로그인พาไปดูห้อง
By : อัญญา
“ว่าไงยัยรัญญ์” ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงที่หอพักของโรงแรมก่อนจะกดรับสายน้องสาว
(พี่ได้เจอแม่รึยัง)
“เจอแล้ว ที่บ้านไง”
(ไม่ใช่ที่นี่ หมายถึงที่เขาใหญ่ ฉันบอกให้แม่ไปหาพี่ที่นั่น) มิน่าล่ะเสี่ยถึงรู้พิกัดฉัน ไม่น่าเลยยัยรัญญ์
“ไม่ได้เจอ และไม่อยากเจอแล้ว”
(ทำไมละพี่ แม่คิดถึงเรานะ)
“แม่ไม่เหมือนเดิมแล้วรัญญ์ พี่ไม่อยากพูดอะไรมาก ถ้าแม่พาใครไปที่บ้าน แกอย่าให้เข้าบ้านนะ โดยเฉพาะผู้ชาย”
(ทำไม แม่แต่งงานใหม่แล้วเหรอ?)
“พี่ไม่รู้ และก็ไม่อยากรู้ด้วย เอาเป็นว่าแกอย่าไว้ใจแม่มากนักเข้าใจมั้ย”
(มีอะไรที่ฉันไม่รู้รึเปล่า?)
“เปล่า แค่อยากให้ระมัดระวังเอาไว้”
(เคร ๆ จ้ะ งั้นแค่นี้ก่อนพี่ ไปทำขนมช่วยยายก่อน)
“เคร ฝากความคิดถึงไปหายายด้วยนะ”
(ได้ ๆ)
รัญญาวางสาย ฉันจึงทิ้งตัวนอนแผ่หลา รู้สึกอ่อนล้าหมดกำลัง ทั้งจากการต่อสู้กับเสี่ย ทั้งต้องต่อสู้กับอาการบ้า ๆ ที่มีแต่ความอยากความใคร่ สุดท้ายฉันก็แพ้ อดทนกับมันไม่ได้ ยอมปล่อยตัวปล่อยใจ ไม่สิ แค่ปล่อยตัวให้กับคุณฌอน เปิดอกให้เขาจับจูบลูบคลำ แทนที่จะแค่ตำ ๆ แล้วก็ถอนออก เขากลับเสียเวลาเล้าโลมฉันอยู่ได้
ทว่าเขาก็ทำไว้น่าประทับใจมาก...
จะว่าไปเขาก็ใช้ได้เหมือนกันนะ ทั้งรสจูบที่ดูดดื่ม สัมผัสที่ละมุนไปจนถึงดุดัน กล้ามแน่น ๆ ซิกแพคเป็นคลื่น ๆ แท่งเอ็นอุ่นนั่นฉันรู้สึกได้ว่ามันใหญ่พอสมควร ไม่อยากจะเชื่อว่าเข้าไปในรูเล็ก ๆ ได้ยังไง
“เดี๋ยวนะ!” ฉันรีบดึงสติดีดตัวเองลุกขึ้นอย่างเร็ว ก่อนจะตบหน้าตัวเองแรง ๆ ไปหลายทีเพื่อเรียกสติกลับมา “เธอบ้าไปแล้วเหรออัญญา คิดถึงเขาทำไมก่อน”
เวลานี้ฉันควรลืมเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของเขา ฉันย้ำกับตัวเองเสมอว่าไม่ชอบขี้หน้าเขา ไม่มีทางที่จะตกหลุมรักผู้ชายคนนั้นได้ แม้เขาจะช่วยฉันไว้ก็เถอะ
จริงสิ เขาเป็นคนช่วยฉันไว้ งั้นก็ถือว่านอนกับเขาเพื่อเป็นการขอบคุณก็แล้วกัน
ถึงจะดูเป็น หนีเสือปะจระเข้ ทว่าอย่างน้อยจระเข้ก็หนุ่มกว่าแถมยังโสด ดีกว่าไปเป็นเมียน้อยเสี่ยบ้ากามนิดหนึ่ง
เช้าวันใหม่
