로그인ดับถ่านไฟเก่า
By : ฌอน
เหอะ มากับผู้ชายงั้นเหรอ? คงชอบเด็กหนุ่มงั้นสินะ
ผมหรี่ตามองผู้หญิงที่นั่งถัดไปจากโต๊ะที่ผมนั่งประมาณสามก้าว เธอเอาแต่ส่งสายตาหวานเยิ้มไปถึงนักเปียโนที่คาดว่าน่าจะเตรียมตัวเล่นเพลงต่อไป คงยังไม่เห็นผมที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้
“น้อง” ผมยกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟที่เดินผ่านมาพอดี
“คะ คุณฌอน”
“เชฟจะเริ่มโชว์ทำอาหารตอนไหน”
“จบเพลงนี้ค่ะ เมื่อนักเปียโนเล่นเพลงแรกค่ะ”
“งั้นเหรอ ขอบคุณครับ”
ผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้เชฟที่ทำอาหารโชว์เป็นใคร ไม่ว่าใครจะเดินจะนั่งจะคุยกันยังไงผมไม่สนใจแล้วตอนนี้ สายตาผมสนใจแค่เธอ อัญญาเอาแต่นั่งส่งสายตาเป็นประกายให้ชายที่มาด้วย เธอชอบนักดนตรีงั้นเหรอ ผมไม่อยากจะคุยว่าตัวเองก็ดีดกีตาร์ได้สองสามเพลงนะ ถ้าผมขึ้นไปเล่นโชว์คงเท่และมีเสน่ห์กว่าไอ้หนุ่มนักเปียโนนั่นหลายเท่า
“ไม่คิดจะหันมาทางนี้เลยรึไง” ผมจ้องเธอเป็นสิบนาทีได้แล้วมั้ง ส่วนเธอก็สนใจแต่ผู้ชายอื่น “ส่งซิกไปสักหน่อย” ผมกดถ่ายรูปเธอ และเข้าไปกดรูปส่งให้เธอ จากนั้นก็รอดูว่าเธอจะทำหน้ายังไงเมื่อเห็นผมอยู่ที่นี่
“ฮึ” ไม่ถึงสามวินาทีที่เธอกดเข้าไปดูในแชต ในที่สุดเธอก็เห็นหัวผมสักที ตาคู่สวยเบิกกว้างพร้อมกับอ้าปากพะงาบ ๆ คงเอ่ยชื่อผมอยู่
เธอก้มหน้าลงไปพิมพ์ข้อความอะไรไม่รู้ ก่อนจะมีเสียงเด้งเตือนว่ามีข้อความเข้าบนมือถือผม
อัญญา : คุณก็มางานนี้เหมือนกันเหรอคะ?
คำถามนี้ผมน่าจะเป็นคนถามเธอมากกว่านะ
“ผมเป็นถึงจีเอ็มมางานแบบนี้ถือว่าปกติมาก คุณล่ะมาได้ไงเป็นแค่พนักงานในครัว หรือหนุ่มนักเปียโนนั่นพามาเหรอ? แฟนคุณงั้นสิ” ผมตอบเธอและถามคำถามที่อยากรู้
เธอก้มอ่านก่อนจะเงยหน้ามองค้อนมาที่ผม เหมือนจะไม่พอใจอะไรบางอย่าง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตรงไหน
อัญญา : เขาไม่ใช่แฟนฉัน แต่ก็สามารถพาฉันเข้ามาในงานนี้ได้
“ผมก็พาคุณเข้ามาได้ ทำไมไม่บอกว่าอยากมา”
ผมส่งข้อความกลับไปหาเธออีกครั้ง ขณะนั้นพนักงานเสิร์ฟก็เดินเข้ามาเทไวน์ให้
“ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยขอบคุณก่อนจะยกแก้วไวน์แดงขึ้นมาสูดดมเอาความหอมจากไวน์หมักชั้นดี แต่ยังไม่ทันที่จะดื่มด่ำรสชาติของมัน สายตากลับเหลือบไปเห็นหญิงสาวหน้าตาคุ้นเคยที่ชื่อว่าพิชชี่
ซวยแล้ว พิชชี่ก็มางานนี้ด้วยเหรอ ผมวางแก้วแล้วรีบเบี่ยงหน้าหนีกลัวว่าเธอจะเห็น
