Share

เพียงลำพัง 71

last update Last Updated: 2026-01-12 22:34:07

เธอก็คิดอยู่ว่าคนอย่างเพชรลดาไม่น่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ!

“ป้าลดาไปฟ้องแม่ว่ายังไงล่ะคะ? พิงค์รอฟังอยู่” บุตรสาวคนเล็กละความสนใจจากงานเบื้องหน้า ก่อนจะลุกไปหามารดาที่ยืนนิ่งเงียบอยู่กลางห้อง

“ทำไมถึงพูดกับป้าแบบนั้น แม่เคยเตือนแล้วใช่ไหม! ว่าอย่าก้าวร้าวผู้ใหญ่” นพเก้าเอ่ยถามเสียงขุ่น

“ถ้าการที่พิงค์ไม่ให้ป้าลดายืมเงิน มันถือเป็นการก้าวร้าว...ลูกก็ขอโทษด้วย” กะรัตอธิบายเสียงเรียบ ไม่อยากขัดแย้งกับมารดาด้วยเรื่องไร้สาระที่มาจากบุคคลที่สาม

“อย่ามาย้อนแม่นะ เรื่องเงินมันยังไม่เท่าไร...แต่ลูกกล้าดียังไง ถึงออกปากไล่ป้าออกจากห้องทำงาน!” คำถามที่มาพร้อมน้ำเสียงคุกรุ่นของมารดา ทำให้คนตรงหน้ารู้ได้ในทันทีว่าเรื่องนี้คงไม่มีทางจบลงได้ง่ายๆ

“ไม่ได้ไล่ค่ะ แต่ถ้าป้าลดาอยากคิดแบบนั้นลูกก็คงห้ามความคิดใครไม่ได้”

“...”

ดวงตากลมใสเคลือบไว้ด้วยความนิ่งเรียบเหมือนท้องทะเลไร้คลื่นลมของบุตรสาวคนเล็ก ทำให้นพเก้าอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังขาต่อความเย็นชาและท่าทีสงบนิ่งเหมือนไร้ซึ่งชีวิตจิตใจ 

“นั่นสินะ...เพราะปกติใครจะคิดยังไงก็ไม่เคยสำคัญสำหรับลูกอยู่แล้ว!”

“ถ้าแม้แต่แม่ก็อยากจะคิดแบบนั้น ลูกก็คงห้ามไม่ได้เหมือนกันค่ะ”

ความเคยชินกับถ้อยที่มักเต็มไปคำตำหนิ ทำให้คนอ่อนล้าเลือกสรุปสั้นๆตามความประสงค์ของคนที่สำคัญเสมอสำหรับชีวิตของเธอ

“อวดดี! หยิ่งยโส!...เพราะลูกเป็นแบบนี้ไง ถึงได้ไม่มีใครรัก! ไม่มีใครอยากจะอยู่ใกล้!”

ถ้อยคำที่พลั้งเผลอไปตามแรงอารมณ์ของคนเป็นมารดา ทำให้คนฟังที่รับรู้ความจริงข้อนี้เสมอมา แต่ไม่เคยกล้ายอมรับรู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง ดวงตากลมใสที่สั่นไหวแต่ไร้ความเปลี่ยนแปลงยังคงมองใบหน้าสวยสง่าของมารดาอีกครั้ง เห็นอาการชะงักค้างไปหลายวินาทีของคนเป็นแม่ กะรัตก็นึกสงสัยขึ้นมากะทันหัน ว่าแม่ของเธอจะรู้ไหม? ว่าสีหน้าและกาษากายที่แสดงออกมาเมื่อครู่มันช่วยยืนยันคำพูดนั้นได้ดีและชัดเจนยิ่งกว่าการตะโกนใส่หน้าเสียอีก

“รักก็คือรัก ไม่รักก็คือไม่รัก...ต่อให้ลูกเป็นได้ทุกอย่างตามแบบที่แม่ต้องการ แม่จะรักพิงค์จริงๆเหรอคะ?”

‘เพี๊ยะ!..’

ใบหน้าหวานสะบัดไปตามแรงฝ่ามือของนพเก้า แต่คนถูกตบกลับไม่พูดอะไรออกมาสักครึ่งคำ ซ้ำยังทำราวกับว่าตัวเองเป็นตุ๊กตาล้มลุก ที่พร้อมตั้งตัวตรงขึ้นมาอีกครั้งเพื่อรับแรงกระแทกอีกหน          

“ออกไปซะ ตอนนี้แม่ไม่อยากเห็นหน้าลูก” 

ประตูห้องทำงานของรองประธานสาวถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมร่างบางของเจ้าของห้องที่เดินออกมาอย่างร่างไร้วิญญาณ ดวงตากลมใสไร้ประกายแลดูว่างเปล่าจนเกือบจะเลื่อนลอยในคราวเดียวกัน ก่อนกะรัตจะต้องชะงักเมื่อทางเดินข้างหน้ากำลังถูกขวางด้วยร่างบอบบางราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบของพลอยชมพู

“โดนแม่ด่ามาเหรอ?” คนเป็นพี่เอ่ยถามเสียงหวาน

“ใช่ โดนด่าแล้วโดนตีด้วยนะ พอใจแล้วใช่ไหม? ถ้าพอใจแล้วจะไปไหนก็ไป พิงค์ไม่อยากทะเลาะกับพี่พลอยด้วยอีกคน” น้ำเสียงนิ่งเรียบติดจะสั่นในปลายเสียง ไม่ได้ทำให้คนที่ยืนขวางยอมถอยห่างตามคำขอแม้แต่น้อย

“พอใจมาก! ป้าลดานี่เก่งนะ ทำให้แกสลดหดหู่ได้ด้วย...เก่งสุดๆ” คำชื่นชมที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจของพลอยชมพู ทำให้คนเป็นน้องสาวอดไม่ได้จนต้องมองจ้องเข้าไปในดวงตาคู่งามของพี่สาวแท้ๆอีกครั้ง

“พี่พลอย พิงค์ขอพูดอะไรหน่อยนะคะ”

“อะไร?”

