로그인แค่พี่น้องได้ไหมพี่
“กลับแล้วนะคะพี่อัน สวัสดีค่ะ” น้องฝึกงานยกมือไหว้พี่ที่ทำงานก่อนจะเลิกงาน
“ดีจ้ะ เจอกันพรุ่งนี้นะ” อัญญาโบกมือลาให้กับมายด์
ส่วนเธอต้องอยู่เคลียร์งานต่ออีกนิดหน่อยถึงจะกลับได้ เธอก้มหน้าก้มตาแต่งหน้าเค้กก้อนใหญ่ที่เตรียมไว้สำหรับงานแต่งงานของลูกค้าคนสำคัญในคืนนี้ หน้าที่นี้ควรจะเป็นของเชฟ แต่กลับถูกมอบหมายให้เธอทำแทน
หญิงสาวขะมักเขม้นทำงานตามหน้าที่ แม้จะมีน้อยคนที่เห็นถึงความพยายามและความขยันของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ก็ตาม
ในขณะที่เธอตั้งใจทำมันอยู่นั้น เชฟแดเนียลเดินผ่านครัวเบเกอรี่พอดี เขาหยุดยืนมองเธอผ่านกระจกใส พึ่งรู้ว่าผู้ช่วยเชฟคนนี้มีความสามารถที่โดดเด่นขนาดนี้ เค้กก้อนใหญ่สามชั้นที่ถูกแต่งเติมสีสันสวยงามราวกับศิลปินกำลังสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมชั้นยอด
เขาสงสัยว่าเธอทำคนเดียวหรือไม่
หนุ่มลูกครึ่งหน้าคมย่างเท้าเข้าไปในพื้นที่ครัวเบเกอรี่ ก่อนจะเอ่ยถามเธอ
“คุณเป็นคนทำเองทั้งหมดเลยเหรอ?”
หญิงสาววางมือเงยหน้ามองคนถาม “ไม่เชิงค่ะเชฟ...ส่วนของขนมปังด้านในเมย์เป็นคนทำค่ะ ส่วนของครีมน้องฝึกงานก็ช่วยทำค่ะ”
“คุณเป็นคนแต่งหน้าเค้กเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
เชฟแดเนียลเข้าไปจับแท่นเค้กหมุนดูรอบตัวเค้กทั้งหมด ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
“สวยมาก มีฝีมือขนาดนี้ทำไมยังได้เป็นแค่ผู้ช่วย” คำธรรมดาที่แสนพิเศษทำเอาคนฟังถึงกับใจชื้น
“ขอบคุณค่ะเชฟ ประสบการณ์ของอันยังน้อยค่ะ คงอีกนานถึงจะถูกพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง”
“ไม่จำเป็น สำหรับผมดูที่ฝีมือ ขยัน และอดทน” เสียงทุ้มเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ
ได้ยินที่เชฟพูดอัญญาดูจะมีความหวังและกำลังใจขึ้นเยอะ ความฝันของเธอใกล้ความจริงมากขึ้น นอกจากหาเงินให้ได้เยอะ ๆ แล้ว เธอยังอยากเป็นเชฟที่เก่งด้วย ได้ยินคำชมจากปากเชฟที่มีประสบการณ์อย่างแดเนียลก็มีแรงฮึดสู้ต่อ
“อันจะพยายามให้มากกว่านี้ค่ะ เชฟมีอะไรให้อันทำบอกมาได้เลยนะคะ อันพร้อมเรียนรู้งานในครัวทุกอย่างค่ะ”
“ดี ผมจะจำคำพูดของคุณไว้ หวังว่าอนาคตข้างหน้าผมจะมีโอกาสเรียกคุณว่าเชฟอันนะ”
คนฟังถึงกับยิ้มหวานเขินจนทำตัวไม่ถูก ไม่เห็นเหมือนที่เขาซุบซิบมาเลยว่าเชฟแดเนียลน่ากลัว เคร่งระเบียบ ดูเย่อหยิ่ง ทำไมเธอรู้สึกอุ่นใจที่ได้คุยกับเขา ผู้ชายคนนี้ดูเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพมาก
เวลา 19.15 น.
