Share

บทที่ 3

last update publish date: 2026-09-02 16:02:16

เช้าวันต่อมา กันต์ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยความเคยชิน ชายหนุ่มมักจะออกมาวิ่งรอบหมู่บ้าน ก่อนกลับเข้ามารับประทานอาหารเช้า และอาบน้ำอาบท่า

ซึ่งวันนี้กันต์ตื่นเช้ากว่าปกติเนื่องจากต้องเข้าไปรายงานตัวเพื่อเริ่มงานใหม่ในวันแรก

          ทว่าพอกันต์เปิดประตูห้องออกมาก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารลอยมากระทบจมูกโด่ง คิ้วหนาขมวดย่นด้วยความแปลกใจที่คุณกรุณาผู้เป็นมารดาตื่นเช้ากว่าทุกวัน

          กันต์อาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวใจกลางกรุงอันเป็นสมบัติตกทอดจากคุณตาและคุณยายผู้ล่วงลับ ตั้งแต่จำความได้ชายหนุ่มก็มีกันเพียงแค่สองคนกับมารดา และคุณกรุณาก็รักและผูกพันบ้านหลังนี้มาก

ถึงแม้ว่ากันต์สามารถทำงานหาเงินได้มากมาย และมีกำลังซื้อบ้านหลังใหญ่กว่านี้ ทว่าคุณกรุณาก็ไม่อยากย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้ กันต์จำต้องยอมตามใจมารดา และทำได้เพียงซ่อมแซมดูแลไปตามความต้องการของผู้เป็นแม่

          “คุณนายทำไมตื่นแต่เช้าครับเนี่ย”

          กันต์เดินเข้ามาชะโงกมองไข่พะโล้หม้อใหญ่ที่คุณกรุณากำลังเคี่ยวอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนหอมแก้มเหี่ยวย่นหนึ่งฟอด และเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำออกมาเปิดยกขึ้นกระดกดื่มไปกว่าค่อนขวด

          “วันนี้ต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอลูก ยังจะออกไปวิ่งอีก”

          “สักนิดครับแม่ มันติด ไม่งั้นไม่สดชื่น”

          “นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นหมอ เพื่อนบ้านคงคิดว่าลูกแม่เป็นนักวิ่ง คนอะไรวิ่งเช้าวิ่งเย็น ค่ำมืดดึกดื่นก็วิ่ง” คุณกรุณากล่าวติดตลก

          “เดี๋ยวนี้แซวเก่งนะครับเนี่ย” ชายหนุ่มว่าพลางเดินไปหยิบถุงเท้ารองเท้าออกมาจากตู้ ก่อนจะเดินกลับมานั่งใส่ในครัว

          “กันต์...” คุณกรุณาเอ่ยเรียกลูกชายพร้อมทำหน้าครุ่นคิด

          “ครับ”

          “ลูกตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมที่กลับมา”

          “ทำไมถามแบบนั้นล่ะแม่”

          “ก็แม่เห็นลูกพูดตลอดว่าทำงานที่นั่นดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ แล้วทำไมถึงรีบกลับมาซะล่ะ”

          กันต์ได้ฟังคำถามพร้อมสีหน้าจริงจังของมารดา ชายหนุ่มหยัดกายลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปหาคุณกรุณาและประคองสองมือของท่านขึ้นมากุมเอาไว้

          “แม่ครับ อย่างที่ผมบอกว่าผมอิ่มตัวกับงานที่โน่นแล้ว และผมก็คิดถึงแม่ อยากกลับมาอยู่กับแม่”

          “อืม ถ้าเป็นแบบนั้นก็แล้วไป แม่กลัวว่าลูกจะฝืนตัวเองกลับมาเพื่อแม่” คุณกรุณาดึงมือออกจากมือลูกชาย และหันมาง่วนกับหม้อพะโล้ต่อ ทำคนเป็นลูกมองตามด้วยความสงสัย

          “นี่คุณนายไม่คิดถึงลูกบ้างเลยหรือไงครับ” กันต์หรี่ตามองมารดาราวกับเคลือบแคลงอะไรบางอย่าง “ผมว่าแม่ดูแปลกจริง ๆ นะ ทำเหมือนไม่เหงาไม่คิดถึงผมเลย อย่าบอกนะ...” กันต์ทำตาโตและหยุดพูดเอาดื้อ ๆ

