LOGIN“กรี๊ด!!!”
เสียงกรีดร้องดังลั่นห้อง ภาพที่เห็นคือสัตว์เลื้อยคลานที่หล่อนเกลียดและกลัวที่สุดในชีวิต รสรินลมแทบจับเมื่อเห็นเจ้างูกำลังเลื้อยเข้ามาใกล้ตัว ลิ้นสองแฉกแลบปลิ้นราวกับมันแสยะยิ้มที่เห็นเธอร้องไห้ ร่างบางถอยหนีจนสะดุดขาตัวเองล้มลง เด็กชายร่างท้วมหัวเราะชอบใจ สั่งให้สัตว์เลี้ยงทำร้ายผู้หญิงตรงหน้า
“กัดมัน!”
น้ำเสียงเหี้ยมโหดเกินใคร รสรินส่ายหน้ายกมือไหว้ท่วมหัว ศรันยิ่งได้ใจเดินหน้าขู่ต่อเนื่อง
“บังอาจมานอนห้องของแม่ กัดมันเดี๋ยวนี้!!!”
ความแค้นฝังสุมในอก บิดาให้ผู้หญิงหน้าไหนก็ไม่รู้มาอยู่ห้องของแม่ หนำซ้ำยังจัดห้องทุกอย่างใหม่ ข้าวของเครื่องใช้ของมารดาคนเป็นพ่อก็เอาไปไว้ที่ห้องเก็บของแทน ทำราวกับไม่ต้องการให้นังคนนี้รู้ว่าแม่ของเขาเคยมีตัวตนมาก่อน
บานประตูถูกกระชากเปิด ศรุตเห็นรสรินสั่นเทาเพราะความกลัวขั้นรุนแรงจึงรีบเดินไปดู ชายหนุ่มเบิกตากว้าง
“รัน!” คนเป็นพ่อตวาดกร้าว โกรธจนเลือดขึ้นหน้า “ทำบ้าอะไรน่ะหา เอางูออกไปเดี๋ยวนี้!!!”
ศรันไม่มีท่าทีสลด เด็กชายแค่ไหวไหล่ไม่แคร์ก่อนเดินไปจับเจ้างูสีเขียวเกร็ดมันมาถือไว้ในอ้อมกอด ลูบไล้อย่างรักใคร่เอ็นดู รสรินขนลุกขนพอง
“เดี๋ยวค่อยมากัดมันวันหลัง หึๆ”
สายตาอาฆาตจ้องมองรสริน หญิงสาวตกใจที่เห็นเด็กวัยเพียงเท่านี้มีท่าทีก้าวร้าวเกินเยียวยา
“รัน!” ศรันจากไปอย่างนิ่งเฉย ทำราวกับไม่มีเรื่องน่าสะพรึงกลัวมาก่อน หนำซ้ำยังเดินผิวปากตลอดเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังเรือนหลังเล็ก คุณนิภายกมือทาบอก แทบเป็นลมเมื่อเห็นชัดเต็มสองตาว่าหลานชายเดินถืองูออกมาจากห้องของรสริน หญิงกลางคนรีบวิ่งไปยังที่เกิดเหตุ เป็นอย่างที่คิดไม่ผิด รสรินนั่งตัวสั่นปากสั่นอยู่ที่พื้นโดยมีศรุตอยู่ข้างๆ
“อย่าบอกนะว่าตารันแอบเข้ามาในห้องนี้”
ศรุตพยักหน้าแทนคำตอบ คุณนิภาถึงกับยกมือกุมขมับ
“โอ๊ยคุณพระ! ฉันจะเป็นลม” คุณนิภารีบตั้งสติถามไถ่อาการของรสริน “หนูรสเป็นยังไงบ้าง ไหนดูสิ” มือเหี่ยวย่นลูบใบหน้าหวาน เหงื่อชื้นตามไรผมของเธอ
“ดะ เด็กคนเมื่อกี้” ร่างบางพูดไม่ออก ยอมรับว่ายังคงช็อคกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“ลูกชายฉันเอง คนที่เธอต้องดูแล”
ดวงตากลมโตหันขวับมองผู้พูด ศรุตเห็นความลำบากใจผ่านนัยน์ตาคู่นั้น ดีที่เขาจัดการให้เซ็นสัญญาว่าจ้างก่อนเจอศรัน ไม่เช่นนั้นต้องเสียรสรินแน่ หล่อนคงรีบลากกระเป๋าออกจากบ้านเขาแทบไม่ทัน ชายหนุ่มนึกขอบคุณในความรอบคอบของตัวเอง
