Partager

บทที่ 2 เรื่องสำคัญ

Auteur: Tawan miki
last update Date de publication: 2025-12-31 01:33:55

บทที่ 2 เรื่องสำคัญ

หลังจากที่ทุกคนทานอาหารมื้อค่ำร่วมกันอย่างอบอุ่นเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ย้ายมานั่งรวมกันในห้องโถงกลางบ้าน พ่อของมะยมนั่งอยู่ด้านขวา แม่นั่งอยู่ด้านซ้าย ส่วนมะยมนั่งอยู่ตรงกลาง โคมไฟสีนวลทอแสงลงมาสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

คุณนายทองดี เอื้อมมือมาจับมือลูกชายไว้เบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความจริงจัง

“แม่มีเรื่องสำคัญจะบอก... แม่ต้องกลับไป ไหว้พ่อปู่นาคา ที่อุดรฯ มะยมจะไปกับแม่ไหม”

มะยมรับฟังด้วยความสงบ เขาไม่ได้ประหลาดใจกับจุดหมายปลายทาง เพราะนั่นคือบ้านเกิดของครอบครัว แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือความภักดีของแม่ ความศรัทธาต่อพ่อปู่นาคานั้นยังคงมั่นคง แม้จะย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ นานแล้ว การกลับไปไหว้ครั้งนี้เป็นการกลับไปสู่รากเหง้าของศรัทธาอย่างแท้จริง

“ทำไมแม่ต้องไปทุกปีเลยครับ ผมเห็นแม่ไปตลอดเลย”

“มันเป็นธรรมเนียมนะลูก เราเป็นลูกหลานที่นั่น มะยมไปกับแม่นะ”

“ผมไม่ไปครับ” เขาปฏิเสธทันควันอย่างหนักแน่น คิ้วเรียวเล็กขมวดกันเป็นปม สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน การปฏิเสธที่รวดเร็วนี้เผยให้เห็นว่ามะยมไม่ได้มีความเชื่อหรือความศรัทธาในเรื่องนี้เท่าแม่ของเขา

“ไปเถอะนะ ปีนี้มะยมอายุยี่สิบเอ็ดปีแล้วนะ เมื่อก่อนที่แม่ไม่อยากบังคับเพราะเรายังเด็ก แต่ปีนี้แม่กลัว...” แม่ทองดีร้องขอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง น้ำเสียงของแม่แผ่วลงเล็กน้อย ดวงตาคู่เศร้าหมองเริ่มสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่นที่ยากจะอธิบาย มือเหี่ยวย่นด้วยกาลเวลาค่อย ๆ เอื้อมไปจับมือเรียวเล็กของลูกชายไว้แน่น ในใจของแม่นั้นปรารถนาให้ลูกชายไปด้วยอย่างแรงกล้า

“กลัวอะไรครับ?”

“กลัวลูกเจอสิ่งไม่ดีไง”

“แม่! นี่มันยุคสมัยใหม่แล้วนะครับ ยังเชื่อเรื่องแบบนี้...” ริมฝีปากบางเปล่งเสียงออกมาด้วยความไม่เข้าใจแม่อย่างชัดเจน ใบหน้าบึ้งตึงแสดงถึงความหงุดหงิด ดวงตาถลึงขึ้นด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่แม่กำลังกังวล มะยมทำท่าจะโต้แย้งเพื่อยืนยันความคิดที่อยู่บนพื้นฐานของเหตุผลและวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบัน

“เชื่อไว้ก็ไม่เสียหายนี่นา บักหล่า” แม่ยังคงยืนกราน

“แม่!! พ่อครับช่วยด้วย” มะยมหันไปขอความช่วยเหลือจากบิดา

พันเอกวิชัยที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ทำเพียงส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจกับความขัดแย้งระหว่างภรรยาและลูกชาย

“พ่อไม่อยากยุ่ง เรื่องนี้พ่อยกธงขาว แค่นี้หูพ่อก็ชาไปหมดแล้ว” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยอมแพ้ เป็นการประกาศถอนตัวจากความตึงเครียดที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรื่องความเชื่อและเหตุผลเข้ามาสร้างความขัดแย้งในบ้าน

“เดี๋ยว ๆ คุณจะโดนอีกรอบนะคะ” แม่ทองดีหันไปปรามพ่ออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เป็นการเตือนให้สามีไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนจะกลับมาจ้องหน้าลูกชายด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความจริงจังและแรงกดดันที่ส่งออกมาทำให้มะยมรู้ว่า เขาต้องรับฟังเรื่องนี้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

“แม่ครับ... ขอผมคิดดูก่อนนะครับ” มะยมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เขาเริ่มยอมอ่อนข้อเมื่อเห็นความจริงจังและความหวาดหวั่นของแม่ การขอเวลาเพื่อทบทวนนั้นเป็นการประนีประนอม เขายังไม่ได้ตกลง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวเหมือนเดิม

