Share

คนที่เหมาะสม

last update publish date: 2026-09-06 19:14:55

หลังจากที่ผละออกมาจากสวนดอกท้อแล้ว ร่างสูงใหญ่ก็เดินตรงไปยังตำหนักเฉียนชิงของฮ่องเต้ด้วยใบหน้าอึมครึมกว่าปกติ

“ถวายพระพรท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

ทหารหน้าตำหนักเอ่ยทักเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ตรงเข้ามาพร้อมกับเปิดประตูสลักลายมังกรออกเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาใหม่

ฉู่ซูเหยียนก้าวเข้าไปภายในอย่างระมัดระวังในขณะที่ฮ่องเต้ค่อยๆ วางถ้วยยาลงให้นางกำนัลผู้หนึ่ง โบกมือเป็นเชิงให้ผู้อื่นออกไปภายนอก หลังจากนั้นจึงคลี่ยิ้มนุ่มนวล

ฉู่ซูเหยียนก้าวเข้าไปหา คุกเข่าลง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงลึกซึ้ง

“เสด็จพ่อเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าอย่าเป็นกังวลไปเลย ข้ายังไหว”

น้ำเสียงของฮ่องเต้เจือหัวเราะอยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้นแววตายังแฝงไปด้วยความว้าวุ่นใจอย่างเห็นได้ชัด

ฉู่ซูเหยียนขยับริมฝีปากเล็กน้อยคล้ายจะเอ่ยอะไรออกมา หากแต่เสี้ยววินาทีหนึ่งเขากลับถอนหายใจแล้วกล่าวรายงานเสียงเบา

“เมื่อวานนี้องค์หญิงเก้าเดินทางมาถึงจวนชินหวังฝู่แล้ว พระชายาซูเสด็จไปต้อนรับแทนท่านและองค์รัชทายาท หม่อมฉันให้นางพักที่เรือนเซียงอี้ พิธีอภิเษกคงมิมีปัญหาอันใดพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ฟังคำรายงานแล้วพยักหน้าเล็กน้อย

“เจ้าคิดว่านางเป็นอย่างไรบ้าง”

“นางก็เป็นเพียงสตรีผู้หนึ่ง”

ฉู่ซูเหยียนกล่าวแค่นั้นดวงตาก็ฉายแววประหลาดขึ้น หลีกเลี่ยงการกล่าวถึงหวงไท่จื่อเฟยที่มีท่าทีตีสนิทกับว่าที่พระชายาของเขาคนนั้น ขอเพียงแค่เขาปิดกั้นตัวเองต่อนางให้มากพอคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร

“ถึงแม้นางจะมีอารมณ์แปรปรวนอยู่บ้าง แต่หม่อมฉันคิดว่านางมิได้มีอันตรายอันใดพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าพอใจนางบ้างหรือไม่”

“นางเป็นสตรีรูปงามผู้หนึ่ง”

ฮ่องเต้ระบายยิ้มจางๆ

“ถึงแม้ว่าเจ้าจะพอใจนางหรือไม่ แต่กับองค์หญิงเก้า ขอให้เจ้าดูแลนางให้ดี”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่ซูเหยียนตอบแทบจะในทันที เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เขาคิดไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหา ขอเพียงนางไม่ทำเรื่องวุ่นวายให้เกิดขึ้นในจวนชินหวังฝู่เป็นอันใช้ได้

ใบหน้าคนฟังเต็มไปด้วยความพอใจ มือทั้งสองยังกุมกันไว้บนหน้าตักด้วยความลืมตัว

อันที่จริงการที่เขาเจาะจงให้เป็นองค์หญิงเก้าแห่งเหอเป่ย นอกเหนือจากการป้องกันการเกิดสงครามแล้ว เขายังต้องการอะไรบางอย่างจากตัวนางอีกด้วย

คิดถึงตรงนี้แล้วนัยน์ตามังกรก็เปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย

นอกเหนือจากนั้น ยังมีเรื่องขององค์รัชทายาทบางอย่างที่ฉู่ซูเหยียนควรจะรับรู้เอาไว้ หากแต่ตอนนี้ยังมิใช่เวลาที่สมควร ขอเพียงเขารักษาตัวให้ดีจนกว่าจะถึงพิธีอภิเษก รอให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ เขาจะได้สละราชบัลลังก์อย่างไร้ความหวาดระแวงเสียที

“รอจนกว่าองค์หญิงเก้าเป็นชายาของเจ้าโดยสมบูรณ์ ข้าจะทำในสิ่งที่ควรทำเสียที”

ถึงแม้จะรู้มาสักพักแล้วว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร แต่ถึงกระนั้นก็ยังปรากฏความไม่มั่นใจในดวงตาของฉู่ซูเหยียน

“เสด็จพ่อ หากเป็นเรื่องนั้น...”