“งานหนักหน่อยนะหนูรส ตารันไม่เหมือนเด็กคนอื่น”
คุณนิภาเห็นใจ แต่ทำไงได้เมื่อรสรินเลือกแล้ว อีกอย่างศรุตคงไม่ยอมแน่หากเธอจะอนุญาติให้แม่สาวหน้าหวานไปจากที่นี่
“แต่น้องเขาดูมีอาการทางจิตนะคะ หนูว่าควรพาเขาไปพบแพทย์จะดีที่สุด”
“รสริน ลูกฉันไม่ได้บ้านะ!” ศรุตหงุดหงิด เขาไม่ชอบให้คนนอกพูดถึงเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองแบบนี้
“แล้วฉันพูดสักคำหรือยังว่าลูกคุณบ้า ฉันแค่แนะนำเพราะอาการแบบนี้มันอันตรายต่อสังคมและต่อตัวเขาเอง”
“แต่เธอเป็นลูกจ้าง ไม่มีสิทธิ์มาวิพากวิจารณ์เจ้านาย ฉันจ้างให้เธอมาดูแลตารัน เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเธอคือต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด เข้าใจไหม?!” ศรุตชี้หน้าสั่ง ชายหนุ่มหัวเสียเดินออกจากห้อง คุณนิภาถอนหายใจยาวๆ
“ใจเย็นๆ นะหนูรส ถึงตารันจะเป็นแบบนั้นแต่ลึกๆ เขามีจิตใจอ่อนโยนนะ” เพราะปมในอดีตแท้ๆ ที่ทำให้เด็กวัยกำลังน่ารักสดใสเปลี่ยนเป็นคนละคน
รสรินไม่อยากเชื่ออะไรทั้งนั้นในตอนนี้ ตลอดชีวิตการทำงานร่วมกับเด็กเธอไม่เคยเจอใครน่ากลัวเท่าศรันมาก่อน หญิงสาวกัดปากจนห้อเลือด คิดผิดเสียแล้วที่มาทำงานที่นี่
“จริงสิ ลุงหมายต้องรู้เรื่องนี้แน่ๆ”
หญิงสาวแอบเคืองสมหมาย ฝ่ายนั้นต้องรู้แน่ๆ ว่าเด็กที่จะให้มาดูแลมีนิสัยใจคออย่างไร ถึงได้จงใจเลี่ยงไม่ยอมเล่ารายละเอียดให้ฟังตั้งแต่ทีแรก คงกลัวว่าถ้าเธอรู้ความจริงแล้วจะไม่กล้ามา แล้วทำไมสมหมายต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ ในเมื่อชายกลางคนรักใคร่เธอเสมือนลูกหลาน คงไม่ใจร้ายถึงขนาดปล่อยให้มาเสี่ยงกับเรื่องพรรณนี้
หรือว่า… สมหมายกับศรุตจะแอบตกลงอะไรบางอย่างกันก่อนหน้านั้น ใช่! มันต้องใช่แน่ๆ
คุณนิภาถือวิสาสะเปิดประตูเข้าห้องนอนของบุตรชายโดยไม่บอกกล่าว ศรุตเครียดจัดถึงขั้นอัดบุหรี่เข้าปอดสองมวนติดๆ พ่นควันขาวคลุ้งลอยเต็มอากาศ ร่างหนายืนสงบสติอารมณ์อยู่ที่ระเบียง จนมั่นใจว่าเย็นลงบ้างแล้วถึงกลับเข้าห้อง เห็นมารดานั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียง
“แม่เคยบอกแกแล้วใช่ไหมว่าให้ทำยังไงก็ได้เพื่อให้รันยอมไปหาหมอ แกเห็นไหมเนี่ย? เห็นความจิตของลูกแกหรือยัง!”