แต่มองดูดี ๆ วันนี้พิชชี่เหมือนจะมากับสามีของเธอนะ ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ที่เธอยืนเกาะแขนอยู่ไม่ห่างคนนั้น ต้องใช่แน่ ๆ แบบนี้ก็สบายใจไปหนึ่งเปราะ พิชชี่คงไม่กล้ามาวุ่นวายกับผมหรอก
“เฮ้ย!” แต่เดี๋ยวนะ ผมลืมไปได้ไงเนี่ย ถึงแม้ว่าน้องเขาจะเข้ามาหาผมไม่ได้แต่คงจะตงิดใจแน่นอนถ้าเห็นผมกับอัญญานั่งอยู่คนละโต๊ะแบบนี้
“ไงวะเพื่อน กูเท่รึเปล่าวะ” ยังไม่ทันจะยื้อตัวลุกขึ้นเพื่อนรักของผมก็เดินเข้ามานั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกับผม
“ดูแปลกตาดี เดี๋ยวกูมานะ นั่งดื่มไปก่อนเลย งานเข้านิดหน่อย” บอกกล่าวสิงหาแล้วก็ลุกออกไปจากมันทันที
“อ้าว ไปไหนวะ”
“ถึงเวลาที่คุณต้องทำงานแล้วอัญญา” ผมถือวิสาสะหย่อนก้นลงนั่งข้างเธออย่างแนบชิด
“อะไรของคุณคะคุณฌอน ไม่ใช่เวลางานนะ” เธอเขยิบตัวหนีห่างออกไป กระนั้นผมก็ยิ่งกระชับร่างเธอเข้ามาใกล้มากขึ้น ไม่ช้าพิชชี่ก็ต้องเห็นเรา
“พิชชี่ก็มางานนี้ เธอกำลังเข้ามา แฟนกันนั่งคนละโต๊ะคุณว่ามันดูแปลก ๆ มั้ยล่ะ”
เธอยอมนิ่งและหันไปหาพิชชี่ “ไม่จำเป็นต้องนั่งใกล้กันก็ได้นี่คะ”
“จำเป็น เพื่อให้เธอคิดว่าผมรักคุณมาก ทำไม...กลัวผู้ชายที่มาด้วยเข้าใจผิดรึไง”
“ไม่เกี่ยวกับเขา ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคินแล้ว” อดีตแฟนสินะ หนุ่มนั่นคงตามง้อเธออยู่
“อ๋อ แฟนเก่าตามมาง้อ คุณคงไม่คิดจะกลับไปใช่มั้ย”
“มันเรื่องส่วนตัวของฉันค่ะ ขอไม่ตอบ”
“แสดงว่ายังมีใจอยู่ แบบนี้จะกระทบกับงานของเรารึเปล่า”
“ฉันไม่ได้รู้สึกกับคินแบบนั้นแล้ว ระหว่างเราเป็นแค่พี่น้องที่หวังดีต่อกัน ไม่ให้กระทบกับแผนของคุณหรอกค่ะ แต่ถ้าคุณไม่สบายใจก็หาคนอื่นมาทำแทนฉันก็ได้นะคะ”
“ได้ยังไงกัน เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว แฟนผมต้องเป็นคุณเท่านั้น”
“แฟนปลอม ๆ เท่านั้นค่ะ” ย้ำจริง ๆ กับคำว่าปลอม ๆ ผมไม่น่าคบหาขนาดนั้นเลยเหรอ ทั้งหล่อทั้งรวยหน้าที่การงานก็ดี
“ทานอะไรรึยัง”
“ยังค่ะ”
“อยากกินอะไรเดี๋ยวผมไปตักมาให้”
“ขอบคุณนะคะแต่ไม่เป็นไรค่ะฉันไปตักเองได้ แต่ขอดูเชฟทำอาหารก่อน มัวแต่คุยกับคุณฉันเลยพลาดช็อตเด็ดไปหลายช็อต”
ดูเธอจะสนใจเชฟที่กำลังโชว์ปรุงอาหารมากกว่ามองนักเปียโนนั่นนะ ผมเข้าใจผิดไปเองงั้นเหรอ
“คุณมาที่นี่กับเขาได้ยังไง”