ถึงเวลาที่อัญญาต้องเลิกงานสักที หลังจากสะสางงานที่ค้างจนเสร็จเรียบร้อย เค้กงานแต่งถูกส่งมอบให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว แขกภายในงานต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าทางโรงแรมทำเค้กออกมาได้สวยมาก
เธอทำหน้าที่วันนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เดินยิ้มร่าออกมาอย่างมีความสุข หญิงสาวสวมหมวกกันน็อกขึ้นควบเบาะมอเตอร์ไซค์เกียร์ออโต้คันสีดำ เป็นรถที่พนิตาซื้อให้เป็นของขวัญแทนใจ ที่จริงเพื่อนของเธออยากจะซื้อรถยนต์ให้ด้วยซ้ำแต่เธอไม่ยอมรับ พนิตาจึงขอร้องให้อัญญารับรถมอเตอร์ไซค์แทน อย่างน้อยก็ไม่ต้องเดินไปกลับหอพัก
เธอไม่อยากรบกวนเพื่อนสนิทมากนัก แม้เพื่อนจะไปได้ดีมีสามีร่ำรวย ก็ใช่ว่าจะไปรีดไถเอาจากเพื่อนได้ ต้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก
อัญญาขี่ออกมาจากโรงแรมไม่กี่วินาที รถยนต์หรูของชยางกูรก็ขับตามหลังเธอออกมา ราวกับว่ารอจังหวะอยู่แล้ว
ชยางกูรขับช้า ๆ ไม่ยอมแซงหน้าเธอไปก่อน อัญญาเองก็ไม่ได้สนใจว่ารถที่ขับตามหลังมาจะเป็นรถใคร
ไม่นานเธอก็ขี่มาถึงทางเข้าหอพักของโรงแรม แต่ยังไม่ทันจะข้ามกำแพงเข้าไปในพื้นที่ของหอ มีชายร่างสูงโปร่งออกมายืนขวางหน้ารถของเธอไว้
“ทำบ้าอะไรเนี่ย!” ดีที่เธอขี่มาไม่เร็วนักบวกกับกำเบรกรถทัน จึงไม่ชนเขาและตัวเองก็ไม่ล้ม
“อยากตายรึ...” อัญญาเงยหน้ามองชายตรงหน้ากะว่าจะด่าให้หูดับไปเลย ทว่ายังไม่ทันจะด่าอะไร ปากเธออ้าค้างกลางอากาศ “คิน?” ตาโตแสดงออกด้วยความตกใจและแปลกใจ ทำไมแฟนเก่าเธอมาอยู่ตรงนี้ แล้วมายืนขวางรถของเธอทำไม?
“ผมขอคุยด้วยได้มั้ยพี่” อคินทร์เอ่ยถามเสียงทุ้มปะปนกับความรู้สึกอ้อนวอนอย่างมีความหวัง
หญิงสาวได้แต่จ้องหน้าเขาคิ้วขมวด ไม่อยากเจรจาด้วยแต่ก็แอบสงสารเขาเช่นกัน
“พี่ขอเอารถไปเก็บก่อนนะ” เธอเอ่ยเสียงเรียบ “รอพี่อยู่ตรงนี้แหละ” เธอบิดคันเร่งเข้าไปจอดที่โรงจอดรถใกล้หอพัก
“มีอะไร?” เธอถามเขา ทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่ทางเข้าหอพัก
“วันนี้ผมมาเล่นดนตรีที่โรงแรมแถวนี้ เลยอยากชวนพี่ไปให้กำลังใจผมหน่อย ผมได้บัตรฟรีของศิลปินมาเป็นโต๊ะวีไอพีอยากให้พี่ไป”
“พี่ไม่สะดวก ขอโทษด้วยนะ”
