LOGIN
บทที่ 1 ขนมดาราทอง
ณ กลางใจเมืองหลวงของประเทศไทยของยามบ่ายวันศุกร์สุดสัปดาห์ของนักศึกษาแสงอาทิตย์แผดจ้าจนอากาศดูร้อนอบอ้าวแทบจะแผดเผาผิวให้ไหม้เกรียมได้ แต่นักศึกษาคหกรรมศาสตร์กลุ่มนี้กลับกำลังเผชิญกับความร้อนระอุจากกระทะทองเหลือง! ในห้องทำขนมที่เต็มไปด้วยไอน้ำและกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยว มะยม กำลังยืนกวาดเมล็ดแตงโมอยู่ในกระทะด้วยท่าทีเร่งร้อน ใบหน้าหวานใสของเขาเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามกรอบหน้าและไรผมสีทองย้อมอย่างไม่ขาดสาย แม้มือจะร้อนผ่าวจนแทบจับไม่ไหว แต่เขาก็ยังคงกวาดเมล็ดฝักทองอย่างมุ่งมั่น กลุ่มเพื่อนสนิทของเขากำลังช่วยกันประกอบร่างขนมไทยโบราณที่ได้รับฉายาว่า ‘ราชินีแห่งขนมไทย’ อย่าง ดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง ขนมนี้มีส่วนประกอบหลักคือทองเอกปั้นเป็นทรงกลมแป้นเล็กน้อย บากเป็นร่องคล้ายผลมะยมหรือฟักทอง จากนั้นนำไปวางบนจานแป้งเล็ก ๆ ที่ประดับขอบด้วยเมล็ดแตงโมกวาดน้ำเชื่อมจนแห้งเกาะเป็นหนามระยิบระยับ พวกเขาตั้งหน้าตั้งตาทำอย่างเคร่งเครียด เพราะมันคืองานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูงลิ่ว ต่อให้ชำนาญแล้วก็ยังยาก แต่สำหรับมือใหม่อย่างพวกเขา นี่คือการสอบวัดใจ ขนมชิ้นเล็ก ๆ นี้ใช้เวลาในการประกอบร่างรวมกันเป็นหนึ่งชิ้นอย่างยาวนานจนน่าท้อใจ “นี่มะยม! มึงทำดี ๆ สิคะคุณลูกสาวเดี๋ยวไหม้หมดแล้วจะเอาอะไรส่งอาจารย์!” เสียงแหลมสูงของ มินนี่ หรือชื่อเดิมคือ ณัฐพงศ์ ดังขึ้นทันที มินนี่คือเพื่อนสาวประเภทสองที่ทั้งร่างกายเป็นชายแต่หัวใจเป็นหญิงเต็มร้อย ทั้งจริตจะก้านและสำเนียงการใช้คำก็เกินผู้หญิงแท้ไปหลายขุม เธอกำลังบ่นเพื่อนสนิทที่ก้มหน้าก้มตาทำขนมดาราทอง “รู้แล้ว จะบ่นอะไรนักหนา มินนี่ มาทำเองมา!” มะยม หนุ่มน้อยหน้าหวาน รูปหน้าไร้ที่ติ ผมถูกย้อมเป็นสีเหลืองทองจนดูเด่นสะดุดตา ร่างเล็กกะทัดรัด เขากำลังโต้เถียงกับเพื่อนไม่มีลดละ ปีนี้พวกเขาอยู่ปีสามแล้ว ใกล้จะต้องออกฝึกงาน ทำให้ต้องเร่งทำคะแนนวิชาปฏิบัติกันอย่างหนัก “พอ ๆ อย่าเถียงกันสิ! เดี๋ยวอาจารย์ก็เดินมาได้ยินแล้วก็ด่าพวกเรากันพอดี” เสียงของ ลิลลี่ สาวหวานประจำกลุ่ม ดังแทรกขึ้นเพื่อห้ามทัพ ลิลลี่เป็นลูกหลานคนจีน ผิวขาว ออกไปทางหมวย ๆ เธอกำลังใช้สมาธิกับการติดทองคำเปลวที่ยอดขนมอย่างระมัดระวัง “มึงก็ดูณัฐพงศ์สิ มาว่าแต่กูคนเดียว” มะยมว่ากลับอย่างไม่ยอม “หนอย! อีมะยม กูเปลี่ยนชื่อแล้วนะคะ!” มินนี่ตวัดเสียง “มึงว่ากูก่อนทำไมเล่า!” “ก็กูเห็นมึงทำดิ มันจะไหม้ก่อนก็เลยต้องเตือนไหมละ” “กูตั้งใจทำอยู่!” “พอได้แล้วทั้งสองคน! วันนี้เราต้องมีขนมส่งอาจารย์กันนะ ถ้าไม่เสร็จคือตกนะ” ลิลลี่เน้นย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง “รู้แล้ว!” มะยมกับมินนี่หันไปตอบใส่ลิลลี่พร้อมกันเป็นเสียงเดียว จากนั้นทั้งคู่ก็รีบกลับไปตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จทันเวลาก่อนที่ความร้อนในกระทะ หรือความร้อนจากอารมณ์ของอาจารย์จะแผดเผาทุกอย่างให้พังลง หลังจากใช้เวลาร่วม สองชั่วโมงเต็มที่ต้องต่อสู้กับความร้อนและความประณีต ในที่สุดพวกเขาทั้งสามคนก็สามารถประกอบร่างขนม ดาราทอง จนเสร็จสิ้น แม้รูปลักษณ์จะยังไม่เรียบกริบเท่าฝีมืออาจารย์ผู้ชำนาญ แต่ก็ไม่ถือว่าน่าเกลียดเลยแม้แต่น้อย หากมองในฐานะมือใหม่ที่ต้องลงแข่งกับเวลาและความกดดัน ถือว่านี่คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซของพวกเขา “ป่ะ! เอาไปส่งอาจารย์ศรารัตน์กัน” เสียงของมะยมดังขึ้นอย่างกระตือรือร้น พร้อมทั้งรีบจัดเตรียมภาชนะใส่ขนม “สวยเนอะ...เหมือนออกมาจากในวังเลย” ลิลลี่มองขนมที่ถูกจัดวางอย่างชื่นชมในความงามอันวิจิตรของขนมไทยโบราณ “มันก็แน่อยู่แล้วไหมคะ ระดับ ตัวแม่ตัวมัม เข้าครัวเองทั้งที” มินนี่จีบปากจีบคออย่างภูมิใจ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสุขที่ได้เห็นผลงานที่ร่วมกันสร้างสรรค์ออกมาได้สวยงามสมบูรณ์แบบสำหรับพวกเขา “ค่ะ คุณมินนี่” มะยมว่ากลั้วหัวเราะ “เอ่อ พวกมึง เย็นนี้ไปสยาม กันป่ะ? ไปเดินฉลองปิดคอร์สหน่อย” “ไม่อ่ะ เราเหนื่อยมากเลยว่าจะกลับไปนอน” ลิลลี่ปฏิเสธอย่างอ่อนแรง “กูก็เหมือนกัน วันนี้ใช้พลังงานไปเยอะมาก” มินนี่เสริม “เค งั้นกูก็กลับบ้านไปนอนเอาแรงเหมือนกัน” ระหว่างนั้น ทั้งสามคนก็เดินมุ่งหน้าไปยังโต๊ะของอาจารย์ประจำคณะที่กำลังตรวจดูผลงานของกลุ่มอื่นอยู่ มะยม เดินนำหน้าอย่างระมัดระวัง เขาค่อย ๆวาง ถ้วยลายครามที่ทำจากกระเบื้องเนื้อดี มีพื้นผิวสีขาวนวลสะอาดตา โดดเด่นด้วยลวดลายสีน้ำเงินครามเข้มที่วาดขึ้นอย่างประณีตลวดลายมงคลแบบจีนผสมผสานกับลายไทยลายดอกไม้ ซึ่งช่วยเสริมให้ขนมที่บรรจุอยู่ภายในดูมีคุณค่าและสง่างามยิ่งขึ้น ความมันวาวของเคลือบถ้วยสะท้อนแสงไฟเบา ๆ ชวนให้นึกถึงภาชนะโบราณที่ใช้ในราชสำนัก ภายในถ้วยลายครามนั้น มี ขนมดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง วางเรียงรายอยู่ราวกับดวงดาวสีทองที่ถูกอัญเชิญมาประดับเรือนแก้ว ขนมมงคลชิ้นนี้เป็นจุดเด่นที่ดึงดูดสายตาอย่างแท้จริง สีเหลืองทองอร่าม ของตัวขนมทองเอก ตัดกับสีขาวและสีน้ำเงินเข้มของถ้วยลายครามอย่างชัดเจน ขนมแต่ละชิ้นถูกจัดวางอย่างประณีต ส่วนบนเป็นทรงกลมคล้ายดอกไม้ที่ถูกบากเป็นกลีบอย่างสวยงาม ฐานรองทำจากแป้งอบกรอบรูปวงกลม ขอบของฐานถูกประดับด้วย เมล็ดแตงโมกวาดน้ำตาลเชื่อม ที่มีลักษณะคล้ายลายกระจัง หรือลายหนามเล็ก ๆ สีขาวนวล ทำให้ขนมมีมิติคล้ายเครื่องราชอิสริยาภรณ์รูปดาว ยอดของขนมถูกประดับด้วยทองคำเปลวบริสุทธิ์เล็ก ๆ ที่วาววับ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคลและลาภยศข อาจารย์ศรารัตน์ก้มลงพิจารณาขนมตรงหน้าอย่างตั้งใจ มุมปากของเธอแย้มยิ้มอย่างชื่นชมความตั้งใจของเด็ก ๆ ที่เธอตั้งใจสั่งสอน ขนมที่ออกมาสวยงามและใส่ใจในรายละเอียดขนาดนี้ ถือว่าเกินความคาดหมายของนักศึกษาสายคหกรรม “สวยมากค่ะ ผ่าน!” “ขอบคุณค่ะ/ครับอาจารย์!” พวกเขาทั้งสามคนพูดขึ้นพร้อมกันด้วยความตื่นเต้นและดีใจ ขนมที่ตั้งใจทำเสร็จสมบูรณ์และได้รับการยอมรับเป็นสัญญาณว่า พวกเขาปิดเทอมแล้วอย่างเป็นทางการ และพร้อมที่จะเตรียมตัวก้าวเข้าสู่โลกแห่งการฝึกงานจริงในไม่ช้า . . . หลังจากความเหน็ดเหนื่อยในการทำขนม มะยมก็พาตัวเองกลับมาสู่สถานที่ที่เต็มไปด้วยความสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย หมู่บ้านโครงการบ้านเศรษฐีขนาดเก้าสิบตารางวา ที่โอบล้อมด้วยความเขียวขจี บ้านของเขาตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม บ้านสีครีมอ่อน ยืนหยัดภายใต้รูปทรงคลาสสิกที่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน หลังคาสีเขียวหยกตัดกับขอบบัวสีขาวสะอาดตา เสมือนมงกุฎที่ประดับ แต่สิ่งที่ทำให้บ้านหลังนี้มีชีวิตชีวาคือมวลพฤกษาที่โอบล้อม พวงกุหลาบเลื้อยสีชมพูอ่อน ได้โอบกอดซุ้มประตูทางเข้าไว้อย่างเสน่หา กลิ่นหอมหวานรวยรินดุจคำเชื้อเชิญ ส่วนบริเวณรั้วเหล็กเตี้ยนั้น ถูกเติมเต็มด้วยไม้ดอกสีสดใสและไม้พุ่มที่จัดแต่งอย่างประณีต ทำให้ทุกมุมของสวนดูมีชีวิตชีวา สดชื่น และเป็นระเบียบเรียบร้อย มะยมลงจากรถประจำทางที่หน้าปากซอยหมู่บ้าน เดินลัดเลาะตามถนนที่เงียบสงบประมาณเจ็ดร้อยเมตรจนกระทั่งถึงรั้วบ้าน ท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ ยามเย็นที่ทอดยาวเป็นเงา เขาเปิดประตูเข้าไปในบ้าน เห็น พันเอกวิชัย ผู้เป็นบิดา นั่งดูรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลอยู่ที่กลางห้องโถง ส่วน คุณนายทองดี ผู้เป็นมารดา กำลังขะมักเขม้นทำอาหารเย็นอยู่ในครัว “พ่อ...แม่ครับ มะยมกลับมาแล้วครับ” มะยมเอ่ยเรียกเสียงใส “อืม” พ่อพยักหน้ารับสั้น ๆ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอโทรทัศน์ มะยมจึงเดินเลี่ยงไปที่ห้องครัว เขาเดินเข้าไปกอดแม่จากด้านหลังขณะที่เธอกำลังหั่นผักอย่างขะมักเขม้นและประณีต ฟอดดด “หอมจังเลยครับ” ริมฝีปากนุ่มกดลงบนแก้มของแม่ด้วยความรัก “ไปอาบน้ำก่อนเลยตัวแสบ” แม่หันมายิ้มอย่างเอ็นดู “โห ขอกอดหน่อยนะครับ วันนี้เหนื่อยมากเลย” มะยมออดอ้อนพลางซบหน้ากับไหล่ของแม่ “เป็นอีหยังละ” น้ำเสียงของแม่เปลี่ยนเป็นภาษาอีสานอันคุ้นเคย “ก็วันนี้ทำขนม ดาราทอง ครับแม่ ดูมือผมสิ แดงหมดเลย ร้อนด้วย กดดันด้วย” มะยมยื่นมือที่ยังคงมีรอยแดงจาง ๆ จากความร้อนให้แม่ดู “แล้วทำได้บ่ละ” “ได้สิครับนี่ใคร! คุณมะยม ลูกชายคุณนายทองดี หลานยายบุญมา เชียวนะ” มะยมยืดอกอย่างภูมิใจ “ฮู้แล้วละบักหล่า (รู้แล้วลูก)” แม่หัวเราะเบา