“เลิกนิสัยแบบนี้เถอะนะคะ แล้วก็อย่ามีความสุขบนความทุกข์ของใคร...เพราะวันหนึ่งข้างหน้า ชีวิตพี่พลอยอาจจะไม่เหลือใครเลยแม้แต่พิงค์” คนเป็นน้องบอกเสียงเศร้า ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วเดินออกมาอย่างมั่นคง

พลอยชมพูมองตามร่างบางระหงของกะรัตที่เดินจากไปไกลสุดสายตาด้วยความไม่เข้าใจนัก หญิงสาวไม่คิดแม้จะใส่ใจในคำเตือนที่เต็มไปด้วยความรักและหวังดีของคนเป็นน้องสาวแม้แต่น้อย หากแต่ใครจะคาดว่าในวันหนึ่งข้างหน้า หญิงสาวที่มีเพียบพร้อมและรายล้อมไปด้วยความรักมากมายจากคนรอบกายในวันนี้ จะกลายเป็นคนที่ไม่เหลือใครได้จริงๆ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 248

    ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 247

    ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้

  • เพทายลายกะรัต   บทส่งท้าย.. 246

    ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 245

    ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 244

    กำหนดการงานแต่งหลังผ่านความช่วยเหลืออย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหวังดีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำให้กะรัตและเพทายเริ่มไม่แน่ใจว่า...สรุปแล้วมันคือการแต่งงานของคนสองคนหรือเป็นการแต่งงานของสองครอบครัวกันแน่? แต่ได้ความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเพราะในตอนแรกกะรัตและเพทายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดงานแต่งเล็กๆที่มีเฉพาะ ‘คนกันเอง’ เท่านั้น แต่พอพูดคุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายดูเหมือน ‘คนกันเอง’ จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นงานเลี้ยงที่มีจำนวนแขกหลายร้อยคนตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ชัด..“เดี๋ยวนะ! ทำไมจำนวนซองงานแต่งมันงอกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?” กะรัตร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อกวาดตาอ่านใบรายชื่อแขกฉบับล่าสุดที่จันทร์เจ้าส่งให้“คุณมาริสาท่านให้คนเอารายชื่อมาเพิ่มเมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านที่ทำไร่ชาอยู่ทางเหนือ ถ้าไม่เชิญเกรงว่าจะเสียมารยาทค่ะ” เลขาคนสนิทแจกแจง“ห้าสิบคนเลยนะคะ ถ้าทำไร่ชาทั้งหมดไม่กินพื้นที่ภูเขาไปสองลูกครึ่งแล้วเหรอ?” กะรัตหัวเราะแกนๆก่อนจะรับแฟ้มเอกสารอีกฉบับมาอ่านทวนแล้วค่อยจรดปลายปากกาอนุมัติ “ช่วงบ่ายพิงค์มีนัดสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายก

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 243

    สองเรื่องที่สินธรร้องขอไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรในความรู้สึกของกะรัต ตรงข้ามมันกลับฟังดูเป็นคำขอที่น่าพิศวงและไม่สมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่ความเคลือบแคลงสงสัยก็ไม่ได้วนเวียนอยู่ในความคิดนานนักเพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น เพชรลดาก็โทร.มาแจ้งข่าวทั้งที่ยังร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจว่าสินธรจากไปแล้วงานศพของสินธรถูกจัดเจ็ดวันเต็มตามคำขอของเจ้าตัว ตลอดสัปดาห์ของการจัดงานกะรัตสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง อย่างแรกคือมารดาของเธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไรกับการจากไปของน้องชายสุดที่รัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชรลดาที่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายหน...ในวันเผาค่อยเห็นว่านพเก้ายืนปาดน้ำตาเงียบๆอยู่หน้าเมรุ มองกลุ่มควันที่ลอยไกลไปบนท้องฟ้ากว้างราวกับกำลังบอกลาส่วนอีกเรื่องที่สร้างความฉงนให้อย่างแท้จริง คือการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงของเลขาคนสนิทของเธอเอง จันทร์เจ้าดูเจ็บปวดกับการจากไปของสินธรมากกว่าพบธรรมที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆเสียอีก กะรัตค่อยมาเข้าใจความหมายของน้ำตาในตอนหลัง เมื่อได้รู้ว่าเด็กในการอุปการะของสินธรเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้มีเพียงพบธรรมแต่ยังรวมไปถึงจันทร์เจ้าด้วยอีกคน..‘น้าอยากให้เธอตามจันทร์เจ้ากลับมาทำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status