เรื่องที่บิดาคิดจะสับเปลี่ยนบัลลังก์มังกรนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้เขาและองค์รัชทายาทมีความบาดหมางกันมาระยะหนึ่งแล้ว

ถึงแม้ฉู่ซูเหยียนจะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก หากแต่วาจาของบิดาทำให้เขามิสามารถหลีกเลี่ยงได้เช่นกัน

‘ข้าเคยคิดว่าตำแหน่งรัชทายาทควรเป็นของเหวินหงซึ่งเป็นองค์ชายใหญ่ แต่นับวันเขามัวแต่เที่ยวเล่นมิเอาความ ข้าให้โอกาสเขามาหลายครั้งหลายคราก็มิเคยเชื่อฟัง...ซูเหยียน สิ่งหนึ่งที่ผู้ครองแผ่นดินพึงมี คือการคิดถึงประชาชนมากกว่าความสุขของตนเอง’

ประโยคนั่นทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก ฝึกกระบี่ประดาบทีไรองค์รัชทายาทจะหาทางหนีทุกครั้ง โตขึ้นมาถึงคราต้องสู้รบออกศึกพี่ชายก็หาทางหลีกเลี่ยงจนบิดาหนักใจอยู่หลายหน

หากฉู่เหวินหงเข้าใจในสิ่งที่บิดาต้องการก็แล้วไปเถอะ

แต่หากไม่เล่า...

ฮ่องเต้มองดูแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่สบายใจนั่นแล้วก็ได้แต่เอื้อมมือไปแตะไหล่อีกฝ่ายเบาๆ

“ใช่ว่าข้ามิรักเหวินหง แต่ข้ามิอาจเอาสายเลือดมาเดิมพันกับปากท้องของประชาชน เจ้าอย่าคิดว่าข้าใจร้ายไปเลย”

ไม่รู้ว่าประโยคที่กล่าวออกมาต้องการจะบอกกับบุตรชายหรือปลอบตนเองกันแน่ เขารู้ดีว่าฉู่เหวินหงได้รับการสถาปนาเป็นองค์รัชทายาทตั้งแต่เยาว์วัย บัลลังก์มังกรคือสิ่งที่อยู่ในมือของเขามาตลอด

จนกระทั่งเหล่าบรรดาองค์ชายองค์หญิงต่างเติบโตขึ้น ฉู่เหวินหงที่เป็นความหวังอันสูงสุดของเขากลับทำให้ความคาดหวังของเขาค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ หากแต่กลับเป็นองค์ชายแปดที่สร้างความดีความชอบด้านการรบเป็นที่โดดเด่น

เดิมทีแค่เพียงฝีมือการสู้รบไม่เอาไหน เขาก็ยังเพิกเฉย คิดเพียงว่าขอแค่วิชาการบริหารบ้านเมืองและวิเคราะห์แก้ปัญหาสามารถทำได้ดีก็พอ มิหนำซ้ำเขาคิดจะให้ฉู่ซูเหยียนเป็นมือเป็นเท้าคอยคุ้มครองฉู่เหวินหงเสียด้วยซ้ำ

หากแต่เวลาผ่านไปกลับทำให้สิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจกลับสั่นคลอน...

นอกจากฝีมือการสู้รบแล้ว วิชาการเมืองฉู่ซูเหยียนยังโดดเด่นไม่เป็นรองใคร คราวนี้นอกจากใช้ใจแล้วยังต้องใช้สมองไตร่ตรองอย่างละเอียดว่านอกจากฉู่เหวินหงเป็นองค์ชายใหญ่แล้ว ยังมีตรงไหนที่เหมาะสมกับตำแหน่งรัชทายาทอีกหรือไม่

เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้มีท่าทีเหม่อลอยขึ้นมา อีกทั้งใบหน้ายังเต็มไปด้วยความเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัดจึงกระแอมเบาๆ

“เสด็จพ่อพักผ่อนเถิด เรื่องในภายหน้ายังมีเวลาสนทนากันอีก”

ฉู่ซูเหยียนกล่าวตัดบทพร้อมกับกระตุกมุมปากขึ้นข้างหนึ่งเพื่อจบบทสนทนา ไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดอะไรอีก

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในภายหน้า ทุกอย่างคือสิ่งที่โชคชะตากำหนดมาแล้ว ขอเพียงเจ้าอย่าโทษตัวเองได้หรือไม่”

ฮ่องเต้เอ่ยย้ำในขณะที่ฉู่ซูเหยียนผงกศีรษะลงถึงแม้จะเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนอยู่ก็ตาม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ลงโทษนาง!