“คุณแม่ครับ รันต่อต้านขนาดนั้นคุณแม่จะให้ผมทำยังไงครับ แล้วไม่ต้องบอกนะครับว่าให้ตามหมอมารักษาที่บ้าน หลานชายของคุณแม่เป็นคนยังไงคุณแม่รู้ดี”
ศรุตยกนิ้วห้ามเมื่อเห็นมารดาทำท่าจะเถียง คุณนิภาถึงกับพูดไม่ออก จริงอย่างที่ลูกชายว่า ต่อให้พาหมอมารักษาถึงที่ก็ไม่แคล้วถูกศรันอาละวาดใส่อยู่ดี
“แล้วนี่จะเอายังไง แค่วันแรกก็เล่นปล่อยงูกัดเขาซะแล้ว” คุณนิภาแทบไม่อยากคิดถึงวันต่อๆ ไปข้างหน้า
“งูไม่มีพิษครับ”
“ตารุต! แกจะมาเข้าข้างลูกแบบนี้ไม่ได้นะ ต่อให้มีพิษหรือไม่มีพิษมันก็ไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำ หนูรสเขามาเป็นพี่เลี้ยงนะ ไม่ใช่ทาสรองรับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของลูกแก โอ๊ย! จะบ้าตาย ผลพวงจากยัยผู้หญิงบ้านั่นแท้ๆ เชียว ถ้ามันไม่เสี้ยมสอนตารันผิดๆ หลานฉันคงไม่กลายเป็นเด็กแบบนี้หรอก”
คุณนิภาอดแขวะอดีตภรรยาของศรุตไม่ได้ ตอนนั้นศรุตหลงแม่นั่นจนหัวปรักหัวปรำ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ เงินทองมีเท่าไหร่ก็ประเคนให้หมด เลี้ยงดูดุจเจ้าหญิง แล้วยังไงล่ะ? สุดท้ายคนเลวๆ เคยมีสำนึกไหม แว้งกัดผู้มีพระคุณได้ลงคอ!
“ผมไม่ปล่อยให้เรื่องมันแย่ขนาดนั้นหรอกครับ” ศรุตคิดเช่นนั้น เขาเองก็ห่วงรสรินไม่น้อยไปกว่ามารดา
“หนูรสเนี่ยสิ จะทนได้สักกี่น้ำเชียว”
“ทนไม่ได้ก็ต้องทนครับ ถ้าคิดลาออกผมฟ้องให้หมดตัวแน่!”
แววตาศรุตแข็งกร้าว เพียงคิดว่ารสรินลากกระเป๋าออกไปจากที่นี่ ใจก็ร้อนรนอย่างบอกไม่ถูก
“แน่สิ แกเล่นมัดมือชกจับเขาเซ็นสัญญาไปแบบนั้นใครมันจะกล้าลาออกล่ะ” คุณนิภาไม่เห็นด้วยกับวิธีของบุตรชาย
“ตารันคงไม่พอใจที่แกให้หนูรสไปนอนห้องนั้น” คำพูดของแม่สะกิดใจคนฟัง คุณนิภากอดอกพลางเอ่ยต่อว่า
“แม่ถามจริงๆ เถอะตารุต คิดยังไงถึงให้รสรินไปอยู่ห้องนั้น รู้ทั้งรู้ว่าลูกชายแกหวงแหนห้องนั้นยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ซะอีก”
นั่นสิ… ทำไมเขาถึงพาหล่อนไปอยู่ห้องนั้นกันนะ เป็นคำถามที่ศรุตก็ไม่อาจตอบได้เช่นกัน รู้เพียงแต่ความรู้สึกมันเรียกร้องให้ตัดสินใจทำแบบนั้น
“ดึกแล้วครับ คุณแม่ควรนอนได้แล้ว”
“เออดี ตัดบทฉันดื้อๆ!”
คุณนิภาหยันเสียงสูง กระแทกเท้าเดินออกจากห้องอย่างไม่พอใจ ศรุตยกมือกุมขมับ เห็นรสรินหวาดกลัวกับสิ่งที่ศรันทำก็อยากขอโทษเจ้าหล่อน แต่ปากเจ้ากรรมดันไปปล่อยหมาใส่เขาซะนี่
“พรุ่งนี้ค่อยขอโทษแล้วกันเว้ย!”
