เข้าสู่ระบบจากเด็กหญิงเล็กๆ ที่ได้รับการปลุกปั้นขึ้นมาเป็นนักร้องเสียงทองสุดสวยแห่งยุค พิจิกา โลดแล่นไปตามจังหวะเสียงเพลงจนถึงจุดสุดยอดในชีวิต และเส้นทางนั้นก็ไม่ได้งดงามเสมอไปเมื่อ สุวิชา ชายหนุ่มรูปงามก้าวผ่านมา เขาไม่ได้เป็นเทพบุตรสำหรับเธอ แต่เป็นมารร้ายที่ทำให้เธอตระหนกตกใจสุดขีด เขาทำให้จังหวะเพลงชีวิตของเธอผิดเพี้ยนไป กว่าเธอจะรู้ว่ามารร้ายมีหัวใจรักมั่นคง...ก็เกือบจะสายเกินไป พิจิกา สาวน้อยวัยเยาว์ผู้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง นักร้องยอดนิยม แห่งยุคเพราะการผลักดันของคนเป็นแม่ เมษา สุวิชา ผู้ชายหนุ่มโปรไฟล์ดี แต่เพราะหลงทระนงเกินทำให้ชีวิตคู่ครั้งแรกพังพินาศ จนมาพบเธอ พิจิกา ส่าวน้อยวัยใส เขาล่วงเกินเธอเพราะเข้าใจผิด แต่เมื่อรู้รส รู้รัก เขาพบว่ามันคือ ความรัก มิใช่แค่ใครใหลหลง พิจิกาคือเมีย...ไม่ว่าเธอจะหนีแคไหน เขาจะตามเธอ...กลับมาสู่ชีวิต
ดูเพิ่มเติมข่าวด่วนส่งมาบอกการกลับบ้านของพิจิกา ทำให้โอมนิ่งงัน เขาปล่อยให้กระดาษข้อความนั่นหลุดร่วงลงมากับมือ ปล่อยให้เพ็ญพรรณเป็นฝ่ายเก็บกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา อ่านจบแล้วหล่อนก็มองหน้าโอมอีกครั้งหนึ่ง เห็นข้างแก้มที่นูนเพราะเขาขบกรามแน่นเข้าหากัน โอมได้ทำเหมือนไม่มีเมียชื่อเมษา และลูกสาวชื่อพิจิกามานานแล้ว...นานนับจากเขาคิดว่าเขาถูกเหยียบย่ำจากเมียและลูก เขาขอหล่อนแต่งงาน เหมือนจะประชดเมียเขา...ลูกเขา แต่เวลาหลายปีที่หล่อนมาอยู่กับเขา ที่นี่คือครอบครัว โอมมีความสุขดี เขาค่อยๆ ดีวันดีคืน พ้นจากความเจ็บปวดที่ทรมานเขา เพ็ญพรรณรู้ว่าหล่อนคือ คนใหม่เข้ามา หล่อนไม่อาจจะแทนที่เมษาได้ทั้งหมด แต่หล่อนก็คือผู้หญิงที่โอมยกย่องว่าเป็นเมียและเป็นแม่ของสิงหา เขาไม่เคยพูดถึงเมียเก่าหรือพิจิกาอีกเลย...บ้านนี้ไม่มีหนังสือที่ลงเรื่องของพิจิกา ไม่มีเทปเพลงของพิจิกา ความโด่งดังของเธอเข้ามาไม่ถึงบ้านนี้...และนี่พิจิกา จะกลับบ้านหล่อนมองหน้าเขา...เมื่อโอมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาหา แววตา ของเขาเหมือนคนคิดไม่ตก หล่อนไม่อยากถามเขา อยากให้เขา เป็นคนตัดสินใจเอง“ผมจะยอมให้ยัยขิมกลับมาอีกดีไหม...คุณครู” เขากลับเป็น ฝ่ายเอ่ยถ
“ขอขิมนอนพักสักหน่อยแล้วกันค่ะ”เธอบอก ทำท่าเหมือนปลอบประโลมมารดาไปด้วยพร้อมๆ กัน และในที่สุดเมษาก็ยอมเปลี่ยนใจ หล่อนให้ลูกสาวนอน คลี่ผ้าผืนบางออก ห่มให้แล้วจึงออกไปจากห้อง หลังจากสั่งว่าหากพิจิกาต้องการอะไร ให้เรียกบอกได้ทันที“เดี๋ยวแม่จะให้พิมพามาอยู่เป็นเพื่อน”เธอกำลังคิดอยู่ว่าจะจัดการกับอนาคตอันใกล้นี้อย่างไร และ กับสิ่งที่เธอแน่ใจว่าได้อุบัติขึ้นมา มือของพิจิกาวางอยู่บนหน้าท้อง เธอลูบมันไปมาเบาๆ ท่าทางเลื่อนลอยเมื่อตอนที่พิมพาเดินเข้ามาในห้อง และทำให้พิมพาต้องหยุดมองอย่างพิศวง เพราะพิจิกาเหมือนจะไม่รู้ว่า มีคนเข้ามา“คุณขิม”เพียงเสียงเรียก...พิจิกาก็สะดุ้งบอกความตกใจเต็มที่ทีเดียว“น้าพิมนั่นเอง...ขิมนึกว่าใคร” เธอยิ้ม ดูระโหย ดวงหน้าซีด แววตายังบอกว่าคิดไม่ตก “ขิมขออยู่คนเดียวก่อนได้ไหม...ขิมอยากคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสักหน่อย...เป็นความลับ” เธอบอกต่อเมื่อเห็นพิมพา ยังไม่ยอมรับ “ไม่ถึงสิบห้านาทีหรอก...น้าพิม”“ก็ได้ค่ะ...เดี๋ยวจะเข้ามาใหม่นะคะ”พิมพาเข้ามาหลังจากนั้นยี่สิบนาที...ที่ได้เห็นก็คือพิจิกาไม่ได้ นอนอยู่บนเตียงแล้ว เมื่อกวาดตามองหาทำให้ตกใจยิ่ง เพราะพิจิกา อยู่หน้าตู
คุณพิจิกา” สาวิตรีเอ่ยทัก และนั่นทำให้พิจิกาถอยหลบไม่ทันอีกแล้ว หน้าหล่อนซีดเผือด...ชายคนนั้นไม่ได้มาแต่ผู้หญิงคนนี้มาแทนจะแตกต่างกันสักแค่ไหนเชียว“ฉันมาเยี่ยมค่ะ” สาวิตรีลุกไปหาจับมือพิจิกาบีบเอาไว้ เห็น แววตาพรั่นพรึงของเธอแล้วก็เวทนาเต็มอก“ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” พิจิกากระซิบบอก “คุณอย่าพูดนะคะ”“ฉันมาตามคำขอร้องของคุณสุ...เขาขาหักนอนอยู่โรงพยาบาลค่ะ”เหมือนผ่อนลมหายใจโล่งออกมา...พิจิกาเหยียดยิ้มเยาะ“สมน้ำหน้า...มันยังน้อยไป คนโฉดอย่างเขาน่าจะตายไปเลย”“เขาอยากเจอคุณนะคะ ฝากบอกมาว่าจะรับผิดชอบ ไม่ใช่ เลยเถิดเฉยๆ”พิจิกาปลดมือของสาวิตรีออกไป บอกด้วยเสียงเบาๆ แต่ เย็นชานัก “ไปบอกเขาว่าฉันลืมหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น...นึกซะว่าทำทานให้มารตายอดตายอยากแล้วกัน”สุวิชาอึ้งไปนานกับคำพูดที่สาวิตรีเก็บมารายงานอย่างไม่มีตกหล่นสักคำหนึ่ง หล่อนมีความจดจำเป็นเลิศราวกับบันทึกเทป มาท่องจำเอาไว้ให้เขาฟัง...ตอนแรกชายหนุ่มรู้สึกปวดร้าว มันผสมผสานไปด้วยความเสียดายแม่เนื้อหวานอ่อนโลกคนนั้น แต่แล้วความถือดีก็เข้ามาแทนที่ เพราะสุวิชาไม่เคยใส่ใจกับผู้หญิงรายใดนานนัก ก็แค่ฉากผ่านเล่นของเขาเท่านั้น
