แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: อิงวรา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-02 16:02:53

วันแรกของการทำงานตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอันดับต้นของประเทศ กันต์ได้รับความสนใจจากทั้งอาจารย์แพทย์ด้วยกัน ตลอดจนบรรดานักศึกษาแพทย์

กว่าชายหนุ่มจะปลีกตัวออกมานั่งพักผ่อนที่ห้องได้ก็เล่นเอาหืดขึ้นคอ ยิ่งเหล่านักศึกษาสาว ๆ ที่เข้ามารุมล้อมศัลยแพทย์หนุ่มที่ไม่ได้มีดีแค่ฝีมือ ทว่าหน้าตายังหล่อเหลาระดับซูเปอร์สตาร์ พวกเธอเข้ามาขอเซลฟี่กันเสียงดังวุ่นวายไปหมด

         ก๊อก~ก๊อก~ก๊อก~

หลังจากหย่อนสะโพกนั่งพักได้ไม่ทันไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“เชิญครับ”

คนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ซึ่งชายหนุ่มเพิ่งจะเดินผ่านหล่อนเข้ามาก่อนหน้านี้

“อาจารย์คะ มีคนโทรเข้ามาขอเข้าพบอาจารย์ค่ะ”

“ใครครับ”

“แจ้งว่าเป็นเลขาฯของผู้อำนวยการโรงพยาบาล เอ.พี. อินเตอร์เนชั่นแนลค่ะ”

ชื่อของโรงพยาบาลทำเอาศัลยแพทย์หนุ่มชะงักไปชั่วขณะ ใบหน้าคมคร้ามฉายแววครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าออกมา

“ได้ครับ ให้เขานัดเวลาเข้ามาได้เลย รบกวนคุณช่วยดูตารางให้ผมด้วย”

“รับทราบค่ะอาจารย์ เดี๋ยวดิฉันโทรขึ้นมาแจ้งวันเวลาอีกทีนะคะ”

“ครับ”

สิ้นเสียงตอบรับของกันต์ เจ้าหน้าที่สาวก็เดินออกไปจากห้องไป ส่วนคนที่อยู่ด้านในก็นั่งนิ่งราวกับถูกสาป ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

เนื่องจากผู้อำนวยการโรงพยาบาล เอ.พี. อินเตอร์เนชั่นแนลนั้นไม่ใช่คนอื่นไกล ท่านคือบิดาบังเกิดเกล้าของปฐวีเพื่อนรัก และปรียาดาผู้เป็นอดีตคนรักนั่นเอง

ถึงแม้เขาจะเคยคบหากับปรียาดา ทว่าก็ไม่เคยได้ทำความรู้จักกับบิดาของเธอเลย เวลาที่แวะเวียนไปหาคนรักที่บ้านก็ได้พบเพียงมารดาของเธอเท่านั้น

จู่ ๆ ร่างสูงก็ลุกขึ้นจากโซฟา เดินไปล้วงสมาร์ตโฟนที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ขึ้นมากดต่อสายหาปฐวี รอฟังเสียงสัญญาณอยู่นานกว่าคนปลายสายจะกดรับ ทว่าแทนที่จะได้ยินเสียงกล่าวทักทายกลับกลายเป็นเสียงร้องไห้ของทารกน้อยที่แผดดังกังวานจนหูแทบดับ

“ฮัลโหลไอ้โปรด มึงได้ยินกูไหมเนี่ย”

[ที่รักจ๋า ฝากอุ้มลูกแปบนึงนะเดี๋ยวพี่ไปคุยกับไอ้กันต์ก่อน] เสียงอ่อนเสียงหวานปฐวีดังแว่วเข้ามา ทำเอากันต์อดหมั่นไส้ไม่ได้

กันต์รอฟังจนกระทั่งเสียงร้องงอแงของเจ้าตัวน้อยเงียบไป

[ไอ้กันต์มึงมีไร กูให้เวลาสามนาที ต้องรีบกลับไปช่วยเมียเลี้ยงลูก]

“พ่อมึงให้เลขาฯโทรมานัดเจอกู”

[อ๋อ...เรื่องแค่นี้ พ่อกูเขาอยากได้ตัวมึงมาทำงานที่โรงพยาบาล]

“อะไรนะ...แต่...”