“ก็ได้จ้ะ... อีกสองวันเราจะเดินทาง” แม่ทองดีตอบรับอย่างผ่อนปรน แต่แล้วก็กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน มะยมถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ การอนุญาตให้คิดกลับมาพร้อมกับการกำหนดเวลาที่รวดเร็วเกินคาด เขาไม่มีเวลาลังเลอีกต่อไปแล้ว การเดินทางกลับอุดรธานีได้ถูกกำหนดวันไว้อย่างแน่นอน

“แม่!” มะยมโวยวายเสียงหลง ใบหน้าของเขาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

“ผมยังไม่ทันคิดเลย แม่มัดมือชกผมแล้วอ่ะ!” เขาประท้วงอย่างอัดอั้นต่อการกำหนดวันเดินทางอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกว่าตัวเองถูกตัดสินใจแทนทำให้มะยมแสดงอารมณ์ออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

“เถอะนะ ถือว่าแม่ขอ” แม่ทองดีพูดด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอกุมมือลูกชายไว้แน่น

“แค่ปีนี้ ปีเดียวเท่านั้น แม่จะไม่บังคับลูกอีกเลย” คำสัญญาที่หนักแน่นพร้อมกับแววตาที่จริงจังนั้น ทำให้ความโกรธของมะยมมลายหายไป เขาเริ่มใจอ่อนให้กับความรักและความหวาดหวั่นของแม่

“...ก็ได้ครับ” มะยมตอบรับด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา เขาถอนหายใจยาวอย่างจำนน ความไม่เต็มใจนั้นชัดเจน แต่เขาก็เลือกที่จะยอมทำตามความต้องการของแม่ เป็นการตัดสินใจที่อยู่บนพื้นฐานของความรักและความห่วงใยที่มีต่อแม่ทองดี แม้จะต้องขัดต่อความคิดของตัวเองก็ตาม

“ขอบคุณมาก ลูกชายคนเก่ง” แม่ทองดีพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข ใบหน้าของเธอเปล่งประกายสดใสทันที ดวงตาของแม่หยีลงด้วยรอยยิ้มที่กว้างขวาง ความดีใจของแม่นั้นเกินกว่าจะบรรยาย เธอรู้สึกเหมือนเป็นผู้ชนะในการเกลี้ยกล่อมลูกชายให้ได้ไปทำพิธีสำคัญครั้งนี้

“ครับ งั้นผมขอตัวขึ้นนอนก่อนนะครับ” มะยมกล่าว เขาต้องการเวลาอยู่คนเดียวเพื่อเตรียมรับมือกับการเดินทางที่กำลังจะมาถึง

“ฝันดีจ้ะ”

คำอวยพรของแม่ทองดีทำให้เขายิ้มเล็กน้อย แม้จะรู้สึกถูกมัดมือชก แต่เขาก็รู้ว่าทุกสิ่งที่แม่ทำมาจากความรัก

“ครับ”

ฟอดดดด!

ริมฝีปากนุ่มประทับที่แก้มนุ่มของแม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะเดินแยกเข้าไปที่ห้องนอนของตัวเอง เพื่อปลีกตัวจากความวุ่นวายและเตรียมใจสำหรับการเดินทางในอีกสองวันข้างหน้า.

.

.

.

ร่างบางของมะยมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มทันทีด้วยความเหนื่อยล้า คิ้วขมวดกันเป็นปมด้วยความไม่พอใจที่ยังคงคุกรุ่น เขาได้แต่นอนเอามือก่ายหน้าผากพร้อมกับความคิดที่ตีวนอยู่ในหัว นี่มันปีพุทธศักราชอะไรแล้ว ยังจะต้องไปกราบไหว้พ่อปู่อะไรนั้นอีกเหรอ?

ความขัดแย้งทางความคิดของคนรุ่นใหม่ที่อยู่บนพื้นฐานของเหตุผลปะทะเข้ากับความเชื่อเก่าของแม่ ยังจะคนเชื่อเรื่องงมงายแบบนี้กันอยู่อีกเหรอ? คำถามที่ดังอยู่ในใจแสดงให้เห็นว่าเขายังคงไม่เห็นด้วยกับการเดินทางที่กำลังจะมาถึง

นึกแล้วก็หงุดหงิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ความรู้สึกคับข้องใจถูกระงับไว้เพราะไม่อยากขัดใจคนเป็นแม่ เขาจึงคว้าโทรศัพท์มือถือมาไถดูฟีดเฟซบุ๊กอย่างเสียอารมณ์ ความวุ่นวายในใจทำให้เขาไม่อาจอยู่เฉย ก่อนจะตัดสินใจทักเข้าหาแชทกลุ่มเพื่อนรักสองคน เพื่อระบายความคับข้องใจและขอความคิดเห็นจากผู้ที่เข้าใจเขาที่สุด

💬 มะยม : มึงงงงง!!! 😭

💬 มินนี่ : อะไรของมึงคะ ร้อนตัวเป็นไฟแต่หัววันเลยนะ

💬 ลิลลี่ : มีเรื่องอะไรหรือเปล่ามะยม?

