Share

วิวาห์ชื่นมื่น

last update publish date: 2026-09-07 18:23:37

ท่ามกลางท้องพระโรงใหญ่แห่งวังหลวง ประดับประดาไปด้วยผ้าแพรสีแดงชาดมากมาย เสียงดนตรีบรรเลงไพเราะ พร้อมด้วยบรรดานางกำนัลและขันทียืนร่ายล้อมอย่างเป็นระเบียบ

เบื้องบนนั่น ฮ่องเต้กำลังแย้มยิ้มด้วยใบหน้าชื่นมื่น ในขณะที่องค์รัชทายาท พระชายาและเหล่าองค์ชายองค์หญิงนั่งประจำโต๊ะตนเองอย่างเงียบเชียบ

ฮ่องเต้หันไปพยักหน้าให้กับขันทีผู้หนึ่งคล้ายเป็นการให้สัญญาณ หลังจากนั้นจึงมีเสียงทุ้มตะโกนกึกก้องไปทั่ว

“เชิญองค์หญิงเก้าแห่งแคว้นเหอเป่ย ไป่มู่ชิงและองค์ชายแปดแห่งถงเยว่ ฉู่ซูเหยียน ร่วมพิธีอภิเษก”

สิ้นประโยค ประตูไม้ใหญ่ก็ถูกเปิดออกอย่างพร้อมเพรียง เผยให้เห็นร่างชายหญิงในชุดมงคลสีแดงเจิดจ้าเคียงคู่กันอยู่ไกลๆ

ไป่มู่ชิงเหลือบมองคนข้างกายผ่านผ้าคลุมศีรษะเล็กน้อยก่อนจะย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้ นับตั้งแต่ถูกจับแต่งตัวเข้าวังหลวงมา หมอนี่ก็เอาแต่ตีหน้าขรึมและไม่พูดไม่จาอะไรกับนางเลยแม้แต่ประโยคเดียว

ยังไม่ทันที่จะได้ว่าร้ายในใจไปมากกว่านั้น มือหยาบหนาที่ผ่านการออกศึกมานานก็เอื้อมมากอบกุมมือบางไว้แน่นจนหญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นแววตาของเขายังเรียบเฉย ไป่มู่ชิงจึงทำได้เพียงแต่พ่นลมหายใจแล้วปล่อยให้ฉู่ซูเหยียนจูงนางเดินเข้าไปภายใน มิได้อิดออดอะไร

ภาพของคู่บ่าวสาวเคียงคู่กันเข้ามาเต็มไปด้วยความสง่าผ่าเผยจนผู้คนต่างมองด้วยความชื่นชม คิดในใจอย่างเปรมปรีดิ์ว่าท่านอ๋องแปดและพระชายาต่างเหมาะสมกันยิ่ง!

“นับตั้งแต่นี้ สองแคว้นปรองดอง ชาวเมืองเป็นสุข”

เสื้อคลุมตัวยาวของคนทั้งสองเกยขึ้นหากันยามที่ทอดตัวไปข้างหน้า ร่างกายแนบชิดเคียงข้าง อีกทั้งยังมีมือที่จับจูงกันอย่างมีความหมาย

“ได้เวลาเริ่มพิธี...”

เสียงของขันทียังคงดังอย่างต่อเนื่องพร้อมๆ กับร่างของคู่บ่าวสาวที่หยุดลงตรงหน้าฮ่องเต้

“สีดำดุจหมึกผ่านผืนน้ำสู่บุปผา

รอบเกศาประดับไข่มุกสวมหมวกหงส์

วิวาห์ดอกท้อชื่นมื่นมั่นคง

ตามประสงค์คล้องหยกร่วมมงคล”

สิ้นประโยค ฉู่ซูเหยียนก็หมุนกายไป่มู่ชิงให้เผชิญหน้าพร้อมทั้งค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก มองดูดวงตากลมโตที่มองดูอย่างฉงน

แล้วยังไงต่อ?