ๆ กับท่าทางของลูกชาย “แม่อ่ะ ชอบพูดอีสานใส่ผม” “ก็แม่เป็นคนอีสาน ต่อให้เราไปอยู่ไกลถึงเมืองนอกเมืองนา ก็บ่มีวันลืมกำพืด หรือ ถิ่นฐานกำเนิดเราได้หรอกนะ” แม่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นปนอ่อนโยน เป็นคำสอนที่มะยมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก “ผมรู้ครับ” “จำไว้นะลูก ต่อให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนใหญ่คนโต สักแค่ไหนก็เปลี่ยนแปลงกำพืดเราไม่ได้ เพราะเรามันคนอีสาน” “ทราบแล้วครับ คุณนายทองดี” มะยมตอบรับอย่างขี้เล่นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเป็นกันเอง แต่ท่ามกลางความหยอกเย้านั้น ดวงตาของเขากลับส่องประกายยิบยับด้วยความมุ่งมั่น ประกายใสนั้นสะท้อนถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูด เขาเคารพในคำสั่งนั้น และจะทำมันให้ดีที่สุด “จ้ะ ไปอาบน้ำอาบท่าไปแม่มีเรื่องสำคัญจะบอก” แม่ทองดีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่เน้นย้ำ เป็นการเร่งเร้าให้มะยมไปทำความสะอาดร่างกาย คำพูดที่หนักแน่นในประโยคหลังบ่งบอกว่าเรื่องที่จะคุยกันนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มะยมรับรู้ได้ถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าของผู้เป็นแม่ "ครับ" มะยมตอบกลับอย่างเรียบง่าย แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัยว่าเรื่องสำคัญที่แม่จะบอกคืออะไร แต่เขาก็ไม่ซักถามต่อ ฟอดด ริมฝีปากนุ่มก้มลงไปหอมแก้มแม่ของเขาอีกครั้งอย่างรักใคร่ เป็นการแสดงความรักที่สม่ำเสมอ แม้จะมีอายุมากขึ้นตามกาลเวลาจนมีริ้วรอยปรากฏ แต่ในสายตาของมะยม แม่ของเขาก็ยังคงดูสวยและสง่างามไม่เปลี่ยนแปลง สง่าราศีนั้นสมกับเป็นคุณนายภรรยา พันเอกวิชัย ผู้เป็นบิดาอยู่ดี ความงามที่มาพร้อมกับบุคลิกที่น่าเคารพนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจของลูกชาย มะยมจำได้ว่าตั้งแต่เขาอายุห้าขวบ ชีวิตในวัยเด็กของเขาผูกพันอยู่กับยายที่จังหวัดอุดรธานี ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ เวรุฬวัน ที่นั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิต ก่อนที่โชคชะตาจะพลิกผัน พ่อได้รับบรรจุเป็นผู้กำกับและย้ายครอบครัวจากอีสานเข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานครอย่างถาวรตั้งแต่นั้นมา การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่นั้นทำให้ชีวิตของเขาแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงบทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+มะยมที่นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจนมืดค่ำ หลังจากที่ได้ยินเสียงชาวบ้านเก็บของกันออกไปจนเงียบสงบ เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งใหญ่โตและเย็นเยือกกำลังโอบกอดเขาไว้ เขาจึงขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นที่ดูจะมาจากสิ่งนั้นอย่างไม่รู้ตัวแต่เมื่อมือของเขาลูบไปสัมผัส... ทำไมมันถึงเป็นเกล็ด ๆ มัน ๆ เลื่อม ๆ! มะยมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายแข็งตัว ดวงตาสีบุษราคัม คู่คมกำลังจับจ้องเขาอยู่ตรงหน้า ปลายลิ้นสีแดงที่แยกออกจากกันเป็นสองแฉกกำลังแลบออกมาอย่างเชื่องช้า ลำตัวใหญ่ยาวมหึมาของงูจงอางสีดำมะเมื่อมขดตัวอยู่ข้าง ๆ เขา!เขาที่เริ่มรู้สึกตัวอย่างเต็มที่ ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้ากรี๊ดดดดด!!!!ฟ่อ... ฟ่อ...เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นอย่างไม่คิดชีวิตถูกปลดปล่อยออกมาจากลำคอ เขารีบร้อนถอยร่นร่างกายที่บอบช้ำไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียงอย่างรุนแรง ในขณะที่งูจงอางขนาดมหึมาตรงหน้าได้ถอยร่นไปอยู่ที่ปลายเตียงอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เขารีบยกสองมือขึ้นไหว้งูยักษ์ตรงหน้าอย่างอัตโนมัติ ใบหน้าเปื้อนน้ำตาแสดงออกถึงการวิงวอนขอชีวิตและเมตตาอย่างสิ้นหวั
บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่เอ้ก.. อี... เอ้ก... เอ้ก! เสียงไก่ร้องขันตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นสัญญาณว่าวันนี้คือวันที่ชาวบ้านเวรุฬวันเฝ้ารอคอยบรรดาชาวบ้านต่างพากันไปจัดเตรียมสถานที่บริเวณ หน้าปากถ้ำเวรุฬวัน อย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมทำนายว่าผู้ใดกันที่เป็นเจ้าสาว... ที่จะเป็นเครื่องเซ่นให้แก่ องค์พ่อปู่นาคาพ่อหมอบุญถิ่น ร่างทรงคนเดิมของหมู่บ้าน กำลังจัดเตรียม โต๊ะหมู่บูชา ที่ประดับประดาด้วยเครื่องเซ่นไหว้สีดำและทองอย่างเคร่งครัด กลิ่นธูปเทียนและควันกำยานหอมหมอกระจายไปทั่วบริเวณปากถ้ำ สร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามที่บ้านของมะยมถูกผู้เป็นแม่กับยายปลุกให้อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อที่จะได้เข้าร่วมพิธีสำคัญของชาวบ้าน เขาที่นอนสบายอยู่ ต้องตื่นมาด้วยความงัวเงียและไม่เต็มใจอย่างที่สุด“แม่จะรีบไปไหนครับเนี่ย” มะยมบ่นอุบ“เร็วเข้า! แม่บอกให้เร็วเข้า บักหล่า” คุณนายทองดีเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน“วุ้ย! อะไรกันก็ไม่รู้”มะยมรีบไปอาบน้ำตามคำสั่งแม่ และแม้จะยังคงหงุดหงิดกับชุดผ้าถุงที่ถูกเปลี่ยนเมื่อวาน แต่เขาก็ยอมสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่แม่เตรียมให้ไม่นาน ทั้งสามคนก็พากันเ
