LOGINวันแรกของการทำงานตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอันดับต้นของประเทศ กันต์ได้รับความสนใจจากทั้งอาจารย์แพทย์ด้วยกัน ตลอดจนบรรดานักศึกษาแพทย์
กว่าชายหนุ่มจะปลีกตัวออกมานั่งพักผ่อนที่ห้องได้ก็เล่นเอาหืดขึ้นคอ ยิ่งเหล่านักศึกษาสาว ๆ ที่เข้ามารุมล้อมศัลยแพทย์หนุ่มที่ไม่ได้มีดีแค่ฝีมือ ทว่าหน้าตายังหล่อเหลาระดับซูเปอร์สตาร์ พวกเธอเข้ามาขอเซลฟี่กันเสียงดังวุ่นวายไปหมด
ก๊อก~ก๊อก~ก๊อก~
หลังจากหย่อนสะโพกนั่งพักได้ไม่ทันไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“เชิญครับ”
คนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ซึ่งชายหนุ่มเพิ่งจะเดินผ่านหล่อนเข้ามาก่อนหน้านี้
“อาจารย์คะ มีคนโทรเข้ามาขอเข้าพบอาจารย์ค่ะ”
“ใครครับ”
“แจ้งว่าเป็นเลขาฯของผู้อำนวยการโรงพยาบาล เอ.พี. อินเตอร์เนชั่นแนลค่ะ”
ชื่อของโรงพยาบาลทำเอาศัลยแพทย์หนุ่มชะงักไปชั่วขณะ ใบหน้าคมคร้ามฉายแววครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าออกมา
“ได้ครับ ให้เขานัดเวลาเข้ามาได้เลย รบกวนคุณช่วยดูตารางให้ผมด้วย”
“รับทราบค่ะอาจารย์ เดี๋ยวดิฉันโทรขึ้นมาแจ้งวันเวลาอีกทีนะคะ”
“ครับ”
สิ้นเสียงตอบรับของกันต์ เจ้าหน้าที่สาวก็เดินออกไปจากห้องไป ส่วนคนที่อยู่ด้านในก็นั่งนิ่งราวกับถูกสาป ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
เนื่องจากผู้อำนวยการโรงพยาบาล เอ.พี. อินเตอร์เนชั่นแนลนั้นไม่ใช่คนอื่นไกล ท่านคือบิดาบังเกิดเกล้าของปฐวีเพื่อนรัก และปรียาดาผู้เป็นอดีตคนรักนั่นเอง
ถึงแม้เขาจะเคยคบหากับปรียาดา ทว่าก็ไม่เคยได้ทำความรู้จักกับบิดาของเธอเลย เวลาที่แวะเวียนไปหาคนรักที่บ้านก็ได้พบเพียงมารดาของเธอเท่านั้น
จู่ ๆ ร่างสูงก็ลุกขึ้นจากโซฟา เดินไปล้วงสมาร์ตโฟนที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ขึ้นมากดต่อสายหาปฐวี รอฟังเสียงสัญญาณอยู่นานกว่าคนปลายสายจะกดรับ ทว่าแทนที่จะได้ยินเสียงกล่าวทักทายกลับกลายเป็นเสียงร้องไห้ของทารกน้อยที่แผดดังกังวานจนหูแทบดับ
“ฮัลโหลไอ้โปรด มึงได้ยินกูไหมเนี่ย”
[ที่รักจ๋า ฝากอุ้มลูกแปบนึงนะเดี๋ยวพี่ไปคุยกับไอ้กันต์ก่อน] เสียงอ่อนเสียงหวานปฐวีดังแว่วเข้ามา ทำเอากันต์อดหมั่นไส้ไม่ได้
กันต์รอฟังจนกระทั่งเสียงร้องงอแงของเจ้าตัวน้อยเงียบไป
[ไอ้กันต์มึงมีไร กูให้เวลาสามนาที ต้องรีบกลับไปช่วยเมียเลี้ยงลูก]
“พ่อมึงให้เลขาฯโทรมานัดเจอกู”
[อ๋อ...เรื่องแค่นี้ พ่อกูเขาอยากได้ตัวมึงมาทำงานที่โรงพยาบาล]
“อะไรนะ...แต่...”
