로그인คืนที่เร่าร้อน
By : ฌอน
“หมอนั่นจะพาเธอไปไหน?” ผมรีบวิ่งออกมาจากผับ พอดีกับที่จะเห็นอัญญาเดินโซเซขึ้นรถเอ็มพีวีสีดำ เธอเมางั้นเหรอ?
แล้วผู้ชายที่ขึ้นไปนั่งข้างเธอเป็นใครกัน ดูอายุมากกว่าเธอนะ คนดีหรือเปล่า ถ้าพวกเขารู้จักกันผมจะไม่หน้าแตกเหรอ
โอ๊ย ในหัวผมมีแต่คำถามเต็มไปหมด แล้วนี่จะมาใส่ใจสนใจเรื่องของผู้หญิงคนนี้ทำไมขนาดนี้ด้วย
“เอาไงดีวะ” ผมยกมือกุมขมับขณะที่ขาก็พาเดินไปที่รถตัวเอง จะตามเธอไปดีหรือจะกลับคอนโดเลย
“เอาวะ ตามไปก็ไม่เห็นเป็นไรนี่” เมื่อขึ้นไปนั่งหน้าพวงมาลัยจึงตัดสินใจได้ว่าควรตามไปดูให้แน่ใจ เผื่อผู้ชายคนนั้นเป็นผู้ไม่หวังดีจะได้ช่วยทัน
“จะไปไหนกัน โรงแรมเหรอ?” หลังจากขับรถตามมาได้สักพัก ผมเอะใจกับเส้นทางที่รถวิ่งไป ทางนี้มุ่งหน้าไปม่านรูดแห่งหนึ่ง ก็คนเคยมาใช้บริการถึงพอเดาออก
เป็นอย่างที่ผมคาดเดาจริง ๆ รถถูกขับเข้าไปในม่านรูด ถ้าให้เดาเธออาจจะทำงานเสริมโดยที่ผมไม่รู้ หรือไม่เธออาจจะโดนวางยา รอดูอีกสักหน่อยแล้วกัน
ผมตัดสินใจขับรถเข้าม่านรูดเลือกห้องไกลออกมาสามห้อง ยอมเปิดห้องเลยแล้วกัน ตอนนี้รถคันนั้นเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวแล้ว ทำให้ไม่เห็นอะไร ซึ่งผมก็คงทำอะไรไม่ได้มาก
“เอาไงดีวะ” ผมเดินกลับไปกลับมา อยากรู้ว่าตอนนี้อัญญาทำอะไรอยู่ ลองแง้มม่านดูก็ยิ่งแปลกใจใหญ่ เพราะรถคันที่เธอนั่งมากำลังออกมาจากห้องที่เข้าไปเมื่อสักครู่นี้
“เล่นอะไรกัน แล้วอัญญาล่ะ” รถขับผ่านห้องที่ผมอยู่ มองไม่ออกว่าเธออยู่บนรถไหม เพราะมันมืดมาก
ใจผมร้อนรุ่มอยู่ไม่สุขแล้วตอนนี้ ไม่รู้ทำไมต้องมาตามรู้เรื่องเธอขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ได้สนใจเลย ไม่ใช่ความรัก อาจเป็นความสงสาร ตั้งแต่ได้เห็นครอบครัวของอัญญามาวันนั้นผมก็มองเธอเปลี่ยนไป
“โทรหาเลยแล้วกัน” ผมนึกได้วิธีเดียวในตอนนี้ ล้วงโทรศัพท์ออกมาเลื่อนหา
แชตของเธอ ก่อนจะกดโทรออก
“รับสิอัญญา” ผมกระวนกระวายใจภาวนาให้เธอรับสายเร็ว ๆ
(ช่วยด้วย อร้าย! ปล่อยฉันนะไอ้แก่บ้า...) เสียงเธอฟังดูหอบเหนื่อย เหมือนกำลังพยายามสู้กับใคร
(ปากดีจังเลยนะจ๊ะหนู เอามานี่!) เสียงของผู้ชายและน่าจะเป็นเสียงของคนมีอายุ
....