          “อย่าบอกอะไร” คุณกรุณากลืนน้ำลายลงคอพร้อมทำสายตาล่อกแล่กดูมีพิรุธ

          “แม่มีแฟนเหรอ”

          “มีกับผีน่ะสิ อายุปูนนี้แล้ว” คุณกรุณาว่าจบก็ฟาดฝ่ามือลงบนต้นแขนลูกชายเสียหนึ่งทีให้กับความทะเล้น

          “อายุเท่าไหร่ก็มีความรักได้ทั้งนั้นแหละ ถ้าแม่จะมีผมไม่ว่าอะไรหรอก แค่บอกผมหน่อยก็พอ”

          “อย่ามาสนใจความรักของแม่เลย สนใจของตัวเองเถอะ อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว เมื่อไหร่จะมี หืม”

          คำถามของมารดาทำเอากันต์ถึงกับถอนหายใจยาว ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยราวกับยิ้มเยอะในโชคชะตาของตน

          “ผมไม่ได้คิดเรื่องนี้มานานแล้วครับ”

          “กันต์...” คุณกรุณาเอ่ยเรียกลูกชาย พลางมองด้วยสายตาสงสารและเห็นใจ

          “เฮ้อ ไปวิ่งดีกว่า แม่มัวแต่ชวนคุยเดี๋ยวผมไปทำงานสายพอดี” จู่ ๆ กันต์ก็ตัดบทเอาเสียดื้อ ๆ

          “อ้าว ไหงมาโทษแม่ล่ะ”

          “ล้อเล่นครับ” กันต์หันมายิ้มทะเล้นให้มารดา ก่อนจะเหลือบมองพะโล้หม้อใหญ่ด้วยความข้องใจ “ว่าแต่แม่ทำพะโล้ไปไหนเยอะแยะ”

          เมื่อถูกถามกะทันหัน คุณกรุณาก็ออกอาการอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะรีบกล่าวตอบออกมา

          “ทำบุญ! แม่เอาไปทำบุญลูก” คุณกรุณาว่าจบก็กลืนน้ำลายลงคอ พยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยไม่ให้ดูน่าสงสัย

          “อ่อ นี่เลี้ยงพระได้ทั้งวัดเลยนะครับเนี่ย”

          “ก็ประมาณนั้นแหละ อ้าว จะรีบไปวิ่งไม่ใช่เหรอ รีบไปเร็ว”

          คุณกรุณารีบดันแผ่นหลังของลูกชายให้เดินออกจากห้องครัว ท่านยืนมองจนกระทั่งกันต์ออกจากบ้าน และเดินออกไปจนพ้นประตูรั้ว ก่อนที่ท่านจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

          “ลูกไม่ได้มุสานะคะท่าน ลูกทำไข่พะโล้ไปทำบุญจริง” คุณกรุณาว่าพลางยกสองมือขึ้นประนมไหว้ท่วมหัว

เป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีเสียงเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ไอส์แลนด์ คุณกรุณารีบสาวเท้าก้าวเข้าไปคว้าอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมากดรับ

          “ว่าไงคะลูก”

          “โอเค แม่เสร็จพอดีเลยค่ะ”

          “เดี๋ยวแม่ออกไปรอหน้าบ้านนะคะ หนูมาถึงแล้วจะได้รีบไปกันเลย”

          คุณกรุณากดวางสาย ก่อนจะหันไปปิดเตา และตะโกนเรียกเด็กในบ้านมาช่วยยกพะโล้หม้อใหญ่ออกไปวางที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้าน จากนั้นท่านก็รีบขึ้นไปแต่งตัวเพื่อเตรียมออกเดินทางไปทำบุญกับใครบางคนที่นัดเอาไว้

          เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง คุณกรุณาที่กำลังเดินกระสับกระส่ายอยู่หน้าบ้าน เมื่อเห็นรถตู้

สีดำคันหรูขับเข้ามาจอดก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะหันไปเรียกเด็กในบ้านให้มายกหม้อพะโล้ขึ้นรถ จากนั้นท่านก็เดินตรงไปขึ้นไปนั่งยังห้องโดยสารด้านหลัง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่กันต์วิ่งกลับมาพอดี และเห็นมารดาขึ้นรถตู้สีดำออกไป