หญิงสาวยังคงมองเขานิ่งๆ ในขณะที่ชายหนุ่มคว้าเอวบางเข้ามาแนบชิด อีกมือหนึ่งยังเอื้อมมาจับมือของนางไว้แน่น

“ท่านจะทำอะไร”

เสียงหวานกระซิบเบา มองดูเขาที่พยายามจะปลดเสื้อคลุมตัวใหญ่มหึมายาวลากพื้นที่แสนหนักอึ้งนั่นออก ร่างบอบบางจึงมีท่าทีแข็งขืนอยู่บ้าง

“เต้นรำกับข้า”

ฉู่ซูเหยียนอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเลิกคิ้วเล็กน้อยนั่นปลดเสื้อคลุมของนางออก รั้งเอวบางไปโน้มตัวลงตรงหน้าฮ่องเต้ พร้อมทั้งเริ่มชักนำไป่มู่ชิงก้าวอย่างเป็นจังหวะ มิหนำซ้ำเสียงดนตรีบรรเลงยังดังคลอขึ้นอีกด้วย

หญิงสาวเองก็ได้แต่ทำตามที่อีกฝ่ายชักนำโดยไม่เกี่ยงงอนอะไร เรื่องเต้นรำออกงานสังคมไม่ใช่ปัญหา ได้แต่คิดในใจว่าบุรุษผู้นี้ควรจะนิ่มนวลต่อสตรีมากกว่านี้ได้หรือไม่ มือเขาที่วางอยู่บนเอวของนางจะหักอยู่แล้ว!

“ท่านอ๋อง ท่านเบามือหน่อยเถิดเพคะ”

ถึงแม้ไป่มู่ชิงจะเอ่ยออกมาเช่นนั้น หากแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมเอ่ยปากอะไร นัยน์ตายังเต็มไปด้วยความมืดครึ้มจนคาดเดาอารมณ์ไม่ถูก

ในที่สุดไป่มู่ชิงก็ถือวิสาสะ แอบอ่านใจอีกฝ่ายไปเสียเลย

‘ข้ารุนแรงตรงไหน! เจ้าน่ะอ่อนแอเกินไป!’

ที่แท้ก็ไม่รู้จักวิธีถนอมบุปผาเอาเสียเลย!!

คราวนี้หญิงสาวใบหน้าแดงสลับดำด้วยความหมั่นไส้เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน นี่ถ้าหมอนี่ไม่ได้เป็นอ๋องแปด ชาตินี้จะหาเมียได้หรือไม่!

ฉู่ซูเหยียนมองนางนิ่งๆ แต่ก็ยอมผ่อนแรงลง ‘บ้าง’ หากแต่นั่นก็ยังทำให้อีกฝ่ายลอบถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่ายอยู่ดี

ภาพสองร่างประคองแนบชิด พลิ้วไหวสง่างามราวผีเสื้อกำลังโบยบินทำให้ผู้คนต่างมองอย่างชื่นชม ไม่เว้นแม้กระทั่งฮ่องเต้เอง ถึงแม้จะยังรู้สึกไม่สบายอยู่หลายส่วน เรี่ยวแรงถดถอย หากแต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความพออกพอใจยิ่งนัก

ยกเว้นเสียแต่สายตาคมของคนผู้หนึ่งที่ดูไม่ดีเอาเสียเลย

ช่วงเวลาเข่นเขี้ยวในใจจบลงพร้อมๆ กับฉู่ซูเหยียนที่คว้าร่างบอบบางไปหยุดและคุกเข่าลงต่อหน้าฮ่องเต้เช่นเดิม

ส่วนใบหน้าก็...ยังเรียบเฉยเหมือนเดิมเช่นกัน

“ถวายพระพรฝ่าบาท”

“ถวายพระพรฝ่าบาท”

เสียงของบ่าวสาวดังขึ้นพร้อมกัน อีกทั้งยังโน้มตัวออกไปข้างหน้าเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ

ฮ่องเต้พยักหน้าเล็กน้อย กล่าวด้วยความอ่อนโยน

“ลุกขึ้นเถิด”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

ฉู่ซูเหยียนเอื้อมมือไปช่วยประคองคนข้างกายในขณะที่ไป่มู่ชิงก็ได้แต่กระทำตามอย่างว่าง่าย

ขันทีพิธีการเห็นดังนั้นแล้วจึงป่าวประกาศออกมาเสียงดัง

“บ่าวสาวเข้าที่ประทับ”

มือหยาบกร้านยื่นออกไปตรงหน้าไป่มู่ชิงเพื่อให้อีกฝ่ายจับ หญิงสาวเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ถึงกระนั้นก็ยอมสัมผัสอีกฝ่ายโดยดี

ทันทีที่ร่างของคนทั้งสองนั่งลงยังโต๊ะ นางกำนัลก็ยกอาหารจานหนึ่งมาวางไว้ตรงหน้า

“หมี่ผัด!”

ไป่มู่ชิงชะโงกหน้าพร้อมกับดูเส้นหมี่ผัดใส่เห็ดหอมกลิ่นยั่วยวนจนต้องเอื้อมมือไปจับตะเกียบไว้มั่น ตั้งแต่เช้าได้กินซาลาเปาไปแค่หนึ่งคำกับน้ำชาอีกเพียงหนึ่งอึกเท่านั้นเอง!

นี่ก็คงคล้ายๆ กับโต๊ะจีนในยุคปัจจุบันกระมัง เพราะฉะนั้นกินได้!

“แฮ่ม”

ฉู่ซูเหยียนกระแอมออกมาหนึ่งคำพร้อมกับนัยน์ตาดุจพยัคฆ์เหลือบมองคนข้างกายเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ริมฝีปากหยักขยับเล็กน้อยทว่าน้ำเสียงกลับห้วนตึง

“วางลง”

ไป่มู่ชิงเลิกคิ้วก่อนจะค่อยๆ มองไปรอบๆ ทางหางตา จากนั้นมือจึงวางตะเกียบลงอย่างระมัดระวัง

“เมื่อครู่มันจะหล่นเพคะ” เสียงหวานอ้อมแอ้มทั้งที่ดวงตายังมองอาหารตรงหน้าตาปรอย

เมื่อเห็นว่าคู่บ่าวสาวนั่งนิ่งๆ แล้ว เสียงของขันทีจึงเอ่ยขึ้นมา

“บะหมี่ผัดเห็ดหอม ชีวิตคู่ยืนยาวหอมหวาน”

ฉู่ซูเหยียนเลิกแขนเสื้อขึ้นก่อนจะหยิบตะเกียบคีบเอาหมี่และเห็ดหอมตรงหน้าใส่เข้าปากไป่มู่ชิงที่อ้ารับตามสถานการณ์ จากนั้นชายหนุ่มจึงขยิบตาเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายคีบอาหารป้อนเขากลับคืน

แค่นั้นไป่มู่ชิงก็เข้าใจ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ลงโทษนาง!