“เขาไปชวนฉันมาเอง เขาอยากให้ฉันมาดูเชฟดัง ๆ อย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ใครจะได้รับเชิญมาง่าย ๆ มีโอกาสฉันเลยยอมมากับคิน” ที่แท้เธอก็คลั่งไคล้เชฟชื่อดังนี่เอง
“ถ้าคุณสนใจอะไรแบบนี้ งานหน้าผมจะพาคุณไปด้วยดีมั้ย”
“งานหน้า? มีงานแบบนี้อีกเหรอคะ” ตาโตขึ้นมาเชียวนะ
“ตอนนี้ยังไม่มี ถ้ามีเดี๋ยวผมจะพาไป”
“งั้นก็ขอบคุณล่วงหน้าไว้เลยนะคะ”
“สวัสดีค่ะพี่ฌอน” เสียงแหลมคุ้นหูดังแทรกขึ้นระหว่างที่ผมกับอัญญาสนทนากันอยู่ ไม่คิดว่าพิชชี่จะกล้าเดินเข้ามาทักทายผม
ผมระแวงจนต้องรีบหันไปมองเจ้าชีวิตของเธอ ทำไมเขาปล่อยให้เธอมาคุยกับหนุ่มหล่ออย่างผมได้
“เสี่ยไปคุยธุระค่ะ ไม่ต้องกังวลไป พิชชี่บอกเสี่ยว่าขอมาทักทายเพื่อนเก่านิดหน่อย”
“พี่ไม่ได้กลัวอะไร และวันนี้พี่ก็มากับแฟนของพี่ พิชชี่คงเห็นแล้วนะว่าเราไม่ได้เลิกกัน อาจจะมีงอนกันบ้างเป็นธรรมดา”
“ฮึ คิดว่าพิชชี่จะเชื่อเหรอคะ การละครทั้งคู่ เธอเป็นดาราใช่มั้ย แสดงเก่งเหมือนกันนะ” พิชชี่เอ่ยอย่างคนรู้ทันก่อนจะนั่งลงโซฟาตรงข้าม
“นี่ดูถูกความรักที่ฉันมีต่อพี่ฌอนมากไปแล้วนะ ตรงไหนคือการแสดงไม่ทราบ”
“คิดว่าพิชชี่ไม่เห็นว่าพี่ฌอนพึ่งมานั่งกับเธอรึยังไงคะ เดินเข้ามาในงานก็เห็นนั่งอยู่คนละโต๊ะ พอเห็นพิชชี่พี่ฌอนก็รีบวิ่งมานั่งกับเธอเพื่อตบตาพิชชี่ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าแสดงกันอยู่” เธอไม่ได้ไร้เดียงสาจริง ๆ รู้ทันเกมผมทุกอย่างเลย
“ฉันกับแฟนแค่งอนกันนิดหน่อย ฉันเลยขอมานั่งตรงนี้คนเดียว พี่ฌอนก็ตามมาง้อฉันแค่นั้น จะบอกอะไรให้นะเราสองคนงอนง้อกันเป็นประจำนั่นแหละ แต่แค่เขามาง้อฉันนิดหน่อยฉันก็ใจอ่อนแล้ว”
คำพูดของอัญญาน่าจะพอทำให้พิชชี่เชื่อไม่มากก็น้อย เธอกำลังปากสั่นหน้าแดงเพราะโกรธ
“ขอโทษที่ทำให้พิชชี่เข้าใจผิดนะ พี่กับอัญญาเรารักกันดี”
ฟึบ....ผมหันหน้าไปหอมแก้มอัญญาโดยไม่ได้นัดแนะ แค่พูดเธออาจไม่เชื่อก็ต้องเพิ่มบทให้สมจริงมากขึ้น แม้อัญญาจะแอบถลึงตาใส่ผมก็เถอะ
“ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลยนี่คะ จะทำร้ายใจกันไปถึงไหนคะพี่ฌอน”
“เห็นแบบนี้ก็รีบตัดใจจากเขาซะทีเถอะ”
“ไม่ เดี๋ยวพี่เขาก็เบื่อเธอ”
“เชื่อเขาเลย ละอายใจบ้างมั้ยเนี่ย มากับสามีตัวเองแท้ ๆ ยังไม่วายมาตื๊อแฟนคนอื่น หน้าไม่อาย”
“เธอน่ะสิหน้าไม่อาย มาแย่งพี่ฌอนไปจากฉัน ถ้าไม่มีเธอเข้ามาในชีวิตเขา พี่เขาไม่มีทางเลิกยุ่งกับฉันหรอก”
“อะไรที่ทำให้พิชชี่คิดแบบนั้น พี่เลิกยุ่งกับพิชชี่ไม่เกี่ยวกับอัญญาเลยนะ”
“แล้วมันอะไรล่ะคะ”