“อัน เมื่อวานเป็นอะไรทำไมไม่มาทำงาน” นี่เป็นประโยคทักทายกันของทุกคนที่นี่ ตั้งแต่เดินก้าวขาเข้ามาในโรงแรม ใครเห็นฉันก็ทักแบบนี้ทุกคน รวมถึงเพื่อนร่วมงานตัวกลมคนนี้ด้วย
“ฉันเวียนหัวลุกไม่ขึ้น”
“งั้นเหรอจ๊ะ แล้วเมื่อวานตอนเย็นเห็นมีรถยนต์มาส่ง นั่นแฟนอันเหรอจ๊ะ” ยัยเมย์นี่แอบเอาจีพีเอสมาติดที่ตัวฉันรึเปล่า รอบก่อนก็เห็นรอบนี้ก็เห็น คงไม่เอาเรื่องฉันไปเล่าต่อเสีย ๆ หาย ๆ นะ
“ใช่ แฟนฉันเอง หวังว่าเธอจะไม่เอาเรื่องฉันไปเล่าให้คนอื่นฟังนะ หรือถ้าจะเล่าก็เล่าที่มันเป็นความจริงหน่อยเถอะ เป็นนักเขียนรึไงถึงชอบแต่งเรื่องพล่ามเกินจริง” ครั้งนี้ฉันต้องปรามเธอไว้ก่อน คนอย่างยัยเมย์ไว้ใจไม่ได้
“เมย์เปล่านะอัน เมย์ก็เล่าตามที่เห็น ทำไมอันต้องด่าเมย์ขนาดนี้” เอาอีกแล้ว ขึ้นเสียงแค่นี้ก็หาว่าด่า
“มีคำไหนที่เป็นคำด่า”
“อันหาว่าเมย์ตอแหล”
ฉันหลุดคำนี้ออกมาตอนไหน เฮอ...เหนื่อยใจจะเคลียร์
“มันหยาบตรงไหนเมย์ เราแค่เตือนเธอเฉย ๆ แล้วก็เลิกตีหน้าเศร้าบีบน้ำตาสักที เดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็นจะหาว่าฉันรังแกเธออีก”
“ฮึก เมย์ขอโทษ” ทำท่าฮึบแล้วเดินคอตกออกไปเลย
นี่ฉันทำงานอยู่กับเด็กสามขวบอยู่รึเปล่า ว่านิดว่าหน่อยทำเป็นจะร้อง
อย่าคิดว่าฉันจะง้อนะ ไม่ได้ผิดสักหน่อย
ฉันกุลีกุจอทำงานตัวเองต่อไป เช้านี้ทำหน้าที่เฝ้าเตาอบขนม วนไปวนมา รับรองว่าไม่มีไหม้แน่นอน เพราะฉันแม่นสูตรมากถึงแม้จะเป็นสูตรใหม่ที่เชฟแดเนียลพึ่งให้มาเมื่อไม่กี่วันนี้ก็เถอะ อัญญาราชินีขนมหวาน ฉายานี้ไม่ได้มาเพราะจับฉลากได้ ยายหอมนวลตั้งให้เชียวนะ เพราะยายสอนทำขนมมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าขนมไทยหรือต่างประเทศฉันก็ถนัดเป็นคนที่จำสูตรได้แม่นอีกด้วย
หวังว่าขนมปังเช้านี้คงหอมเตะจมูกถูกใจจีเอ็ม คงไม่วิ่งพรวดพราดเข้ามาตำหนิฉันอีกนะ
“ว้าว นี่สิถึงจะเรียกว่าเพอร์เฟกต์ สมกับการตั้งใจทำ” ถึงเวลาเอาขนมปังเดนนิชลูกเกดออกจากเตาอบ กลิ่นเนยหอม ๆ เตะจมูกชวนหิว จะว่าไปฉันก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย มองซ้ายมองขวา ทางสะดวก ตอนนี้ในห้องอบขนมก็มีแค่ฉันคนเดียว งั้นขอชิมหน่อยแล้วกัน
ฉันหยิบเดนนิชหนึ่งชิ้นเดินเข้ามุมเพื่อหลบกล้องวงจรปิด ไม่รอช้ากัดไปหนึ่งคำ