    แต่นางไม่มีเวลาแล้ว...ในที่สุดก็ตัดสินใจเหาะเหินเข้าไป ลักลอบเข้าไปในซอกหนึ่งก่อนจะถอดชุดบุรุษที่คลุมร่างออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นชุดนางกำนัลที่ใส่ไว้ภายในใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้น ตำหนักของพระสนมไป่ก็ปรากฏเข้ามาในสายตา หันซ้ายขวาก็ไม่เห็นมีใคร!ไหนฉู่ซูเหยียนบอกเอาไว้ว่าฝ่าบาทรับสั่งให้มีการเฝ้าตำหนักเอาไว้...ถึงแม้ความคิดจะผุดขึ้นมาเช่นนั้น หากแต่ร่างบอบบางก็เข้าไปภายในอย่างง่ายดายกว่าที่คาดการณ์ พยายามสอดส่องไปรอบๆ จนกระทั่งเห็นของบางอย่างประกายแวววับอยู่ใต้ต้นเหมย มีผืนหญ้ายาวๆ ปกคลุมอยู่“ปิ่นของใคร”ไป่มู่ชิงพึมพำกับตัวเอง หยิบปิ่นทองคำสลักลวดลายบุปผาขึ้นมาดูแล้วซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวในอย่างเงียบๆ ย่างเข้าไปใกล้ประตูตำหนักที่ถูกลงกลอนเอาไว้ยิ่งเห็นแล้วก็ยิ่งทวีความสงสัย โซ่ที่คล้องเอาไว้มิได้ล็อกกุญแจ แบบนี้หากต้องการจะเข้าไปก็ไม่ใช่เรื่องยากมือเล็กพยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืด ปลดโซ่ที่พันธการประตูออกก่อนจะเปิดเข้าไปอย่างรวดเร็วหมับ!ฟิ้วว!!“อื้อ!”จู่ๆ ร่างเล็กก็ถูกกอดรัดจากข้างหลัง มือหยาบข้างหนึ่งปิดปากนางไว้แน่นพร้อมกับลากตัวนางออกไปจากตำหนัก เมื่อนางดิ้นรนหนักเ

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ลักลอบเข้าตำหนัก

    ‘คนยืนพูดไม่ปวดเอว’“มิเป็นนางย่อมมิเข้าใจหรือ”ไป่มู่ชิงพึมพำออกมาเสียงเบา ข้อความบนแผ่นกระดาษที่จางกุ้ยเฟยเขียนให้นางมีเพียงเท่านี้จริงๆแต่นั่นกลับทำให้หัวคิ้วทั้งสองขมวดติดกันแน่น ในใจรู้สึกเชื่อมั่นไปมากกว่าครึ่งว่าจางกุ้ยเฟยย่อมต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของไป่ลู่อี้อย่างแน่นอนหญิงสาวสลัดความคิดทั้งหมดออกจากหัวก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้หมอน หยิบเอากระดาษแผ่นที่ได้จากตำหนักเฉียนชิงออกมา คราวนี้ถึงได้มีสีหน้าไม่สบายใจเป็นทวีคูณลายมือที่ปรากฏอยู่ในกระดาษสวยงามทั้งคู่ ทว่ากลับมิใช่ลายมือเดียวกัน...แล้วตกลงจางกุ้ยเฟยเป็นคนดีหรือร้ายกันแน่!ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ทิ้งตัวลงบนพื้นเตียงในขณะที่หลี่หยู่นิ่วหน้า“พระชายา...”“ข้าคิดว่าข้าต้องหาโอกาสเข้าไปที่ตำหนักพี่สามสักครั้ง”“พระชายาจะเข้าไปได้อย่างไรกัน การเข้าวังแต่ละครั้งมิใช่เรื่องง่าย มิหนำซ้ำท่านอ๋องยังมิเคยมีท่าทีโปรดปรานท่านเลย”ไป่มู่ชิงขบกัดริมฝีปาก นิ้วก็เคาะลงบนเตียงอย่างครุ่นคิด“หากเข้าไปอย่างถูกต้องมิได้ เราก็อย่าให้ผู้ใดรู้สิ”----------------------------------------------------------หลายชั่วยามแล้ว ก็ยังมิมีผู้

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   พระชายาคงไม่มีความลับต่อสามี

