Share

รับอนุภรรยา

last update Last Updated: 2025-12-14 21:17:06

งานแต่งงานรับอนุภรรยาในจวนแม่ทัพจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตามโบราณราชประเพณี มีขุนนางทุกระดับเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ประธานเปิดงานก็คือลู่กงกงแห่งราชสำนัก เป็นขุนนางที่ใกล้ชิดฮ่องเต้มากที่สุด

ฤกษ์มงคลมาถึง เสียงกลองดังก้องทั่วลานจวนแม่ทัพ ธงสีแดงสดปลิวไสว เสียงหัวเราะครื้นเครงของขุนนางน้อยใหญ่พร้อมครอบครัวดังระงม โต๊ะอาหารจัดเรียงเป็นแถวยาว กลิ่นหอมของสุราอบอวลไปทั่วทั้งงาน

ตรงกลางลานพิธี ซ่างกวนเหยียนในชุดเจ้าสาวสีแดงปักลายหงส์ก้มหน้าอย่างงดงาม มือบีบผ้าเช็ดหน้าเบา ๆ ทั้งนอบน้อมและแช่มช้อยจนน่าปกป้อง

ลู่กงกงเป็นตัวแทนของฮ่องเต้ ก้าวขึ้นนั่งบนเก้าอี้ในฐานะประธานของงานนี้ สายตาคมของลู่กงกงกวาดมองไปรอบงาน คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างไม่ชอบมาพากล

"ฤกษ์มงคลเริ่มขึ้นแล้ว แต่ข้ายังไม่เห็นฮูหยินเอกของจวนแม่ทัพ"

คำถามนั้นทำเอาบรรยากาศที่กำลังคึกคักชะงักลงทันที ทุกคนต่างจับตามองเมื่อลู่กงกงเอ่ยขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีใครสังเกตมาก่อน

หานจวินหลงสีหน้าเคร่งเครียด เส้นเลือดบนขมับเต้นแรง เขาไม่คิดว่าลู่กงกงจะจับสังเกตได้ไวขนาดนี้จนหาโอกาสแก้ตัวได้ยาก

ขณะนั้นหานจวินหลงกำลังจะอ้าปากตอบคำถาม เสียงส้นรองเท้าตีพื้นหินดังขึ้นไปทั่วลานกำลังก้าวเข้ามาใกล้ สายตาทุกคู่หันมองไปยังประตูจวน เยี่ยนซีเดินเข้ามาในชุดผ้าไหมสีเข้มปักลายสีทองที่ขับผิวให้ขาวเนียนราวกับหยก ใบหน้าของนางยิ้มเย็นแฝงแรงกดดันอย่างไม่เคยมีมาก่อน แววตาคมดุคล้ายกำลังมองทะลุหัวใจของผู้อื่น

เยี่ยนซีส่งยิ้มบางให้แขกผู้มีเกียรติในงานแล้วเอ่ยขึ้น

"ขอโทษที่ทำให้พิธีล่าช้า ข้าตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก ในฐานะฮูหยินเอกขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติในงานมงคลท่านแม่ทัพ ข้าซาบซึ้งใจเป็นอันมาก"

น้ำเสียงของนางฉะฉานท่วงท่างามสง่าจนหลายคนแอบเปรียบเทียบในใจว่าอนุภรรยาท่านแม่ทัพเทียบกับองค์หญิงเยี่ยนซีแล้วแทบจะกลายเป็นชนชั้นที่ห่างไกลกัน

ลู่กงกงยิ้มแย้มอย่างสบายใจเมื่อเห็นสถานการณ์เป็นไปในทางที่ดี ขณะที่ซ่างกวนเหยียนอดกลั้นความรู้สึกขุ่นแค้นอย่างยากลำบาก หานจวินหลงที่มีความขุ่นข้องหมองใจพยายามข่มกลั้นทุกความรู้สึกที่มีต่อเยี่ยนซีเช่นเดียวกัน

วันนี้ดูเหมือนว่ารอยยิ้มของนางดูมีความสุขมากกว่าใคร ๆ

เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบลานถึงพิธีแต่งอนุภรรยาในวันนี้ เยี่ยนซีก็แสดงท่าทีเป็นมิตรทว่าบรรยากาศกลับดูแปลกไป