“เย้ เมียท้องแล้วโว๊ย!!!”ศรุตดีใจแหกปากตะโกนร้องลั่นบ้านหลังจากรสรินยืนยันถึงการมีทายาทตัวน้อยๆ ศรันกระโดดโลดเต้นไปกับบิดา เขาเองก็อยากมีน้องมานาน จะได้มีเพื่อนเล่นก็คราวนี้“ท้องแล้วเหรอ?” คุณนิภาที่ลุ้นอยู่รีบถาม“ครับแม่ รสบอกว่าขึ้นสองขีดครับ”เสียงเข้มตื้นตัน ประคองเมียรักให้นั่งลงบนโซฟา“แต่รสอยากไปตรวจให้แน่ใจอีกทีค่ะ เผื่อมันไม่ชัวร์”รสรินยังไม่อยากดีใจไปก่อน ทว่าพอได้ยินเมียรักพูดเช่นนั้นศรุตก็เริ่มคอตก“อ้าว… หมายความว่าไงอ่ะ จะไม่ท้องเหรอ” ถ้าไม่ท้องเห็นทีคนที่เสียใจที่สุดไม่แคล้วเป็นเขากับเจ้าลูกชายตัวดีแน่ศรันทำหน้าเศร้าตามพ่อ…“ไปกันใหญ่แล้วค่า รสคิดว่าน่าจะท้องแต่แค่อยากได้ความมั่นใจเท่านั้น”แน่ล่ะ! หล่อนอยากกินแต่ของเปรี้ยวของดอง ปกติเคยชอบกินของแบบนี้เสียที่ไหน กลับบ้านไปคราวก่อนมารดาก็ทักว่าอวบขึ้น มีน้ำมีนวลผิวพรรณผ่องใส คนเป็นแม่แนะนำให้ซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ เพราะอาการที่รสรินเป็นคืออาการของคนที่กำลังจะขึ้นแท่นเป็นคุณแม่“ไปตรวจก็ดีนะลูก จะได้ฝากท้องด้วยเลย”คุณนิภาเอ็นดูรสรินมาก ตั้งแต่มีเธอคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้บ้านหลังนี้ก็มีแต่ความสุข หญิงสาวปฏิบัติตัวดีทุกกร
รสรินมีอาการดีขึ้นตามลำดับเพราะได้รับการรักษาอย่างดีเยี่ยม… หรืออีกนัยหนึ่งคือได้บุรุษพยาบาลหน้าหล่อคอยประคบประหงมเจ้าหล่อนตลอดเวลา“คุณไม่ทำงานหรือคะ?”เสียงหวานเอ่ยถาม เธอนอนพักฟื้นมาห้าวันแล้วก็ยังเห็นเขาเฝ้าไม่ห่าง หนำซ้ำยังชอบไล่คนอื่นให้กลับบ้านไวๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้อยู่กับหญิงสาวสองต่อสอง แต่ไม่ทั้งหมดนะ เพราะมีอยู่สองคนที่ศรุตไม่กล้าไล่คือ มาลาและพิมพ์มาดา“งานทำเมื่อไหร่ก็ได้ เมียป่วยอยู่ ต้องเฝ้าเมีย” ศรุตตอบหน้าตาย ทำเอาคนถามถึงกับอายม้วน โชติและคุณนิภาส่ายหน้ามองด้วยรอยยิ้ม คนป่วยหยิกเนื้อหนาเต็มแรงหนึ่งที“เจ็บนะ หนอยแน่! หยิกมาได้เดี๋ยวจับปล้ำคาเตียงซะเลยนิ” ศรุตไม่สลด ทำท่าจะกระโจนเข้าใส่หญิงสาว“ฮึ่มๆ” คุณนิภากระแอมไอเรียกร้องความสนใจ บุตรชายหันไปมองมารดาแล้วทำหน้าทะเล้น“อะไรกันครับคุณแม่ อยากได้หลานเพิ่มอีกคนไม่ใช่หรือครับ” ได้ทีเจ้าลูกชายก็เอาใหญ่ คุณนิภาบอกว่าอยากได้หลานเพิ่มแต่ขอเป็นผู้หญิงนะ เพราะจะได้จับแต่งตัวคุยเรื่องไฮแฟชั่นกับตน ศรันเป็นเด็กผู้ชายไม่พอ อีกทั้งยังเป็นเด็กที่ชอบเก็บตัวเงียบและอยู่คนเดียวเป็นหลัก ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ดีหน่อยที่ช่วงหลังเริ่มเข้า