“อัญญา!” ยังไม่ได้รู้อะไรมาก สายก็ถูกตัดไป แต่นั่นก็ชัดเจนแล้วว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย เธอไม่ได้เต็มใจเข้าโรงแรมกับใคร
ผมต้องออกไปช่วยเธอ นึกได้ว่าในรถมีอาวุธจึงเดินไปหยิบปืนเล็กกระบอกสั้นที่เก็บไว้อย่างดีใต้เบาะรถ ผมได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีใบอนุญาตนะครับ ซื้อไว้ใช้ในยามจำเป็น และนี่เป็นครั้งแรกที่หยิบออกมาใช้ เผื่อในนั้นมีหลายคน ไม่ได้อยากจะฆ่าใคร แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องลั่นไกล
ผมเหน็บปืนไว้ด้านหลัง ก่อนจะเดินออกไปจากม่านกั้น ทว่ายังเดินไม่ถึงห้องที่อัญญาอยู่...
“อัญญา?” หญิงสาวเดินหรือดูดี ๆ กำลังพยายามวิ่งอย่างทุลักทุเล แต่เหมือนว่าเธอจะเมามากจึงทำให้ดูช้าเหมือนเดินโซซัดโซเซออกมา
ผมรีบวิ่งเข้าไปประชิดตัวเธอ “อัญญาคุณเป็นอะไร?” ไม่รอช้าเข้าไปประคองคนตัวเล็ก
“คุณฌอน” เธอเงยหน้ามองผมน้ำเสียงที่เปล่งออกมาช่างแผ่วดูไร้เรี่ยวแรง “ช่วยด้วย” เธอหายใจแรงและดูหอบกระเส่าเหมือนผ่านการต่อสู้มา
“ไปเถอะ” ผมช้อนร่างเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน แล้วเร่งฝีเท้าพาเธอหนีใครก็ไม่รู้เข้ามาในห้องที่ผมเปิดไว้
“ปล่อยฉันลงเถอะค่ะ น่าจะปลอดภัยแล้ว” หลังจากผ่านเข้ามาในโซนห้องที่มีผ้าม่านกั้นบังอยู่ เธอขอให้ผมวางเธอลง
“ไม่ได้อยากจะอุ้มคุณหรอกนะ แต่เห็นเดินเซ คิดว่าน่าจะช้า เดี๋ยวมีใครมาเห็น ผมจำเป็น” ผมยังไม่วางเธอลงตามคำขอ
“ไอ้เสี่ยนั่นคงไม่รู้ว่าฉันอยู่ห้องนี้แล้ว ปล่อยให้ฉันเดินเองดีกว่าค่ะ” อัญญาพูดถึงเสี่ย คนที่จับเธอมาน่าจะเป็นตาเฒ่าหัวงูคนนั้นสินะ เสี่ยที่อยากได้เธอเป็นเมียน้อย ยอมใจจริง ๆ ตามมาถึงที่นี่เลยเหรอ
“ทำไม รังเกียจผมเหรอ” ผมยังดื้อไม่ยอมวางเธอลง
“ไม่ใช่ อึก..อะ..อ้วก!” พระเจ้าช่วยผมด้วย! เธอปล่อยโจ๊กมีกลิ่นเต็มเสื้อผมเลย นี่คือสิ่งที่เธอตอบแทนคนที่ช่วยชีวิตเธอเหรอ
“อื้อฮือ เต็ม ๆ เลย”