[มึงอย่าคิดอะไรเยอะเลย ถ้ามึงไม่อยากเจอน้องกู กูจะบอกให้ว่าปลื้มไม่ค่อยมาทำงานที่โรงพยาบาลหรอก มึงหมดห่วงเรื่องนี้ไปได้ หรือถ้ามึงอยากเจอปลื้มอีกครั้ง นี่ก็เป็นโอกาสที่ดีของมึงแล้ว]

“มึงพล่ามอะไร กูกับปลื้มเลิกกันไปตั้งนานแล้ว”

[มึงอย่ามาปฏิเสธ มึงกับกูเป็นเพื่อนกันมากี่ปี ทำไมกูจะไม่รู้ว่ามึงยังไม่ลืมปลื้ม]

“มึงอย่ามาทำเป็นแสนรู้” กันต์แสร้งด่า

กลบเกลื่อน ทำคนปลายสายถอนหายใจออกมา

[ไอ้กันต์ มึงฟังกูนะ กูจะพูดเฉพาะเรื่องงาน นี่เป็นโอกาสที่ดี ตอนนี้พ่อกูกำลังมีโพรเจกต์ช่วยเหลือผู้ยากไร้และคนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ แบบที่มึงฝันอยากทำ ตอนนี้กูบอกได้เลยว่าพ่อกูเคมีตรงกับมึงที่สุดแล้ว และเขาก็พร้อมจะทุ่มไม่อั้น]

กันต์ได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะเอ่ยออกมา

“อืม กูจะเก็บไปคิดดูละกัน”

[อืม คิดให้ดี ๆ ละกัน เรื่องในอดีตก็ปล่อยให้มันผ่านไป อะไรที่เป็นความสุขมึงก็รีบคว้าเอาไว้ อนาคตมันไม่แน่นอนนะมึง] ปฐวีพยายาม

หว่านล้อมอย่างหนักจนกันต์รำคาญ

“เออ ๆ พูดมากเป็นเซลล์ขายตรงเลยนะมึง แค่นี้นะ”

กันต์ไม่เปิดโอกาสให้ปฐวีได้พูดต่อ เขารีบกดตัดสายอย่างรวดเร็ว ก่อนเดินออกจากห้องไปหากาแฟดื่ม ระหว่างที่ต้องใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะตัดสินใจอย่างไร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพราะรักไม่เคยจางหายไป   บทที่ 20

    หลังจากจุมพิตร้อนแรงกลางแจ้งอย่างไม่อายฟ้าดินได้ผ่านพ้นไป ปรียาดาก็ลุกขึ้นมาจัดเสื้อผ้าเผ้าผมและนั่งนิ่งอยู่เนิ่นนาน ทำเอาคนตัวโตเกิดอดรนทนไม่ไหวเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “จูบพี่ก็ออกจะฟิน ทำไมนั่งเงียบแบบนั้นล่ะ หรือว่าเสียดายไม่อยากหยุด” ปรียาดาได้ยินคำพูดยียวนกวนโมโหแบบนั้นแทนที่จะโวยวายเช่นทุกครั้ง ทว่าเธอกลับหันมามองคนข้างกายด้วยแววตาจริงจัง “พี่กันต์ทำแบบนี้ทำไม” “พี่จูบเมียพี่ผิดตรงไหน” ถ้อยคำทีเล่นทีจริงทำเอาหญิงสาวถอนหายใจยาวออกมา ก่อนตัดสินใจหันไปกล่าวกับเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พี่กันต์ฟังปลื้มนะ เรื่องคืนนั้นถ้ามันเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ...” พูดไปก็สะอื้นในอก จนเธอต้องหยุดพูดไปชั่วขณะก่อนสูดลมหายใจเข้าสะกดก้อนสะอื้นนั้นไว้จึงค่อยกล่าวต่อ “ปลื้มจะบอกว่าปลื้มไม่ได้โกรธหรือไม่ได้เกลียดอะไรเลย พี่กันต์ไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น” “เพราะแบบนี้ปลื้มก็เลยหลบหน้าพี่ใช่ไหม” “อืม” “คิดว่าพี่รู้สึกผิด อยากจะรับผิดชอบ” “อืม” เธอพยักหน้ารับพลางมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยแววตาเศร้า