ซ่างกวนเหยียนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ส่งยิ้มอ่อนหวานให้หานจวินหลง

"ท่านพี่ วันนี้เป็นวันมงคลของเราสองคน การที่องค์หญิงมาช้าจนเลยฤกษ์มงคลไปแล้ว ข้าไม่ถือโทษนางหรอกเจ้าค่ะ นางร่างกายไม่แข็งแรง อาจมาถึงช้า ไม่คิดถึงน้ำใจของทุกท่านแล้วยังจงใจหักหน้าท่านพี่ จนทำให้แขกผู้มีเกียรตินึกตำหนิ ข้าขอรับความผิดนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว ใจเย็นเถิดเจ้าค่ะ เท่านี้องค์หญิงก็อับอายสายตาทุกท่านมากพอแล้ว"

ซ่างกวนเหยียนจงใจพูดเน้นถ้อยคำหวังทำลายเกียรติของเยี่ยนซี ตั้งใจทำให้ผู้คนมองว่านางกำลังทำลายน้ำใจแขกเหรื่อทางอ้อม จากที่ทุกคนไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไร หลายคนเริ่มคล้อยตามและขุ่นเคืองเยี่ยนซีขึ้นมาจริง ๆ

เยี่ยนซีปรบมือพร้อมกับหัวเราะเสียงดังลั่น เดินเข้ามาใกล้ซ่างกวนเหยียน ส่งสายตาเย้ยหยันโดยไร้คำพูดที่ซ่างกวนเหยียนไม่เข้าใจ

"ตีหน้าซื่อได้เก่งจริง ๆ เจ้าเคยเป็นหญิงคณิกาหรือไม่ถึงเลียนแบบพวกนางได้ทุกกระเบียดนิ้ว ข้าคิดว่าหลังเสร็จงานสมรสท่านแม่ทัพผู้องอาจควรสืบประวัติอนุภรรยาของท่านด้วยก็ดีนะ"

แขกทั้งงานครางฮือขึ้นเสียงเบา ลู่กงกงลอบกลืนน้ำลายอย่างคนที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและหานจวินหลงก็กำลังอับอายที่เยี่ยนซีก่อเรื่องงามหน้า

"ไปประจำที่ของเจ้าได้แล้ว"

เขาสั่งเสียงต่ำลอดไรฟัน เพื่อไม่ให้ขายหน้าไปมากกว่านี้ แทนที่จะเดินไปยังเก้าอี้ที่จัดไว้ให้ เยี่ยนซีเดินไปยืนด้านหน้าของทั้งสองคนแทน

"รับอนุภรรยาก็ต้องคำนับฮูหยินเอกเสียก่อนชีวิตคู่ถึงจะเจริญรุ่งเรือง ท่านเห็นว่าอย่างนั้นหรือไม่"

นางเชิดหน้ายิ้มเยาะมองทั้งสองคนอย่างเหนือกว่า หานจวินหลงส่งสายตาข่มขู่ราวกับอยากจะฉีกเนื้อเยี่ยนซีออกเป็นชิ้น ๆ

จากนั้นเสียงขุนนางผู้อาวุโสท่านหนึ่งก็ดังขึ้น

"องค์หญิงพูดถูก และฮูหยินเอกของจวนท่านแม่ทัพมิใช่คนธรรมดา อนุภรรยาควรนอบน้อมต่อองค์หญิง"

หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย พิธีกรในงานจึงเริ่มต้นขึ้น ทั้งคู่จำใจต้องคำนับเยี่ยนซีอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

"น่าชื่นชมจริง ๆ ท่านแม่ทัพมีวาสนาดี มีฮูหยินผู้เปี่ยมเมตตาและอนุภรรยาที่เชื่อฟัง น่าอิจฉา น่าอิจฉา"

แล้วเสียงหัวเราะครื้นเครงก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"พิธีต่อไปอนุภรรยายกน้ำชาให้ฮูหยินเอก"

เยี่ยนซีเดินไปนั่งบนเก้าอี้รอเวลา ซ่างกวนเหยียนยกน้ำชาเดินเข้าไปแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้า พลางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองอย่างหวาดกลัว

"เหยียนเอ๋อร์ขอคารวะฮูหยิน"

เยี่ยนซีมองลงมาด้วยสายตาเยียบเย็นราวกับมองศัตรูที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า ทว่าไม่ได้ยื่นมือรับในทันที คนทั้งงานจับจ้องสตรีทั้งสองคน ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ

ซ่างกวนเหยียนค่อย ๆ ยื่นถ้วยชาเข้ามาใกล้ด้วยมือสั่นเทา ทันใดนั้นน้ำชาร้อน ๆ ก็หกราดลงบนมือบางของนางจนขึ้นสีแดง ซ่างกวนเหยียนแสบร้อนผิวถึงกับร้องเสียงหลง

"อ๊ะ ร้อน!"