💬 มะยม : แงงงงง ช่วยด้วย แม่จะให้ไปอีสานว่ะ ไปอุดรฯ ไปหมู่บ้านเวรุฬวันนั่นอีกแล้วววว

💬 มินนี่ : ก็ไปสิค่ะ ลูกสาว ไปเปิดหูเปิดตา

💬 ลิลลี่ : ทำไมอ่ะ น่าสนุกออก

💬 มะยม : เห้อออออ ไปกราบไหว้พ่อปู่อะไรก็ไม่รู้งมงาย นี่มันปีพ.ศ.อะไรแล้ววว ทำไมแม่ไม่เชื่อเรื่องวิทยาศาสตร์บ้าง

💬 ลิลลี่ : ไปเถอะมะยม เชื่อแม่ได้ดีทุกคนนะ

💬 มินนี่ : ไปแปบเดียวไม่เห็นตายเลยค่ะ คิดซะว่าไปหาโลเคชันถ่ายรูปชุดอีสานแซ่บ ๆ

💬 มะยม : เออ! จำไว้เลยนะ ไม่มีใครเข้าข้างกูเลย โป้งทุกคน! 😤

มะยมพิมพ์ทุกถ้อยคำออกมาจากความรู้สึกที่อัดอั้น เมื่อข้อความจบลง เขาก็วางมือถือลงบนหัวเตียงอย่างไม่ไยดี ความโกรธที่พุ่งสูงเกิดจากปฏิกิริยาของเพื่อน พวกเขาไม่เพียงแต่ไม่เข้าข้าง แต่ยังดูเหมือนจะยอมรับการตัดสินใจของแม่ ‘จำไว้เลย!’ เขาคิดในใจอย่างหนักแน่น เขาจะงอนให้ดู! แล้วจะรู้สึก!

ขณะที่คนตัวเล็กอย่างมะยมกำลังนอนคว่ำหน้าหงิกหน้างออยู่บนเตียงนุ่มสีไข่ ท่าทางนั้นแสดงออกถึงความไม่พอใจที่ยังคงคุกรุ่น เขากำลังสวมบทบาทลูกชายจอมงอนที่ถูกแม่มัดมือชกให้เดินทางกลับไปยังอีสาน ความอัดอั้นและความหงุดหงิดทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ ร่างกายที่จมอยู่บนเตียงสะท้อนถึงการยอมจำนนอย่างไม่เต็มใจ

แต่ทว่า... ความสงบในห้องนอนถูกทำลายโดยสิ่งที่มองไม่เห็น นอกบานหน้าต่างกระจกใส แสงไฟถนนที่สาดส่องได้เผยให้เห็นเงาร่างของบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า เงาร่างนั้นกำลังจ้องมองเข้ามาอย่างไม่ละสายตา มะยมไม่รู้เลยว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวในห้อง และมีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องทุกการกระทำของเขาอยู่

ดวงตาสีบุษราคัมคู่หนึ่งกำลังจับจ้องไปยังร่างที่นอนขดอยู่ภายในห้อง สีเหลืองอำพันนั้นส่องประกายวาววับในความมืด ลำตัวสีดำมะเมื่อมมีความมันวาวและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ มันกำลังเลื้อยพันอยู่บนขอบหน้าต่างอย่างเชื่องช้า การเคลื่อนไหวที่น่าขนลุกนั้นทำให้ผู้ถูกมองต้องหวาดกลัวหากรับรู้ได้ มันเฝ้ามองอารมณ์หงุดหงิดของคนข้างในอย่างไม่กะพริบตา ราวกับกำลังรอคอยโอกาสบางอย่าง

ลิ้นสองแฉกอันเป็นสัญลักษณ์ของอสรพิษแลบออกมาจากปากด้วยความรวดเร็วอย่างน่าหวาดเสียว พร้อมกับเสียงขู่ที่แหบพร่าและเย็นยะเยือกดังลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามา เสียงนั้นเต็มไปด้วยความคุกคามและสามารถทำให้ผู้ได้ยินรู้สึกขนลุก

ฟ่อ... ฟ่อ...