“ฉันขอโทษ ก็บอกว่าให้ปล่อย” ดูเธอสิ แล้วทำไมไม่รีบบอกว่าอยากจะอ้วก อยากจะปล่อยทิ้งลงตรงนี้จริง ๆ
ตอนแรกตั้งใจจะพาเธอกลับเลย แต่เพราะต้องชำระเศษอาหารที่ถูกขย้อนออกมาเป็นโจ๊กของอัญญา จึงต้องเข้ามาในห้องเพื่อทำความสะอาดร่างกายเสียก่อน
ผมถอดเสื้อออกซักและผึ่งมันไว้ในห้องน้ำ ส่วนเธอกำลังทำความสะอาดตัวเองอยู่ ชุดเธอก็คงไม่ต่างกัน หนักกว่านั้นคือมีแค่ตัวเดียว ถ้าถอดคงต้องถอดออกหมด ดีที่ที่นี่มีชุดคลุมอาบน้ำให้ ไม่งั้นคงมีทางเลือกเดียวคือนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว แต่ก็คงไม่ต่างไปจากเดรสสั้นที่เธอใส่หรอกมั้ง
“แล้วทำไมคุณไม่ใส่ชุดคลุมอาบน้ำคะ?” ออกมาก็ตำหนิกันเลย
“ก็ผมมีกางเกงอยู่นี่จะให้ใส่ทำไม”
“เฮ้อ” เธอทำหน้างอพลางถอนหายใจ “ลดอุณหภูมิลงอีกได้มั้ยคะ ฉันร้อน” เธอเดินหารีโมตแอร์ จับมากดปุ่มลดอุณหภูมิลง
ครืน! ครืน!
“เสียงฟ้าร้องใช่มั้ย” ผมนิ่งฟังก่อนจะถามเธอว่าได้ยินเหมือนกันมั้ย
“คงใช่ค่ะ ฝนน่าจะตก”
ไม่ทันขาดคำเสียงฝนก็ดังกระทบกระเบื้องหลังคา ขนาดในห้องนี้ค่อนข้างทึบและป้องกันเสียงเข้าเสียงออกได้ดีก็ยังได้ยินเสียงฝนตก เชื่อว่าฝนน่าจะตกแรงมาก
“งั้นเราก็คงต้องนอนกันที่นี่”
“ฮะ!” เธอเบิกตากว้าง ตกใจอะไรเบอร์นั้น แค่บอกว่านอนยังไม่ได้ล่วงเกินอะไรเลย “ทำไมต้องนอนที่นี่คะ”
“ก็ฝนตกจะขับรถกลับยังไงล่ะคุณ ผมไม่เสี่ยงหรอกนะ”
“ฝนหยุดค่อยออกไปเหรอคะ”
“ตกแรงขนาดนี้ คิดว่าจะหยุดตอนไหน ตอนนี้ก็เกือบตีสองแล้ว ผมง่วงมาก คุณนอนโซฟาแล้วกันนะถ้ากลัวผม เดี๋ยวผมนอนบนเตียงเอง”
“แมนมากค่ะจีเอ็ม ให้ผู้หญิงนอนโซฟา” เธอชักสีหน้าเล็กน้อย แต่ก็ยอมเดินไปนั่งลงที่โซฟาหนังที่อยู่ปลายเตียง
“หรือคุณจะไปนอนในอ่างก็ได้นะ” ผมชี้ไปที่อ่างจากุชชี่รูปทรงคล้ายหินที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเตียงมากนัก ห้องนี้ตกแต่งสไตล์ป่าสนให้ความรู้สึกเหมือนว่ากำลังนอนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติโอบล้อม มีกระจกบานใหญ่ข้างเตียง บรรยากาศสุดโรแมนติกแบบนี้ มันน่า...