    “เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง”เสียงเล็กแหลมคล้ายเด็กทารกพูดอ้อแอ้นั่นทำให้ไป่มู่ชิงที่กำลังจะเตรียมตัวกระโดดลงหันขวับมามอง เห็นหลานเซ่อกำลังอ้าปากพร้อมกับมีเสียงดังขึ้นเป็นจังหวะนั่นแล้วก็ได้แต่เบิกตาโตนกแก้วหรือ สีแบบนี้จะใช่มาคอร์หรือเปล่า ในโลกอนาคตนกแก้วชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูง นางควรเปลี่ยนใจนำกลับไปเลี้ยงดีหรือไม่!“พระชายาเพคะ มีคนกำลังมา”ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงของหลี่หยู่ก็ดังขึ้น เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก“ข้ารู้แล้ว” ไป่มู่ชิงร้องตอบ เหลือบมองหลานเซ่อที่เอียงคอมอง “หลานเซ่อ เจ้าเองก็รักษาตัวให้ดีก็แล้วกัน ข้าไปล่ะ”พูดจบก็กระโดดตุ๊บลงมาเบื้องล่าง“หยู่เอ๋อร์ ก่อนหน้านี้เจ้าเคยพูดเรื่องเข้าวังให้หลานเซ่อได้ยินบ้างหรือไม่”หลี่หยู่เบิกตากว้างก่อนจะละล่ำละลั่กตอบเสียงเบา“หม่อมฉันเพียงพูดออกมาลอยๆ เท่านั้นเพคะ ว่าจะช่วยพระชายาหาทางเข้าวังได้อย่างไร” ว่าแล้วก็ยิ้มแห้ง แต่ถึงกระนั้นในใจก็ยังเต็มไปด้วยความสงสัย “มีอันใดหรือไม่เพคะ”“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”ไป่มู่ชิงโบกมือไหวเมื่อเห็นผู้คนราวๆ หกคนกำลังเดินตรงมาทางนี้ก่อนที่นัยน์ตากลมโตจะเคลือบแคลงสงสัยเหตุใดจางกุ้

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง

    “ท่านอ๋องไหวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หมางกั๋วเอ่ยถามอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีน้ำตาลเข้มเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ของวังหลวงที่ใช้สำหรับประชุมขุนนาง“อืม”หลังจากฮ่องเต้ประชวรได้เพียงสองวัน จู่ๆ องค์รัชทายาทซึ่งมีอำนาจสั่งการแทนฮ่องเต้ได้เจ็ดในสิบส่วนก็เรียกประชุมขุนนางขึ้นกะทันหันเพื่อเรียกเก็บภาษีพ่อค้าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วนเหตุผลที่เรียกตัวกระชั้นชิดเช่นนี้เป็นไปได้สูงที่ฉู่เหวินหงคิดว่าเขาได้รับพิษจนมิสามารถเข้าร่วมประชุมเพื่อขัดขวางผลประโยชน์ได้‘พิษในตัวท่านอ๋องยังมิได้ถูกกำจัด เพียงแค่ถูกระงับไว้เท่านั้น ทำให้อาการสามารถกำเริบขึ้นมาได้อีกพ่ะย่ะค่ะ’เสียงของหมออู๋ยังดังก้องไปทั่ว พิษที่เขากินเข้าไปนั่นหาได้เป็นพิษรุนแรงจนมิสามารถขับออกได้ หากแต่เขาถูกรักษาไม่ครบถ้วนทุกกระบวนการต่างหาก พิษนั่นถึงมิได้สลายไปอย่างถาวรหลังจากที่หมออู๋รักษาเขาเพียงมิกี่ชั่วยาม ร่างกายที่หมดเรี่ยวแรงก็ฟื้นคืนกลับมาอย่างน่าประหลาด มิมีร่องรอยของการได้รับพิษเลยแม้แต่น้อยฉับพลันนัยน์ตาพยัคฆ์ก็เคลือบไปด้วยความมืดราวห้วงรัตติกาล...ที่แท้แล้วหมอหลวงหลิวมีใจภักดีต่อองค์รัชทายาทไปแล้ว ไม่รู้ด้วยซ

