INICIAR SESIÓNวันต่อมากันต์ก็ได้รับการติดต่อกลับจากทางโรงพยาบาลเอ.พี.อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อนัดหมายวันและเวลาให้เข้าไปเซ็นสัญญา ซึ่งศัลยแพทย์หนุ่มก็ตอบรับนัดเข้าไปภายในเย็นวันนั้นเลย
“ลองอ่านรายละเอียดดูก่อนนะ ไม่ต้องรีบร้อนเซ็น” คุณเปรมกล่าวอย่างใจเย็นหลังจากที่เลขานุการหน้าห้องนำแฟ้มสัญญามาวางตรงหน้ากันต์
ศัลยแพทย์หนุ่มไล่สายตาอ่านรายละเอียดในสัญญาจนครบถ้วนก็จรดปลายปากกาลงบนกระดาษสีขาว ตวัดด้ามปากกาสีทองเซ็นชื่อลงไป
คุณเปรมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนยื่นมือข้างหนึ่งออกมาตรงหน้า
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะหมอกันต์”
“ยินดีเช่นกันครับท่าน”
สิ้นเสียงทุ้มชายหนุ่มก็ยื่นมือออกมาจับมือของผู้เป็นนายจ้างเขย่าเบา ๆ ก่อนคลายมือออกจากกัน
“วันนี้ผมต้องขอตัวก่อนนะครับท่าน พอดีมีนัดกับคุณแม่”
“อืม เอาไว้เราค่อยนัดฉลองกันนะ”
“ครับท่าน”
กันต์ตอบรับก่อนยกมือไหว้ลาผู้อำนวยการโรงพยาบาล จากนั้นชายหนุ่มก็เดินออกมาจากห้อง ก้าวเดินไปตามโถงทางเดินทอดยาว มุ่งหน้าสู่ลิฟต์โดยสาร
ชายหนุ่มกดเรียกลิฟต์ขึ้นมา ระหว่างรอก็ยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาลงตารางเวลาทำงานเพิ่มเติม เพียงไม่นานเสียงลิฟต์ก็ดังขึ้นก่อนที่ประตูเหล็กแข็งแกร่งทั้งสองบานจะแยกออกจากกัน
ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นจากหน้าจอสี่เหลี่ยม ภาพคนที่อยู่ข้างในกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมทำเอาหัวใจแกร่งกระตุกวูบ
“ปลื้ม/พี่กันต์”
คนทั้งคู่ต่างเอ่ยชื่อของกันและกัน พร้อมจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งงัน และในที่สุดกันต์ก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน
“จะออกมาไหม” เสียงทุ้มทำให้หญิงสาวได้สติ
“อ่อ...ค่ะ...ออกค่ะ” เธอกล่าวอย่างตะกุกตะกัก พลางก้าวเท้าออกจากลิฟต์โดยสาร
ขาเรียวก้าวหลบมาอีกทาง ขาแกร่งก็เกิดใจตรงกัน ทั้งคู่หลบกันไปมาอยู่แบบนั้น สุดท้าย
ชายหนุ่มก็เบี่ยงตัวพ้นกรอบประตูลิฟต์ พร้อมใช้มือข้างหนึ่งจับประตูเอาไว้“ขอบคุณค่ะ” เธอก้มศีรษะเล็กน้อย ก่อนก้าวขาเรียวบางออกมาจากกล่องเหล็กสี่เหลี่ยม
เมื่อหญิงสาวอีกมายืนด้านนอกเป็นที่เรียบร้อย ร่างสูงก็ก้าวเข้าไปแทนที่
ดวงตาคู่งามจ้องมองกันต์ด้วยความอาวรณ์ราวกับมีบางสิ่งต้องการจะกล่าว เมื่อนัยน์ตาดำขลับหันมาสบประสาน เธอจึงตัดสินใจเอ่ยออกมา
เมื่อกันต์เห็นอากัปกิริยาของเธอแบบนั้นจึงรีบเอื้อมมือไปกดปุ่มเพื่อให้ประตูลิฟต์เปิดค้างเอาไว้ นิ้วสากกดซ้ำระรัว ทว่าบานประตูเหล็กกล้าแทนที่จะเปิดอ้ากลับหุบเข้าหากันจนปิดสนิท
“พี่กันต์ สบายดี…” เสียงหวานขาดหายไปพร้อมกับลิฟต์โดยสารที่เคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างของอาคาร