[มึงอย่าคิดอะไรเยอะเลย ถ้ามึงไม่อยากเจอน้องกู กูจะบอกให้ว่าปลื้มไม่ค่อยมาทำงานที่โรงพยาบาลหรอก มึงหมดห่วงเรื่องนี้ไปได้ หรือถ้ามึงอยากเจอปลื้มอีกครั้ง นี่ก็เป็นโอกาสที่ดีของมึงแล้ว]
“มึงพล่ามอะไร กูกับปลื้มเลิกกันไปตั้งนานแล้ว”
[มึงอย่ามาปฏิเสธ มึงกับกูเป็นเพื่อนกันมากี่ปี ทำไมกูจะไม่รู้ว่ามึงยังไม่ลืมปลื้ม]
“มึงอย่ามาทำเป็นแสนรู้” กันต์แสร้งด่า
กลบเกลื่อน ทำคนปลายสายถอนหายใจออกมา[ไอ้กันต์ มึงฟังกูนะ กูจะพูดเฉพาะเรื่องงาน นี่เป็นโอกาสที่ดี ตอนนี้พ่อกูกำลังมีโพรเจกต์ช่วยเหลือผู้ยากไร้และคนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ แบบที่มึงฝันอยากทำ ตอนนี้กูบอกได้เลยว่าพ่อกูเคมีตรงกับมึงที่สุดแล้ว และเขาก็พร้อมจะทุ่มไม่อั้น]
กันต์ได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะเอ่ยออกมา
“อืม กูจะเก็บไปคิดดูละกัน”
[อืม คิดให้ดี ๆ ละกัน เรื่องในอดีตก็ปล่อยให้มันผ่านไป อะไรที่เป็นความสุขมึงก็รีบคว้าเอาไว้ อนาคตมันไม่แน่นอนนะมึง] ปฐวีพยายาม
หว่านล้อมอย่างหนักจนกันต์รำคาญ“เออ ๆ พูดมากเป็นเซลล์ขายตรงเลยนะมึง แค่นี้นะ”
กันต์ไม่เปิดโอกาสให้ปฐวีได้พูดต่อ เขารีบกดตัดสายอย่างรวดเร็ว ก่อนเดินออกจากห้องไปหากาแฟดื่ม ระหว่างที่ต้องใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะตัดสินใจอย่างไร
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวเด็กหญิงกรปรียา ก็ลืมตาออกมาดูโลกได้เกือบหนึ่งปีแล้วกันต์และปรียาดาจึงถือโอกาสไปฮันนีมูนด้วยกันสองต่อสอง โดยฝากลูกสาวตัวน้อยไว้กับบรรดาคุณปู่ คุณย่า และคุณยาย โดยมีคุณลุงและคุณป้าคอยเป็นกำลังเสริมอีกแรงทว่าพอทั้งคู่เช็กอินเข้าพักที่รีสอร์ตหรูที่ภูเก็ต แทนที่จะได้ออกไปทำกิจกรรมกันตามประสาคู่รัก ปรียาดากลับทนคิดถึงลูกสาวไม่ไหวจนต้องรีบต่อสายวิดีโอคอลหาคุณศิริกัญญา ซึ่งก็ต้องรอฟังเสียงสัญญาณอยู่นานกว่าท่านจะรับสาย“ว่าไงคะลูก เดินทางเรียบร้อยดีไหมคะ” คุณศิริกัญญาเอ่ยทักทายลูกสาวผ่านทางหน้าจอสี่เหลี่ยมของสมาร์ตโฟน“เรียบร้อยดีค่ะคุณแม่ น้องเกลเป็นยังไงบ้างคะ ร้องไห้หาปลื้มหรือเปล่า” ปรียาดารีบถามถึงลูกสาวด้วยความห่วงใยโดยมีสามียื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อรอฟังด้วยอีกคน“น้องเกลเหรอลูก ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่คะ ร่าเริงดี”“คุณแม่อย่าหลอกปลื้มนะคะ พูดแบบนี้ให้ปลื้มสบายใจหรือเปล่า”ยังไม่ทันที่คุณศิริกัญญาจะอ้าปากตอบ เสียงหัวเราะกรี๊ดกร๊าดของเด็กหญิงกรปรียาก็ดังแทรกเข้ามาแทนคำตอบ“ได้ยินไหมคะลูก น้องเกลกำลังเล่นน้ำอยู่กับพี่ปกป้องโน่น”คุณศิริกัญญาว่าจบก็เดิ
ว่าที่คุณแม่ที่เพิ่งผ่านพ้นงานวิวาห์มาได้เพียงไม่กี่วัน เดินทางมาหาสามีที่มหาวิทยาลัยด้วยความคิดถึง เนื่องจากช่วงนี้อาจารย์แพทย์หนุ่มมีงานรุมเร้าจนแทบไม่มีเวลากินข้าวกินปลาเมื่อปรียาดารู้แบบนั้นก็ไม่รอช้า วันต่อมาเธอก็ลุกขึ้นมาจัดเตรียมอาหารกลางวันใส่ปิ่นโต และตรงมาเซอร์ไพรส์สามีในช่วงพักเที่ยงทว่าเมื่อเปิดประตูห้องทำงานของกันต์เข้ามา หญิงสาวก็ต้องประหลาดใจที่เห็นกิตติชัยกำลังนั่งทำหน้าตาเคร่งเครียดอยู่บนโซฟา“อ้าว