เข้าสู่ระบบ
หลังจบงานปาร์ตี้ริมชายหาด ที่จัดขึ้นเพื่อเลี้ยงต้อนรับเพื่อนชาวต่างชาติของนายหัวมาร์ก หรือเมธาวีหนุ่มหล่อเจ้าของฟาร์มไข่มุกบนเกาะภูเก็ต เลยเวลาเที่ยงคืนมาแล้วคนงานต่างเก็บของวุ่นวาย หนึ่งในนั้นคือป๋องแป้งหญิงสาวชาวเหนือ รูปร่างผอมบางใบหน้าสวยหวาน ผมยาวหยักศก
เธอจัดได้ว่าเป็นสาวสวยน่ามองคนหนึ่ง แต่เพราะทำงานตรากตรำมาก อีกทั้งการแต่งเนื้อแต่งตัวด้วยเสื้อยืดกางเกงขายาวธรรมดา ใบหน้าไม่ได้แต่งเติมอะไรมากไปกว่าปะแป้งบางๆ ริมฝีปากแต้มเติมด้วยลิปทิ้นท์ราคาถูก จึงไม่ได้ดูโดดเด่นเท่าไหร่นัก
ป๋องแป้งทำงานที่ฟาร์มมุกแห่งนี้มานานหลายปีเพราะสามีพาเธอมา ย้อนกลับไปหลังจากพ่อแม่เสียชีวิต ป๋องแป้งถูกป้าจับแต่งงานกับนายอ๊อด เป็นชาวกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าเธอถูกขายเสียมากกว่า เพราะป้าหวังเพียงค่าสินสอดเท่านั้น โดยที่ไม่สนว่านายอ๊อดจะรักเธอจริงหรือไม่
ช่วงแรกนั้นอาจใช่ เขาทั้งรักทั้งหลง แต่พอมีเรื่องไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น เขากลับไม่ปกป้อง ซ้ำทำร้ายร่างกาย สุดท้ายก็นอกใจทิ้งไปกับหญิงอื่น ทำให้เธอกลายเป็นหญิงที่หย่าร้างทั้งที่ยังสาวยังสวย จากนั้นมาป๋องแป้งก็ไม่เคยมีใครเข้ามาในชีวิต
เธอก้มหน้าก้มตาทำงานพร้อมรับใช้นายหัวเมธาวีแบบถวายหัวเพราะเขาคือคนที่ช่วยเหลือเธอให้รอดพ้นจากอันตราย ถ้ามีชายใดที่จะรักก็คงเป็นนายหัวมาร์กนี่แหละ แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเพียงฝันลมๆ แล้งๆ เพราะเขาคือเจ้านายที่อยู่สูงเกินเอื้อม
ในเวลานี้แขกเจ้านายต่างกลับกันหมดแล้ว แต่ที่โต๊ะยังมีหนุ่มหล่อชื่อธนา เขาเมาจนหลับฟุบไปกับโต๊ะ หนุ่มวัยยี่สิบหกปีคนนี้เป็นเภสัชกรเจ้าของร้านขายยาที่อยู่ใกล้ชายหาด ไม่ห่างจากฟาร์มมุกเท่าไหร่นัก เป็นหนึ่งในแขกคนสำคัญเพราะนายหัวเมธาวีเป็นแฟนกับพี่สาวของเขา
ธนาเริ่มดื่มหนักหลังไปเข้าห้องน้ำ กลับมาที่โต๊ะก็หน้าเครียดเหมือนโกรธจัดและดื่มจนน็อกไป ด้วยความรู้จักมักจี่กันดีป๋องแป้งจึงคอยมองเขาอย่างเป็นห่วง หรือว่าพ่อหนุ่มเภสัชกรไปเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นกันนะ
ด้วยเธอเองรู้ดีว่าธนาตามจีบหญิงสาวชื่อบุษรินทร์ เป็นสาวกรุงเทพฯ ที่มากับนายหัวเมธาวี และเธอคนนั้นได้กลายเป็นผู้หญิงของนายหัวไปแล้ว เท่ากับว่าแฟนของพี่สาวลักลอบรักกับหญิงที่ตัวเองหมายปอง น่าจะเป็นเรื่องนี้สินะถึงทำให้หนุ่มรักสุขภาพอย่างธนาถึงกับดื่มหนักจนเมามายหมดสภาพ
เมื่อเก็บของเสร็จนายเดชาคนงานกับป๋องแป้งช่วยกันพยุงธนาขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ ด้วยถามอะไรก็ไม่ตอบ ไม่รู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหนจึงพาไปที่ห้องพักคนงานก่อน
“อย่าให้อ้วกนะพี่แป้ง เอ...บ้านคุณธนาอยู่ที่ไหนพี่รู้เปล่า? ”
“ไม่รู้สิ” ทั้งสองช่วยแบกธนามาที่ห้องพักคนงาน
“เฮ้อ! หนักใช่ย่อย”
หนุ่มคนงานหายใจหอบเหนื่อย หลังจัดท่าให้เภสัชกรหนุ่มนอนบนฟูกเก่าๆ โดยมีป๋องแป้งช่วยด้วย
“ผมต้องขอโทษจริงๆ นะพี่แป้ง ต้องรีบเผ่นแล้ว”
“ไปเหอะพี่ก็จะกลับห้องเหมือนกัน”
หลังคนงานหนุ่มออกไปป๋องแป้งมองคนเมาหลับอุตุ คืนนี้อากาศร้อนอบอ้าวเหมือนฝนจะตกบวกกับแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป ทำให้เขามีเหงื่อผุดขึ้นตามมุมปากและขมับ ห้องนี้อากาศไม่ถ่ายเทเท่าที่ควร ธนาคงเคยนอนแต่ในห้องปรับอากาศมาก่อน
