัฐมนตรีจับได้น
และในอีกหลายๆ ครั้งที่ยายจ๋าต้องไปคุยเรื่องงานกับบริษัทก่อสร้างที่กำลังเริ่มงาน จะต้องมีคนตัวสูงเดินเคียงคู่ไปด้วยทุกครั้ง และในหลายๆ ครั้งที่การตัดสินใจมาจากเขา ถ้ายิ่งต้องไปดูไซต์งานก่อสร้างเธอจะถูกจำกัดบริเวณให้อยู่แค่ในออฟฟิศชั่วคราวเท่านั้น จะมีเพียงเขาและไตรฉัตรที่เดินตากแดดออกไปที่ไซต์ แต่ก็ยังมีบางครั้งที่คนตัวเล็กดื้อดึงจะออกไปดูเองให้ได้ ก็จะต้องมีวรุตที่คอยกางร่มให้อยู่ข้างๆ ตลอด งานก่อสร้างที่กำลังเริ่มต้นก็ดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ตามแพลนที่วางไว้เช่นเดียวกับงานแต่งงานที่กำหนดไว้ในเวลาไล่เลี่ยกันก็ดำเนินไปตามกำหนดภายในงานแทบจะไม่ต่างกับงานของชลันธรกับศิรดามากนัก แม้แต่สินสอดทองหมั้นก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่ากัน ที่จะมีขัดใจก็คงเป็นตอนที่ชลันธรคนเจ้าคิดเจ้าแค้นแกล้งมาป่วนในตอนที่เขาเหลือเวลาว่างเพียงนิดพอจะได้พักผ่อนเสียหน่อย หลังงานแต่งเพียงไม่กี่วันทั้งคู่ก็กลับไปใช้ชีวิตที่เชียงใหม่ ระหว่างที่รีสอร์ตของยายจ๋ากำลังก่อสร้าง เธอก็มักจะมาอยู่ที่ห้องทำงานของสามี เพื่อจะได้ศึกษาข้อมูลจากเขาและมันก็ทำให้เธอเข้าใจระบบงานโรงแรมได้เป็นอย่างดี การก่อสร้างเริ่มเข้าในระยะที่สองแล้ว
คุณจ๋าที่ดูร่าเริงพูดเยอะอยู่เมื่อครู่ แต่พอนั่งข้างกับคนหน้าตึง ก็ทำเธอกลายเป็นคนพูดน้อยไปเสียอย่างนั้น ไตรฉัตรมองสายตาของคนทั้งสองคงมากกว่าคนรู้จักกันแน่นอน แต่ไม่รู้ทั้งคู่จะงอนกันหรือเพราะอะไรจึงดูเงียบๆ แปลกๆ "คุณจ๋าทานเยอะๆ นะครับ อาหารโรงแรมของคุณวรุตนี่อร่อยมากเลย สงสัยผมจะได้บินมาเชียงใหม่บ่อยๆ ซะแล้ว" ไตรฉัตรตักอาหารใส่จานให้คุณจ๋า พูดจบก็แอบมองหน้าเจ้าของโรงแรม ใบหน้าเรียบดูจะตึงขึ้นอีกไม่น้อย จนไตรฉัตรแอบยิ้ม "ที่กรุงเทพก็มีสาขาครับ ถ้าติดใจรสชาติอาหารทานที่กรุงเทพก็ได้ครับ รับรองสูตรเดียวกันแน่นอนครับ" "ก็ดีนะครับ แต่ถ้าได้มาเชียงใหม่ คงไม่พลาดแน่นอนครับ" ในมื้ออาหารเที่ยงที่กำลังจะผ่านพ้นไป เธอแทบจะไม่ได้เอ่ยอะไร ปล่อยให้ผู้ชายสองคนคุยกัน เสียงคุณไตรฉัตรเอ่ยถามเสียมากกว่า คนตอบก็ตอบบ้าง ตอบปัดๆ ให้ผ่านไปบ้าง "เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ มีประชุมตอนบ่ายโมง" วรุตเอ่ยบอกตอนที่มื้ออาหารเที่ยงผ่านพ้นไปแล้ว "ครับ ขอบคุณสำหรับอาหารอร่อยนะครับ" "คุณไตรฉัตรจะกลับวันไหนหรือครับ" "อ๋อ วันนี้แหละครับ พอดีผมต้องขึ้นเชียงรายต่อ" "เสียดายนะครับ ไม่งั้นจะชวนให้พัก