  • เพราะรักไม่เคยจางหายไป   บทที่ 19

    คณะทีมงานของมูลนิธิเดินทางด้วยรถตู้ออกมานอกเมือง โดยมีจุดหมายปลายทางคือหมู่บ้านบนดอย ซึ่งอยู่ห่างไกลความเจริญ อีกทั้งถนนหนทางนั้นค่อนข้างลำบาก รถตู้ขับออกจากท่าอากาศยานเชียงใหม่เป็นระยะทางกว่าร้อยกิโลเมตร จากนั้นทุกคนต้องเปลี่ยนมาขึ้นรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อเพื่อขึ้นไปหมู่บ้านบนดอย ซึ่งกว่าคณะทีมงานจะเดินทางไปถึงก็เป็นเวลาบ่ายแก่ ทีมงานชายหญิงช่วยกันคนข้าวของสัมภาระลงจากรถ นำมากองรวมกันด้านหน้าโรงเรือนขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างง่าย ๆ โดยใช้ไม้และหลังคาสังกะสี ส่วนช่องหน้าต่างประตู ก็เป็นเพียงช่องสี่เหลี่ยมที่ไร้บานเปิดปิดด้านหน้ามีแผ่นป้ายทำจากไม้ เขียนกำกับไว้ว่าที่แห่งนี้คือห้องเรียนเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นสาขาของโรงเรียนหลัก ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเด็กที่อยู่ห่างไกลได้มีโอกาสร่ำเรียนโดยไม่ต้องเดินทางขึ้นเขาลงห้วยไปไกลหลายกิโลปรียาดาในฐานะผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าไปทักทายผู้ใหญ่บ้านที่ออกมาต้อนรับ และพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ผู้นำชุมชนจะเชิญชวนให้ทุกคนเข้าไปพักผ่อนภายในอาคารเรียน และนั่นก็ทำให้เธอได้รู้ว่าเธอจะต้องพักแรมในอาคารกึ่งเปิดโล่งนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ ห

  • เพราะรักไม่เคยจางหายไป   บทที่ 18

    “น้องปลื้มลูก เตรียมของที่จำเป็นเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ”คุณศิริกัญญาเปิดประตูห้องนอนของลูกสาวเข้ามาได้ก็รีบเอ่ยถามด้วยความห่วงใย และเป็นคำถามเดิม ๆ ที่ท่านถามปรียาดาซ้ำ ๆ มาตลอดทั้งสัปดาห์ “เรียบร้อยแล้วค่ะแม่ แม่ถามปลื้มเป็นร้อยรอบได้แล้วมั้งคะ” ปรียาดาที่กำลังนั่งขัดสมาธิจัดกระเป๋าเดินทางอยู่บนเตียงนอน เงยหน้าขึ้นมาพร้อมส่งยิ้มสดใส “โธ่ลูก ก็แม่เป็นห่วงนี่คะ ว่าแต่...ไม่ไปไม่ได้เหรอ ให้คนอื่นไปแทนดีไหม”คนเป็นแม่ที่รักลูกสาวดั่งแก้วตาดวงใจ หนำซ้ำในอดีตลูกคนนี้เคยประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัส นั่นยิ่งทำให้ท่านเป็นกังวลตั้งแต่ได้รับรู้ว่าปรียาดาจะต้องออกเดินทางไปกับทีมงานของมูลนิธิเพื่อสำรวจพื้นที่ทุรกันดารที่มีการร้องขอความช่วยเหลือมา“โธ่...แม่ขา...” หญิงสาวเรียกมารดาเสียงอ่อนเสียงหวาน พร้อมวางมือจากการเก็บกระเป๋าคลานเข่าเข้ามาสวมกอดมารดาที่นั่งอยู่ปลายเตียง ก่อนเอนกายลงนอนวางศีรษะลงบนตักคุณศิริกัญญา “ไม่ต้องห่วงนะคะ ปลื้มจะโทรหาแม่ทุกวันเลยค่ะ ปลื้มสัญญาว่าจะดูแลตัวเองอย่างดี อีกอย่างหนึ่งปลื้มเตรียมตัวพร้อมมาก แต่ถ้ามีอะไรฉุกเฉินปลื้มจะรีบโทรหาคุณพ่อเลยค

  • เพราะรักไม่เคยจางหายไป   บทที่ 17

    นับตั้งแต่วันนั้น ปรียาดาก็หลบหน้ากันต์มาโดยตลอด หญิงสาวตัดสินใจไม่เข้าไปที่โรงพยาบาลสักระยะ อีกทั้งยังหอบงานของมูลนิธิเข้ามาทำที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยของคุณศิริกัญญาผู้เป็นมารดา นอกจากนี้เธอยังกำชับเลขานุการของเธอให้ปิดปากให้สนิท ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้เป็นอันขาด โดยเฉพาะกับนายแพทย์กันต์ หญิงสาวปักหลักทำงานภายในห้องทำงานของวทานิกา ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ดูแลผู้ป่วยพ่วงด้วยตำแหน่งพี่สะใภ้ของปรียาดา วทานิกาจ้องมองอาการของปรียาดาที่นั่งถ่มลมหายใจออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไร้ซึ่งสมาธิที่จะ จดจ่อกับงานตรงหน้า และหล่อนก็สังเกตเห็นความผิดปกติของน้องสาวสามีมาได้หลายวันแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “พี่ปลื้มคะ” น้องสะใภ้ที่อ่อนวัยกว่าเอ่ยเรียก ทว่าปรียาดากลับนั่งเหม่อ ดวงตาเลื่อนลอยไม่ยอมขานรับ วทานิกาจึงตัดสินใจเรียกอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น “พี่ปลื้มคะ!” เสียงนั้นทำปรียาดาที่นั่งเอนหลังพิงโซฟาหนังถึงกับสะดุ้งโหยง ก่อนหันมามองวทานิกาหน้าตาตื่น “มีอะไรหรือเปล่าหวาน เรียกซะเสียงดัง พี่ตกใจหมด” “ก็หวานเรียกเส