เมื่อเขาหันมามองที่แผงควบคุมก็พบว่าตนเองนั้นร้อนรนจนทำให้กดปุ่มผิด
“โธ่เว๊ย” ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ความรู้สึกบางอย่างบังเกิดขึ้นในก้อนเนื้อที่อกด้านซ้าย พร้อมความทรงจำในอดีตที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างท่วมท้น
ปรียาดาคือผู้หญิงที่เขารักอย่างสุดหัวใจ และเธอก็คือคนที่ทำให้เขาต้องเจ็บปวดอย่างหนักหนาสาหัสเช่นกัน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวเด็กหญิงกรปรียา ก็ลืมตาออกมาดูโลกได้เกือบหนึ่งปีแล้วกันต์และปรียาดาจึงถือโอกาสไปฮันนีมูนด้วยกันสองต่อสอง โดยฝากลูกสาวตัวน้อยไว้กับบรรดาคุณปู่ คุณย่า และคุณยาย โดยมีคุณลุงและคุณป้าคอยเป็นกำลังเสริมอีกแรงทว่าพอทั้งคู่เช็กอินเข้าพักที่รีสอร์ตหรูที่ภูเก็ต แทนที่จะได้ออกไปทำกิจกรรมกันตามประสาคู่รัก ปรียาดากลับทนคิดถึงลูกสาวไม่ไหวจนต้องรีบต่อสายวิดีโอคอลหาคุณศิริกัญญา ซึ่งก็ต้องรอฟังเสียงสัญญาณอยู่นานกว่าท่านจะรับสาย“ว่าไงคะลูก เดินทางเรียบร้อยดีไหมคะ” คุณศิริกัญญาเอ่ยทักทายลูกสาวผ่านทางหน้าจอสี่เหลี่ยมของสมาร์ตโฟน“เรียบร้อยดีค่ะคุณแม่ น้องเกลเป็นยังไงบ้างคะ ร้องไห้หาปลื้มหรือเปล่า” ปรียาดารีบถามถึงลูกสาวด้วยความห่วงใยโดยมีสามียื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อรอฟังด้วยอีกคน“น้องเกลเหรอลูก ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่คะ ร่าเริงดี”“คุณแม่อย่าหลอกปลื้มนะคะ พูดแบบนี้ให้ปลื้มสบายใจหรือเปล่า”ยังไม่ทันที่คุณศิริกัญญาจะอ้าปากตอบ เสียงหัวเราะกรี๊ดกร๊าดของเด็กหญิงกรปรียาก็ดังแทรกเข้ามาแทนคำตอบ“ได้ยินไหมคะลูก น้องเกลกำลังเล่นน้ำอยู่กับพี่ปกป้องโน่น”คุณศิริกัญญาว่าจบก็เดิ
ว่าที่คุณแม่ที่เพิ่งผ่านพ้นงานวิวาห์มาได้เพียงไม่กี่วัน เดินทางมาหาสามีที่มหาวิทยาลัยด้วยความคิดถึง เนื่องจากช่วงนี้อาจารย์แพทย์หนุ่มมีงานรุมเร้าจนแทบไม่มีเวลากินข้าวกินปลาเมื่อปรียาดารู้แบบนั้นก็ไม่รอช้า วันต่อมาเธอก็ลุกขึ้นมาจัดเตรียมอาหารกลางวันใส่ปิ่นโต และตรงมาเซอร์ไพรส์สามีในช่วงพักเที่ยงทว่าเมื่อเปิดประตูห้องทำงานของกันต์เข้ามา หญิงสาวก็ต้องประหลาดใจที่เห็นกิตติชัยกำลังนั่งทำหน้าตาเคร่งเครียดอยู่บนโซฟา“อ้าว พี่กิตสวัสดีค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่นะเนี่ย” ปรียาดายกมือไหว้ทักทายกิตติชัยเมื่อกันต์เห็นภรรยาสาวที่กำลังอุ้มท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเดินเข้ามาก็รีบก้าวเข้าไปประคองให้เธอเข้ามานั่งบนโซฟา“สวัสดีครับน้องปลื้ม” ท่าทางไม่ร่าเริงผิดวิสัยของกิตติชัย ทำเอาปรียาดาอดแปลกใจไม่ได้ จึงต้องหันไปกระซิบกระซาบกับสามี“พี่กิตเป็นอะไรคะ”“มันมาปรึกษาน่ะ ว่าไปล่วงเกินผู้หญิงแล้วโดนฟาดกบาลเข้าต้องทำยังไง พี่ก็เลยบอกไปว่าสุภาพบุรุษแบบพี่คงจะให้คำแนะนำอะไรพวกนี้ไม่ได้หรอก เพราะว่าพี่ไม่มีประสบการณ์”“อะไรนะคะ? “ปรียาดาย้อนถามด้วยนัยน์ตาเบิกโพลง ทว่าคนถูกกล่าวหาถึงกับถลึงตาใส่เพื่อนรัก“เด