    แต่นางไม่มีเวลาแล้ว...ในที่สุดก็ตัดสินใจเหาะเหินเข้าไป ลักลอบเข้าไปในซอกหนึ่งก่อนจะถอดชุดบุรุษที่คลุมร่างออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นชุดนางกำนัลที่ใส่ไว้ภายในใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้น ตำหนักของพระสนมไป่ก็ปรากฏเข้ามาในสายตา หันซ้ายขวาก็ไม่เห็นมีใคร!ไหนฉู่ซูเหยียนบอกเอาไว้ว่าฝ่าบาทรับสั่งให้มีการเฝ้าตำหนักเอาไว้...ถึงแม้ความคิดจะผุดขึ้นมาเช่นนั้น หากแต่ร่างบอบบางก็เข้าไปภายในอย่างง่ายดายกว่าที่คาดการณ์ พยายามสอดส่องไปรอบๆ จนกระทั่งเห็นของบางอย่างประกายแวววับอยู่ใต้ต้นเหมย มีผืนหญ้ายาวๆ ปกคลุมอยู่“ปิ่นของใคร”ไป่มู่ชิงพึมพำกับตัวเอง หยิบปิ่นทองคำสลักลวดลายบุปผาขึ้นมาดูแล้วซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวในอย่างเงียบๆ ย่างเข้าไปใกล้ประตูตำหนักที่ถูกลงกลอนเอาไว้ยิ่งเห็นแล้วก็ยิ่งทวีความสงสัย โซ่ที่คล้องเอาไว้มิได้ล็อกกุญแจ แบบนี้หากต้องการจะเข้าไปก็ไม่ใช่เรื่องยากมือเล็กพยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืด ปลดโซ่ที่พันธการประตูออกก่อนจะเปิดเข้าไปอย่างรวดเร็วหมับ!ฟิ้วว!!“อื้อ!”จู่ๆ ร่างเล็กก็ถูกกอดรัดจากข้างหลัง มือหยาบข้างหนึ่งปิดปากนางไว้แน่นพร้อมกับลากตัวนางออกไปจากตำหนัก เมื่อนางดิ้นรนหนักเ

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ลักลอบเข้าตำหนัก

    ‘คนยืนพูดไม่ปวดเอว’“มิเป็นนางย่อมมิเข้าใจหรือ”ไป่มู่ชิงพึมพำออกมาเสียงเบา ข้อความบนแผ่นกระดาษที่จางกุ้ยเฟยเขียนให้นางมีเพียงเท่านี้จริงๆแต่นั่นกลับทำให้หัวคิ้วทั้งสองขมวดติดกันแน่น ในใจรู้สึกเชื่อมั่นไปมากกว่าครึ่งว่าจางกุ้ยเฟยย่อมต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของไป่ลู่อี้อย่างแน่นอนหญิงสาวสลัดความคิดทั้งหมดออกจากหัวก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้หมอน หยิบเอากระดาษแผ่นที่ได้จากตำหนักเฉียนชิงออกมา คราวนี้ถึงได้มีสีหน้าไม่สบายใจเป็นทวีคูณลายมือที่ปรากฏอยู่ในกระดาษสวยงามทั้งคู่ ทว่ากลับมิใช่ลายมือเดียวกัน...แล้วตกลงจางกุ้ยเฟยเป็นคนดีหรือร้ายกันแน่!ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ทิ้งตัวลงบนพื้นเตียงในขณะที่หลี่หยู่นิ่วหน้า“พระชายา...”“ข้าคิดว่าข้าต้องหาโอกาสเข้าไปที่ตำหนักพี่สามสักครั้ง”“พระชายาจะเข้าไปได้อย่างไรกัน การเข้าวังแต่ละครั้งมิใช่เรื่องง่าย มิหนำซ้ำท่านอ๋องยังมิเคยมีท่าทีโปรดปรานท่านเลย”ไป่มู่ชิงขบกัดริมฝีปาก นิ้วก็เคาะลงบนเตียงอย่างครุ่นคิด“หากเข้าไปอย่างถูกต้องมิได้ เราก็อย่าให้ผู้ใดรู้สิ”----------------------------------------------------------หลายชั่วยามแล้ว ก็ยังมิมีผู้