เสียงขู่ที่เย็นยะเยือกนั้นไม่ได้ดังพอที่จะทำให้มะยมที่กำลังวุ่นอยู่กับอารมณ์งอนของตัวเองได้ยิน เขาจมดิ่งอยู่ในโลกส่วนตัวจนพลาดสัญญาณอันตราย แต่ทว่า... การปรากฏตัวของมัน ณ คืนก่อนการเดินทางไปยังถิ่นกำเนิดที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและตำนานนั้น ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน เป็นสัญญาณที่ชี้ว่าโชคชะตาและเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนาคากำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว

ความหงุดหงิดของมะยมค่อย ๆ คลายตัวลง ร่างเล็กที่นอนขดอยู่บนเตียงก็เข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด เสียงลมหายใจสม่ำเสมอและแผ่วเบาเป็นจังหวะ ความเงียบสงบกลับคืนมาในห้องนอน เป็นการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ ก่อนที่เขาจะต้องตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับการเดินทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เจ้าของดวงตาสีบุษราคัมและลำตัวสีดำทมึน

เริ่มเลื้อยแทรกผ่านบานหน้าต่างกระจกเข้ามาอย่างง่ายดาย ความสามารถที่เหนือธรรมชาติทำให้กลอนที่ล็อกไว้กลายเป็นเพียงของประดับ งูสีดำทมึนค่อย ๆ ทิ้งตัวลงสู่พื้นห้องโดยไม่มีเสียงใด ๆ ก่อนจะเลื้อยไต่ขึ้นไปบนเตียงนอนนุ่มอย่างจงใจและเชื่องช้า มันเคลื่อนเข้าใกล้ร่างเล็กที่กำลังหลับใหลอย่างระมัดระวัง

งูยักษ์หยุดนิ่งอยู่ตรงกลางลำตัวของมะยมที่กำลังหลับใหล ลิ้นสีแดงสองแฉกของมันแลบออกมาสัมผัสเบา ๆ ที่ใบหน้าของคนที่กำลังนอนหลับอย่างมีความสุข เป็นการสัมผัสที่เย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่น่ากลัว ฟ่อ... ฟ่อ... เสียงขู่ที่แผ่วเบานั้นคล้ายจะเป็นเสียงกระซิบข้างหู มันกำลังสำรวจร่างเล็กที่กำลังหลับใหล

เสียงขู่ดังขึ้นอีกครั้งอย่างแผ่วเบาใกล้ใบหู ความเย็นยะเยือกที่แฝงมากับเสียงทำให้มะยมรู้สึกถึงการรบกวน มือเล็ก ๆ ของเขาปัดป่ายไปในอากาศอย่างหงุดหงิด ต่อสิ่งที่มารบกวนเวลานอนอันมีค่า ก่อนที่เขาจะงึมงำออกมาด้วยความไม่พอใจอย่างอัดอั้น

“อืมม์...” เป็นการตอบโต้ที่ไม่รู้ตัว แต่บ่งบอกว่าเขากำลังถูกรบกวนอย่างจริงจัง

ฟ่อ... ฟ่อ…

งูยักษ์ไม่ได้ถอยหนีจากการถูกปัดป่าย มันจ้องมองคนที่กำลังนอนอย่างเงียบงันด้วยความมุ่งมั่น ดวงตาสีบุษราคัมวาววับราวกับประกาศความเป็นเจ้าของ จากนั้น ลำตัวสีดำมะเมื่อมก็ค่อย ๆ เลื้อยเข้าไปด้านในผ้าห่มอย่างช้า ๆ และอ่อนโยน มันสอดตัวนอนอยู่เคียงข้างกับร่างเล็กนั้น ราวกับเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันมานานแสนนาน เป็นการแสดงออกถึงความผูกพันที่น่าสะพรึงกลัว

มะยมหลับสนิทอยู่ท่ามกลางไออุ่นของผ้าห่ม โดยมีอสรพิษยักษ์ร่วมเตียงอยู่เคียงข้าง ร่างเล็กไม่ได้รับรู้เลยถึงการมีอยู่ของ 'เพื่อนร่วมเตียง' ที่อันตรายนี้ เขาเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างสมบูรณ์ ในความฝัน... การรับรู้ทั้งหมดถูกระงับไว้ ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวจึงถูกแทนที่ด้วยโลกที่จิตใต้สำนึกสร้างขึ้นมา

มะยมรู้สึกราวกับตัวเองกำลังเดินอยู่บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาล พื้นที่ทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยสีเขียวขจีราวกับพรมที่ถักทอจากธรรมชาติ มวลดอกไม้นานาพรรณชูช่อรับลมอย่างอ่อนโยน ลมที่พัดมาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบนั้นช่างเย็นสบายและบริสุทธิ์ แต่แล้ว...