นางร้องเสียงแหลมและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทันที น้ำตาไหลพรากหยดลงถึงปลายคาง นางหันไปมองลู่กงกงและแขกในงานก่อนจะเอ่ยเสียงขาดห้วง

"ฮูหยิน...ข้าทำเรื่องใด...ให้ท่าน...ไม่พอใจ...เหตุใดทำร้ายข้าถึงแก่ความเจ็บปวดแทบทนไม่ไหวเช่นนี้...ฮืออ"

บรรดาคนรับใช้และแขกบางส่วนทำหน้าตกใจ มองเยี่ยนซีอย่างตำหนิ หานจวินหลงหันขวับมาที่เยี่ยนซีทันที แววตาคมกริบเต็มไปด้วยโทสะ

"องค์หญิงเยี่ยนซี เป็นถึงฮูหยินเอกเหตุใดไร้ความเมตตาต่อผู้น้อยได้ถึงเพียงนี้"

เยี่ยนซีขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นกลับหัวเราะแผ่วเบา จนคนรอบข้างขนลุก

"น้องหญิงช่างทุ่มเทในการพิสูจน์ตัวเองจริง ๆ ถึงกับลงทุนเทชาร้อน ๆ ราดมือตัวเองแล้วโยนความผิดมาให้ข้า ดูมือเจ้าสิแดงจัดแล้ว ทั้งแสบทั้งร้อนใช่หรือไม่ อีกหน่อยก็เป็นแผลพุพอง ไม่คุ้มกันเลยกับการขอความเห็นใจแบ่งสามีกับข้า"

เสียงแขกในงานต่างฮือฮาไปโดยปริยาย ทุกสายตาจับจ้องไม่วางรอดูว่าจะมีอะไรสนุกหลังจากนี้

"ท่าน...ท่านพูดอะไร ก็เห็นอยู่ว่าท่านทำชาหกใส่มือของข้า ท่านพี่ ฮูหยินเกลียดข้าแล้ว...ข้าอับอายยิ่งนัก"

ซ่างกวนเหยียนส่งสายตาวิงวอนไปยังหานจวินหลง เขาจึงรีบเข้าประคองนางให้ลุกขึ้น เยี่ยนซีมองคนทั้งสองยิ่งทำให้นางสมเพชยิ่งนัก

"เจ้าอับอายเป็นด้วยหรือ เสแสร้งว่าอ่อนแอถูกกระทำแล้วอับอาย ข้าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ถ้าเจ้าทนไม่ไหวก็ไปตายซะสิกล้าพอหรือไม่"

เสียงของเยี่ยนซีทั้งกระด้างและแข็งกร้าวดังขึ้นเรื่อย ๆ สร้างความสงสัยให้แขกในงานยิ่งนัก แต่แล้วนางก็เปลี่ยนอารมณ์เป็นยิ้มสดใสส่งให้แขกทั้งงาน

"ขอเชิญทุกท่านร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน เรื่องของครอบครัวในจวนแม่ทัพอย่าได้ใส่ใจเลย สามีภรรยาเข้าใจผิดกันไม่ทันข้ามวันพรุ่งนี้ก็ปรองดองแล้ว"

ซ่างกวนเหยียนทำท่าจะร้องไห้ต่อ แต่ต้องกล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงไปเพราะมีตัวแทนฮ่องเต้อยู่

ลู่กงกงที่นั่งอยู่เพียงยกมุมปากเล็กน้อยเหมือนกำลังสนใจการเปลี่ยนแปลงของฮูหยินจวนแม่ทัพ

หานจวินหลงเกิดความตึงเครียดมองเยี่ยนซีคล้ายกับจะพูดอะไร แต่ก็เหมือนกลืนคำพูดเอาไว้ในใจ ในแววตาคู่นั้นนอกจากโกรธ ยังมีประกายของความสงสัยอยู่ในใจวูบหนึ่ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ตอนจบ