“เธอเป็นใคร เข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไง!” รสรินที่ตัดสินใจเดินมาดูถึงกับผงะ เมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงหน้าตาสวยจัดจ้านคนหนึ่งกำลังถ่ายเทเครื่องเพชรของคุณนิภาใส่ถุงผ้าสีดำอย่างลวกๆ“ยัยบ้านี่! สาระแนนักนะ” ผู้บุกรุกกัดฟันกรอด รีบจัดการกับสิ่งของมีค่าโดยไม่สนใจมดแมลงน่ารำคานอุตส่าห์สืบจนรู้ว่าวันนี้คุณนิภาไปนอนค้างบ้านเพื่อน อีกทั้งศรุตก็กลับดึกเพราะติดประชุมใหญ่ พระเจ้ายังส่งนังผู้หญิงน่ารำคานมาขัดขวางทางของเธออีก“อย่านะ เธอไม่มีสิทธิ์ขโมยของๆ คนในบ้านหลังนี้!”รสรินไม่เห็นด้วยกับการกระทำต่ำช้า เธอพยายามยื้อยุดฉุดกระชากถุงผ้าสีดำมายังตน“นังพี่เลี้ยงจอมจุ้น ทำไมหะ? หรือว่าหล่อนอยากเก็บเอาไว้ใส่เอง อย่าคิดนะว่าฉันรู้ไม่ทันเธอ” โจรสาวเดือดดาล“เธอเป็นใคร แล้วรู้จักฉันได้ยังไง”รสรินแปลกใจ ผู้หญิงคนนี้ทำทีเหมือนรู้จักกับเธอมาก่อน ทั้งๆ ที่เธอมั่นใจว่าแม้แต่หน้าของหล่อนเธอก็ไม่เคยเห็น“ฉันเป็นใครไม่สำคัญ แล้วที่ฉันพูดมันผิดไหมล่ะ หล่อนเองก็อยากได้ของเหล่านี้จนตัวสั่น!”“ฉันไม่นิยมอยากได้ของๆ คนอื่น” รสรินตอบโต้“หล่อนจะคิดยังไงก็ช่าง ถอยไป!”ผู้บุกรุกผลักร่างบางให้พ้นทาง“ฉันไม่ให้ไป เธอจะไปไหนไม
“หนักค่ะ” ร่างบางร้องบอก รสรินอายจนไม่กล้าสบตาคนเบื้องบน“เพิ่งเสร็จใครเขาหนักกัน แบบนี้เขาเรียกว่าโล่งเบาสบายตัว” ศรุตยักคิ้วเย้ายวนด้วยรอยยิ้ม รสรินจึงทุบไหล่เขาไปหนึ่งทีแก้เขิน“คนบ้า!” ดูหล่อนทำหน้าเข้า ผู้หญิงอะไรน่ารักน่าชัง น่าฟัดน่าขยี้“มีความสุขไหม” แววตาหนุ่มประกายวับ ยิ่งเขาพูดเสียงนุ่มทุ้มรสรินก็ยิ่งอายจนไม่กล้ามองหน้า มือหนาต้องจับปลายคางบังคับให้หล่อนสบตาด้วย“ว่าไง สุขหรือไม่”เขารู้ว่าหล่อนยังใหม่นักสำหรับเรื่องอย่างว่า“ฉัน” เกิดมาไม่เคยคิดว่าต้องทำอะไรแบบนี้ รสรินก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง หล่อนใช้ชีวิตเรียบง่ายไปวันๆ ทว่าต้องพลิกผันเจอผู้ชายเพลย์บอยตัวฉกาจอย่างเขา“มันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยรสริน เดี๋ยวอีกหน่อยเราก็ต้องหมั้นและแต่งงานกันในที่สุด”“คุณพร้อมที่จะแต่งงานแล้วหรือคะ” รสรินถาม“แล้วทำไมฉันต้องไม่พร้อมด้วยล่ะ” ศรุตถามกลับ มีแต่เธอที่ชอบปฏิเสธเขาท่าเดียว“ก็คุณเคยบอกว่าคุณยังไม่ เอ่อ… ยังไม่รักฉัน” พูดแล้วก็หลบตา เม้มปากอิ่มแน่น“แต่ตอนนี้รักแล้วไง” เสียงเข้มแหบพร่ากระซิบ“อะไรกัน ทำไมความรู้สึกเปลี่ยนไวนักล่ะคะ”ตกลงหล่อนจะไว้ใจเขาได้ไหมเนี่ย“จริงๆ ก็น่าจ