พี่กิตสวัสดีค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่นะเนี่ย” ปรียาดายกมือไหว้ทักทายกิตติชัยเมื่อกันต์เห็นภรรยาสาวที่กำลังอุ้มท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเดินเข้ามาก็รีบก้าวเข้าไปประคองให้เธอเข้ามานั่งบนโซฟา“สวัสดีครับน้องปลื้ม” ท่าทางไม่ร่าเริงผิดวิสัยของกิตติชัย ทำเอาปรียาดาอดแปลกใจไม่ได้ จึงต้องหันไปกระซิบกระซาบกับสามี“พี่กิตเป็นอะไรคะ”“มันมาปรึกษาน่ะ ว่าไปล่วงเกินผู้หญิงแล้วโดนฟาดกบาลเข้าต้องทำยังไง พี่ก็เลยบอกไปว่าสุภาพบุรุษแบบพี่คงจะให้คำแนะนำอะไรพวกนี้ไม่ได้หรอก เพราะว่าพี่ไม่มีประสบการณ์”“อะไรนะคะ? “ปรียาดาย้อนถามด้วยนัยน์ตาเบิกโพลง ทว่าคนถูกกล่าวหาถึงกับถลึงตาใส่เพื่อนรัก“เด
งานฉลองมงคลสมรสระหว่างอาจารย์แพทย์หนุ่ม และทายาทคนเล็กของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังถูดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางกรุงโดยแขกเหรื่อที่มาร่วมงานนั้นล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการแพทย์ทั้งระดับประเทศ และระดับโลกที่เคยร่วมงานกับนายแพทย์กันต์นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ที่มีความใกล้ชิดกับครอบครัวอำนวยกิจไพศาล ตลอดจนผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม ทำให้งานวิวาห์ในค่ำคืนนี้เป็นที่กล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในงานแต่งงานยิ่งใหญ่แห่งปีบรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นของทั้งสองครอบครัว และเหล่าเพื่อนฝูงของคู่บ่าวสาว“ปลื้มคะ ไปนั่งพักก่อนดีกว่า พี่ว่าปลื้มยืนนานเกินไปแล้วนะ” เจ้าบ่าวหนุ่มเอ่ยกับเจ้าสาวคนสวยที่มีอายุครรภ์ได้ราวห้าเดือนด้วยความห่วงใย เนื่องจากทั้งคู่เดินทักทาย และกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อมาได้พักใหญ่แล้ว“นั่นสิลูก หนูกับพี่กันต์เข้าไปเถอะ เดี๋ยวแม่กับคุณพ่อดูแลข้างหน้าเอง พิธีการอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรแล้ว” คุณศิริกัญญากล่าวสนับสนุนลูกเขยเต็มที่ อีกทั้งงานในวันนี้แม้จะยิ่งใหญ่อลังการ ทว่าพิธีการต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้อย่างกระชับ เพื่อความสะดวกสบายข
ท่ามกลางการจราจรหนาแน่นในช่วงเย็นวันเสาร์ กันต์ขับรถซีดานสีดำคู่ใจพาคุณกรุณาผู้เป็นมารดามารับประทานอาหารเย็นที่คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาล โดยได้รับการเชื้อเชิญจากคุณเปรมและคุณศิริกัญญาอย่างเป็นทางการคุณกรุณาลอบมองลูกชายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเป็นระยะ ทำเอาพลขับหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหันมาถาม“มีอะไรจะพูดกับผมหรือเปล่าครับแม่”“คือ…แม่อยากรู้ว่าลูกกับพ่อตาน่ะ…”“ก็ปกตินี่ครับไม่ได้มีอะไร เวลาผมไปทำงานที่โรงพยาบาล เจอท่านก็ทักทายกันตามปกติ”กันต์ว่าไปตามความจริง เนื่องจากชายหนุ่มสามารถแยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในเวลางานคุณเปรมคือผู้บังคับบัญชาที่เขายังให้ความเคารพเช่นเดิมแม้ในเวลาส่วนตัวแทบจะไม่ได้คุยกันเลยก็ตามที แต่ใช่ว่าเขายังจะโกรธเคืองแต่อย่างใด หนำซ้ำความขุ่นข้องภายในใจยังเจือจางลงไปมาก หลังจากได้ฟังเรื่องราวของคุณเปรมจากปากของปฐวีที่ผ่านมาท่านต้องทนทุกข์อยู่นานจากการที่ลูกเมียตีตัวออกห่าง ประหนึ่งตัดความสัมพันธ์กันกลาย ๆ กว่าจะปรับความเข้ากันได้ และได้กลับมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวอีกครั้งก็กินเวลานานหลายปี“แม่เข้าใจความรู้สึกของลูกนะ แต่แม่อยากจะบอกอะไรสัก