“ผมไม่ได้มาขอคืนดีกับพี่นะครับ แค่มาในฐานะน้องชายคนหนึ่ง ได้ยินว่างานในคืนนี้จะเสิร์ฟอาหารจากหลายชนชาติ มีเชฟดัง ๆ มาปรุงอาหารให้ดูสด ๆ เห็นว่าพี่ชอบดูเชฟทำอาหารเลยนึกถึงพี่เป็นคนแรก ไปเถอะนะครับ คิดซะว่าไปเพื่อตัวเอง” พอได้ยินสิ่งที่จะได้จากการไปงานนี้ความคิดของอัญญาก็เริ่มเอียงเอนไปทางเขาเล็กน้อย คนที่ได้เข้าไปนั่งดูดนตรีสดและได้เห็นเชฟชื่อดังปรุงอาหารไปด้วยมีแค่ใจรักก็เข้าไปไม่ได้ต้องกระเป๋าหนักและตำแหน่งสูงเท่านั้น มีคนยื่นโอกาสอันดีขนาดนี้มาให้ถ้าไม่ไปเสียดายแย่เลย
“แล้วงานมีธีมรึเปล่า พี่ต้องแต่งตัวแบบไหน” คำถามของหญิงสาวทำอคินทร์ยิ้มออก
“กาล่าดินเนอร์ครับ แต่พี่ไม่ต้องห่วง ผมเตรียมไว้ให้พี่แล้ว” ชายหนุ่มยิ้มร่าพลางเดินไปหยิบชุดในรถยนต์ที่จอดห่างออกไปไม่มากนัก
“เตรียมมาแล้วเหรอ?” อัญญาเลิกคิ้วถาม
“ครับ” หนุ่มรุ่นน้องยื่นถุงใบใหญ่ให้กับเธอ “คิดว่าชุดนี้น่าจะเหมาะกับพี่”
“เดี๋ยวพี่ตามไป ชื่อโรงแรมอะไร”
“ผมรอพี่ได้ครับ ผมเล่นสามทุ่ม” ชายหนุ่มอยากจะรอพี่สาวคนสวยให้ขึ้นรถไปกับเขา
“พี่แต่งตัวนานหน่อยนะ รอได้เหรอ”
“ได้ครับ” เขายืนกรานที่จะรอเธอ อัญญาก็จนปัญญาปฏิเสธ รอได้ก็รอไป
ในขณะที่อัญญากับอคินทร์ยืนสนทนากันอยู่นั้น มีสายตาคมของชยางกูรมองผ่านกระจกทึบจากในรถของเขาเพ่งไปที่ทั้งสองคนอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก แม้จะเปิดแอร์เย็นฉ่ำแต่ใจเขากลับร้อนรุ่ม ภายใต้ใบหน้าหล่อที่ดูเรียบเฉยกำลังแอบซ่อนความริษยาเอาไว้ในส่วนลึกสุดของหัวใจ
“มีผู้ชายมาให้เลือกไม่ขาดสายเลยนะแม่คุณ” เสียงทุ้มคุยกับตัวเอง
จังหวะนั้นมีสายเรียกเข้ามาพอดี ชยางกูรหันมาสนใจหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้าง ๆ เป็นเบอร์ของเพื่อนสนิทในกลุ่มของเขาเอง
สิงห์ หรือ สิงหา หนุ่มนักดนตรีมาดเซอร์ แต่หน้าตาดี เป็นคนพูดตรง ปากร้าย แต่ใจดี เขาเป็นสายดื่มรักสนุก รวยแต่ชอบทำตัวจนติดดิน
“เออ กำลังไปแล้ว” ชยางกูรยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแนบหู ไม่ทันที่ปลายสายจะเอ่ยอะไรเขาก็คิดว่าเพื่อนน่าจะโทรมาเร่งให้ไปเร็ว ๆ
(ไม่ได้โทรมาเร่ง แค่จะถามว่า มึงจะรับเด็กเอ็นฯ รึเปล่า เดี๋ยวหาไว้ให้)
“....” เขาขมวดคิ้วย่น นั่งคิดไม่ตก ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงรีบตอบรับไปอย่างเร็ว แต่ช่วงนี้รู้สึกอึดอัด ไม่ชอบให้ผู้หญิงมาเกาะแกะ “ไม่เอา”
(เฮ้ย! เป็นไปได้ยังไงวะที่เสือฌอนจะปฏิเสธสาว ๆ)
“ช่วงนี้กูเหนื่อย ไม่อยากขึ้นเตียงกับใคร อย่าถามมาก แค่นี้แหละกูขับรถอยู่” พูดจบก็รีบตัดสายเพื่อนทิ้งโดยไม่รอให้เพื่อนตอบกลับมาเลย อารมณ์ดูขุ่นมัวตั้งแต่เห็นอัญญายืนคุยอยู่กับหนุ่มนักดนตรี
รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่เขาใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลมาก จากโรงแรมที่อัญญาทำงานอยู่ชายในชุดสูทสีดำสุดเรียบหรูเจ้าของใบหน้าคมก้าวย่างเข้ามาภายในงานเลี้ยงสุดหรูที่จัดท่ามกลางธรรมชาติบนเนินเขาสามารถมองเห็นวิวภูเขาหลายลูก หากแต่ตอนนี้มืดสนิทเพราะพระอาทิตย์ตกดินแล้ว คงจะมีเพียงแสงจากหลอดไฟของทางรีสอร์ตที่ถูกประดับตกแต่งขึ้นสวยงามไม่แพ้แสงธรรมชาติ
“สวัสดีค่ะคุณชยางกูร เชิญนั่งทางนี้ค่ะ” พนักงานบริกรหญิงก้าวเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ก่อนจะนำทางผู้บริหารหนุ่มตรงไปยังที่นั่งวีไอพี
“เชิญคุณชยางกูรตามสบายนะคะ จะรับเครื่องดื่มอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ”
หลังจากชายหนุ่มนั่งลงบนโซฟาหนังสีครีมสองที่นั่ง พนักงานจึงเอ่ยถาม แม้ว่าจะมีเครื่องดื่มจัดไว้ให้แล้ว แต่สำหรับแขกวีไอพีนั้น สามารถรับเครื่องดื่มนอกเหนือจากที่จัดไว้ให้ได้
“ผมขอไวน์แดงครับ”
“ได้ค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ”
“ขอบคุณครับ”
ไม่กี่เสี้ยววินาทีชยางกูรก็ได้ยินเสียงกีตาร์คลาสสิคบรรเลงขึ้นมาจากมุมหนึ่งภายในงาน ซึ่งก็อยู่ใกล้กับโต๊ะที่เขานั่งนั่นแหละ ชายหนุ่มเบี่ยงความสนใจไปที่ต้นตอของเสียง และคลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ เมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทของตัวเองกำลังตั้งใจดีดกีตาร์อย่างสุนทรี
แม้จะมีนักกีตาร์ชายเพียงคนเดียวทว่ากลับสามารถสะกดทุกสายตาให้หันไปมองได้ นานทีปีหนจะเห็นสิงหาในลุคสุดเนี้ยบ เจ้าของใบหน้าคมในชุดสูททักซิโด้สีดำ ผมดกดำที่ยาวฟู ถูกรวบเก็บเรียบร้อย ดูดีแปลกตาไปมาก ทำให้ชยางกูรที่เอาแต่ทำหน้าเคร่งขรึมตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในงานถึงกับยิ้มปนขำออกมาได้ เมื่อเห็นเพื่อนรักในลุคที่ไม่ค่อยได้เห็นมาก่อน
เขาอดไม่ได้ที่จะไม่เก็บภาพสุดแปลกตานี้ไปให้เพื่อนในแก๊งได้เห็น หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายรูปและยังเก็บเป็นภาพเคลื่อนไหวบันทึกเป็นวิดีโอส่งให้เพื่อนในกลุ่มให้ได้กดขำกันด้วย
ในขณะที่ชายหนุ่มยกมือถือขึ้นเก็บภาพบรรยากาศภายในงาน มือเลื่อนผ่านที่นั่งวีไอพีฝั่งตรงข้าม เขาหยุดชะงักไป เมื่อเห็นสาวสวยที่ปรากฏในหน้าจอช่างคุ้นตา
เขาลดมือลงมองให้เห็นเต็มสองตาชัด ๆ เจ้าของชุดราตรีสีพีทประดับเพชรระยิบระยับกระโปรงยาวแหวกข้างลึกตรงหน้าเขาใช่อัญญาหรือเปล่า
ไม่ผิดแน่ เป็นเธอจริง ๆ ทว่าเธอไม่ได้มาคนเดียว
เธอมากับหนุ่มนักเปียโนคนนั้น?