สุวิชาไม่ได้คิดจะเลิกติดตามหาตัวสาวน้อยของเขาเลย แต่เขาโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุเสียก่อนเพราะการใจลอยของเขานั่นเอง...รถยนต์ของเขาชนกับรถยนต์อีกคันหนึ่งบนถนน ออกนอกเมือง แล้วเขาก็ต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาลด้วยสภาพ ของคนป่วยหนัก ขาข้างหนึ่งถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยเฝือกหนา หลังจากผ่าตัดไปแล้ว เขายังเดินไม่ได้และนั่นทำให้เขาออกฤทธิ์ต่างๆ นานากับมารดา “แม่ต้องตามเธอมาให้ผมนะ”คุณเสาวรสยิ้มเย็น อันที่จริงเคราะห์ร้ายของลูกชายหนนี้ ไม่ได้ทำให้เธอวิตกอันใดเลย กลับทำให้เธอพอใจด้วยซ้ำที่เห็นลูกชาย ไปไหนๆ ไม่ได้ เขาไม่อาจจะตะลอนๆ หาความสุขส่วนตัวแบบที่เขาชอบ ไม่ได้ก่อกรรมทำบาปทางโลกีย์กับหญิงสาวคนใดอีก“มันไม่ใช่หน้าที่ของแม่”“แม่ใจร้ายมาก”เขาว่า...หน้าตาที่แต้มยาและยังมีรอยแผล จากกระจกบาดเอาไว้บึ้งจนดูกระด้าง แต่ตราบใดที่เขายังนอนแซ่วถูกตรึงเอาไว้กับเตียงอย่างนี้ มีหรือที่เธอจะกริ่งเกรงเขา“นอนพักรักษาตัวดีกว่า” เธอบอกเรียบๆ “คงอีกนานกว่าจะออกไปได้”“ผมขอร้องล่ะน่า”“มันจบไปแล้ว...ดีเท่าไหร่ที่ฝ่ายหญิงไม่เอาเรื่อง”“ผมยินดีให้เอาเรื่องจนถึงที่สุด เพราะผมก็เป็นผัวเธอแล้ว ผม เต็มใจนะฮะแม่ แล้วนั่นก็ไม่ใช
“คุณขิมยังไม่กลับค่ะ” พิมพาเอ่ยรายงานหลังจากที่เมษาถามหา...นั่นทำให้หล่อนชะงักเกือบจะไม่เชื่อหูตัวเอง แล้วก็จ้องมองนาฬิกาเขม็งก่อนจะโวยวายออกมาฉับพลัน...ไม่ผิดกับที่พิมพาได้คาดเดาเอาไว้เลย“ยังไม่กลับ...ทั้งที่มันเข้าไปตีสองแล้วน่ะเหรอ...ตีสอง...นี่มัน ตีสองนะพิมพา ไม่ใช่บ่ายสองหรือสองโมงเช้า”ดวง
พิจิกาอัดเทปไปแล้วห้าชุด และเมื่อเธอเรียนจบประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงในเวลาอีกห้าปีต่อมา เธอก็ฉลองอายุ ครบยี่สิบพร้อมกับแถลงเปิดเทปชุดใหม่ของเธอ...พิจิกากลายเป็นตัวทำเงินของบริษัทของเสี่ย เขาโอ๋เธอมากมาย พิจิกาเอ่ยปากสิ่งใด เขาก็สรรหามาประเคนให้ ไม่สนใจว่าพิมพาและ ทรงวุฒิจะหวั่นวิตกว่าเขาจะทำให้พิ
โอมมือสั่นระริกเมื่อมองเห็นภาพนั่นร่วงลงมาจากซองสีขาวขนาดใหญ่กว่าซองปกติ มันลงไปอยู่กับพื้นโต๊ะ...แล้วเขาก็เห็น คนสามคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน ลูกสาวของเขาอยู่ตรงกลาง ดวงหน้าเรียวดูสว่างด้วยรอยยิ้ม ข้างขวาของเธอคือเมษา และอีกข้างก็คือหนุ่มน้อยผัวใหม่ของเมษา เขาพลิกไปอ่านข้างหลัง...ขิมอยากให้พ่อเห็นว่าขิ
เพ็ญพรรณมองดูชายที่หล่อนพอใจด้วยความรู้สึกสงสารและสมเพชระคนกัน...หล่อนรู้เรื่องที่เมษาจะแต่งงานใหม่ ไม่ใช่ จากปากของเขา หากแต่ข่าวตามหน้าหนังสือ...เมษาเป็นแม่ ของนักร้องดัง ชื่อของหล่อนมักปรากฏควบคู่ไปกับชื่อของพิจิกาและได้ชื่อว่ายอดคุณแม่ ในแง่ที่ว่าดูแลเอาใจใส่ลูกสาวเป็นอย่างดี เคยมีสมาคมหนึ่งเอา