งานฉลองมงคลสมรสระหว่างอาจารย์แพทย์หนุ่ม และทายาทคนเล็กของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังถูดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางกรุงโดยแขกเหรื่อที่มาร่วมงานนั้นล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการแพทย์ทั้งระดับประเทศ และระดับโลกที่เคยร่วมงานกับนายแพทย์กันต์นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ที่มีความใกล้ชิดกับครอบครัวอำนวยกิจไพศาล ตลอดจนผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม ทำให้งานวิวาห์ในค่ำคืนนี้เป็นที่กล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในงานแต่งงานยิ่งใหญ่แห่งปีบรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นของทั้งสองครอบครัว และเหล่าเพื่อนฝูงของคู่บ่าวสาว“ปลื้มคะ ไปนั่งพักก่อนดีกว่า พี่ว่าปลื้มยืนนานเกินไปแล้วนะ” เจ้าบ่าวหนุ่มเอ่ยกับเจ้าสาวคนสวยที่มีอายุครรภ์ได้ราวห้าเดือนด้วยความห่วงใย เนื่องจากทั้งคู่เดินทักทาย และกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อมาได้พักใหญ่แล้ว“นั่นสิลูก หนูกับพี่กันต์เข้าไปเถอะ เดี๋ยวแม่กับคุณพ่อดูแลข้างหน้าเอง พิธีการอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรแล้ว” คุณศิริกัญญากล่าวสนับสนุนลูกเขยเต็มที่ อีกทั้งงานในวันนี้แม้จะยิ่งใหญ่อลังการ ทว่าพิธีการต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้อย่างกระชับ เพื่อความสะดวกสบายข
ท่ามกลางการจราจรหนาแน่นในช่วงเย็นวันเสาร์ กันต์ขับรถซีดานสีดำคู่ใจพาคุณกรุณาผู้เป็นมารดามารับประทานอาหารเย็นที่คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาล โดยได้รับการเชื้อเชิญจากคุณเปรมและคุณศิริกัญญาอย่างเป็นทางการคุณกรุณาลอบมองลูกชายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเป็นระยะ ทำเอาพลขับหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหันมาถาม“มีอะไรจะพูดกับผมหรือเปล่าครับแม่”“คือ…แม่อยากรู้ว่าลูกกับพ่อตาน่ะ…”“ก็ปกตินี่ครับไม่ได้มีอะไร เวลาผมไปทำงานที่โรงพยาบาล เจอท่านก็ทักทายกันตามปกติ”กันต์ว่าไปตามความจริง เนื่องจากชายหนุ่มสามารถแยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในเวลางานคุณเปรมคือผู้บังคับบัญชาที่เขายังให้ความเคารพเช่นเดิมแม้ในเวลาส่วนตัวแทบจะไม่ได้คุยกันเลยก็ตามที แต่ใช่ว่าเขายังจะโกรธเคืองแต่อย่างใด หนำซ้ำความขุ่นข้องภายในใจยังเจือจางลงไปมาก หลังจากได้ฟังเรื่องราวของคุณเปรมจากปากของปฐวีที่ผ่านมาท่านต้องทนทุกข์อยู่นานจากการที่ลูกเมียตีตัวออกห่าง ประหนึ่งตัดความสัมพันธ์กันกลาย ๆ กว่าจะปรับความเข้ากันได้ และได้กลับมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวอีกครั้งก็กินเวลานานหลายปี“แม่เข้าใจความรู้สึกของลูกนะ แต่แม่อยากจะบอกอะไรสัก