ความรู้สึกสงบของเขาถูกหยุดไว้เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนมองเขาอยู่ไม่ไกล ชายคนนั้นมีรูปร่างสูงสง่า ผมสีบรอนซ์เทาที่ปลิวพริ้วไหวไปกับสายลม ดูโดดเด่นตัดกับฉากหลังสีเขียวราวกับเทพบุตรที่ปรากฏกาย

“แม่ทับทิมจ๋า...” เสียงทุ้มนุ่มนวลนั้นดังแว่วมาตามสายลมอย่างชัดเจน มันเป็นเสียงที่แสนคุ้นเคยอย่างประหลาด น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความอาลัยอาวรณ์นั้น

คำเรียกหาชื่อที่มะยมไม่เคยรู้จัก แต่กลับทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างรุนแรง คิ้วขมวดกันจนเป็นปมเล็กๆ บนใบหน้า เขาหันมองไปรอบทุ่งหญ้าอย่างระแวง ดวงตาคู่ใสพยายามค้นหาแหล่งที่มาของเสียงที่เรียกหา แต่ก็ไม่พบใครเลย นอกเหนือจากเขาและร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่ตรงหน้า ความฉงนนี้ทำให้มะยมรู้ว่าผู้ชายคนนี้กำลังเรียกชื่อที่เขาไม่รู้จัก

“คุณเรียกใครครับ?” มะยมตัดสินใจถามออกไปอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยนั้นต้องการคำตอบเพื่อคลายความสับสน เขามองร่างสูงสง่านั้นอย่างตั้งใจ เพื่อยืนยันว่าการเรียกชื่อที่ไม่คุ้นเคยนั้นมีความหมายอะไรกันแน่

“แม่ทับทิมจ๋า...” ชายคนนั้นยังคงเรียกซ้ำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและความอาลัยอาวรณ์อย่างท่วมท้น เขาเมินเฉยต่อคำถามของมะยมอย่างสิ้นเชิง สายตาที่เหม่อลอยของเขามองทะลุผ่านร่างของมะยมไป ราวกับกำลังมองหาใครบางคนในอดีตที่ไกลโพ้น ความรู้สึกของชายผู้นั้นรุนแรงจนมะยมสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดในน้ำเสียง

“คุยกับใครกันแน่?” มะยมถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีโทนสูงขึ้น เขาเริ่มรู้สึกแปลกใจและไม่เข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ชายผู้นั้นกำลังปฏิเสธที่จะมองเขาและเรียกชื่ออื่นซ้ำ ๆ ความแปลกประหลาดนี้ทำให้มะยมต้องตั้งคำถามถึงความหมายของการมาเยือนในความฝันครั้งนี้

“แม่ทับทิมจ๋า...”

“โอ๊ย! จะบ้าหรือเปล่า ถามว่าคุณเรียกใคร!?” มะยมตวาดออกมาด้วยความหงุดหงิดที่ถึงขีดสุด ความไม่พอใจพุ่งสูงเมื่อคนที่เขาเห็นใบหน้าไม่ชัดกลับเรียกหาแต่คนชื่อ 'แม่ทับทิม' ใครกัน? ความอัดอั้นที่ถามอะไรก็ไม่ตอบทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกล้อเลียน เขากำลังจะอ้าปากถามอีกครั้ง ด้วยอารมณ์ที่เริ่มปะทุและพร้อมจะระเบิดออกมา

เฮือก!!!

เสียงหายใจดังเฮือกเป็นการประกาศถึงการ

กลับสู่โลกแห่งความจริง ร่างของมะยมกระตุกและดีดตัวขึ้นนั่งบนเตียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เหงื่อเริ่มซึมที่ไรผม ความรู้สึกสับสนจากความฝันยังคงเกาะกุมจิตใจ ทำให้เขาต้องพยายามปรับตัวกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน

“ฝันเหรอเนี่ย... เหมือนจริงจัง”

ฝ่ามือของเขาถูกกดลงบนใบหน้าขณะที่สมองพยายามจัดเรียงเรื่องราวในความฝัน แม้ความทรงจำจะเลือนรางแต่ความรู้สึกก็ชัดเจน แรงกดดันจากแม่และความหงุดหงิดที่ยังไม่จางหาย ผนวกเข้ากับเรื่องราวในความฝันที่เขาถูกเรียกชื่อ 'แม่ทับทิม' ความรู้สึกที่ไม่ปกตินี้ทำให้มะยมต้องตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า การเดินทางกลับอุดรธานีครั้งนี้... มันอาจไม่ใช่เรื่องงมงายอย่างที่เคยปฏิเสธ

*คนนึงร่ำไห้ อีกคนกลับจำอะไรไม่ได้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 25 ความสุขตลอดกาล (จบ)