ถ้ามากับสาวคงได้โยกเอวกันหน่อย แต่นี่ผมอยู่กับพนักงานตัวเอง
“คุณก็ไปนอนเองสิคะ”
“แล้วนี่คุณทำยังไงถึงได้พลาดท่าเสียทีให้กับเสี่ยนั่น”
“ฉันน่าจะโดนวางยา ต้องเป็นตอนที่ฉันคุยกับน้องพิชชงพิชชี่ของคุณนั่นแหละ ผู้ชายคนนั้นคงแอบใส่ยาลงไปในแก้วของฉัน เพราะดื่มไปแค่แก้วเดียว ฉันคอแข็งมากนะ ดื่มหนักกว่านี้ก็ไม่เมา”
“แล้วเขาใส่ยาอะไรให้คุณดื่ม ไม่น่าจะใช่ยานอนหลับนะ ใช่มั้ย”
“คงไม่ใช่ยานอนหลับหรอกค่ะ ฉันแค่เวียนหัว พะอืดพะอม ร้อนมาจากข้างใน แต่พออ้วกออกแล้วก็ดีขึ้นมาหน่อย”
“ยาเสียสาวชัวร์ แล้วคุณหนีออกมาได้ยังไง”
“ฉันใช้แรงฮึดสู้เตะผ่าหมากเสี่ยนั่นน่ะสิคะ ดีที่เขาให้ลูกน้องออกไปแล้ว ไม่งั้นคงหนีออกมาไม่ได้”
“อย่างนี้นี่เอง เก่งเหมือนกันนะคุณเนี่ย ตัวเล็กนิดเดียวแต่เอาตัวรอดได้”
“แต่ถ้าไม่ได้คุณช่วยฉันก็ไม่รู้จะไปรอดมั้ย ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉัน” นี่น่าจะเป็นคำขอบคุณที่จริงจังที่สุดเท่าที่ผมเคยได้รับจากเธอ
“ไม่เป็นไร”
“แล้วคุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันอยู่ที่นี่”
เอาไงดี บอกว่าตั้งใจตามมาก็ดูใส่ใจเธอเกินไปไหม เดี๋ยวจะคิดไปไกลว่าผมมีใจให้
“คือ..ผมก็พาสาวมาลั้นลาที่นี่น่ะสิ”
“อ้าว แล้วผู้หญิงของคุณไปไหนละคะ”
ถามมากจริง คิดคำตอบไม่ทันเลยเนี่ย
“เธอกลับไปก่อนแล้ว ผมกำลังจะกลับนั่นแหละ แต่เห็นคุณวิ่งออกมาเลยเข้าไปถามไง แค่นั้นแหละ บังเอิญน่ะ”
“อ๋อแบบนี้นี่เอง”
“นอนเถอะ” ต้องรีบตัดบทก่อนที่เธอจะถามไปมากกว่านี้
“ฉันยังไม่ง่วงคุณนอนเถอะค่ะ” ผมเห็นเธอมีท่าทีแปลก ๆ ขยุกขยิกเหมือนคนไม่สบายตัว
“หนาวเหรอ เอาผ้าห่มมั้ย”
“ไม่ค่ะ ฉันร้อน ขอบคุณค่ะ”
“ฝนก็ตกแอร์ก็เย็นฉ่ำขนาดนี้ยังร้อนอยู่อีกเหรอ ผมจะแข็งแล้วนะเนี่ย”
“ทะลึ่ง”
“อะไรของคุณ ผมหมายถึงร่างกายบอดี้ผมเนี่ย โดนแอร์เหมือนกับถูกแช่แข็งแล้วนะ คิดอะไรของคุณเนี่ย ฮึ ๆ” ผมอดไม่ได้ที่จะหลุดขำให้กับสายตาที่มองมายังผมด้วยความหวาดระแวง คงเป็นอาฟเทอร์ช็อกสินะ พึ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาคงระวังตัวมากขึ้น
ผมเอนกายลงนอนหลังจากสิ้นสุดบทสนทนากับเธอ ร่างกายผมวันนี้ก็เพลียอยู่ไม่น้อย
พรึบ ! แสงไฟดวงที่สว่างที่สุดดับลง เป็นอัญญาที่เดินไปปิดมัน เหลือเพียงแสงพอสลัวจากโคมไฟข้างเตียง
ครืน ครืน เปรี้ยง!