“ก็พี่รักอัญญาน่ะสิ รักจนไม่อยากเผื่อใจไว้ให้ใคร เคยคิดว่าชาตินี้พี่คงไม่อยากแต่งงานกับใครได้ แต่พอมาเจอเธอ” ผมเล่นบทซาบซึ้งโดยการมองหน้าคนข้าง ๆ พร้อมส่งสายตาที่จริงใจ มันก็แค่การแสดง ทำไมผมถึงใจสั่นแบบนี้ ซึ่งอัญญาก็เล่นส่งบทได้ดีมาก เหมือนเธอจะเคลิ้มไป
“พอได้แล้วค่ะ ทำยังไงพิชชี่ก็ไม่หยุดหรอกนะคะ ตราบใดที่พี่ฌอนยังไม่แต่งงาน พิชชี่ก็ยังมีหวัง”
ต้องแต่งก่อนจริงเหรอถึงจะหยุดตื้อผมได้ อย่าให้ต้องลงทุนขออัญญาแต่งงานหลอก ๆ เลยนะพิชชี่ ผู้หญิงคนนี้สุดเกินคน ไม่น่าเลยไอ้ฌอนเอ๊ย
“เธอนี่มันเหลือเกินจริง ๆ นะพิชชี่” อัญญาเอ่ย
“ใช่ ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ งั้นพิชชี่ไปก่อนนะคะเสี่ยออกมาแล้ว”
ไปสักทีเถอะ เฮ้อ...ใจคอไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยเวลาพิชชี่เข้ามาหา รู้สึกเสียวไส้เสียวพุงชอบกล สายตาที่สามีของเธอมองมาที่ผมมันดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่
“ปัญหานี้ของคุณเมื่อไหร่จะแก้ได้สักทีคะ” อัญญาเอ่ยพลางเขยิบตัวออกเล็กน้อย
“คงยาก ถ้าพิชชี่พูดแล้วทำจริง มีทางเดียวคือเราต้องแต่งงานกันนั่นแหละ”
“ไม่มีทาง”
“ผมรู้หรอกน่า ไม่ต้องทำหน้าทำตารังเกียจกันขนาดนั้นก็ได้มั้งคุณ อีกอย่างพิชชี่ยังอยู่ในงานนะ อย่าทำเหมือนไม่รักกันสิคุณ” ผมรั้งเอวบางเข้ามาแนบชิดอีกครั้ง
“พี่อัน!” ยังไม่ทันจะสวีทกันเสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังขึ้น
ผมเงยหน้ามองชายหนุ่มที่เดินเข้ามาหาเรา รู้สึกเหม็นขี้หน้าหมอนี่ชะมัด
“อคินทร์”
“คุณ...ชยางกูร ทำไมคุณมานั่งกับพี่อันได้ครับ”
“นี่ที่รักยังไม่บอกเขาเหรอ ว่าเราคบกัน” แทนที่จะตอบแฟนเก่าเธอไปตรง ๆ สู้หันมาให้อัญญาตอบดีกว่า
“เอ่อ...นี่แฟนพี่เอง เราพึ่งคบกันไม่นาน พี่ยังไม่อยากบอกใคร คินอย่าพึ่งบอกใครนะ” อาจจะฟังดูอึดอัดใจที่จะบอกแต่เธอก็ยอมพูดออกไป ใช้ได้ ถือว่าคุ้มที่จะจ่าย
“นี่พี่มีแฟนใหม่แล้วเหรอ” นัยน์ตาดูเศร้าหงอยเป็นหมาไปเลย แล้วไหนเธอบอกว่าเป็นแค่พี่น้อง พี่น้องกับผีน่ะสิอาการแบบนี้ ดูยังไงหมอนี่ก็อยากจุดถ่านไฟเก่าให้ติด เดี๋ยวผมจะคอยเป็นน้ำสาดใจเธอเอง ไม่มีวันติดขึ้นมาใหม่ได้แน่ เหอะ แล้วนี่ผมจะทำตัวเป็นตัวร้ายเหมือนในละครทำไม อาการที่เป็นอยู่คงไม่ได้เรียกว่าหึงหรือหวงใช่ไหม