    บทที่ 25 ความสุขตลอดกาล (จบ)การเดินทางกลับบ้านในวันนี้แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา มะยมเดินไปที่ป้ายรถเมล์โดยมีร่างสูงของเวไนยเดินขนาบข้าง เขาเลือกที่จะไม่ซ่อนตัว มือใหญ่กอบกุมมือของมะยมไว้แน่นอย่างมั่นคง แสดงออกอย่างเปิดเผยเป็นการยืนยันสถานะความสัมพันธ์ของพวกเขามะยมรับรู้ได้ถึงความปลอดภัยที่กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์“คุณ...” มะยมเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าบรรยากาศสงบลงแล้ว“เจ้ามีสิ่งใด” เวไนยตอบพลางลูบหลังมือมะยมเบา ๆ“ผมว่าถ้าเรียนจบ ผมจะไปอยู่อุดรสักพัก ค่อยกลับมาหางานทำที่กรุงเทพฯ” มะยมเปิดเผยถึงแผนการในอนาคต“เจ้าไม่ต้องทำงานก็ได้นะ พี่เลี้ยงเจ้าได้” เวไนยเสนออย่างไม่ลังเล“มีเงินหรือไงทำมาพูด” มะยมหัวเราะ“เจ้าต้องการเท่าใดเล่า แม่มะยม” เวไนยถามด้วยรอยยิ้ม“เอากองเท่าภูเขาเลย”“พี่จักหามาให้”“เพ้อเจ้อ” มะยมส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แต่ในใจก็เต็มไปด้วยความสุขพวกเขาเดินมาถึงหน้าบ้านของมะยม บรรยากาศเริ่มเงียบลง เวไนยหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามะยมและจับไหล่คนตัวเล็กไว้“ฮ่าฮ่า...” เสียงหัวเราะที่ทำลายความตึงเครียดดังขึ้นอย่างกะทันหัน “ไปถึงบ้านเจ้าแล้ว คืนนี้พี่ไม่ได้นอนกับเจ้า” คำพูดที่คาดไม่ถึงนี้ทำให้

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 24 ให้มันจบแต่เพียงเท่านี้

    บทที่ 24 ให้มันจบแต่เพียงเท่านี้ท่ามกลางความหวาดกลัวของมะยมและเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ทันใดนั้น... ร่างงูยักษ์สีดำทมึนก็ปรากฏขึ้นเต็มห้อง การมาถึงที่น่าสะพรึงกลัวนั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แสงสลัวในคอนโดถูกกลืนกินด้วยความดำมืดของเกล็ดนาคาที่เงาวามวับ อานุภาพที่กดดันทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เสี้ยววินาทีเดียวที่อาจารย์รังสิมันต์ยังไม่ทันได้ประมวลหางงูยักษ์ก็พุ่งเข้าพันรอบร่างของเขาอย่างฉับพลันและรัดแน่นจนกระดูกลั่น ความพยายามที่จะรุกรานมะยมถูกหยุดยั้งด้วยพลังอำนาจที่เหนือกว่า ใบหน้าของอาจารย์เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บปวดจากการที่ปอดถูกบดขยี้ เขาทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้เพราะขาดอากาศหายใจ“คุณ! พอแล้ว!” มะยมร้องห้ามด้วยเสียงที่ทรงอำนาจที่สุดที่เขามีเวไนยลดการรัดลงเล็กน้อย ดวงตาสีบุษลคัมฉายแววดุดัน “เหตุใดเจ้าต้องปกป้องมัน! มันสมควรตาย!”“ผมไม่ได้ปกป้อง... ผมไม่อยากให้คุณมีเวรมีกรรมต่อกันอีก” มะยมกล่าวอย่างหนักแน่น“แต่มันจะทำร้ายเจ้า! พี่ยอมไม่ได้!”“ปล่อยให้เขาได้รับกรรมของเขาไปเถอะนะ” มะยมอ้อนวอนพรึ่บ!ร่างงูยักษ์คลายพันธนาการอย่างกะทันหันโ

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 23 คิดถึง

    บทที่ 23 คิดถึงทันทีที่ถึงบ้านและเข้าห้อง มะยมโทรหามินนี่และลิลลี่ทันที เพื่อระบายความอึดอัดที่เกิดขึ้นทั้งหมด ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งบนเตียง มือสั่นเทาเล็กน้อยขณะรอการตอบรับจากปลายสาย“ฮัลโหลมินนี่! กูมีเรื่องจะปรึกษา!” มะยมพูดเสียงเครียด“ใจเย็นก่อนค่ะลูกสาว! เสียงอย่างกับโดนผีอำ! เกิดอะไรขึ้น!” มินนี่ถามด้วยความเป็นห่วง“ฟังนะ!”“เล่ามาค่ะ”“อาจารย์รังสิมันต์เรียกไปคุยที่คอนโด” มะยมเล่าเรื่องที่อาจารย์ตามมาที่โรงแรม การชักชวนให้พักที่คอนโด และการออกคำสั่งให้นัดไปพบส่วนตัวเพื่อปรึกษาธีสิสและเกรดฝึกงาน“อี๋! อี๋มากค่ะ!” มินนี่โวยวายทันทีที่ฟังจบ“นี่มันไม่ใช่ให้คำปรึกษาแล้วนะ! นี่มันการบีบบังคับชัด ๆ!”“ใช่! เขาใช้เรื่องเกรดกับธีสิสมาบีบกู! กูไม่รู้จะทำยังไงดี” มะยมถามอย่างร้อนใจลิลลี่ที่ฟังอยู่เงียบ ๆ ก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด“มะยม... อย่าไป! เธอก็ไม่ควรไปคนเดียวในที่ส่วนตัวแบบนั้น”“แต่เกรดฝึกงานกับธีสิสล่ะ?” มะยมกังวล“เกรดน่ะ... ค่อยว่ากัน! อาจารย์คนอื่นก็รับปรึกษาได้! แต่การที่เขามาทำแบบนี้มันเกินเลยมาก” มินนี่เสริม“ถ้าเธอไม่อยากให้มันยุ่งยากนะ... เธอต้องหา ‘ตัวช่วย’ ไ