  • เพราะรักไม่เคยจางหายไป   บทที่ 16

    “ไอ้กันต์” เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียก แล้วก็เจอเข้ากับปฐวีที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อในมือข้างหนึ่งถือจุกนมปลอมของทารก ส่วนมืออีกข้างกำผ้าอ้อมไว้แน่นกันต์แสร้งทำสีหน้าให้เป็นปกติ ด้วยไม่รู้ว่าเพื่อนรักเห็นเหตุการณ์มากน้อยเพียงใด และอีกใจหนึ่งก็อยากรีบตามปรียาดาออกไป“อ้าว ไอ้โปรด แล้วลูกมึงล่ะ กูเพิ่งล้างมือเสร็จว่าจะมาเล่นด้วย”“…” ปฐวีไม่ตอบ หนำซ้ำยังหรี่ตามอง เพื่อนรักอย่างจับผิด“มึงเป็นเชี่ยไรเนี่ย มองกูอย่างกับเป็นผู้ต้องสงสัย”“ก็มึงมันน่าสงสัย”“สงสัยอะไรของมึง” กันต์ว่าพลางทำท่าฮึดฮัดกลบเกลื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่อง กูเห็นนะ” ปฐวีว่าพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อพยายามจับผิดเพื่อนรัก ทำเอากันต์เริ่มร้อนตัวขึ้นมา“เห็นอะไรของมึง เลี้ยงลูกไม่ได้หลับได้นอนจนเพี้ยนไปแล้วหรือไง หรือมึงว่างมากจนต้องมาจ้องจับผิดกูเนี่ย”“จับผิดห่าอะไรกูเดินกลับมาเอาจุกนมกับผ้าอ้อมให้ลูกแล้วก็ได้ยินเสียงกุกกักในห้องน้ำ แล้วก็เห็นมึงกับปลื้มออกมาจากห้องน้ำพร้อมกันนี่แหละ” สิ้นเสียงของปฐวีกันต์ก็ทำหน้าเหวอ ทว่าชายหนุ่มก็ยังพยายามหาทางดิ้นให้หลุดจากสถานการณ์นี้ เนื่องจากเขาอยากเคลียร์กับปรียาดาให้เข

  • เพราะรักไม่เคยจางหายไป   บทที่ 15

    ตลอดทั้งสัปดาห์ กันต์พยายามหาทางติดต่อปรียาดา ทว่าเขาก็ไม่สามารถติดต่อเธอผ่านหมายเลขส่วนตัวได้ ราวกับหญิงสาวได้บล็อกเบอร์เขาเอาไว้ชายหนุ่มจึงโทรเข้าไปที่โรงพยาบาล เอ.พี.อินเตอร์เนชั่นแนลทุกวัน เพื่อหวังจะได้คุยกับเธอแต่ก็เจอแค่เพียงเลขาฯหน้าห้อง ซึ่งให้คำตอบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทุกวันว่าปรียาดาไม่มาทำงาน ครั้นพอถามว่าปรียาดาอยู่ที่ไหน ทางนั้นก็ยืนกรานเสียงแข็งว่าไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เขาจึงเหลือเพียงที่พึ่งสุดท้าย นั่นก็คือปฐวีเพื่อนรัก ผู้เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวของปรียาดา ทว่าโทรไปกี่ครั้ง ปฐวีก็ไม่ยอมรับสาย ถ้าจะให้เดาเพื่อนรักก็คงกำลังวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงลูกน้อยนั่นเองเมื่อเป็นแบบนั้น กันต์จึงจำต้องถอดใจชั่วคราว เนื่องจากภาระหน้าที่ตำแหน่งอาจารย์แพทย์นั้นรัดตัวจนไม่สามารถเจียดเวลาไปทำอย่างอื่นได้เลย และก็เหมือนสวรรค์เป็นใจ ในวันที่ชายหนุ่มเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาล เขาก็ได้รับคำเชิญจากท่านผู้อำนวยการให้ไปรับประทานอาหารเย็นร่วมกันที่บ้าน หากเป็นเมื่อก่อนกันต์คงรีบปฏิเสธออกไป เพราะไม่อยากมีความสัมพันธ์ในแบบส่วนตัวกับผู้บังคับบัญชา ทว่าในตอนนี้ชายหนุ่มหมายมั่นปั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status