ANMELDEN“อ๊า!~มันเสียวนะไอ้แก่...” นารากดหัวเขาอย่างแรงหมายจะให้เขาหยุด แต่ทว่าเขาไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย เรี่ยวแรงของเธอน้อยเกินไปสำหรับเขา
“พูดให้มันดี ๆ หน่อย...เดี๋ยวก็โดนบีบคออีกหรอก...” ชรัณหยุดชั่วครู่ก่อนที่จะละเลงลิ้นต่อ ทำให้จุดกระสันของนาราถูกสั่นคลอนอย่างต่อเนื่อง กระตุ้นความรู้สึกเสียดเสียวให้แก่เธออย่างไม่มีพัก กระทั่งทำให้แข้งขาของเธอสั่นระริกไปหมด “หึหึ...เอาสิ...” นาราพยายามข่มความรู้สึกตัวเอง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเธอต้านไว้ไม่ไหวจากทั้งขาที่สั่นและใบหน้าที่แดงซ่านนั้น “ครั้งต่อไปถ้าบีบก็ทำให้กูหายใจไม่ออกและตายไปเลยได้ยิ่งดี...” หญิงสาวยังคงท้าทายหนุ่มใหญ่คนนี้อย่างไม่หวั่นเกรง เธอชอบที่จะกล่าวคำที่รุนแรงใส่อีกฝ่ายเพราะมันทำให้เธอรู้สึกฮึกเหิม แต่ในทางกลับกันชรัณเองก็ชื่นชอบบุคลิกที่ห้าวหาญของเธอ แต่มันต้องไม่เกินกว่าเส้นที่เขาวางไว้ หนุ่มใหญ่หยุดลิ้นชั่วครู่ “ไม่เข็ดหลาบเลยนะมึงเนี่ย...” ก่อนที่จะกอดเธออย่างแนบแน่นจากนั้นก็ดูดดื่มรสชาติหอมหวานจากร่องรักของเธออย่างป่าเถื่อนและไม่ปรานี นาราครางออกมาเสียงสั่นไหว ทุกสัมผัสที่เขามอบให้ราวกับคลื่นที่ซัดเข้าสู่ร่างกายเธอครั้งแล้วครั้งเล่า หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ควันบุหรี่ที่พ่นออกมาราวกับม่านหมอกบาง ๆ ปกคลุมรอบตัว เธอหอบหายใจถี่ ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาก็เฝ้ามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความวาบหวาม “อร๊าง...อา...ซี๊ด~อ๊า!” เสียงครางของเธอหลุดรอดออกมาโดยไม่รู้ตัว มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เธอเองก็ไม่สามารถระงับได้ กลิ่นควันบุหรี่ยังคงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ ยิ่งทำให้บรรยากาศยิ่งเร่าร้อนขึ้น หญิงสาวพยายามสูบบุหรี่ในมืออีกครั้งและอีกครั้งเพื่อกระตุ้นตัวเองไปด้วยขณะที่ถูกเขากระทำชำเรา ชรัณเพิ่มแรงกดดันในจังหวะการเคลื่อนไหวของเขา แต่ละการกระทำของเขาราวกับกำลังเล่นดนตรีที่เร่งเร้าจังหวะขึ้นเรื่อย ๆ เขาสังเกตเห็นร่างกายของนาราเริ่มเกร็งและกระตุกเป็นระลอก เธอดิ้นทุรนทุรายในอ้อมแขนของเขา แต่กลับไม่มีท่าทีว่าจะถอยหนีเลยสักนิด นาราหายใจแรงขึ้น ความรู้สึกที่ทับถมในตัวเธอราวกับลาวาที่เดือดพล่านอยู่ใต้พื้นดิน และในที่สุด ความร้อนระอุนั้นก็ระเบิดออกมา ร่างเล็กสั่นเทิ้ม ขณะที่เสียงครางสุดท้ายของเธอดังขึ้นพร้อมกับความปลดปล่อยที่ท่วมท้น ของเหลวสีใสไหลทะลักออกมาจากในร่องรักของเธอพุ่งพรวดเข้าไปในช่องปากและลำคอของชายตรงหน้า แขนเล็กโอบรัดเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าความรู้สึกอันล้นหลามนี้จะหายไป เมื่อความเร่าร้อนค่อย ๆ ซาลง นาราก็ถอนหายใจยาว สูดบุหรี่ในมือเธออีกครั้ง กลิ่นควันยาสูบอุ่นและขมเบา ๆ ยังคงอยู่รอบตัว หญิงสาวพ่นควันออกช้า ๆ ราวกับปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดไปพร้อมกับมัน ชรัณที่กลืนกินน้ำหวาน ๆ ของเธอเข้าไปอย่างหมดจดจากร่องรักสีชมพูสดสวยนี้ เขาก็มองเธอด้วยสายตาที่นิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความพึงพอใจ เขาปัดเส้นผมที่หล่นมาปรกหน้าเธอออกอย่างเบามือ ก่อนจะลุกขึ้นช้า ๆ ขณะที่เธอยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น สูบบุหรี่ในมือที่เหลือเพียงก้นมวน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงอีกครั้ง แต่ในความเงียบนั้น กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ราวกับว่าควันบุหรี่ที่ลอยอ้อยอิ่งไม่ได้เพียงแต่ปกคลุมห้อง แต่ยังหลงเหลือในใจของทั้งสองคน ชรัณถอดเสื้อเชิ้ตของเขาออกอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นแผ่นอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นขึงราวกับสร้างขึ้นจากศิลปะชั้นสูง เขาสูดลมหายใจลึก พร้อมกับปลดปล่อยควันบุหรี่ออกมาช้า ๆ สายตาคมกริบจับจ้องไปยังนาราที่นั่งอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนที่เสียงทุ้มหนักจะดังขึ้นในห้องที่เงียบงัน “บางทีอะไร ๆ อาจจะง่ายขึ้น ถ้าเธอยอมรับว่าตัวเองเป็นเด็กฉันเสียดี ๆ ทำตัวน่ารัก ๆ และมอบความพอใจให้ฉัน เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่รู้ว่าฉันต้องการอะไรเขาทำกัน” นาราไม่แม้แต่จะกระพริบตาเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธอเอนตัวพิงพนักโซฟา สูดบุหรี่อย่างใจเย็น ปล่อยควันบางเบาให้ลอยคลอเคลียในอากาศ “หึ...คิดว่ากูจะเป็นกะหรี่หรือเด็กเลี้ยงของมึงง่าย ๆ หรือไง? อย่าลืมสิว่ากูเป็นเพื่อนลูกสาวมึง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ชรัณหัวเราะในลำคอ สายตาที่เต็มไปด้วยความลึกลับจ้องมองเธอราวกับกำลังมองเหยื่อที่พยายามดิ้นรน “ได้ข่าวว่าตอนนี้เธอเองก็ต้องการเงินใช่ไหม...ครอบครัวเธอกำลังล้มละลายไม่ใช่เหรอ? ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับห้างที่ถูกปิดตัว” เขาพูดขณะที่ปลดกระดุมเสื้ออย่างต่อเนื่อง น้ำเสียงมั่นคงและแฝงด้วยอำนาจ “มันไม่เกี่ยวกับมึงเสียหน่อย...” นาราวางบุหรี่ในมืออย่างสง่างาม ก่อนที่จะเอนตัวมาข้างหน้า จ้องมองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “ตามที่ตกลงไว้...แค่ให้เงินกูมาวันละหมื่น มึงก็จะได้ในสิ่งที่มึงต้องการ และไม่มีการลงหรือโพสต์คลิปพวกนั้นให้ใครรู้...” ชรัณหยิบแก้วเหล้าขึ้นมา เทของเหลวสีอำพันลงในแก้วอย่างช้า ๆ จากนั้นเขาก็ยื่นแก้วนั้นให้เธอ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความท้าทาย “แล้วถ้าเธอไม่ได้มาเจอฉัน เธอคิดจะทำงานอะไรล่ะ?” นารารับแก้วมาอย่างไม่ใส่ใจ เธอยกขึ้นจิบ ริมฝีปากแตะของเหลวราวกับกำลังลิ้มรสความกล้าในตัวเอง “เด็กเชียร์เบียร์...พนักงานเสิร์ฟร้านเหล้า...นักเต้นในผับ หรือถ้าจำเป็นก็อาจจะขายตัว...