“อื้อฮือ” แป้งกรอบนอกนุ่มในรู้สึกละมุนลิ้นกว่าสูตรเดิม ไม่ได้บอกว่าสูตรเดิมไม่อร่อยนะ แต่สูตรใหม่คือดีกว่าเยอะมาก ต้องขอชมเชฟแดเนียลจากใจเลยว่าเขาเก่งมาก พึ่งมาไม่ถึงเดือนแต่สร้างผลงานใหม่ ๆ ออกมาได้ดีเยี่ยม ฉันต้องเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากเขาให้มากที่สุด
“อร่อยมากมั้ย”
“อร่อยมากค่ะ...จ..จีเอ็ม!” ซวยอีกแล้วฉัน คาหนังคาเขาเลย เขาเข้ามาตั้งแต่ตอนไหนทำไมไม่ได้ยินเสียงประตูเปิด
“กินไปกี่ชิ้น”
“หนึ่งชิ้นค่ะ” ฉันตอบพลางใช้มือลูบปากเช็ดคราบขนมปังที่หลงเหลือออก
“ผมจะคิดว่าคุณแค่ชิม ไม่เอาเรื่องไปฟ้องหัวหน้าคุณ แต่อย่าให้เห็นเป็นครั้งที่สองก็แล้วกัน” เสียงทุ้มของเขาเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ซึ่งมันแปลกมากนะที่จริงนิสัยเขาต้องโวยวายหน่อยมั้ย นี่นิ่งมาก
“ขอบคุณค่ะ แล้วคุณฌอนเข้ามาในนี้มีธุระอะไรรึเปล่าคะ หรือมาหาเชฟดุ๊ก”
“ผมไม่ได้มาหาเชฟดุ๊ก แค่อยากเข้ามาดูห้องเก็บขนมปัง”
ทำไมจีเอ็มต้องอยากเข้ามาดูห้องเก็บขนมปังด้วย
“มีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ” พึ่งสังเกตว่าในมือของเขาถือจานใบเล็กน่าจะเป็นจานใส่ขนม บนจานก็คงจะเป็นขนมปังฝรั่งเศสหรือบาร์แกต (Baguette) ถือเข้ามาด้วยแบบนี้เจอปัญหามาอีกแล้วสินะ เฮ่อ..แต่ละวันของฉัน
“ขนมปังชิ้นนี้ไง พาผมไปดูข้างในหน่อย ผมอยากรู้ว่าพวกคุณเช็กอุณหภูมิในห้องอยู่ตลอดรึเปล่า” นี่มันไม่ใช่หน้าที่ของผู้บริหารสักหน่อย ทำเกินหน้าที่ไปไหมคะ
“ทางนี้ค่ะ” ฉันเดินนำหน้าเขาออกไปอีกห้องหนึ่งที่เป็นห้องเก็บขนมปังชนิดต่าง ๆ ที่ทำเสร็จเรียบร้อย
ฉันพาจีเอ็มเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลางพอที่จะเก็บขนมปังได้หลากหลายชนิด ซึ่งห้องนี้อุณหภูมิจะติดลบอยู่เสมอ ใครเข้ามาต้องรีบหาสิ่งที่มาเอาให้เจอโดยเร็ว ไม่งั้นอาจแข็งตายได้
“เราเช็กทุกวันนะคะ แล้วจีเอ็มเจอปัญหาอะไรคะ”
“ในห้องก็เย็นใช้ได้นะ อยากรู้ว่ามันเป็นยังไงคุณก็ลองชิมดูสิ” คุณฌอนหยิบขนมยื่นมาให้ฉัน
ทว่ายังไม่ทันจะยกมือขึ้นด้วยซ้ำ เขาก็ดึงมือกลับไปแล้วเอาขนมยัดเข้าปากตัวเองเฉยเลย ไม่หยุดแค่นั้นเขายังก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวฉันด้วยความเร็ว ก่อนจะ...