“พ่อเล่าเองลูก เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะพ่อ พ่อต้องเป็นคนรับผิดชอบ” คุณเปรมที่กำลังประคองคุณศิริกัญญา หันมากล่าวกับลูกชายและว่าที่ลูกเขยด้วยใบหน้าเศร้าหมอง“พ่อครับ เดี๋ยวผมเล่าเองก็ได้ พ่อไม่ต้อง...” ยังไม่ทันสิ้นประโยค คนเป็นพ่อก็ยกมือขึ้นห้าม ก่อนประคับประคองร่างบอบบางของภรรยาเดินมาหาลูกชาย“โปรดพาแม่ไปนั่งพักก่อน เดี๋ยวทางนี้เป็นหน้าที่พ่อเอง”ปฐวีจำต้องทำตามคำร้องขอของบิดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบกอดผู้เป็นแม่ ก่อนจะพาเดินไปนั่งบนม้านั่งด้านหน้าห้องฉุกเฉิน ทว่าก็อดที่จะหันกลับมามองบิดาและเพื่อนรักไม่ได้ทางด้านกันต์ที่กำลังจ้องหน้าว่าที่พ่อตาเขม็ง ก็ไม่รีรอที่จะเอ่ยถามออกมา“นี่มันเรื่องอะไรกันครับคุณพ่อ” สรรพนามที่ใช้เรียกท่านผู้อำนวยการเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่ความสัมพันธ์ของเขาและปรียาดาขยับขึ้นมาอีกขั้น“นั่งก่อนสิ เรื่องมันยาว” คุณเปรมหย่อนสะโพกนั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ใกล้ ๆ โดยที่กันต์ก็นั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ติดกันอย่างว่าง่าย ก่อนที่ท่านจะค่อย ๆ เรียบเรียงเรื่องราวและเริ่มต้นเล่าให้ว่าที่ลูกเขยได้รับรู้ความจริงทั้งหมด“เมื่อก่อนพ่อเป็นพ่อที่แย่มาก กันต
“น้องปลื้มคะ หนูทานอะไรบ้างหรือยังลูก”คุณศิริกัญญาในชุดราตรียาวสีทองอร่ามเดินเข้ามาภายในห้องจัดเลี้ยง เมื่อเห็นลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนคุยกับผู้ช่วยสาวและเหล่าทีมงานของมูลนิธิก็รีบเอ่ยถามด้วยความห่วงใย เนื่องจากตั้งแต่ปรียาดาเดินทางกลับมาจากภูเก็ตก็ต้องเร่งเตรียมงานที่จะมีขึ้นในค่ำคืนนี้จนแทบไม่ได้พักผ่อน“ทานแล้วค่ะคุณแม่ แถมปลื้มยังตุนเสบียงติดตัวไว้ตลอดด้วยค่ะ” ปรียาดาในชุดราตรียาวสีดำประดับเลื่อมเป็นประกายแวววับทั้งชุด คว้ากระเป๋าถือใบยาวที่หนีบไว้ใต้รักแร้มาเปิดอ้าออก เผยให้เห็นโปรตีนบาร์ และช็อกโกแลตหลากหลายรสชาติ ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับส่ายศีรษะด้วยความไม่ชอบใจ“ทานแค่นี้มันจะไปพออะไรกันคะ” คุณศิริกัญญาสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องจัดเลี้ยง ก่อนจะไปหยุดตรงว่าที่ลูกเขยสุดหล่อในชุดสูททักซีโดสีดำที่กำลังยืนคุยกับคุณเปรม ปฐวี และกิตติชัยกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันเมื่อชายหนุ่มเห็นสัญญาณโบกไม้โบกมือจากว่าที่แม่ยายก็รีบเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว“ครับคุณแม่”“พี่กันต์ดูน้องสิ ทานแต่ของไม่มีประโยชน์ พาน้องไปทานอะไรเป็นเรื่องเป็นราวสักหน่อยก่อนงานจะเริ่มดีกว่า”“ผมให้ปลื้มทานข้าวแล้วครับคุณแม่ ป้อนเองก





![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