    หลายเดือนผ่านไป เยี่ยนซีท้องแก่เต็มที่เริิ่มเดินไปไหนมาไหนลำบากขึ้น เซียวหยูคอยนวดขาและพยุงนางอย่างระมัดระวัง ขณะที่นางกำลังจะลุกขึ้นจากเตียงในเช้าวันหนึ่งพลันก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมา "เซียวหยู ข้า...ปวดท้อง..." ชั่วพริบตาเสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่วิ่งวุ่น สลับกับเสียงคนดังขึ้นเพราะความตื่นตระหนกวิ่งไปแจ้งแก่หมอหลวงที่เตรียมพร้อมอยู่เรือนข้าง ๆ มาหลายวัน "เกิดอะไรขึ้น!" เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความห่วงใยและตื่นตระหนกเมื่อเห็นคนวิ่งสวนกันไปมา หมอหลวงสามคนและบ่าวรับใช้จึงวิ่งตามกันมา "ท่านหมอ ฮูหยินปวดท้องอย่างรุนแรง เร็วเข้าเถิด" เซียวหยูตอบเสียงสั่น พร้อมทั้งคอยดูอาการของเยี่ยนซี "เตรียมห้องให้พร้อม ฮูหยินจะคลอดแล้ว" บ่าวไพร่วิ่งวุ่นเพียงครู่ก็เริ่มนิ่งสงบรอฟังข่าวสำคัญนอกห้องทำคลอด หมอหลวงตรวจร่างกายเยี่ยนซีอย่างรอบคอบ ขณะที่นางปวดท้องแทบขาดใจเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มหน้า เยี่ยนซีแม้จะเจ็บปวดจากการคลอดที่ใกล้เข้ามา แต่ความคิดของนางนึกถึงหานจวินหลง รู้สึกถึงความอบอุ่นและความปลอดภัย ทั้งจวนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เสียงบ่นเบา ๆ ของบ่าวไพร่วิ่งไปมา ประสานกับคำสั่งขอ

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   การต่อสู้ครั้งสุดท้าย

    สามเดือนผ่านไป จวนแม่ทัพเงียบสงัดกว่าแต่ก่อนมากขึ้น ไม่มีเสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะของหานจวินหลง เสียงลมพัดผ่านสวนเล็ก ๆ กลายเป็นเพื่อนสนทนาที่เยี่ยนซีได้แต่เอ่ยคำคิดถึงออกมาเบา ๆ ทุกเช้า เยี่ยนซีจะเดินไปที่ระเบียง มองทิวทัศน์เมืองไกล ๆ ปล่อยให้สายลมพัดปลิวผมสลวย เสียงหัวใจเต้นรัวราวกับได้ยินเสียงฝีเท้าเขากลับมา "ท่านจะเป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้" นางกระซิบคนเดียว พลางลูบมือที่เคยสัมผัสมือเขา น้ำตาคลอเบ้า แต่ลมหายใจยังมั่นคง เยี่ยนซีใช้เวลาว่างจัดสวน ตัดแต่งดอกไม้ และดูแลบ่าวไพร่ให้เรียบร้อย ทุกสิ่งที่ทำราวกับเป็นการรอคอยให้เขากลับมา นางยังเขียนจดหมายด้วยลายมือสวยงาม ส่งผ่านทหารไปยังแม่ทัพ แต่ไม่เคยเขียนออกไปทั้งหมด เก็บบางส่วนเอาไว้เพราะความเขินอาย บางครั้ง นางก็ออกไปเดินเล่นตามถนนในเมือง ชมบ้านเรือนและบรรยากาศที่เขาเคยพาไป แต่ละก้าวเต็มไปด้วยความคิดถึงและเผยรอยยิ้มบางเบา นึกถึงวันที่ทั้งคู่ขี่ม้า เที่ยวทะเลสาบ หรือเดินชมเทศกาลโคมไฟ นางก็พลันหัวเราะออกมาเพียงลำพัง เซียวหยูมักจะคอยอยู่ใกล้ ๆ ให้ความช่วยเหลือ เตือนให้เยี่ยนซีพักผ่อนบ้าง แต่ทุกครั้งที่นางมองออกไปทางประตูห้อง รอยยิ้มก