เขาได้แต่ถามตัวเองในใจ รอยยิ้มเปื้อนหน้าเมื่อครู่กลับมาบึ้งตึงอีกครั้ง หงุดหงิดโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร
บทส่งท้าย หนึ่งเดือนผ่านไป “สวัสดีค่ะจีเอ็ม” “สวัสดีครับจีเอ็ม” “ดีครับ” พนักงานในรีสอร์ตของอัญญาต่างพากันยกมือไหว้และให้ความเคารพชยางกูรเมื่อเขาเดินผ่าน “ดูคุณจะทำตัวเว่อร์กว่าเจ้าของรีสอร์ตอีกนะคะ ที่นี่มีจีเอ็มที่ไหนกัน” แฟนสาวเดินเข้ามาแซวเมื่อได้ยินพนักงานเรียกเขาว่าจีเอ็ม “ก็ไม่ต่างอะไรกันนักหรอกที่รัก ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารโดยตรงถ้าไม่เรียกจีเอ็มจะให้เรียกอะไรละครับ” ว่าที่สามีอ้อนภรรยาอย่างน่ารัก ที่บอกว่าเขาเป็นว่าที่สามี เพราะอีกสองเดือนทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว หลังจากไปง้อกันสำเร็จ กลับมาชยางกูรก็ถือพานดอกไม้เข้ามาขอขมาพ่อแม่และยายของแฟนสาวที่เขาได้ล่วงเกินแก้วตาดวงใจของพวกท่านไป และถือโอกาสนี้สู่ขออัญญาด้วยเสียเลย พ่อแม่และยายหอมไม่ติดใจอะไรเขา แถมยังชื่นชมว่าใจกล้าและมีความรับผิดชอบดีมาก ชายหนุ่มจึงเป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ไปแล้ว ทำให้เขาสามารถเดินเข้าออกห้องนอนของอัญญาได้อย่างสบายใจ เป็นการอยู่ก่อนแต่งทดลองความเป็นสามีไปในตัว แต่ชยางกูรไม่ได้มาเกาะอัญญากินนะ เขาท
รักต้องง้อ(18+) “ตกลงจะให้ผมทำอะไร” อัญญาไม่ยอมเอ่ยออกมาสักที เอาแต่จ้องหน้าสบตาเขาอยู่หลายวินาทีแล้ว “ฉัน...ขอให้คุณยกขันหมากไปสู่ขอฉันภายในเดือนหน้า” ในที่สุดเธอก็กล้าเอ่ยปาก เป็นคำขอที่ทำให้ใจของเขาแทบจะละลายลงตรงนั้น ก่อนหน้านี้กลัวแทบแย่ ว่าเธอจะขอเลิก พอได้ยินประโยคนี้หัวใจพองโตคล้ายกับกำลังเต้นเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ แต่เขายังเก็บอาการดีใจเอาไว้ก่อน “นี่คุณกำลังขอผมแต่งงานเหรอ?” “ใช่ที่ไหนกัน ฉันสั่งให้คุณไปขอฉันแต่งงานต่างหาก” “มัดมือชกผมเหรอ?” “ใช่ จะคิดอย่างนั้นก็ได้” “ไม่โกรธผมแล้วเหรอที่ผมพาสาวอื่นมานอนค้างด้วย”คำพูดนี้ของเขาทำให้อัญญาโกรธขึ้นมาจริง ๆ เดิมที คิดว่าเขาแค่แกล้งพูดให้เธอโมโหเท่านั้น “นี่คุณมีคนอื่นจริงเหรอ?” “....” เขาแกล้งไม่ตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จนแฟนสาวคิดว่าเป็นเรื่องจริง “คนสารเลว!” อัญญาจะง้างมือตบเขา ทว่าชายหนุ่มคว้าเอาไว้ทันแล้วรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จากนั้นพาเธอไปในห้องนอน “ปล่อยฉันนะไอ้คนใจหมา ฉันไม่แต่งงานกับผู้ชายหลายใจสำส่อนอย่างคุณแล้ว”