บทที่ 8 น้ำตก มะยมตัดสินใจละทิ้งความกังวลและความหงุดหงิดไว้ชั่วขณะ เขาต้องการให้สายน้ำชำระล้างความรู้สึกที่วุ่นวายออกไป เขาค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อน กองเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นถูกทิ้งไว้บนโคนหิน เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดเหมือนหยวกกล้วยที่ดูผุดผ่องตัดกับบรรยากาศของชนบท จนเหลือเพียงบล็อกเซอร์ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่ เขาค่อย ๆ เดินลงน้ำไปและให้ร่างกายได้สัมผัสกับความเย็นสบายของลำธาร เป็นการปลดปล่อยร่างกายและจิตใจสู่ธรรมชาติเขาเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำที่ใสสะอาด สาดน้ำใส่ตัวเองอย่างสนุกสนาน จนไม่ได้สังเกตเลยว่า กำลังมีสัตว์เลื้อยคลานลำตัวสีดำทมึน เกล็ดสีดำมะเมื่อม กำลังเลื้อยลงน้ำตามเขาไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผิวน้ำเขาที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำก็ต้องหยุดชะงัก เพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาโดนขา มันลื่น ๆ และเย็นเยือก เขาจึงยืนอยู่เฉย ๆ เพื่อรอดูว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำ หรือคิดไปเองไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไปขาของเขาก็เริ่มก้าวไม่ออก เพราะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งค่อย ๆ พันรัดขาไว้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังจะว่ายหนีขึ้นฝั่ง แต่กลับขยับตัวไม่ได้ จนกระทั่งสิ่งที
บทที่ 7 คำทำนายรถกระบะแล่นกลับจากวัดมาเลี้ยวเข้าสู่บริเวณบ้านไม้สองชั้นของยายบุญมา หลังจากทุกคนลงจากรถกันเสร็จเรียบร้อย ลุงพลก็ขับรถกลับไปจอดที่บ้านตัวเองโดยไม่รอช้า ทั้งสามคนจึงแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวเพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับมารวมตัวกันนั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน แสงแดดยามสายลอดผ่านร่มเงาไม้ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและสงบ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะพูดคุยถึงเรื่องราวที่ค้างคาใจตั้งแต่เมื่อคืน“แม่มีเรื่องอะไรจะเล่าจ้ะ” เธอถามผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความเป็นห่วงและกระตือรือร้นที่จะรู้ความจริง“เอ่อ... ก่อนที่พวกเอ็งจะมา” ยายบุญมาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“พ่อหมอบุญถิ่น เขาได้รับคำทำนายเกี่ยวกับ ‘เจ้าสาว’ ที่จะต้องถวายองค์พ่อปู่นาคา” คำพูดที่เต็มไปด้วยความเชื่อท้องถิ่นนี้สร้างความตึงเครียดขึ้นบนแคร่ไม้ทันที ยายบุญมาตระหนักดีว่าการมาถึงของมะยมมีความเกี่ยวพันกับคำทำนายนี้ ความกังวลในน้ำเสียงของเธอเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องงมงายทั่วไป“เขาว่ายังไงบ้างจ้ะ” แม่ถามย้ำมะยมเลือกที่จะนั่งฟังแม่กับยายเล่าเกี่ยวกับตำนานเจ้าสาวของพ่อปู