อะไรก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่ได้เงิน” คำตอบของเธอทำให้ชรัณหัวเราะเบา ๆ เขาสูบบุหรี่อีกครั้งก่อนจะพ่นควันออกมาอย่างใจเย็น “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะให้เธออีกหมื่นหนึ่งรวมเป็นสองหมื่นต่อวัน เพื่อให้เธอทำงานพวกนั้นที่เธอกล่าวมาให้ฉันที่นี่ มันคงจะดีไม่น้อยหากได้เห็นเธอในชุดนักเต้นที่ดึงดูดคนได้เหมือนในคลิปที่เธอโพสต์ในติ๊กต็อกหรือไอจี...เธอมีศักยภาพที่จะดึงดูดใจหนุ่ม ๆ จะว่าไงดีล่ะ...ประมาณว่า...เธอมันยั่ว” นาราเลิกคิ้วขึ้น เธอยกแก้วเหล้าขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ปนเปกับความรู้สึกหลากหลาย “ทุเรศจริง ๆ มึงแม่งเจ้าเล่ห์...” ชรัณยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจ เขาค่อย ๆ ปลดเข็มขัดและดึงกางเกงลงอย่างไม่เร่งรีบ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาราวกับกำลังแสดงบทละครที่เขาเป็นผู้ควบคุม บรรยากาศในห้องเริ่มเปลี่ยนไป กลิ่นอายของเหล้าผสมผสานกับควันบุหรี่ที่ลอยเคว้งในอากาศ ทำให้ทุกอย่างดูพร่ามัวและร้อนแรงมากยิ่งขึ้น เสียงเพลงแจ๊สที่เปิดคลอเบา ๆ กลายเป็นฉากหลังของเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น สร้างความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกที่ถูกตัดขาดจากความจริง “ถ้าตกลง ก็เข้ามาใกล้ ๆ สิ...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจที่ยากจะต้านทาน “ทำให้ฉันพอใจอีกสักยก แล้วฉันจะทำให้เธอรู้ว่าเธอเลือกถูก” นารายกบุหรี่ขึ้นสูบเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะพ่นควันออกมาอย่างแรง ริมฝีปากของเธอบิดเป็นรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและการยอมจำนนที่แฝงความขมขื่น เธอจิ๊ปากเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาด้วยท่าทีเยื้องย่างเหมือนนักล่า “ชิ...” เสียงนี้เป็นทั้งคำท้าทายและการยอมรับกลาย ๆ “มานั่งตรงนี้” ชรัณพยักหน้าไปยังพื้นที่พรมตรงหน้าของเขา พร้อมกับเอนตัวพิงพนักโซฟาในท่าทีผ่อนคลาย แต่สายตายังคงจับจ้องนาราไม่วาง “แล้วก็ใช้ปากให้ฉัน...” คำพูดของเขาเป็นคำสั่งที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ นาราเดินเข้าไปหาช้า ๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าชรัณ ดวงตาของเธอเงยขึ้นมองสบกับสายตาของเขา แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งท้าทายและยอมจำนนในคราวเดียวกัน ริมฝีปากของเธอสั่นไหวเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงทำตามคำสั่งนั้นอย่างเงียบงัน มองดูท้อนเนื้อที่ใหญ่เกินมือและยาวเกินใบหน้าของเธอในระยะใกล้ กลิ่นอับชื้นและคาวใคร่ลอยมาเตะจมูกเธอ นาราใช้นิ้วเรียวสัมผัสถึงความแข็งของมันและเส้นเอ็นที่ปูดโปนรอบลำ จากนั้นก็ใช้อุ้มมือทั้งสองข้างจับมันไว้โดยค่อย ๆ แลบลิ้นออกมารองรับส่วนปลายสีม่วงอมชมพูนี้ เสียงลมหายใจของชรัณดังชัดขึ้นเมื่อสัมผัสแรกเกิดขึ้น