“ฮึ” เสียงฟ้าผ่าที่อยู่ใกล้มากเหมือนมันผ่าลงข้างเตียงผมเลย ทำให้ตกใจตื่น ทั้งที่เกือบจะหลับอยู่แล้วเชียว
“คุณเป็นอะไรคะคุณฌอน กลัวเสียงฟ้าร้องเหรอ?” เธอยังไม่นอนอีกเหรอ เห็นพึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ
“เปล่า”
อัญญาใช้ผ้าเช็ดหน้าที่เหมือนจะเปียกชุ่มเช็ดหน้าตัวเอง ไม่สบายเหรอ
“คุณตัวร้อนเหรอ?”
“เปล่าค่ะ ฉันแค่รู้สึกร้อนนอนไม่หลับเลยลุกไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวเผื่อจะหายร้อน”
หรือว่ายายังไม่หมดฤทธิ์ ยาคงกระตุ้นอารมณ์เธออยู่ ทนได้ยังไง มีหนุ่มหล่ออยู่ในห้องไม่ยอมขอความช่วยเหลือ ฮึ แค่ปลดปล่อยมันออกมาแค่นั้นก็สบายตัวแล้ว
“ให้ผมช่วยมั้ย”
“ช่วยอะไรคะ”
“คุณร้อนจากภายในใช่มั้ย รู้สึกมีความต้องการรึเปล่า ถ้าไม่รังเกียจให้ผมช่วยคุณก็ได้นะ ไม่คิดตังค์”
“ไม่มีวัน อย่าแม้แต่จะคิดนะคะจีเอ็ม” เธอยกมือขึ้นมาปกป้องตัวเอง
“อย่าพึ่งปฏิเสธ เดี๋ยวจะกลืนน้ำลายตัวเองนะครับ” ผมยิ้มกรุ้มกริ่มให้กับหญิงสาวที่กำลังตีกับเสียงในหัวตัวเองอยู่ตอนนี้ ดูแล้วก็น่าเห็นใจ
“คุณนอนลงไปเถอะค่ะ อย่ามาสนใจฉันเลย”
ผมพยักหน้าตอบเธอ แล้วล้มหัวลงหมอน ทว่ายังไม่ถึงเสี้ยววินาที...
เปรี้ยง! พรึบ! ฟ้าดันผ่าเสียงดัง ไฟก็ดับทั้งหมดไม่เหลือแม้แต่เครื่องปรับอากาศ
“เฮ้ย!” ผมตกใจรีบกระโดดลงจากเตียง มุ่งเป้าไปที่อัญญาด้วยความเร็วแสง
“คุณฌอน ปล่อยฉันนะ” ผมกอดเธอไว้แน่น หัวใจเต้นถี่และแรง กลัวเสียงฟ้าผ่ายังพอทนไฟดับร่วมด้วยพอเลย ต่างสถานที่นอนผมจะกลัวเป็นพิเศษ คงเพราะตอนเด็กเคยถูกปล่อยให้นอนคนเดียวในบ้านหลังใหญ่ของพ่อแม่บุญธรรม คืนนั้นทั้งฟ้าร้องฝนตกหนักไฟดับ ผมนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวเป็นชั่วโมงก็ไม่มีใครเข้ามา นั่นอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไม่ชอบฟ้าร้องฟ้าผ่าและไฟดับ รู้สึกต้องหาคนกอดหรือต้องกอดใครสักคนถึงจะรู้สึกผ่อนคลาย
“อย่าขยับสิอัญญา”
“คุณก็ปล่อยฉันสิคะ”
“ไฟมาก่อนผมถึงจะปล่อย” ผมยังกอดเธอไว้แน่น พึ่งรู้ว่ากลิ่นตัวเธอหอมมาก
“ฉันร้อน!” เธอดิ้นจนสุดแรง จนผมต้องยอมปล่อย
พรึบ! ไฟก็สว่างวาบมาพอดี แม้จะพอสลัวแต่สามารถมองเห็นแววตาคู่สวยของเธอชัดเจน เธอหายใจหอบแรง แววตาเหมือนกำลังอดกลั้นกับอะไรบางอย่าง
ผมรู้ว่าคืออะไร เธอพยายามต่อสู้กับฤทธิ์ยาที่ดื่มเข้าไป เห็นอาการของเธอแล้วช่างน่าเห็นใจ ชีวิตผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ต้องอดทนและต่อสู้กับอะไรมาบ้างนะ ทำไมถึงได้หนักแน่นขนาดนี้