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   พระชายาคงไม่มีความลับต่อสามี

    “เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง”เสียงเล็กแหลมคล้ายเด็กทารกพูดอ้อแอ้นั่นทำให้ไป่มู่ชิงที่กำลังจะเตรียมตัวกระโดดลงหันขวับมามอง เห็นหลานเซ่อกำลังอ้าปากพร้อมกับมีเสียงดังขึ้นเป็นจังหวะนั่นแล้วก็ได้แต่เบิกตาโตนกแก้วหรือ สีแบบนี้จะใช่มาคอร์หรือเปล่า ในโลกอนาคตนกแก้วชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูง นางควรเปลี่ยนใจนำกลับไปเลี้ยงดีหรือไม่!“พระชายาเพคะ มีคนกำลังมา”ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงของหลี่หยู่ก็ดังขึ้น เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก“ข้ารู้แล้ว” ไป่มู่ชิงร้องตอบ เหลือบมองหลานเซ่อที่เอียงคอมอง “หลานเซ่อ เจ้าเองก็รักษาตัวให้ดีก็แล้วกัน ข้าไปล่ะ”พูดจบก็กระโดดตุ๊บลงมาเบื้องล่าง“หยู่เอ๋อร์ ก่อนหน้านี้เจ้าเคยพูดเรื่องเข้าวังให้หลานเซ่อได้ยินบ้างหรือไม่”หลี่หยู่เบิกตากว้างก่อนจะละล่ำละลั่กตอบเสียงเบา“หม่อมฉันเพียงพูดออกมาลอยๆ เท่านั้นเพคะ ว่าจะช่วยพระชายาหาทางเข้าวังได้อย่างไร” ว่าแล้วก็ยิ้มแห้ง แต่ถึงกระนั้นในใจก็ยังเต็มไปด้วยความสงสัย “มีอันใดหรือไม่เพคะ”“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”ไป่มู่ชิงโบกมือไหวเมื่อเห็นผู้คนราวๆ หกคนกำลังเดินตรงมาทางนี้ก่อนที่นัยน์ตากลมโตจะเคลือบแคลงสงสัยเหตุใดจางกุ้

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง

    “ท่านอ๋องไหวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หมางกั๋วเอ่ยถามอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีน้ำตาลเข้มเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ของวังหลวงที่ใช้สำหรับประชุมขุนนาง“อืม”หลังจากฮ่องเต้ประชวรได้เพียงสองวัน จู่ๆ องค์รัชทายาทซึ่งมีอำนาจสั่งการแทนฮ่องเต้ได้เจ็ดในสิบส่วนก็เรียกประชุมขุนนางขึ้นกะทันหันเพื่อเรียกเก็บภาษีพ่อค้าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วนเหตุผลที่เรียกตัวกระชั้นชิดเช่นนี้เป็นไปได้สูงที่ฉู่เหวินหงคิดว่าเขาได้รับพิษจนมิสามารถเข้าร่วมประชุมเพื่อขัดขวางผลประโยชน์ได้‘พิษในตัวท่านอ๋องยังมิได้ถูกกำจัด เพียงแค่ถูกระงับไว้เท่านั้น ทำให้อาการสามารถกำเริบขึ้นมาได้อีกพ่ะย่ะค่ะ’เสียงของหมออู๋ยังดังก้องไปทั่ว พิษที่เขากินเข้าไปนั่นหาได้เป็นพิษรุนแรงจนมิสามารถขับออกได้ หากแต่เขาถูกรักษาไม่ครบถ้วนทุกกระบวนการต่างหาก พิษนั่นถึงมิได้สลายไปอย่างถาวรหลังจากที่หมออู๋รักษาเขาเพียงมิกี่ชั่วยาม ร่างกายที่หมดเรี่ยวแรงก็ฟื้นคืนกลับมาอย่างน่าประหลาด มิมีร่องรอยของการได้รับพิษเลยแม้แต่น้อยฉับพลันนัยน์ตาพยัคฆ์ก็เคลือบไปด้วยความมืดราวห้วงรัตติกาล...ที่แท้แล้วหมอหลวงหลิวมีใจภักดีต่อองค์รัชทายาทไปแล้ว ไม่รู้ด้วยซ