คุณแพ้พนันฉันแล้ว อัญญานั่งเหม่อใจลอยที่ระเบียงห้องนั่งเล่นในที่พัก เสียงน้ำไหลเป็นธาร เสียงนกร้องเพลงเจื้อยแจ้ว เสียงลมพัดใบไม้ร่วงหล่น บรรยากาศดูสงบร่มรื่น ช่วงเวลาแบบนี้เธอต้องใจสงบ แต่ในใจกลับว้าวุ่นคิดถึงแต่เขา สามวันแล้วที่ติดต่อเขาไม่ได้ “คนใจร้าย จะเลิกกับฉันจริง ๆ ใช่มั้ย ชยางกูรนายมันงี่เง่า” เธอพึมพำคนเดียว สายตาก็ยังไร้ความสุข ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเดิม “มานั่งเหม่ออะไรตรงนี้ลูกสาวแม่” กัญญาเดินถือแก้วกาแฟเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ “ดื่มกาแฟให้สดชื่นก่อนสิลูก” แม่ของเธอชงกาแฟมาให้ “ขอบคุณค่ะแม่” “คิดถึงก็ไปตามเขาสิลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างคนรู้ใจลูก เพราะสามวันมานี้เธอสังเกตเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเศร้าตลอดเวลาอัญญามองหน้าแม่อย่างเขิน ๆ “หนูจะง้อเขาทำไมคะ เขาไม่มีเหตุผลเองนี่คะ” “อันไม่รักเขาแล้วเหรอ?” “ไม่ค่ะ” คนปากแข็งเอ่ยไม่เต็มเสียง “ไม่อยากแต่งงานกับคุณฌอนเหรอ?” เจอคำถามนี้เธอนิ่งไปหลายวิ “ไม่...ค่ะ” ปฏิเสธอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก จนแม่ก็แอบยิ้ม “แต่แม่อยากได้คุณฌอนเป็นลูกเขยน
ครอบครัวอบอุ่น ชายหนุ่มบอกลา สามเดือนผ่านไป @ สายธารารินทร์ รีสอร์ต “พี่อัน ได้ยินพนักงานบอกว่าวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอจ๊ะ?” รัญญาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่สาว อัญญากำลังนั่งดูแฟ้มอยู่บนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ในบ้านไม้สองชั้น ที่เป็นทั้งบ้านและห้องน้ำงานของเธอ เดิมทีพ่อปรีชาเตรียมห้องทำงานไว้ให้เธออย่างดี เป็นห้องทำงานเดิมของภรรยาใหม่ แต่เธอเกรงใจจึงขอใช้ชั้นหนึ่งของบ้านเป็นห้องทำงานตัวเอง “ใช่ วันนี้ห้องเต็มหมดเลย และพื้นที่ลานกลางเต็นท์ก็เต็มด้วยนะ” หญิงสาวในบทบาทของผู้บริหารรีสอร์ตเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ เธอได้ศึกษาและเรียนรู้ปัญหาของที่นี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้นำปัญหาต่าง ๆ ไปปรึกษาชยางกูร ซึ่งเขาก็เก่งมาก มองขาดในทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แนะนำวิธีการจัดการให้เธอทีละขั้น เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ยอดการจองก็เพิ่มขึ้น ทำให้พนักงานทุกคนยอมรับในตัวของอัญญา ต่างกับตอนแรกที่เดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ละคนแทบไม่เห็นหัวเธอเลย “พี่สาวรัญญ์เก่งจริง ๆ” “เรื่องนี้ต้องขอบคุณ คุ