บทส่งท้าย หนึ่งเดือนผ่านไป “สวัสดีค่ะจีเอ็ม” “สวัสดีครับจีเอ็ม” “ดีครับ” พนักงานในรีสอร์ตของอัญญาต่างพากันยกมือไหว้และให้ความเคารพชยางกูรเมื่อเขาเดินผ่าน “ดูคุณจะทำตัวเว่อร์กว่าเจ้าของรีสอร์ตอีกนะคะ ที่นี่มีจีเอ็มที่ไหนกัน” แฟนสาวเดินเข้ามาแซวเมื่อได้ยินพนักงานเรียกเขาว่าจีเอ็ม “ก็ไม่ต่างอะไรกันนักหรอกที่รัก ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารโดยตรงถ้าไม่เรียกจีเอ็มจะให้เรียกอะไรละครับ” ว่าที่สามีอ้อนภรรยาอย่างน่ารัก ที่บอกว่าเขาเป็นว่าที่สามี เพราะอีกสองเดือนทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว หลังจากไปง้อกันสำเร็จ กลับมาชยางกูรก็ถือพานดอกไม้เข้ามาขอขมาพ่อแม่และยายของแฟนสาวที่เขาได้ล่วงเกินแก้วตาดวงใจของพวกท่านไป และถือโอกาสนี้สู่ขออัญญาด้วยเสียเลย พ่อแม่และยายหอมไม่ติดใจอะไรเขา แถมยังชื่นชมว่าใจกล้าและมีความรับผิดชอบดีมาก ชายหนุ่มจึงเป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ไปแล้ว ทำให้เขาสามารถเดินเข้าออกห้องนอนของอัญญาได้อย่างสบายใจ เป็นการอยู่ก่อนแต่งทดลองความเป็นสามีไปในตัว แต่ชยางกูรไม่ได้มาเกาะอัญญากินนะ เขาท
รักต้องง้อ(18+) “ตกลงจะให้ผมทำอะไร” อัญญาไม่ยอมเอ่ยออกมาสักที เอาแต่จ้องหน้าสบตาเขาอยู่หลายวินาทีแล้ว “ฉัน...ขอให้คุณยกขันหมากไปสู่ขอฉันภายในเดือนหน้า” ในที่สุดเธอก็กล้าเอ่ยปาก เป็นคำขอที่ทำให้ใจของเขาแทบจะละลายลงตรงนั้น ก่อนหน้านี้กลัวแทบแย่ ว่าเธอจะขอเลิก พอได้ยินประโยคนี้หัวใจพองโตคล้ายกับกำลังเต้นเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ แต่เขายังเก็บอาการดีใจเอาไว้ก่อน “นี่คุณกำลังขอผมแต่งงานเหรอ?” “ใช่ที่ไหนกัน ฉันสั่งให้คุณไปขอฉันแต่งงานต่างหาก” “มัดมือชกผมเหรอ?” “ใช่ จะคิดอย่างนั้นก็ได้” “ไม่โกรธผมแล้วเหรอที่ผมพาสาวอื่นมานอนค้างด้วย”คำพูดนี้ของเขาทำให้อัญญาโกรธขึ้นมาจริง ๆ เดิมที คิดว่าเขาแค่แกล้งพูดให้เธอโมโหเท่านั้น “นี่คุณมีคนอื่นจริงเหรอ?” “....” เขาแกล้งไม่ตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จนแฟนสาวคิดว่าเป็นเรื่องจริง “คนสารเลว!” อัญญาจะง้างมือตบเขา ทว่าชายหนุ่มคว้าเอาไว้ทันแล้วรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จากนั้นพาเธอไปในห้องนอน “ปล่อยฉันนะไอ้คนใจหมา ฉันไม่แต่งงานกับผู้ชายหลายใจสำส่อนอย่างคุณแล้ว”