          ชายหนุ่มหยุดยืนมองด้วยความสงสัย ก่อนเร่งฝีเท้าตรงเข้าบ้านเพื่อไถ่ถามเด็กในบ้าน ทว่าก็ไม่ได้คำตอบอะไรมากนัก นอกจากคุณกรุณาออกไปทำบุญและไปเที่ยวกับเพื่อนของท่านเช่นนี้เป็นประจำ คนเป็นลูกจึงได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจ และรีบขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมออกไปทำงาน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพราะรักไม่เคยจางหายไป   พิเศษ 2 (จบ)

    วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวเด็กหญิงกรปรียา ก็ลืมตาออกมาดูโลกได้เกือบหนึ่งปีแล้วกันต์และปรียาดาจึงถือโอกาสไปฮันนีมูนด้วยกันสองต่อสอง โดยฝากลูกสาวตัวน้อยไว้กับบรรดาคุณปู่ คุณย่า และคุณยาย โดยมีคุณลุงและคุณป้าคอยเป็นกำลังเสริมอีกแรงทว่าพอทั้งคู่เช็กอินเข้าพักที่รีสอร์ตหรูที่ภูเก็ต แทนที่จะได้ออกไปทำกิจกรรมกันตามประสาคู่รัก ปรียาดากลับทนคิดถึงลูกสาวไม่ไหวจนต้องรีบต่อสายวิดีโอคอลหาคุณศิริกัญญา ซึ่งก็ต้องรอฟังเสียงสัญญาณอยู่นานกว่าท่านจะรับสาย“ว่าไงคะลูก เดินทางเรียบร้อยดีไหมคะ” คุณศิริกัญญาเอ่ยทักทายลูกสาวผ่านทางหน้าจอสี่เหลี่ยมของสมาร์ตโฟน“เรียบร้อยดีค่ะคุณแม่ น้องเกลเป็นยังไงบ้างคะ ร้องไห้หาปลื้มหรือเปล่า” ปรียาดารีบถามถึงลูกสาวด้วยความห่วงใยโดยมีสามียื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อรอฟังด้วยอีกคน“น้องเกลเหรอลูก ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่คะ ร่าเริงดี”“คุณแม่อย่าหลอกปลื้มนะคะ พูดแบบนี้ให้ปลื้มสบายใจหรือเปล่า”ยังไม่ทันที่คุณศิริกัญญาจะอ้าปากตอบ เสียงหัวเราะกรี๊ดกร๊าดของเด็กหญิงกรปรียาก็ดังแทรกเข้ามาแทนคำตอบ“ได้ยินไหมคะลูก น้องเกลกำลังเล่นน้ำอยู่กับพี่ปกป้องโน่น”คุณศิริกัญญาว่าจบก็เดิ

  • เพราะรักไม่เคยจางหายไป   พิเศษ 1

    ว่าที่คุณแม่ที่เพิ่งผ่านพ้นงานวิวาห์มาได้เพียงไม่กี่วัน เดินทางมาหาสามีที่มหาวิทยาลัยด้วยความคิดถึง เนื่องจากช่วงนี้อาจารย์แพทย์หนุ่มมีงานรุมเร้าจนแทบไม่มีเวลากินข้าวกินปลาเมื่อปรียาดารู้แบบนั้นก็ไม่รอช้า วันต่อมาเธอก็ลุกขึ้นมาจัดเตรียมอาหารกลางวันใส่ปิ่นโต และตรงมาเซอร์ไพรส์สามีในช่วงพักเที่ยงทว่าเมื่อเปิดประตูห้องทำงานของกันต์เข้ามา หญิงสาวก็ต้องประหลาดใจที่เห็นกิตติชัยกำลังนั่งทำหน้าตาเคร่งเครียดอยู่บนโซฟา“อ้าว พี่กิตสวัสดีค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่นะเนี่ย” ปรียาดายกมือไหว้ทักทายกิตติชัยเมื่อกันต์เห็นภรรยาสาวที่กำลังอุ้มท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเดินเข้ามาก็รีบก้าวเข้าไปประคองให้เธอเข้ามานั่งบนโซฟา“สวัสดีครับน้องปลื้ม” ท่าทางไม่ร่าเริงผิดวิสัยของกิตติชัย ทำเอาปรียาดาอดแปลกใจไม่ได้ จึงต้องหันไปกระซิบกระซาบกับสามี“พี่กิตเป็นอะไรคะ”“มันมาปรึกษาน่ะ ว่าไปล่วงเกินผู้หญิงแล้วโดนฟาดกบาลเข้าต้องทำยังไง พี่ก็เลยบอกไปว่าสุภาพบุรุษแบบพี่คงจะให้คำแนะนำอะไรพวกนี้ไม่ได้หรอก เพราะว่าพี่ไม่มีประสบการณ์”“อะไรนะคะ? “ปรียาดาย้อนถามด้วยนัยน์ตาเบิกโพลง ทว่าคนถูกกล่าวหาถึงกับถลึงตาใส่เพื่อนรัก“เด