บทส่งท้าย หนึ่งเดือนผ่านไป “สวัสดีค่ะจีเอ็ม” “สวัสดีครับจีเอ็ม” “ดีครับ” พนักงานในรีสอร์ตของอัญญาต่างพากันยกมือไหว้และให้ความเคารพชยางกูรเมื่อเขาเดินผ่าน “ดูคุณจะทำตัวเว่อร์กว่าเจ้าของรีสอร์ตอีกนะคะ ที่นี่มีจีเอ็มที่ไหนกัน” แฟนสาวเดินเข้ามาแซวเมื่อได้ยินพนักงานเรียกเขาว่าจีเอ็ม “ก็ไม่ต่างอะไรกันนักหรอกที่รัก ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารโดยตรงถ้าไม่เรียกจีเอ็มจะให้เรียกอะไรละครับ” ว่าที่สามีอ้อนภรรยาอย่างน่ารัก ที่บอกว่าเขาเป็นว่าที่สามี เพราะอีกสองเดือนทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว หลังจากไปง้อกันสำเร็จ กลับมาชยางกูรก็ถือพานดอกไม้เข้ามาขอขมาพ่อแม่และยายของแฟนสาวที่เขาได้ล่วงเกินแก้วตาดวงใจของพวกท่านไป และถือโอกาสนี้สู่ขออัญญาด้วยเสียเลย พ่อแม่และยายหอมไม่ติดใจอะไรเขา แถมยังชื่นชมว่าใจกล้าและมีความรับผิดชอบดีมาก ชายหนุ่มจึงเป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ไปแล้ว ทำให้เขาสามารถเดินเข้าออกห้องนอนของอัญญาได้อย่างสบายใจ เป็นการอยู่ก่อนแต่งทดลองความเป็นสามีไปในตัว แต่ชยางกูรไม่ได้มาเกาะอัญญากินนะ เขาท
รักต้องง้อ(18+) “ตกลงจะให้ผมทำอะไร” อัญญาไม่ยอมเอ่ยออกมาสักที เอาแต่จ้องหน้าสบตาเขาอยู่หลายวินาทีแล้ว “ฉัน...ขอให้คุณยกขันหมากไปสู่ขอฉันภายในเดือนหน้า” ในที่สุดเธอก็กล้าเอ่ยปาก เป็นคำขอที่ทำให้ใจของเขาแทบจะละลายลงตรงนั้น ก่อนหน้านี้กลัวแทบแย่ ว่าเธอจะขอเลิก พอได้ยินประโยคนี้หัวใจพองโตคล้ายกับกำลังเต้นเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ แต่เขายังเก็บอาการดีใจเอาไว้ก่อน “นี่คุณกำลังขอผมแต่งงานเหรอ?” “ใช่ที่ไหนกัน ฉันสั่งให้คุณไปขอฉันแต่งงานต่างหาก” “มัดมือชกผมเหรอ?” “ใช่ จะคิดอย่างนั้นก็ได้” “ไม่โกรธผมแล้วเหรอที่ผมพาสาวอื่นมานอนค้างด้วย”คำพูดนี้ของเขาทำให้อัญญาโกรธขึ้นมาจริง ๆ เดิมที คิดว่าเขาแค่แกล้งพูดให้เธอโมโหเท่านั้น “นี่คุณมีคนอื่นจริงเหรอ?” “....” เขาแกล้งไม่ตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จนแฟนสาวคิดว่าเป็นเรื่องจริง “คนสารเลว!” อัญญาจะง้างมือตบเขา ทว่าชายหนุ่มคว้าเอาไว้ทันแล้วรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จากนั้นพาเธอไปในห้องนอน “ปล่อยฉันนะไอ้คนใจหมา ฉันไม่แต่งงานกับผู้ชายหลายใจสำส่อนอย่างคุณแล้ว”