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ห่างไกลแต่หัวใจใกล้กัน

    นานนับเดือนหลังจากที่หานจวินหลังและเยี่ยนซีค่อย ๆ ปรับความเข้าใจกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยานับวันเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น วันหนึ่ง ขณะที่เยี่ยนซียืนอยู่กลางห้องเล็กข้างห้องทำงานของหานจวินหลง นางจะใช้ห้องนี้รับรองแขกของจวนแม่ทัพยามหารือราชการสำคัญ ทันใด ใบหน้าของนางซีดเผือด มือกุมหน้าผาก รู้สึกวิงเวียน ม่านตาพร่าเลือนตัวเย็นเฉียบก่อนร่างเล็กจะทรุดลงกับพื้น เสียงตกใจดังขึ้นในทันที "ฮูหยิน ฮูหยิน!" เซียวหยูร้องเรียกด้วยความตื่นตระหนก รีบเข้ามาประคองร่างเยี่ยนซี แต่เหตุการณ์นั้นไม่ได้ล่าช้าไปเสียทีเดียว หานจวินหลงนั่งหลังโต๊ะทำงาน กำลังร่างรายงานการตรวจสอบเสบียงและกำลังพล อยู่ดี ๆ เสียงบ่าวร้องเรียกชื่อฮูหยินอย่างตื่นตระหนกทะลุเข้าหู เขาลุกพรวดจากเก้าอี้ มือใหญ่คว้าพู่กันไว้เพียงชั่วครู่แล้ววิ่งออกจากห้อง "เกิดอะไรขึ้น" พอเห็นร่างเล็กของนางที่ทรุดตัวลงกับพื้น เขารีบเข้าไปประคองทันที ร่างสูงยกนางขึ้นอุ้มอย่างเบามือแต่มั่นคง ใบหน้าคมเคลือบความกังวลอย่างห้ามใจไม่ได้ "เจ้าไม่สบาย ทำไมถึงไม่บอกข้า" เสียงเขาเรียบแต่สั่นเครือเล็กน้อย "ข้า…ข้าไม่ทันตั้งตัว" เยี่ยนซีพึมพำ เหงื่อ

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   รักใคร่ปรองดอง

    ระยะนี้หานจวินหลงไม่ค่อยมีงานมากนัก ยามว่างเขามักจะอยู่กับเยี่ยนซี เกาะติดนางและให้นางนั่งอ่านตำราในห้องของเขา ขณะที่เขาทำงานของตนเองโดยไม่ให้ห่างสายตา เมื่อความใกล้ชิดเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ความระแวดระวัง ความแข็งกระด้างจึงค่อย ๆ ลดลง นางเริ่มให้ความไว้วางใจหานจวินหลงที่ดูแล้วเขาก็ไม่ได้แย่เหมือนที่เคยพบเจอก่อนหน้านี้ วันหนึ่งขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนชื่นชมดอกไม้ในสวน หานจวินหลงนึกถึงครั้งอดีต เขาทบทวนความทรงจำที่มีต่อนาง "ครั้งหนึ่งข้าเคยคิดว่าเจ้าเป็นองค์หญิงที่อ่อนแอ ควรมีใครสักคนคอยปกป้อง" เยี่ยนซีนิ่งฟังนึกย้อนความทรงจำเก่า ๆ ที่นางและเขาเคยพบกัน "แต่เมื่อได้อยู่ด้วยกัน เจ้าทั้งเข้มแข็งและแกร่งเกินสตรีที่ข้าเคยพบ แม้แต่อวี้ซินที่เป็นลูกหลานตระกูลนักรบยังเทียบเจ้าไม่ได้สักครึ่ง" เยี่ยนซีแค่นยิ้มออกมา "ท่านชมหรือหลอกด่าข้ากันแน่" เขาอมยิ้มพลางก้มหน้าลง "แน่นอนว่าข้าชื่นชมเจ้า เจ้าเก่งกาจจนสามารถตัดสินใจเรื่องใหญ่ในจวนแทนข้าได้" แม้ความอ่อนหวานจะเป็นคุณสมบัติของกุลสตรี แต่ในสายตาเขาเยี่ยนซีก็ไม่ได้หลุดจากกรอบที่เหล่าสตรีถูกวางเอาไว้ "แต่ข้าก็แข็งกระด้าง หยาบคายโดยเฉพาะกับท่านไม่