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   หนังสือสั่งเสีย

    ตลอดทางกลับจวนชินหวังฝู่ ไป่มู่ชิงลอบสังเกตอากัปกิริยาของฉู่ซูเหยียนที่เอาแต่นั่งหลับตาพิงหน้าต่างไม้ตลอดทาง ไร้ซึ่งแววตาและน้ำเสียงที่คอยข่มขู่นางเช่นเคยหญิงสาวยกมือกอดอก ฮัมเพลงเบาๆนอนหลับนิ่งๆ อยู่แบบนี้ ก็น่ารักเหมือนกันแฮะ!“สิ้นฤทธิ์แล้วสิท่า!”ทันทีที่รถม้าหยุดลงที่หน้าจวนชินหวังฝู่ บุรุษที่นางคิดว่ากำลังโบยบินอยู่ในความฝันกลับลืมตาโพลงขึ้นมาพร้อมๆ กับไป่มู่ชิงที่ใบหน้าเหวอหวา ถ้าเขารู้ตัวเร็วขนาดนี้ก็แสดงว่าไม่ได้หลับ สิ่งที่นางกล่าวออกไปเมื่อครู่เขาจะได้ยินหรือไม่!เอาจริงๆ ก็ไม่อยากจะปลอบใจตัวเองนัก...หญิงสาวก้มหน้าลงลอบถอนลมหายใจ หรี่ตามองเขาเล็กน้อยฉู่ซูเหยียนเหลือบมองร่างบอบบางพลางเค้นเสียงในลำคอขึ้นครั้งหนึ่ง เรื่องที่นางเอ่ยวาจาหมิ่นเขาเมื่อครู่เขาได้ยินเต็มสองหู หากแต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงมากพอที่จะลงโทษนาง“เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”ประตูรถม้าถูกเปิดออกพร้อมๆ กับปรากฏร่างของหมางกั๋วที่รอรับเจ้านายของตนเองอยู่เบื้องล่างฉู่ซูเหยียนพยายามควบคุมลมปราณเดินลงไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าพิษที่ได้รับเข้าไปจะยังถูกกำจัดออกไม่หมด“ถวายพระพรเพคะท่านอ๋อง”เสียงของหลิวอี้ถ่งดังขึ้นด้านข

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   กลับจวน

    เกือบแล้ว...เกือบถูกจับติดแล้ว!ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกเฮือกใหญ่เมื่อก้าวออกจากตำหนักเฉียนชิงได้ มือที่กำแผ่นกระดาษไว้ล้วงเข้าไปซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวใน“เหตุใดเสด็จพ่อถึงเรียกเจ้าเข้าเฝ้า”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้หญิงสาวสะดุ้ง รีบหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก่อนจะถลึงตามองอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าบุรุษใกล้ตายเจ้าของจวนชินหวังฝู่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังนางด้วยใบหน้าถมึงทึง“หม่อมฉัน...” ว่าไปแล้วก็เหลือบมองจางกุ้ยเฟยที่ยืนดูอยู่ห่างๆ “เสด็จพ่อเพียงแค่มอบของใช้พี่สามให้หม่อมฉันเพื่อคลายความคิดถึงเพคะ”เอ่ยออกไปแล้วก็อยากยกมือตบปากตัวเองแรงๆ สักครั้ง แม้แต่แรงจะลุกนั่งฮ่องเต้ยังไม่สามารถกระทำได้ นับประสาอะไรกับการสนทนากับนางเรื่องพี่สามกัน!และก็เป็นดังคาดเมื่อฉู่ซูเหยียนกระตุกยิ้มเหี้ยมทว่า...กลับไม่เอ่ยวาจากับนางแม้แต่ครึ่งคำ“ท่านจะไปไหน”ไป่มู่ชิงยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนอีกฝ่ายอย่างลืมตัวเมื่อเห็นว่าฉู่ซูเหยียนก้าวเดินออกตัวไปข้างหน้าเพื่อหวังจะเข้าไปภายในตำหนัก“ท่านอ๋อง ช้าก่อนเถิด” จางกุ้ยเฟยที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนเอ่ยเรียกร่างสูงใหญ่พลางกุมมือทั้งสองไว้แน่น “ข้าเป็นผู้ใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status