“มะ ไม่!”รสรินปฎิเสธทั้งๆ ที่ร่างกายพร้อมมอบให้แก่เขา หญิงสาวไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลยสักนิด แต่เธอห้ามตัวเองไม่ได้“ไม่ให้ก็จะเอา หิวมานานแล้ว จะกินให้เกลี้ยงเลย”คนเอาแต่ใจไม่แคร์ รสรินเกลียดนักเชียว ถ้าคิดจะบังคับกันตั้งแต่แรกแล้วจะพูดขอให้มากความทำไม“คนบ้า อะ อื้ม!”เสียงหวานถูกกลืนลงลำคอเมื่อริมฝีปากหยักหนาเคลื่อนปิดทับเรียวปากนุ่ม ศรุตสอดลิ้นเข้าไปยังวังวนเสน่หา ดูดรัดลิ้นเล็กไร้เดียงสาจนสติของสาวเจ้าแตกกระเจิง จุมพิตเร่าร้อนมาพร้อมความอ่อนหวานจนไม่อาจขัดขืน รสรินเริ่มปล่อยกายไปกับความละมุนที่เขามอบให้ ศรุตจึงคลายข้อมือเรียวทั้งสองข้างที่เขาตรึงไว้ในทีแรก เพราะมั่นใจว่าเธอไม่คิดต่อต้านอีกต่อไปรสรินยกมือคล้องลำคอแกร่ง หัวใจของศรุตเบิกบานยิ่งกว่าต้นไม้ที่ได้รับน้ำทิพย์ เขากอดรัดร่างแน่งน้อยแล้วจูบแลกลิ้นดูดดื่ม“อื้ม พะ พอก่อนค่ะ”รสรินต้องเป็นฝ่ายร้องห้ามเพราะหล่อนหายใจไม่ทัน ศรุตยอมถอนเรียวปากออกอย่างเสียดายแต่ไม่เป็นไร เรือนร่างนี้ยังมีอะไรให้เขาได้ค้นหาอีกเยอะ“ไปที่เตียงกันนะ”เสียงทุ้มกระซิบ เขาจัดการอุ้มเจ้าหล่อนเดินไปยังเตียงกว้าง บรรจงวางร่างบางอย่างทนุถนอม รสรินไม่ละสา
“ทำบ้าอะไรของคุณ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ!”รสรินโวยวาย มองซ้ายแลขวาด้วยกลัวว่าจะมีใครมาเห็น โดยเฉพาะเด็กชายวัยเก้าขวบที่กำลังนั่งระบายสีอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“กลิ่นหอมน่ากินจังเลย” นอกจากไม่ปล่อยเขายังทำหน้ามึน“ปล่อย!” เจ้าหล่อนตาแข็ง มือเรียวดันแผงอกกว้างไว้มั่น ไม่ยอมให้เขาบดเบียดเนื้อตัวง่ายๆ“ถ้าลูกชายคุณมาเห็นจะทำยังไง ทำไมถึงได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้”“อ่ะๆ พูดแบบนี้แสดงว่าต้องทำในที่ลับตาคนใช่ไหมจ๊ะ”ชายหนุ่มยิ้มยียวน โน้มใบหน้าชิดแก้มนวล รสรินรีบหันหนีแทบไม่ทัน“คนบ้า!”ให้ตายเถอะ เพราะแบบนี้ไงหล่อนถึงไม่อยากทำงานกับเขาแล้ว ผู้ชายเจ้าเล่ห์จอมมารยา จ้องแต่จะหาเรื่องรังแกไม่เว้นวัน“ยิ่งดิ้นยิ่งตื่นนะจ๊ะ” เสียงเข้มแหบพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหูเล็ก รสรินสะท้านทรวง“ทุเรศ!” หล่อนไม่รู้จะสรรหาคำใดมาด่าเขาแล้ว คนอย่างศรุตยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ“ปากดีเสียจริงแม่พี่เลี้ยงคนสวย มามะ ขอดูดปากชิมรสชาติหน่อยสิ อยากรู้นักว่าจะเผ็ดร้อนเหมือนวาจาหรือเปล่า”ศรุตพยายามบังคับกรอบหน้าหวานให้รับจูบดุเดือด หญิงสาวดิ้นหนีสุดชีวิต มือเรียวทั้งผลักทั้งดันอกกว้างจนคนตัวโตเซซังแทบล้ม รสรินรีบวิ่งหนีขึ