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ความเปลี่ยนแปลง

    หานจวินหลงรับรู้ถึงความยินยอมเล็ก ๆ ของนาง จูบซ้ำช้า ๆ และลึกซึ้งขึ้น มือใหญ่ลูบเส้นผมที่เปียกเหงื่อ ความอ่อนโยนและปรารถนาปรากฏอย่างประณีตในทุกสัมผัส ทั้งสองจมอยู่ในความเงียบอันอบอุ่น ไม่มีคำพูดใดจำเป็น มีเพียงแรงสัมผัสและหัวใจที่เต้นสอดประสานกัน คืนนี้ทั้งสองหยุดเวลาระหว่างกันเอาไว้ เสียงลมพัดกระทบหน้าต่าง ดวงดาวส่องประกายเหนือหลังคาเหมือนเป็นพยาน ว่าความเข้าใจเริ่มบังเกิด แม้ร่องรอยแห่งอดีตยังคงอยู่ แต่ในใจทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่มิอาจลืมเลือน ลำแสงอ่อน ๆ ของรุ่งอรุณผ่านม่านผ้าขาวในเรือน เสียงลมพัดเบา ๆ ก้องในสวนเล็กภายนอก บรรยากาศสงบเงียบและชุ่มชื่นราวกับเพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาจากความฝัน เยี่ยนซียังคงนอนพิงหมอน ผมสลวยร่วงราวเส้นไหมลงบนบ่า ใบหน้าซีดเล็กน้อยแต่ดูมีชีวิตชีวาขึ้น หลังคืนที่เต็มไปด้วยความใกล้ชิด นางยังคงรู้สึกหัวใจเต้นแปลก ๆ เมื่อคิดถึงมือใหญ่และริมฝีปากอบอุ่นของเขา ทันใด หานจวินหลงก็ปรากฏตัวที่ข้างเตียง ร่างสูงกำยำในชุดลำลองสีเข้ม ดวงตาคมส่องประกายระยับราวน้ำค้างยามรุ่งเช้า เขาโน้มตัวลงใกล้นาง ริมฝีปากกว้างคลี่ยิ้มอ่อนโยน "ตื่นแล้วหรือ เจ้าดู

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ข้าต้องการเจ้า

    ภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวกลับจวนเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงล้อไม้บดกับพื้นถนน ข้อมือเล็กของเยี่ยนซียังถูกมือใหญ่ของหานจวินหลงกุมไว้แน่นจนเจ็บ แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย นางเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะสะบัดเสียงออกมา "ท่านทำเช่นนี้ หมายความว่าข้าไร้สิทธิ์แม้แต่จะขอบคุณสหายผู้หนึ่งหรือ" หานจวินหลงตวัดสายตาคมกริบมองนาง แววตาเต็มไปด้วยโทสะและความหึงหวงที่ปิดไม่มิด "ใช่ เจ้าคือฮูหยินแม่ทัพ นอกจากคนในจวนนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปผูกพันกับผู้ใดอีก โดยเฉพาะอี้เฟิง" เยี่ยนซีหัวเราะเย็นชาในลำคอ "คำว่าฮูหยินที่ท่านเอ่ยออกมา ช่างง่ายดายนัก ตอนแต่งเข้าจวนใหม่ ๆ ข้าเจ็บป่วยเดียวดาย ท่านเคยใส่ใจหรือไม่ แล้วตอนนี้กลับหวงห้ามไม่ให้แม้แต่จะมีสหาย ข้าว่าท่านช่างเห็นแก่ตัวนัก" "เห็นแก่ตัวงั้นหรือ" หานจวินหลงขบกรามแน่น เสียงทุ้มต่ำก้องสะท้อนทั่วรถม้า "ใช่ ข้าเห็นแก่ตัว เพราะเจ้าคือคนของข้า ข้าไม่ยอมให้บุรุษใดเข้าใกล้เจ้าแม้แต่คนเดียว" เสียงเขาหนักแน่นจนบ่าวที่นั่งควบคุมรถม้าด้านนอกยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน เยี่ยนซีชะงักไปชั่วขณะ ใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่ แต่ก็ยังพยายามรักษาสีหน้าเรียบเย็น "งั้นหรือ ท่านเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status