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 22 วอแว

    บทที่ 22 วอแวมะยมถือโอกาสช่วงเวลาพักเดินออกมาจากห้องครัวเพื่อพักผ่อน แต่เพียงก้าวเดียวที่เขาเดินออกมา เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับอาจารย์รังสิมันต์ที่กำลังเดินเข้ามาอย่างจงใจ การปรากฏตัวที่กะทันหันในสถานที่ทำงานแห่งใหม่นี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความพยายามของอาจารย์ที่จะเข้าใกล้เขา“เป็นไงบ้างมณเฑียร ทำได้ไหม” “เอ่อ.. ได้ครับ อาจารย์มาได้ไงครับ” มะยมถามด้วยความประหลาดใจ“พอดีเชฟกับอาจารย์เป็นเพื่อนกันน่ะ”“อ๋อ... งั้นอาจารย์มาหาเชฟ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” มะยมพยายามเลี่ยง“ไม่ใช่... อาจารย์มาชวนเราไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน”“เอ่อ... ไม่ดีกว่าครับ ผมเกรงใจ”“เกรงใจทำไมคนกันเอง ไปเหอะ อาจารย์เลี้ยงเอง” อาจารย์รังสิมันต์ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ มะยมจึงจำต้องรับคำ“ก็ได้ครับ”มะยมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินตามอาจารย์รังสิมันต์ไปอย่างจำยอม แต่ในขณะที่พวกเขาเดินจากไปนั่นเอง กลุ่มหญิงสาวที่ทำงานในครัวซึ่งเพิ่งเดินออกมา ก็เริ่มต้นพูดคุยกันอย่างออกรสน้ำเสียงกระซิบกระซาบนั้นทำให้มะยมรับรู้ได้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดูเกินเลยระหว่างเขากับอาจารย์กำลังกลายเป็นเรื่องนินทาในหมู่เพื่อนร่วมงานแล้ว“แหม! น้องมะยม นี่มาวันแรกก็ม

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 21 ปะทะคารม

    บทที่ 21 ปะทะคารมเมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามา เวไนยจึงคลายมนตราที่ร่ายไว้ลง เพื่อให้ทั้งสถานที่เป็นปกติอีกครั้ง มะยมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึก ปวดเมื่อยไปทั่วสรรพางค์กาย ไออุ่นร้อนผ่าวของเวไนยยังคงโอบล้อมเขาไว้ ภายใต้ผ้าห่มผืนบาง ๆ ในเต็นท์ที่เงียบสงบ ร่องรอยของการ ‘ลงโทษ’ ยามวิกาล ยังคงชัดเจนอยู่ตามผิวเนื้อเวไนยที่ตื่นอยู่ก่อนแล้ว ก้มลงจูบที่หน้าผากของมะยมอย่างอ่อนโยน ก่อนจะกระซิบเสียงนุ่ม “ตื่นเถิดดวงใจของพี่... ถึงยามเช้าที่จักต้องออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนๆแล้วหนา”“อืมม์...” มะยมครางตอบอย่างอิดออด แต่ก็รีบลุกขึ้นมาแต่งตัว โดยมีเวไนยคอยช่วยปิดบังรอยแดงจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ตามซอกคอ“พี่จักเฝ้าดูเจ้า... ห้ามไม่ยอมให้ไอ้รังสิมันต์แตะต้องตัวเจ้าแม้แต่นิดเดียว” เวไนยออกคำสั่งก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็นงูตัวเล็กและเลื้อยเข้าสู่กระเป๋าสะพายของมะยมมะยมเดินออกจากเต็นท์ไปสมทบกับเพื่อน ๆ ที่กำลังเตรียมทำอาหารเช้า ใบหน้าของเขายังคงแดงระเรื่อและท่าทางดูอ่อนเพลียจนผิดสังเกต“ว้าย! ลูกสาว! เป็นอะไรคะเนี่ย! ทำไมวันนี้ดูโทรมเป็นผีดิบขนาดนี้!” มินนี่ทักทันที“มึงอย่าพูดเสียงดังสิ! กูเหนื่อย