  • เพราะรักไม่เคยจางหายไป   บทที่ 31

    งานฉลองมงคลสมรสระหว่างอาจารย์แพทย์หนุ่ม และทายาทคนเล็กของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังถูดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางกรุงโดยแขกเหรื่อที่มาร่วมงานนั้นล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการแพทย์ทั้งระดับประเทศ และระดับโลกที่เคยร่วมงานกับนายแพทย์กันต์นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ที่มีความใกล้ชิดกับครอบครัวอำนวยกิจไพศาล ตลอดจนผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม ทำให้งานวิวาห์ในค่ำคืนนี้เป็นที่กล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในงานแต่งงานยิ่งใหญ่แห่งปีบรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นของทั้งสองครอบครัว และเหล่าเพื่อนฝูงของคู่บ่าวสาว“ปลื้มคะ ไปนั่งพักก่อนดีกว่า พี่ว่าปลื้มยืนนานเกินไปแล้วนะ” เจ้าบ่าวหนุ่มเอ่ยกับเจ้าสาวคนสวยที่มีอายุครรภ์ได้ราวห้าเดือนด้วยความห่วงใย เนื่องจากทั้งคู่เดินทักทาย และกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อมาได้พักใหญ่แล้ว“นั่นสิลูก หนูกับพี่กันต์เข้าไปเถอะ เดี๋ยวแม่กับคุณพ่อดูแลข้างหน้าเอง พิธีการอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรแล้ว” คุณศิริกัญญากล่าวสนับสนุนลูกเขยเต็มที่ อีกทั้งงานในวันนี้แม้จะยิ่งใหญ่อลังการ ทว่าพิธีการต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้อย่างกระชับ เพื่อความสะดวกสบายข

  • เพราะรักไม่เคยจางหายไป   บทที่ 30

    ท่ามกลางการจราจรหนาแน่นในช่วงเย็นวันเสาร์ กันต์ขับรถซีดานสีดำคู่ใจพาคุณกรุณาผู้เป็นมารดามารับประทานอาหารเย็นที่คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาล โดยได้รับการเชื้อเชิญจากคุณเปรมและคุณศิริกัญญาอย่างเป็นทางการคุณกรุณาลอบมองลูกชายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเป็นระยะ ทำเอาพลขับหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหันมาถาม“มีอะไรจะพูดกับผมหรือเปล่าครับแม่”“คือ…แม่อยากรู้ว่าลูกกับพ่อตาน่ะ…”“ก็ปกตินี่ครับไม่ได้มีอะไร เวลาผมไปทำงานที่โรงพยาบาล เจอท่านก็ทักทายกันตามปกติ”กันต์ว่าไปตามความจริง เนื่องจากชายหนุ่มสามารถแยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในเวลางานคุณเปรมคือผู้บังคับบัญชาที่เขายังให้ความเคารพเช่นเดิมแม้ในเวลาส่วนตัวแทบจะไม่ได้คุยกันเลยก็ตามที แต่ใช่ว่าเขายังจะโกรธเคืองแต่อย่างใด หนำซ้ำความขุ่นข้องภายในใจยังเจือจางลงไปมาก หลังจากได้ฟังเรื่องราวของคุณเปรมจากปากของปฐวีที่ผ่านมาท่านต้องทนทุกข์อยู่นานจากการที่ลูกเมียตีตัวออกห่าง ประหนึ่งตัดความสัมพันธ์กันกลาย ๆ กว่าจะปรับความเข้ากันได้ และได้กลับมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวอีกครั้งก็กินเวลานานหลายปี“แม่เข้าใจความรู้สึกของลูกนะ แต่แม่อยากจะบอกอะไรสัก