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   หนังสือสั่งเสีย

    ตลอดทางกลับจวนชินหวังฝู่ ไป่มู่ชิงลอบสังเกตอากัปกิริยาของฉู่ซูเหยียนที่เอาแต่นั่งหลับตาพิงหน้าต่างไม้ตลอดทาง ไร้ซึ่งแววตาและน้ำเสียงที่คอยข่มขู่นางเช่นเคยหญิงสาวยกมือกอดอก ฮัมเพลงเบาๆนอนหลับนิ่งๆ อยู่แบบนี้ ก็น่ารักเหมือนกันแฮะ!“สิ้นฤทธิ์แล้วสิท่า!”ทันทีที่รถม้าหยุดลงที่หน้าจวนชินหวังฝู่ บุรุษที่นางคิดว่ากำลังโบยบินอยู่ในความฝันกลับลืมตาโพลงขึ้นมาพร้อมๆ กับไป่มู่ชิงที่ใบหน้าเหวอหวา ถ้าเขารู้ตัวเร็วขนาดนี้ก็แสดงว่าไม่ได้หลับ สิ่งที่นางกล่าวออกไปเมื่อครู่เขาจะได้ยินหรือไม่!เอาจริงๆ ก็ไม่อยากจะปลอบใจตัวเองนัก...หญิงสาวก้มหน้าลงลอบถอนลมหายใจ หรี่ตามองเขาเล็กน้อยฉู่ซูเหยียนเหลือบมองร่างบอบบางพลางเค้นเสียงในลำคอขึ้นครั้งหนึ่ง เรื่องที่นางเอ่ยวาจาหมิ่นเขาเมื่อครู่เขาได้ยินเต็มสองหู หากแต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงมากพอที่จะลงโทษนาง“เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”ประตูรถม้าถูกเปิดออกพร้อมๆ กับปรากฏร่างของหมางกั๋วที่รอรับเจ้านายของตนเองอยู่เบื้องล่างฉู่ซูเหยียนพยายามควบคุมลมปราณเดินลงไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าพิษที่ได้รับเข้าไปจะยังถูกกำจัดออกไม่หมด“ถวายพระพรเพคะท่านอ๋อง”เสียงของหลิวอี้ถ่งดังขึ้นด้านข

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   กลับจวน

    เกือบแล้ว...เกือบถูกจับติดแล้ว!ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกเฮือกใหญ่เมื่อก้าวออกจากตำหนักเฉียนชิงได้ มือที่กำแผ่นกระดาษไว้ล้วงเข้าไปซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวใน“เหตุใดเสด็จพ่อถึงเรียกเจ้าเข้าเฝ้า”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้หญิงสาวสะดุ้ง รีบหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก่อนจะถลึงตามองอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าบุรุษใกล้ตายเจ้าของจวนชินหวังฝู่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังนางด้วยใบหน้าถมึงทึง“หม่อมฉัน...” ว่าไปแล้วก็เหลือบมองจางกุ้ยเฟยที่ยืนดูอยู่ห่างๆ “เสด็จพ่อเพียงแค่มอบของใช้พี่สามให้หม่อมฉันเพื่อคลายความคิดถึงเพคะ”เอ่ยออกไปแล้วก็อยากยกมือตบปากตัวเองแรงๆ สักครั้ง แม้แต่แรงจะลุกนั่งฮ่องเต้ยังไม่สามารถกระทำได้ นับประสาอะไรกับการสนทนากับนางเรื่องพี่สามกัน!และก็เป็นดังคาดเมื่อฉู่ซูเหยียนกระตุกยิ้มเหี้ยมทว่า...กลับไม่เอ่ยวาจากับนางแม้แต่ครึ่งคำ“ท่านจะไปไหน”ไป่มู่ชิงยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนอีกฝ่ายอย่างลืมตัวเมื่อเห็นว่าฉู่ซูเหยียนก้าวเดินออกตัวไปข้างหน้าเพื่อหวังจะเข้าไปภายในตำหนัก“ท่านอ๋อง ช้าก่อนเถิด” จางกุ้ยเฟยที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนเอ่ยเรียกร่างสูงใหญ่พลางกุมมือทั้งสองไว้แน่น “ข้าเป็นผู้ใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status