บทที่ 6 การทำบุญและการพบพานณ วัดเวฬุวันในยามเช้าวันนี้วัดกลับคึกคักไปด้วยผู้คนหลั่งไหลมาทำบุญกันอย่างเนืองแน่น ความมีชีวิตชีวาของผู้คน หนึ่งในนั้นคือมะยม แม่ และยายที่มาถึงด้วยรถกระบะของลุงพลทันทีที่ลงจากรถ ยายกับแม่ก็รีบพากันเดินขึ้นสู่ศาลาวัดทันทีเพื่อจับจองพื้นที่สำหรับพิธีสงฆ์ ความกระตือรือร้นของพวกท่านนั้นชัดเจน ส่วนมะยมทำได้เพียงเดินตามหลังไปอย่างจำใจด้วยความไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมพิธี เขาจึงได้แต่สอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ วัดแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยความร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาและบรรยากาศที่น่าพักผ่อน เสียงชาวบ้านคุยกันจอแจอย่างสนิทสนมดังสะท้อนไปทั่วศาลา เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่ยึดมั่นในการเข้าวัดเข้าวา มะยมใช้การสังเกตสิ่งรอบตัวเพื่อหลีกหนีความรู้สึกแปลกแยกที่เข้ามาแทนที่“ไผละยายบุญมา” (ใครละยายบุญมา)เพื่อนบ้านที่เป็นคอเดียวกันกับยายเอ่ยถามขึ้นอย่างสนใจ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่มะยมอย่างพิจารณา คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาถิ่นนี้แสดงถึงความกระหายที่จะรับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ของคนในหมู่บ้าน การมาถึงของมะยมจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มผู้สู
บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวันหลังจากทรมานร่างกายบนรถทัวร์เกือบสิบชั่วโมง การเดินทางอันยาวนานก็สิ้นสุดลง ในที่สุดมะยมกับแม่ก็ก้าวลงจากรถเอาเสียจนมืดค่ำ ท่ารถโดยสารประจำทางจังหวัดอุดรธานีมีเพียงแสงไฟสลัว ๆ ที่ดูเงียบเหงาและไม่ได้คึกคักอย่างที่คิดโชคยังเข้าข้างเมื่อญาติพี่น้องของผู้เป็นแม่ได้มาคอยรับอยู่ที่จุดนัดหมายก่อนแล้ว คุณนายทองดีรีบเดินนำหน้าไปยังบริเวณที่นัดไว้กับลูกพี่ลูกน้องทันที ทิ้งให้มะยมเดินตามด้วยความเหนื่อยล้าที่ต้องแบกรับทั้งอาการปวดเมื่อยและความตื่นตระหนกจากความฝัน“สวัสดีจ้า อ้ายพล”(สวัสดีจ้า พี่พล)คุณนายทองดีเอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคยทันทีที่เห็นญาติผู้พี่ ภาษาอีสานที่ใช้นั้นแสดงถึงรากเหง้าและความผูกพันที่แนบแน่น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากตอนอยู่กรุงเทพฯ กลายเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง “เออ เมื่อยบ่ละ”(เออ เหนื่อยไหมละ) พลทักตอบด้วยรอยยิ้มอย่างอบอุ่นและจริงใจ คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาอีสานที่เรียบง่ายนี้แสดงออกถึงความเข้าใจในความเหนื่อยล้าของการเดินทางที่ยาวนาน รอยยิ้มนั้นช่วยคลายความตึงเครียดของบรรยากาศยามค่ำคืนที่ท่ารถได้เป็นอย่างดี เป็นการต้อนรับที่แสดงถึงน้



![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