“พ่อเล่าเองลูก เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะพ่อ พ่อต้องเป็นคนรับผิดชอบ” คุณเปรมที่กำลังประคองคุณศิริกัญญา หันมากล่าวกับลูกชายและว่าที่ลูกเขยด้วยใบหน้าเศร้าหมอง“พ่อครับ เดี๋ยวผมเล่าเองก็ได้ พ่อไม่ต้อง...” ยังไม่ทันสิ้นประโยค คนเป็นพ่อก็ยกมือขึ้นห้าม ก่อนประคับประคองร่างบอบบางของภรรยาเดินมาหาลูกชาย“โปรดพาแม่ไปนั่งพักก่อน เดี๋ยวทางนี้เป็นหน้าที่พ่อเอง”ปฐวีจำต้องทำตามคำร้องขอของบิดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบกอดผู้เป็นแม่ ก่อนจะพาเดินไปนั่งบนม้านั่งด้านหน้าห้องฉุกเฉิน ทว่าก็อดที่จะหันกลับมามองบิดาและเพื่อนรักไม่ได้ทางด้านกันต์ที่กำลังจ้องหน้าว่าที่พ่อตาเขม็ง ก็ไม่รีรอที่จะเอ่ยถามออกมา“นี่มันเรื่องอะไรกันครับคุณพ่อ” สรรพนามที่ใช้เรียกท่านผู้อำนวยการเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่ความสัมพันธ์ของเขาและปรียาดาขยับขึ้นมาอีกขั้น“นั่งก่อนสิ เรื่องมันยาว” คุณเปรมหย่อนสะโพกนั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ใกล้ ๆ โดยที่กันต์ก็นั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ติดกันอย่างว่าง่าย ก่อนที่ท่านจะค่อย ๆ เรียบเรียงเรื่องราวและเริ่มต้นเล่าให้ว่าที่ลูกเขยได้รับรู้ความจริงทั้งหมด“เมื่อก่อนพ่อเป็นพ่อที่แย่มาก กันต
“น้องปลื้มคะ หนูทานอะไรบ้างหรือยังลูก”คุณศิริกัญญาในชุดราตรียาวสีทองอร่ามเดินเข้ามาภายในห้องจัดเลี้ยง เมื่อเห็นลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนคุยกับผู้ช่วยสาวและเหล่าทีมงานของมูลนิธิก็รีบเอ่ยถามด้วยความห่วงใย เนื่องจากตั้งแต่ปรียาดาเดินทางกลับมาจากภูเก็ตก็ต้องเร่งเตรียมงานที่จะมีขึ้นในค่ำคืนนี้จนแทบไม่ได้พักผ่อน“ทานแล้วค่ะคุณแม่ แถมปลื้มยังตุนเสบียงติดตัวไว้ตลอดด้วยค่ะ” ปรียาดาในชุดราตรียาวสีดำประดับเลื่อมเป็นประกายแวววับทั้งชุด คว้ากระเป๋าถือใบยาวที่หนีบไว้ใต้รักแร้มาเปิดอ้าออก เผยให้เห็นโปรตีนบาร์ และช็อกโกแลตหลากหลายรสชาติ ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับส่ายศีรษะด้วยความไม่ชอบใจ“ทานแค่นี้มันจะไปพออะไรกันคะ” คุณศิริกัญญาสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องจัดเลี้ยง ก่อนจะไปหยุดตรงว่าที่ลูกเขยสุดหล่อในชุดสูททักซีโดสีดำที่กำลังยืนคุยกับคุณเปรม ปฐวี และกิตติชัยกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันเมื่อชายหนุ่มเห็นสัญญาณโบกไม้โบกมือจากว่าที่แม่ยายก็รีบเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว“ครับคุณแม่”“พี่กันต์ดูน้องสิ ทานแต่ของไม่มีประโยชน์ พาน้องไปทานอะไรเป็นเรื่องเป็นราวสักหน่อยก่อนงานจะเริ่มดีกว่า”“ผมให้ปลื้มทานข้าวแล้วครับคุณแม่ ป้อนเองก