คุณแพ้พนันฉันแล้ว อัญญานั่งเหม่อใจลอยที่ระเบียงห้องนั่งเล่นในที่พัก เสียงน้ำไหลเป็นธาร เสียงนกร้องเพลงเจื้อยแจ้ว เสียงลมพัดใบไม้ร่วงหล่น บรรยากาศดูสงบร่มรื่น ช่วงเวลาแบบนี้เธอต้องใจสงบ แต่ในใจกลับว้าวุ่นคิดถึงแต่เขา สามวันแล้วที่ติดต่อเขาไม่ได้ “คนใจร้าย จะเลิกกับฉันจริง ๆ ใช่มั้ย ชยางกูรนายมันงี่เง่า” เธอพึมพำคนเดียว สายตาก็ยังไร้ความสุข ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเดิม “มานั่งเหม่ออะไรตรงนี้ลูกสาวแม่” กัญญาเดินถือแก้วกาแฟเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ “ดื่มกาแฟให้สดชื่นก่อนสิลูก” แม่ของเธอชงกาแฟมาให้ “ขอบคุณค่ะแม่” “คิดถึงก็ไปตามเขาสิลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างคนรู้ใจลูก เพราะสามวันมานี้เธอสังเกตเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเศร้าตลอดเวลาอัญญามองหน้าแม่อย่างเขิน ๆ “หนูจะง้อเขาทำไมคะ เขาไม่มีเหตุผลเองนี่คะ” “อันไม่รักเขาแล้วเหรอ?” “ไม่ค่ะ” คนปากแข็งเอ่ยไม่เต็มเสียง “ไม่อยากแต่งงานกับคุณฌอนเหรอ?” เจอคำถามนี้เธอนิ่งไปหลายวิ “ไม่...ค่ะ” ปฏิเสธอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก จนแม่ก็แอบยิ้ม “แต่แม่อยากได้คุณฌอนเป็นลูกเขยน
ครอบครัวอบอุ่น ชายหนุ่มบอกลา สามเดือนผ่านไป @ สายธารารินทร์ รีสอร์ต “พี่อัน ได้ยินพนักงานบอกว่าวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอจ๊ะ?” รัญญาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่สาว อัญญากำลังนั่งดูแฟ้มอยู่บนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ในบ้านไม้สองชั้น ที่เป็นทั้งบ้านและห้องน้ำงานของเธอ เดิมทีพ่อปรีชาเตรียมห้องทำงานไว้ให้เธออย่างดี เป็นห้องทำงานเดิมของภรรยาใหม่ แต่เธอเกรงใจจึงขอใช้ชั้นหนึ่งของบ้านเป็นห้องทำงานตัวเอง “ใช่ วันนี้ห้องเต็มหมดเลย และพื้นที่ลานกลางเต็นท์ก็เต็มด้วยนะ” หญิงสาวในบทบาทของผู้บริหารรีสอร์ตเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ เธอได้ศึกษาและเรียนรู้ปัญหาของที่นี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้นำปัญหาต่าง ๆ ไปปรึกษาชยางกูร ซึ่งเขาก็เก่งมาก มองขาดในทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แนะนำวิธีการจัดการให้เธอทีละขั้น เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ยอดการจองก็เพิ่มขึ้น ทำให้พนักงานทุกคนยอมรับในตัวของอัญญา ต่างกับตอนแรกที่เดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ละคนแทบไม่เห็นหัวเธอเลย “พี่สาวรัญญ์เก่งจริง ๆ” “เรื่องนี้ต้องขอบคุณ คุ