คุณแพ้พนันฉันแล้ว อัญญานั่งเหม่อใจลอยที่ระเบียงห้องนั่งเล่นในที่พัก เสียงน้ำไหลเป็นธาร เสียงนกร้องเพลงเจื้อยแจ้ว เสียงลมพัดใบไม้ร่วงหล่น บรรยากาศดูสงบร่มรื่น ช่วงเวลาแบบนี้เธอต้องใจสงบ แต่ในใจกลับว้าวุ่นคิดถึงแต่เขา สามวันแล้วที่ติดต่อเขาไม่ได้ “คนใจร้าย จะเลิกกับฉันจริง ๆ ใช่มั้ย ชยางกูรนายมันงี่เง่า” เธอพึมพำคนเดียว สายตาก็ยังไร้ความสุข ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเดิม “มานั่งเหม่ออะไรตรงนี้ลูกสาวแม่” กัญญาเดินถือแก้วกาแฟเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ “ดื่มกาแฟให้สดชื่นก่อนสิลูก” แม่ของเธอชงกาแฟมาให้ “ขอบคุณค่ะแม่” “คิดถึงก็ไปตามเขาสิลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างคนรู้ใจลูก เพราะสามวันมานี้เธอสังเกตเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเศร้าตลอดเวลาอัญญามองหน้าแม่อย่างเขิน ๆ “หนูจะง้อเขาทำไมคะ เขาไม่มีเหตุผลเองนี่คะ” “อันไม่รักเขาแล้วเหรอ?” “ไม่ค่ะ” คนปากแข็งเอ่ยไม่เต็มเสียง “ไม่อยากแต่งงานกับคุณฌอนเหรอ?” เจอคำถามนี้เธอนิ่งไปหลายวิ “ไม่...ค่ะ” ปฏิเสธอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก จนแม่ก็แอบยิ้ม “แต่แม่อยากได้คุณฌอนเป็นลูกเขยน
ครอบครัวอบอุ่น ชายหนุ่มบอกลา สามเดือนผ่านไป @ สายธารารินทร์ รีสอร์ต “พี่อัน ได้ยินพนักงานบอกว่าวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอจ๊ะ?” รัญญาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่สาว อัญญากำลังนั่งดูแฟ้มอยู่บนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ในบ้านไม้สองชั้น ที่เป็นทั้งบ้านและห้องน้ำงานของเธอ เดิมทีพ่อปรีชาเตรียมห้องทำงานไว้ให้เธออย่างดี เป็นห้องทำงานเดิมของภรรยาใหม่ แต่เธอเกรงใจจึงขอใช้ชั้นหนึ่งของบ้านเป็นห้องทำงานตัวเอง “ใช่ วันนี้ห้องเต็มหมดเลย และพื้นที่ลานกลางเต็นท์ก็เต็มด้วยนะ” หญิงสาวในบทบาทของผู้บริหารรีสอร์ตเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ เธอได้ศึกษาและเรียนรู้ปัญหาของที่นี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้นำปัญหาต่าง ๆ ไปปรึกษาชยางกูร ซึ่งเขาก็เก่งมาก มองขาดในทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แนะนำวิธีการจัดการให้เธอทีละขั้น เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ยอดการจองก็เพิ่มขึ้น ทำให้พนักงานทุกคนยอมรับในตัวของอัญญา ต่างกับตอนแรกที่เดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ละคนแทบไม่เห็นหัวเธอเลย “พี่สาวรัญญ์เก่งจริง ๆ” “เรื่องนี้ต้องขอบคุณ คุ