  • เพราะรักไม่เคยจางหายไป   บทที่ 29

    “พ่อเล่าเองลูก เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะพ่อ พ่อต้องเป็นคนรับผิดชอบ” คุณเปรมที่กำลังประคองคุณศิริกัญญา หันมากล่าวกับลูกชายและว่าที่ลูกเขยด้วยใบหน้าเศร้าหมอง“พ่อครับ เดี๋ยวผมเล่าเองก็ได้ พ่อไม่ต้อง...” ยังไม่ทันสิ้นประโยค คนเป็นพ่อก็ยกมือขึ้นห้าม ก่อนประคับประคองร่างบอบบางของภรรยาเดินมาหาลูกชาย“โปรดพาแม่ไปนั่งพักก่อน เดี๋ยวทางนี้เป็นหน้าที่พ่อเอง”ปฐวีจำต้องทำตามคำร้องขอของบิดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบกอดผู้เป็นแม่ ก่อนจะพาเดินไปนั่งบนม้านั่งด้านหน้าห้องฉุกเฉิน ทว่าก็อดที่จะหันกลับมามองบิดาและเพื่อนรักไม่ได้ทางด้านกันต์ที่กำลังจ้องหน้าว่าที่พ่อตาเขม็ง ก็ไม่รีรอที่จะเอ่ยถามออกมา“นี่มันเรื่องอะไรกันครับคุณพ่อ” สรรพนามที่ใช้เรียกท่านผู้อำนวยการเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่ความสัมพันธ์ของเขาและปรียาดาขยับขึ้นมาอีกขั้น“นั่งก่อนสิ เรื่องมันยาว” คุณเปรมหย่อนสะโพกนั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ใกล้ ๆ โดยที่กันต์ก็นั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ติดกันอย่างว่าง่าย ก่อนที่ท่านจะค่อย ๆ เรียบเรียงเรื่องราวและเริ่มต้นเล่าให้ว่าที่ลูกเขยได้รับรู้ความจริงทั้งหมด“เมื่อก่อนพ่อเป็นพ่อที่แย่มาก กันต

  • เพราะรักไม่เคยจางหายไป   บทที่ 28

    “น้องปลื้มคะ หนูทานอะไรบ้างหรือยังลูก”คุณศิริกัญญาในชุดราตรียาวสีทองอร่ามเดินเข้ามาภายในห้องจัดเลี้ยง เมื่อเห็นลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนคุยกับผู้ช่วยสาวและเหล่าทีมงานของมูลนิธิก็รีบเอ่ยถามด้วยความห่วงใย เนื่องจากตั้งแต่ปรียาดาเดินทางกลับมาจากภูเก็ตก็ต้องเร่งเตรียมงานที่จะมีขึ้นในค่ำคืนนี้จนแทบไม่ได้พักผ่อน“ทานแล้วค่ะคุณแม่ แถมปลื้มยังตุนเสบียงติดตัวไว้ตลอดด้วยค่ะ” ปรียาดาในชุดราตรียาวสีดำประดับเลื่อมเป็นประกายแวววับทั้งชุด คว้ากระเป๋าถือใบยาวที่หนีบไว้ใต้รักแร้มาเปิดอ้าออก เผยให้เห็นโปรตีนบาร์ และช็อกโกแลตหลากหลายรสชาติ ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับส่ายศีรษะด้วยความไม่ชอบใจ“ทานแค่นี้มันจะไปพออะไรกันคะ” คุณศิริกัญญาสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องจัดเลี้ยง ก่อนจะไปหยุดตรงว่าที่ลูกเขยสุดหล่อในชุดสูททักซีโดสีดำที่กำลังยืนคุยกับคุณเปรม ปฐวี และกิตติชัยกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันเมื่อชายหนุ่มเห็นสัญญาณโบกไม้โบกมือจากว่าที่แม่ยายก็รีบเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว“ครับคุณแม่”“พี่กันต์ดูน้องสิ ทานแต่ของไม่มีประโยชน์ พาน้องไปทานอะไรเป็นเรื่องเป็นราวสักหน่อยก่อนงานจะเริ่มดีกว่า”“ผมให้ปลื้มทานข้าวแล้วครับคุณแม่ ป้อนเองก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status