หน้าที่ใหม่(18+) หลังจากชยางกูรนั่งคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าว่าที่พ่อตาประมาณห้านาทีเห็นจะได้ ปรีชาจึงให้เขาลุกขึ้น อัญญาจึงเชิญพ่อกับแฟนหนุ่มเข้ามาในบ้าน พ่อปรีชาได้เจอกับรัญญาก็หลั่งน้ำตาอีกรอบ ส่วนรัญญาก็ดีใจที่ได้เจอพ่ออีกครั้ง อัญญาจำต้องปลุกยายให้ตื่นกลางดึก เพราะอดีตลูกเขยมาเยี่ยม ยายหอมดีใจมาก โผเข้ากอดปรีชา เพราะยายหอมเองก็รู้สึกผิดต่อเขา เป็นเพราะลูกสาวตัวเองที่อยากเลิกกับปรีชา ยายหอมไม่ได้อยากให้ครอบครัวของลูกสาวแตกแยก ชยางกูรแปลกใจที่ทุกคนต้อนรับปรีชาเป็นอย่างดี ผิดกับตอนที่แม่ของอัญญามา ทุกคนไม่ดีใจขนาดนี้ นึกแล้วก็เห็นใจน้ากัญญา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง “คุณฌอน พ่อหนุ่ม ฌอน!” ยายหอมเรียกชยางกูรที่เอาแต่เหม่อลอยจนไม่ได้ยินเสียงใครเลย “ครับ! ครับคุณยาย” จนสะดุ้งตื่น “ไง...ฉันอุตส่าห์เอ็นดูคุณ ไม่คิดว่าจะกล้าพาหลานฉันชิงสุกก่อนห่าม” ยายหอมคงรู้เรื่องนี้จากปากปรีชา “ผมขอโทษครับที่ทำให้น้องเสียหาย ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างนะครับคุณยายคุณพ่อ” “ผมยังไม่กล้ายกยัยอันให้ผู้ชายคนนี้หรอกครับคุณ
นั่นพ่อค่ะ...ที่รัก หนึ่งเดือนผ่านไป เวลาไม่เคยหยุดเดิน ความรักที่ชยางกูรมีให้อัญญาก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่คบกันไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่เสิร์ฟขนมจีบให้เธอเลย ช่วงแรกอาจจะยังไม่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำอะไรต้องคอยแอบ แต่สองอาทิตย์ก่อนนี้เอง เขาได้เข้าไปเห็นช็อตที่เชฟแดเนียลกำลังใส่ผ้ากันเปื้อนให้แฟนสาวในห้องครัว วันต่อมาชายหนุ่มขี้หึงรีบมาประกาศถึงในครัวเรื่องที่เขาคบกับอัญญา จากตอนแรกที่รู้กันเป็นบางกลุ่มตอนนี้น่าจะรู้กันทุกคนแล้ว แรงหึงทำให้เขากล้าได้กล้าเสียจริง ๆ แม้จะถูกเบื้องบนตำหนิเขาก็ไม่สนใจ เดินหน้าโชว์ความหวานอย่างไม่อายใคร ล่าสุดแฟนสาวกลับบ้านมาหายายกับน้องสาวที่กรุงเทพฯ เขาก็อยากตามมาด้วยทั้งที่ตัวเองมีประชุมใหญ่ ทว่าอัญญาไม่ยอมให้เขาเสียการเสียงานจึงสั่งให้เขาอยู่ทำงานของตัวเองให้เต็มที่ ถ้าไม่ทำตามที่เธอบอกเธอยื่นคำขาดจะไม่คบกับเขาต่อ ชายหนุ่มจึงยอมฟังคนไม่เคยคบใครอะเนอะ “ยาย...ดึกแล้วไปนอนเถอะจ้ะ เดี๋ยวทางนี้อันกับยัยรัญญ์จะจัดการให้เอง” อัญญาเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังบ้านจึงบอกให้ยายขึ้นไปพักผ่อน แต่ยายหอมยังคงขะมักเ