อุ๊บ...โน้มหน้าลงมาจูบฉันโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันก็ได้แต่เบิกตาโต ไม่คิดจะขยับหรือขัดขืนแต่อย่างใด หนักกว่านั้นคือกำลังเผยอปากและเคลิ้มกับรสจูบของเขา เป็นการชิมขนมปังที่ไม่เคยทำมาก่อน ทั้งจูบทั้งกิน รู้สึกว่าขนมปังชิ้นนี้จะมีทั้งความหวานและความมัน ไม่เห็นว่ามันจะผิดปกติตรงไหนเลย
แม้ขนมจะละลายหายไปจนหมดแล้ว ทว่าปากของเขายังคงขบเม้มริมฝีปากฉันไม่หยุด
บ้าไปแล้ว เขาทำเรื่องน่าเกลียดแบบนี้ในที่ทำงานเลยเหรอ ยังลากฉันให้มีประวัติไม่ดีไปด้วย คนที่เคารพกฎระเบียบมาตลอด วันนี้เป็นอะไรไป ผีที่โรงแรมม่านรูดเข้าสิงมารึไง
จูบที่ลึกซึ้งนี้มันช่างอบอวลไปด้วยความปรารถนาแรงกล้า บรรยากาศในห้องที่เย็นยะเยือกในตอนแรก ตอนนี้กลับรู้สึกวูบวาบมันเร่าร้อนไปหมดแล้ว ฉันก็ไม่หักห้ามใจตัวเองเลยจริง ๆ
“ขนมปังอร่อยมาก ไม่ได้มีปัญหาอะไร” นี่คือประโยคหลังจากที่จูบปากฉันจนบวมไปหมดแล้วมั้ง คำพูดและสายตาของเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“....” พูดไม่ออกเลยสิฉัน
“ผมไปประชุมก่อนนะ คุณก็ออกไปทำงานได้แล้ว” อะไรของเขาพูดแล้วก็ชิ่งหนีไปดื้อ ๆ ทิ้งฉันยืนงงในดงขนมปังที่ถูกแช่แข็งในอุณหภูมิติดลบ
เครื่องหมายคำถามผุดขึ้นมาในหัวอีกแล้ว
เขาชอบฉันเหรอ?
หรือรู้สึกหิวจัดเลยมาระบายอารมณ์กับเรา?
จะอะไรก็ช่างเถอะ เขาไม่ควรทำแบบนี้ ฉันไม่ใช่ของเล่นของเขานะ มีความรู้สึกมีอารมณ์ เอ่อ...หมายถึงอารมณ์โกรธนะ
...ดีที่ในนี้ไม่มีกล้อง
บทส่งท้าย หนึ่งเดือนผ่านไป “สวัสดีค่ะจีเอ็ม” “สวัสดีครับจีเอ็ม” “ดีครับ” พนักงานในรีสอร์ตของอัญญาต่างพากันยกมือไหว้และให้ความเคารพชยางกูรเมื่อเขาเดินผ่าน “ดูคุณจะทำตัวเว่อร์กว่าเจ้าของรีสอร์ตอีกนะคะ ที่นี่มีจีเอ็มที่ไหนกัน” แฟนสาวเดินเข้ามาแซวเมื่อได้ยินพนักงานเรียกเขาว่าจีเอ็ม “ก็ไม่ต่างอะไรกันนักหรอกที่รัก ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารโดยตรงถ้าไม่เรียกจีเอ็มจะให้เรียกอะไรละครับ” ว่าที่สามีอ้อนภรรยาอย่างน่ารัก ที่บอกว่าเขาเป็นว่าที่สามี เพราะอีกสองเดือนทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว หลังจากไปง้อกันสำเร็จ กลับมาชยางกูรก็ถือพานดอกไม้เข้ามาขอขมาพ่อแม่และยายของแฟนสาวที่เขาได้ล่วงเกินแก้วตาดวงใจของพวกท่านไป และถือโอกาสนี้สู่ขออัญญาด้วยเสียเลย พ่อแม่และยายหอมไม่ติดใจอะไรเขา แถมยังชื่นชมว่าใจกล้าและมีความรับผิดชอบดีมาก ชายหนุ่มจึงเป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ไปแล้ว ทำให้เขาสามารถเดินเข้าออกห้องนอนของอัญญาได้อย่างสบายใจ เป็นการอยู่ก่อนแต่งทดลองความเป็นสามีไปในตัว แต่ชยางกูรไม่ได้มาเกาะอัญญากินนะ เขาท