หน้าที่ใหม่(18+) หลังจากชยางกูรนั่งคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าว่าที่พ่อตาประมาณห้านาทีเห็นจะได้ ปรีชาจึงให้เขาลุกขึ้น อัญญาจึงเชิญพ่อกับแฟนหนุ่มเข้ามาในบ้าน พ่อปรีชาได้เจอกับรัญญาก็หลั่งน้ำตาอีกรอบ ส่วนรัญญาก็ดีใจที่ได้เจอพ่ออีกครั้ง อัญญาจำต้องปลุกยายให้ตื่นกลางดึก เพราะอดีตลูกเขยมาเยี่ยม ยายหอมดีใจมาก โผเข้ากอดปรีชา เพราะยายหอมเองก็รู้สึกผิดต่อเขา เป็นเพราะลูกสาวตัวเองที่อยากเลิกกับปรีชา ยายหอมไม่ได้อยากให้ครอบครัวของลูกสาวแตกแยก ชยางกูรแปลกใจที่ทุกคนต้อนรับปรีชาเป็นอย่างดี ผิดกับตอนที่แม่ของอัญญามา ทุกคนไม่ดีใจขนาดนี้ นึกแล้วก็เห็นใจน้ากัญญา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง “คุณฌอน พ่อหนุ่ม ฌอน!” ยายหอมเรียกชยางกูรที่เอาแต่เหม่อลอยจนไม่ได้ยินเสียงใครเลย “ครับ! ครับคุณยาย” จนสะดุ้งตื่น “ไง...ฉันอุตส่าห์เอ็นดูคุณ ไม่คิดว่าจะกล้าพาหลานฉันชิงสุกก่อนห่าม” ยายหอมคงรู้เรื่องนี้จากปากปรีชา “ผมขอโทษครับที่ทำให้น้องเสียหาย ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างนะครับคุณยายคุณพ่อ” “ผมยังไม่กล้ายกยัยอันให้ผู้ชายคนนี้หรอกครับคุณ
นั่นพ่อค่ะ...ที่รัก หนึ่งเดือนผ่านไป เวลาไม่เคยหยุดเดิน ความรักที่ชยางกูรมีให้อัญญาก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่คบกันไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่เสิร์ฟขนมจีบให้เธอเลย ช่วงแรกอาจจะยังไม่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำอะไรต้องคอยแอบ แต่สองอาทิตย์ก่อนนี้เอง เขาได้เข้าไปเห็นช็อตที่เชฟแดเนียลกำลังใส่ผ้ากันเปื้อนให้แฟนสาวในห้องครัว วันต่อมาชายหนุ่มขี้หึงรีบมาประกาศถึงในครัวเรื่องที่เขาคบกับอัญญา จากตอนแรกที่รู้กันเป็นบางกลุ่มตอนนี้น่าจะรู้กันทุกคนแล้ว แรงหึงทำให้เขากล้าได้กล้าเสียจริง ๆ แม้จะถูกเบื้องบนตำหนิเขาก็ไม่สนใจ เดินหน้าโชว์ความหวานอย่างไม่อายใคร ล่าสุดแฟนสาวกลับบ้านมาหายายกับน้องสาวที่กรุงเทพฯ เขาก็อยากตามมาด้วยทั้งที่ตัวเองมีประชุมใหญ่ ทว่าอัญญาไม่ยอมให้เขาเสียการเสียงานจึงสั่งให้เขาอยู่ทำงานของตัวเองให้เต็มที่ ถ้าไม่ทำตามที่เธอบอกเธอยื่นคำขาดจะไม่คบกับเขาต่อ ชายหนุ่มจึงยอมฟังคนไม่เคยคบใครอะเนอะ “ยาย...ดึกแล้วไปนอนเถอะจ้ะ เดี๋ยวทางนี้อันกับยัยรัญญ์จะจัดการให้เอง” อัญญาเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังบ้านจึงบอกให้ยายขึ้นไปพักผ่อน แต่ยายหอมยังคงขะมักเ