หญิงสาวรีบไปเอาพัดลมที่ห้องเธอมาเปิดให้เขา หยิบกะละมังกับผ้าขนหนูผืนเล็ก และแป้งเย็นติดมือมาด้วย แต่พอกลับมาก็เจอสภาพธนาอาเจียนเลอะเทอะเสื้อของตัวเอง และอีกกองอยู่บนเสื่อน้ำมันด้วย
“ตายแล้ว! น้องหมอทำไมทำแบบนี้”
เหนื่อยมาทั้งวันและเริ่มง่วงมากแต่ยังต้องมาเช็ดถูกห้องอีก เธอถอดนาฬิกาที่ข้อมือชายหนุ่ม เอามือถือเขาออกจากกระเป๋ากางเกงวางไว้ข้างหมอน ก่อนถอดเสื้อผ้าของเขาออกเหลือกางเกงชั้นในตัวเดียว ทำความสะอาดพื้นห้องแล้วเอาชุดเขาไปซักตากไว้ที่หน้าต่าง จึงค่อยนั่งลงเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้คนเมา
เธอไม่เขินอายต่อร่างกายเปลือยของหนุ่มรุ่นน้อง เพราะเคยเช็ดตัวให้สามีเก่ามาก่อน มือเล็กที่ค่อนข้างสากเพราะตรากตรำจับผ้าผืนน้อยเช็ดใบหน้าหล่อเหลาคมคาย สะอาดสะอ้านไร้หนวดเครา ไล่ลงมาที่ลำคอ แผงอก เคยเห็นเหมือนกันว่าเขามีแผ่นหลังกว้าง แต่รูปร่างโดยรวมเหมือนวัยรุ่นตัวผอม
ไม่อยากเชื่อว่าพอถอดเสื้อแล้วเนื้อตัวเต็มไปด้วยมัดกล้ามถึงจะไม่ค่อยนูนเด่น มันก็แข็งน่าลูบคลำ ถ้าได้เข้าฟิตเน็ตสักหน่อย แล้วกล้ามน้อยๆ เหล่านี้เต่งตึงขึ้นมาอีกนิด เขาน่าจะเซ็กซี่มาก
ตั้งแต่กลับมาเป็นโสดเพราะสามีทิ้งผ่านไปสองปีกว่า ยังไม่เคยมีใครผ่านเข้ามาในชีวิต ถึงจะมีคนมาจีบไม่น้อยแต่ก็เข็ดกับความรักเหลือเกิน
“อืม...”
ชายหนุ่มครางแผ่วเบาอย่างรำคาญที่ถูกผ้าเปียกถูไปมาตามเนื้อตัว แต่นั่นกลับทำให้มัดกล้ามน้อยเต่งตึงขึ้นมา ป๋องแป้งกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ นานแค่ไหนที่เธอไม่เคยได้สัมผัสร่างกายผู้ชาย บางครั้งก็โหยหาอยู่เหมือนกัน เพราะตลอดหลายปีที่แต่งงานและใช้ชีวิตกับนายอ๊อด อดีตสามีทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่มีความต้องการสูง ด้วยกิจกรรมรักที่ไม่เคยขาด
“เธอคิดบ้าอะไร นี่น้องหมอนะ”
เธอเรียกเขาว่าน้องหมอ เพราะไปซื้อยาที่ร้านธนาบ่อยๆ ล่าสุดก็ไปซื้อยาคุมกำเนิดมาให้นายหัวเมธาวีใช้กับผู้หญิงของเขา และธนาเป็นคนขายยาให้เธอเองกับมือ ตอนนั้นจำได้ว่าเขาทำหน้าเขินๆ คงคิดว่าเธอซื้อไปใช้เอง
“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที“ผู้ชายก็มีครับแม่”“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม
“เมียเหรอ”เธอทวนคำนั้น วรรธน์มองเข้าไปในดวงตาของป๋องแป้งด้วยความจริงใจ "แป้ง" เขาเริ่มด้วยเสียงอ่อนโยน"ป๋าเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เพราะป๋ามีลูกไม่ได้ และที่ผ่านมาป๋าผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีใครที่ป๋าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลาเหมือนแป้งเลย วันนี้ถึงรู้แล้วว่า...ป๋ารักแป้งจริง ๆ อยากให้แป้งและเจ้าริวอยู่กับป๋า ลูกของแป้งจะเป็นลูกชายคนเดียวที่เดิมทีป๋าไม่สามารถมีได้ด้วยซ้ำ เรามาเติมเต็มให้กันและกัน มาสร้างครอบครัวกันดีไหม? "ป๋องแป้งฟังคำสารภาพด้วยหัวใจที่พองโต น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากวรรธน์ และรู้ว่าเขาพร้อมจะดูแลเธอและลูก "ป๋านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ผู้หญิงรอบตัวป๋ามีแต่สาวสวยไม่เคยมีลูกทั้งนั้น แต่ป๋าขอให้แป้งมาสร้างครอบครัวด้วยกัน"“ใช่ ป๋าเลือกแป้ง ดีซะอีกได้ทั้งเมียทั้งลูกเลย ป๋าน่ะเอ็นดูเจ้าริวนะ อาจเพราะว่ารักแม่ก็เคยพลอยเอ็นดูลูกแป้งไป”“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่ได้สารภาพรักแบบหวานชื่นๆ แต่ในประโยคที่พูดมีคำว่ารักเธออยู่ในนั้น ทั้งสองยิ้มให้กันดวงตาของป๋าวรรธน์ที่มองมานั้นช่างแสนอบอุน จู่ๆ ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อท้น จนป๋องแป้งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำ
“พี่ธนาบอกว่าเมื่อเช้าแอบไปคุยกับพี่แป้งมาเหรอคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่น “มายด์…พี่…ตอนนั้นพี่กระวนกระวายใจมากเรื่องลูก พี่อยากรู้ความจริง จะได้รู้ว่าจะทำยังไงต่อ” “พี่ไม่น่าทำอะไรที่ดูเหมือลับๆ ล่อๆ ถ้าพี่ไม่มีใจกับพี่แป้งจริง” มายด์พูดตรงๆ ทั้งน้ำตาคลอ“ไม่เลยมายด์ พี่ยืนยันว่าพี่กับพี่แป้งเราไม่ได้รักกัน คืนก่อนมายด์บอกพี่เองว่าเห็นพี่แป้งจูบกับป๋า”มายด์พยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้หญิงที่เคยนอนกับธนา ตอนนี้รักกับป๋าวรรธน์ และจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าแค่เคยนอนด้วยกันเฉยๆ ยังพอมองข้ามได้ แต่นี่คือเขาทั้งสองมีลูกด้วยกัน“มายด์ว่า...เราเลื่อนงานแต่งไปก่อนดีไหม มายด์อยากขอทบทวน”“ไม่นะมายด์ พี่ไม่เลื่อนเด็ดขาด พี่ไม่ได้ลังเลใจเลยที่จะแต่งกับมายด์ พี่รักมายด์มากนะครับ”“แต่พี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของลูก พี่จะทำยังไงกับเรื่องนี้ พี่คิดหรือเปล่าว่าจะรับผิดชอบเขา”เวลานี้มายด์ไม่รู้ควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ เธอขาดความมั่นใจว่าธนายังรู้สึกหวั่นไหวกับป๋องแป้งหรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากมีเวลานานกว่านี้ค่อยแต่งกับเขา ทั้งที่ผ่านๆ มาอยากให้ถึงวันแต่งเร็วๆ หลังจากพูดคุยกันมายด์ก็
หลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม
“ถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าถ้าวันนั้นธนารู้ว่าพี่ท้อง จะมองพี่เป็นคนยังไง จะไม่คิดหรือว่าพี่ท้องกับคนอื่นแล้วตั้งใจจับเธอ เพราะหลังจากมีอะไรกันเธอก็ทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนว่าเธอรับไม่ได้ และอยากหนีไปให้พ้น”เขาเถียงไม่ออก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมเราจะได้แก้ปัญหากัน…เอ่อ...”“อย่าแม้แต่คิดและอย่าพูดออกมานะธนา น้องริวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ เป็นแก้วตาดวงใจของพี่ ในความผิดพลาดที่พี่ทำให้เขาเกิด แต่น้องริวก็เหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ เป็นของขวัญที่พี่รักที่สุดในชีวิต”“ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่พี่อาจจะมีใครต่อใครตอนอยู่ที่เกาะ แต่เมื่อท้องก็ควรบอกผมสิ จะได้ตรวจ DNA เกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีลูก…”เมื่อพูดคำว่าลูก ใบหน้าเด็กชายก็แวบเข้ามาทำให้เขารู้สึกใจสั่นไหวอย่างรุนแรง ถ้าเขารู้วันนั้นและหากผลตรวจเป็นลูกของเขา เขาไม่มีวันที่จะคิดทำลายเด็กแน่นอน ป๋องแป้งหันไปเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะตอบ“ก่อนอื่นเลยนะ พี่ไม่อยากถูกเข้าใจผิดในเรื่องยาคุมกำเนิด พี่ไม่ได้กินเอง พี่ซื้อให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์ก ในช่วงเวลานั้นพี่ไม่เคย