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 20 พี่รักเจ้าดวงใจของพี่ 18+

    บทที่ 20 พี่รักเจ้าดวงใจของพี่ 18+มะยมพาตัวเองเดินเลี่ยงมาตามทางจนถึงบริเวณน้ำตกในที่สุด ที่นี่เงียบสงบและมืดมิดอย่างที่คาดไว้ แต่ก็สวยงามเหมือนตามที่มีคนรีวิวไว้จริง ๆ สายน้ำตกที่ไหลลงมากระทบแอ่งน้ำเบื้องล่าง ดูขาวนวลตาและส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมามะยมจัดการรีบลงไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว โดยปล่อยให้เวไนยในร่างงูจงอางรออยู่ด้านบนโขดหิน เขาไม่ยอมให้ลงมาด้วยเด็ดขาด เพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนคราวนั้น แม้จะเป็นการอาบน้ำที่เร่งรีบและมีเพียงแสงจันทร์เป็นพยาน แต่มะยมก็รู้สึกสดชื่นอย่างที่สุด ความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมตลอดทั้งวันถูกชำระล้างออกไปด้วยความเย็นของน้ำตก สองสายตาที่ซ่อนเร้น ของเวไนยและใครอีกคน? ยังคงจับจ้องเขาอยู่หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขารีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ไม่นาน งูจงอางตัวเล็กก็เลื้อยลงมาจากโขดหินทันที มาพันอยู่รอบต้นแขนของเขาด้วยความหวงแหนและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย“หายหนาวแล้วหรือไม่” เสียงเวไนยดังขึ้นในความคิดของมะยม“หายแล้วครับ... ไปกันเถอะ”ในขณะที่มะยมกำลังจะเดินออกจากบริเวณน้ำตก เขาก็รู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังมองอยู่ แต่เมื่อหันไปมองรอบ ๆ ก็ไม่พบใค

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อ

    บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อไม่นานหลังจากรถทัวร์เคลื่อนออกจากท่า มะยมที่เข้าสู่ห้วงนิทราก็ได้พบกับความฝันที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว เขากลับไปสู่ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่เคยปรากฏเมื่อครั้งก่อนอีกครั้ง ท่ามกลางสายลมที่พัดโชย ร่างสูงของบุรุษผมสีบรอนซ์เทาคนเดิมยืนหันหลังให้ เส้นผมพลิ้วไหวไปตามแรงลมอย่างงดงาม

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 15 ตั้งใจเรียนนะ 18+

    บทที่ 15 ตั้งใจเรียนนะ 18+ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ เวไนยก็เข้ามา นอนกกกอดกับเขาเกือบทุกค่ำคืน บางครั้งก็มาใน ร่างงูยักษ์ ขนาดมหึมาที่โอบรัดเขาไว้ใต้ผ้าห่ม บางครั้งก็เป็น ร่างมนุษย์ ที่หล่อเหลาและเต็มไปด้วยไฟปรารถนา ทว่าเมื่อตื่นเช้ามา เจ้าตัวก็มักจะหายออกไปแล้ว ราวกับไม่เคยมีใครอยู่ร่วมเตี

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 3 บุรุษงามผู้จากจรไกล

    บทที่ 3 บุรุษงามผู้จากจรไกล หมู่บ้านเวรุฬวัน จังหวัดอุดรธานี แสงแดดยามสายลอดผ่านพุ่มไม้หนาทึบลงมาทอดลงบนพื้นดินของตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบสงบแต่แฝงไว้ด้วยศรัทธาอันแรงกล้า ชาวบ้านที่นี่มีวิถีชีวิตผูกพันกับตำนานที่เล่าขานถึง องค์พ่อปู่นาคา ผู้ปกปักรักษาคุ้มครองดินแดนแห่งนี้มาแล

  • เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน   บทที่ 1 ขนมดาราทอง

    บทที่ 1 ขนมดาราทอง ณ กลางใจเมืองหลวงของประเทศไทยของยามบ่ายวันศุกร์สุดสัปดาห์ของนักศึกษาแสงอาทิตย์แผดจ้าจนอากาศดูร้อนอบอ้าวแทบจะแผดเผาผิวให้ไหม้เกรียมได้ แต่นักศึกษาคหกรรมศาสตร์กลุ่มนี้กลับกำลังเผชิญกับความร้อนระอุจากกระทะทองเหลือง!ในห้องทำขนมที่เต็มไปด้วยไอน้ำและกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยว มะ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status