รักต้องง้อ(18+) “ตกลงจะให้ผมทำอะไร” อัญญาไม่ยอมเอ่ยออกมาสักที เอาแต่จ้องหน้าสบตาเขาอยู่หลายวินาทีแล้ว “ฉัน...ขอให้คุณยกขันหมากไปสู่ขอฉันภายในเดือนหน้า” ในที่สุดเธอก็กล้าเอ่ยปาก เป็นคำขอที่ทำให้ใจของเขาแทบจะละลายลงตรงนั้น ก่อนหน้านี้กลัวแทบแย่ ว่าเธอจะขอเลิก พอได้ยินประโยคนี้หัวใจพองโตคล้ายกับกำลังเต้นเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ แต่เขายังเก็บอาการดีใจเอาไว้ก่อน “นี่คุณกำลังขอผมแต่งงานเหรอ?” “ใช่ที่ไหนกัน ฉันสั่งให้คุณไปขอฉันแต่งงานต่างหาก” “มัดมือชกผมเหรอ?” “ใช่ จะคิดอย่างนั้นก็ได้” “ไม่โกรธผมแล้วเหรอที่ผมพาสาวอื่นมานอนค้างด้วย”คำพูดนี้ของเขาทำให้อัญญาโกรธขึ้นมาจริง ๆ เดิมที คิดว่าเขาแค่แกล้งพูดให้เธอโมโหเท่านั้น “นี่คุณมีคนอื่นจริงเหรอ?” “....” เขาแกล้งไม่ตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จนแฟนสาวคิดว่าเป็นเรื่องจริง “คนสารเลว!” อัญญาจะง้างมือตบเขา ทว่าชายหนุ่มคว้าเอาไว้ทันแล้วรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จากนั้นพาเธอไปในห้องนอน “ปล่อยฉันนะไอ้คนใจหมา ฉันไม่แต่งงานกับผู้ชายหลายใจสำส่อนอย่างคุณแล้ว”
คุณแพ้พนันฉันแล้ว อัญญานั่งเหม่อใจลอยที่ระเบียงห้องนั่งเล่นในที่พัก เสียงน้ำไหลเป็นธาร เสียงนกร้องเพลงเจื้อยแจ้ว เสียงลมพัดใบไม้ร่วงหล่น บรรยากาศดูสงบร่มรื่น ช่วงเวลาแบบนี้เธอต้องใจสงบ แต่ในใจกลับว้าวุ่นคิดถึงแต่เขา สามวันแล้วที่ติดต่อเขาไม่ได้ “คนใจร้าย จะเลิกกับฉันจริง ๆ ใช่มั้ย ชยางกูรนายมันงี่เง่า” เธอพึมพำคนเดียว สายตาก็ยังไร้ความสุข ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเดิม “มานั่งเหม่ออะไรตรงนี้ลูกสาวแม่” กัญญาเดินถือแก้วกาแฟเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ “ดื่มกาแฟให้สดชื่นก่อนสิลูก” แม่ของเธอชงกาแฟมาให้ “ขอบคุณค่ะแม่” “คิดถึงก็ไปตามเขาสิลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างคนรู้ใจลูก เพราะสามวันมานี้เธอสังเกตเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเศร้าตลอดเวลาอัญญามองหน้าแม่อย่างเขิน ๆ “หนูจะง้อเขาทำไมคะ เขาไม่มีเหตุผลเองนี่คะ” “อันไม่รักเขาแล้วเหรอ?” “ไม่ค่ะ” คนปากแข็งเอ่ยไม่เต็มเสียง “ไม่อยากแต่งงานกับคุณฌอนเหรอ?” เจอคำถามนี้เธอนิ่งไปหลายวิ “ไม่...ค่ะ” ปฏิเสธอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก จนแม่ก็แอบยิ้ม “แต่แม่อยากได้คุณฌอนเป็นลูกเขยน
ครอบครัวอบอุ่น ชายหนุ่มบอกลา สามเดือนผ่านไป @ สายธารารินทร์ รีสอร์ต “พี่อัน ได้ยินพนักงานบอกว่าวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอจ๊ะ?” รัญญาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่สาว อัญญากำลังนั่งดูแฟ้มอยู่บนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ในบ้านไม้สองชั้น ที่เป็นทั้งบ้านและห้องน้ำงานของเธอ เดิมทีพ่อปรีชาเตรียมห้องทำงานไว้ให้เธออย่างดี เป็นห้องทำงานเดิมของภรรยาใหม่ แต่เธอเกรงใจจึงขอใช้ชั้นหนึ่งของบ้านเป็นห้องทำงานตัวเอง “ใช่ วันนี้ห้องเต็มหมดเลย และพื้นที่ลานกลางเต็นท์ก็เต็มด้วยนะ” หญิงสาวในบทบาทของผู้บริหารรีสอร์ตเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ เธอได้ศึกษาและเรียนรู้ปัญหาของที่นี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้นำปัญหาต่าง