"พี่รุตคะ แม่บอกว่าฤกษ์แต่งงานต้องอีกสองเดือนข้างหน้านะ" "ก็ตามนั้นแหละ" "ค่ะ" ยายจ๋าได้แต่ตอบรับเสียงอ่อยๆ มองคนที่ลุกเดินจากโซฟารับแขกในห้องทำงานกลับไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ เธอลุกตามไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะ จ้องมองคนที่กำลังเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้า "พี่รุต เราแต่งฤกษ์สะดวกดีไหมคะ เพราะอีกสองเดือนบริษัทก่อสร้างน่าจะเริ่มงานแล้ว จ๋ากลัวจะยุ่ง" "พวกแม่ๆ จะฟังเธอไหมล่ะ วันไหนก็วันนั้นแหละ" "ก็ได้ค่ะ จ๋ามีนัดกับบริษัทก่อสร้างที่ห้องอาหารโรงแรมนี่แหละค่ะ ออฟฟิศที่จ๋าเช่าไว้ยังตกแต่งไม่เสร็จเลยพี่รุตจะลงไปด้วยไหมคะ" "กี่โมง" "สิบโมงค่ะ" "พี่มีประชุม" "ค่ะ งั้นจ๋าขอตัวก่อนนะคะ" เธอได้แต่รับคำเสียงอ่อยๆ เพราะเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่นาทีที่จะถึงเวลานัด เมื่อวรุตไม่ว่างที่จะลงมาคุยกับบริษัทก่อสร้าง เธอจึงได้แต่ลงมารอสถาปนิกออกแบบที่พี่นทีพี่ชายคนโตแนะนำมาให้ เธอลงมาถึงห้องอาหารก่อนเวลาเพียงสิบนาที และก็พอดีกับที่สถาปนิกมาถึง เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น พอกดรับสาย "คุณจ๋า ใช่ไหมครับ ผมมาถึงแล้วนะครับ" "ค่ะ คุณไตรฉัตร..." "อ้าว..." เธอยังพูดไม่ทันได้จบประ
(เป็นไงบ้าง งานทำได้ไหม) หลังจากเลิกงานได้เพียงไม่นาน นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา กดรีโมตทีวีอย่างไร้จุดหมาย จนพี่รุตโทรเข้ามา แค่ได้ยินเสียงพี่ชายคนที่นอนเหยียดยาวก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งเรียบร้อย ราวกับคนปลายสายมานั่งอยู่ตรงหน้า "ได้ค่ะพี่รุต" (ดีมาก เป็นไงรู้หรือยังว่าเงินมันไม่ได้หาง่ายๆ) "รู้ซ
ตื่นเช้าในเวลาปกติของคนมีหน้าที่การงานที่ต้องไปทำ แต่คนที่นอนอยู่กับเธอเมื่อคืนไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเขากลับออกไปตอนไหน แอบนึกว่าเขาอาจจะอยู่ในห้องน้ำหรือห้องนั่งเล่นด้านนอก เธอเดินไปดูจนทั่วก็ไม่เห็น กลับมาทิ้งตัวนอนที่เตียงใหญ่อีกครั้ง ฝ่ามือเล็กลูบที่นอนเบาๆ ตรงที่เขานอนไม่ได้สัมผัสถึงรอยอุ่นๆ
กลับขึ้นมานั่งบนรถอีกครั้ง แม้แอร์ภายในรถจะเย็นฉ่ำ แต่คนที่นั่งอยู่กลับมีเม็ดเหงื่อเกาะที่ไรผมจนชื้น เธอเอามือลูบท้องอยู่บ่อยๆ บางครั้งก็ก้มตัวลง "ปวดท้องหรือ" "ค่ะ" "ที่ห้องมียากินหรือเปล่า" "มีค่ะ" รถคันหรูดูจะแล่นเร็วขึ้นอีกนิด ไม่กี่นาทีจากนั้นก็มาจอดที่ลานจอดรถของโรงแรม "เอ่อ
พอหมดเจ้าของงานในโต๊ะ คนที่คุยเก่งเมื่อครู่ก็ดูจะไม่ขยันพูดเช่นเคย เห็นเธอลุกออกจากโต๊ะมาพร้อมยายจ๋า เดินตรงไปแถวๆ ซุ้มที่จัดอาหารไว้ "น้องจ๋า น้องรดา" ณัฐกรเอ่ยเรียกสองสาวที่กำลังจะเดินกลับโต๊ะ ทำให้ทั้งสองคนเดินตรงมาทางนี้ 'กูเพิ่งเห็นไอ้ณัฐทำดีก็ตอนนี้แหละ' เสียงเอ่ยทักทายไอ้ณัฐกับไอ้ภู