หน้าที่ใหม่(18+) หลังจากชยางกูรนั่งคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าว่าที่พ่อตาประมาณห้านาทีเห็นจะได้ ปรีชาจึงให้เขาลุกขึ้น อัญญาจึงเชิญพ่อกับแฟนหนุ่มเข้ามาในบ้าน พ่อปรีชาได้เจอกับรัญญาก็หลั่งน้ำตาอีกรอบ ส่วนรัญญาก็ดีใจที่ได้เจอพ่ออีกครั้ง อัญญาจำต้องปลุกยายให้ตื่นกลางดึก เพราะอดีตลูกเขยมาเยี่ยม ยายหอมดีใจมาก โผเข้ากอดปรีชา เพราะยายหอมเองก็รู้สึกผิดต่อเขา เป็นเพราะลูกสาวตัวเองที่อยากเลิกกับปรีชา ยายหอมไม่ได้อยากให้ครอบครัวของลูกสาวแตกแยก ชยางกูรแปลกใจที่ทุกคนต้อนรับปรีชาเป็นอย่างดี ผิดกับตอนที่แม่ของอัญญามา ทุกคนไม่ดีใจขนาดนี้ นึกแล้วก็เห็นใจน้ากัญญา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง “คุณฌอน พ่อหนุ่ม ฌอน!” ยายหอมเรียกชยางกูรที่เอาแต่เหม่อลอยจนไม่ได้ยินเสียงใครเลย “ครับ! ครับคุณยาย” จนสะดุ้งตื่น “ไง...ฉันอุตส่าห์เอ็นดูคุณ ไม่คิดว่าจะกล้าพาหลานฉันชิงสุกก่อนห่าม” ยายหอมคงรู้เรื่องนี้จากปากปรีชา “ผมขอโทษครับที่ทำให้น้องเสียหาย ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างนะครับคุณยายคุณพ่อ” “ผมยังไม่กล้ายกยัยอันให้ผู้ชายคนนี้หรอกครับคุณ
นั่นพ่อค่ะ...ที่รัก หนึ่งเดือนผ่านไป เวลาไม่เคยหยุดเดิน ความรักที่ชยางกูรมีให้อัญญาก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่คบกันไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่เสิร์ฟขนมจีบให้เธอเลย ช่วงแรกอาจจะยังไม่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำอะไรต้องคอยแอบ แต่สองอาทิตย์ก่อนนี้เอง เขาได้เข้าไปเห็นช็อตที่เชฟแดเนียลกำลังใส่ผ้ากันเปื้อนให้แฟนสาวในห้องครัว วันต่อมาชายหนุ่มขี้หึงรีบมาประกาศถึงในครัวเรื่องที่เขาคบกับอัญญา จากตอนแรกที่รู้กันเป็นบางกลุ่มตอนนี้น่าจะรู้กันทุกคนแล้ว แรงหึงทำให้เขากล้าได้กล้าเสียจริง ๆ แม้จะถูกเบื้องบนตำหนิเขาก็ไม่สนใจ เดินหน้าโชว์ความหวานอย่างไม่อายใคร ล่าสุดแฟนสาวกลับบ้านมาหายายกับน้องสาวที่กรุงเทพฯ เขาก็อยากตามมาด้วยทั้งที่ตัวเองมีประชุมใหญ่ ทว่าอัญญาไม่ยอมให้เขาเสียการเสียงานจึงสั่งให้เขาอยู่ทำงานของตัวเองให้เต็มที่ ถ้าไม่ทำตามที่เธอบอกเธอยื่นคำขาดจะไม่คบกับเขาต่อ ชายหนุ่มจึงยอมฟังคนไม่เคยคบใครอะเนอะ “ยาย...ดึกแล้วไปนอนเถอะจ้ะ เดี๋ยวทางนี้อันกับยัยรัญญ์จะจัดการให้เอง” อัญญาเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังบ้านจึงบอกให้ยายขึ้นไปพักผ่อน แต่ยายหอมยังคงขะมักเ