ๆ ไปปรึกษาชยางกูร ซึ่งเขาก็เก่งมาก มองขาดในทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แนะนำวิธีการจัดการให้เธอทีละขั้น เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ยอดการจองก็เพิ่มขึ้น ทำให้พนักงานทุกคนยอมรับในตัวของอัญญา ต่างกับตอนแรกที่เดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ละคนแทบไม่เห็นหัวเธอเลย “พี่สาวรัญญ์เก่งจริง ๆ” “เรื่องนี้ต้องขอบคุณ คุ
หน้าที่ใหม่(18+) หลังจากชยางกูรนั่งคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าว่าที่พ่อตาประมาณห้านาทีเห็นจะได้ ปรีชาจึงให้เขาลุกขึ้น อัญญาจึงเชิญพ่อกับแฟนหนุ่มเข้ามาในบ้าน พ่อปรีชาได้เจอกับรัญญาก็หลั่งน้ำตาอีกรอบ ส่วนรัญญาก็ดีใจที่ได้เจอพ่ออีกครั้ง อัญญาจำต้องปลุกยายให้ตื่นกลางดึก เพราะอดีตลูกเขยมาเยี่ยม ยายหอมดีใจมาก โผเข้ากอดปรีชา เพราะยายหอมเองก็รู้สึกผิดต่อเขา เป็นเพราะลูกสาวตัวเองที่อยากเลิกกับปรีชา ยายหอมไม่ได้อยากให้ครอบครัวของลูกสาวแตกแยก ชยางกูรแปลกใจที่ทุกคนต้อนรับปรีชาเป็นอย่างดี ผิดกับตอนที่แม่ของอัญญามา ทุกคนไม่ดีใจขนาดนี้ นึกแล้วก็เห็นใจน้ากัญญา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง “คุณฌอน พ่อหนุ่ม ฌอน!” ยายหอมเรียกชยางกูรที่เอาแต่เหม่อลอยจนไม่ได้ยินเสียงใครเลย “ครับ! ครับคุณยาย” จนสะดุ้งตื่น “ไง...ฉันอุตส่าห์เอ็นดูคุณ ไม่คิดว่าจะกล้าพาหลานฉันชิงสุกก่อนห่าม” ยายหอมคงรู้เรื่องนี้จากปากปรีชา “ผมขอโทษครับที่ทำให้น้องเสียหาย ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างนะครับคุณยายคุณพ่อ” “ผมยังไม่กล้ายกยัยอันให้ผู้ชายคนนี้หรอกครับคุณ
นั่นพ่อค่ะ...ที่รัก หนึ่งเดือนผ่านไป เวลาไม่เคยหยุดเดิน ความรักที่ชยางกูรมีให้อัญญาก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่คบกันไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่เสิร์ฟขนมจีบให้เธอเลย ช่วงแรกอาจจะยังไม่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำอะไรต้องคอยแอบ แต่สองอาทิตย์ก่อนนี้เอง เขาได้เข้าไปเห็นช็อตที่เชฟแดเนียลกำลังใส่ผ้ากันเปื้อนให้แฟนสาวในห้องครัว วันต่อมาชายหนุ่มขี้หึงรีบมาประกาศถึงในครัวเรื่องที่เขาคบกับอัญญา จากตอนแรกที่รู้กันเป็นบางกลุ่มตอนนี้น่าจะรู้กันทุกคนแล้ว แรงหึงทำให้เขากล้าได้กล้าเสียจริง ๆ แม้จะถูกเบื้องบนตำหนิเขาก็ไม่สนใจ เดินหน้าโชว์ความหวานอย่างไม่อายใคร ล่าสุดแฟนสาวกลับบ้านมาหายายกับน้องสาวที่กรุงเทพฯ เขาก็อยากตามมาด้วยทั้งที่ตัวเองมีประชุมใหญ่ ทว่าอัญญาไม่ยอมให้เขาเสียการเสียงานจึงสั่งให้เขาอยู่ทำงานของตัวเองให้เต็มที่ ถ้าไม่ทำตามที่เธอบอกเธอยื่นคำขาดจะไม่คบกับเขาต่อ ชายหนุ่มจึงยอมฟังคนไม่เคยคบใครอะเนอะ “ยาย...ดึกแล้วไปนอนเถอะจ้ะ เดี๋ยวทางนี้อันกับยัยรัญญ์จะจัดการให้เอง” อัญญาเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังบ้านจึงบอกให้ยายขึ้นไปพักผ่อน แต่ยายหอมยังคงขะมักเ