ความอุ่นของริมฝีปากนาราที่แตะผิวกายทำให้เขาหลับตาลงชั่วครู่ ราวกับต้องการจดจำทุกความรู้สึกนี้ไว้ นาราเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง ริมฝีปากของเธอประหนึ่งกำลังวาดภาพศิลปะที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและความพิถีพิถัน เสียงเพลงคลอเบา ๆ ยังคงดำเนินต่อไป แต่เวลานี้กลายเป็นเสียงกระซิบของอารมณ์ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ชรัณสูดลมหายใจลึก ก่อนจะพึมพำเสียงแหบพร่าท่าทีแฝงอำนาจอย่างชัดเจน “ดีมาก...แบบนั้นแหละ...ถ้าทำแบบนี้ได้ทุกวัน...ไม่แน่วันหนึ่งฉันอาจจะให้เธอมาเป็นภรรยาฉันเต็มตัว...” ทุกอย่างในห้องนั้นราวกับหยุดนิ่ง มีเพียงความเร่าร้อนที่แผ่กระจายและเสียงลมหายใจที่กลายเป็นจังหวะดนตรีที่ไม่มีโน้ตใดสามารถบรรยายได้... To be continued...มัดหมี่ทอดสายตามองท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา ริมฝีปากของเธอคลี่ยิ้มบางเบา แม้ว่าในใจจะยังมีความรู้สึกเหนื่อยหน่ายซ่อนอยู่ การได้รับคำชวนจากชรัณ—พ่อของเธอ และนารา—แม่เลี้ยงสุดสวย ให้เดินทางไปพักผ่อนบนเรือยอร์ชส่วนตัว ดูเหมือนจะเป็นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ว่าในบ้าน เธอจะยังคงหงุดหงิดกับพฤติกรรมของคนทั้งสอง ทั้งการแสดงความรักอย่าง ‘โจ่งแจ้ง’ ในบางครั้ง หรือแม้กระทั่งความเย็นชาที่แฝงมาในรูปแบบของความเฉยเมย แต่มัดหมี่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการหนีออกจากกรอบชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายในตอนนี้ คือสิ่งที่เธอโหยหา มัดหมี่เคยคิดว่าตัวเองอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง การได้ทำงานในตำแหน่งนักการทูตในองค์กรเอกชนระดับนานาชาติที่ใครหลายคนใฝ่ฝันนั้นควรจะเติมเต็มชีวิตเธอ แต่เมื่อได้สัมผัสความจริง เธอกลับพบว่าเส้นทางนี้ไม่สวยงามอย่างที่คาดคิด งานที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน การแข่งขัน และความวุ่นวาย ทำให้เธอหมดพลังไปทีละน้อย ราวกับเปลวเทียนที่กำลังดับลง เธอตัดสินใจลาออก ปล่อยให้ความฝันที่เคยมีจางหายไปในความว่างเปล่า และกลับมาเป็นลูกสาวที่ต้องพึ่งพาความเมตตาของพ่ออีกครั้ง ชรัณไม่เคยเอ่ยคำตำหนิใด ๆ อ
วันรับปริญญาวันที่ท้องฟ้าสดใส บรรยากาศในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะ นักศึกษาสวมชุดครุยเดินสวนกันไปมา พร้อมครอบครัวและเพื่อน ๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดี เสียงแตรรถยนต์และดอกไม้ช่อใหญ่ที่ทุกคนถือไว้ในมือช่วยเติมสีสันให้วันนี้กลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่า มัดหมี่ในชุดครุยสีขาวคาดแถบสีแดงดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เธอเดินผ่านสวนดอกไม้ของมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของมวลพฤกษา นาราเดินตามหลังถือกล้องถ่ายรูป จับภาพทุกอิริยาบถของมัดหมี่อย่างตั้งใจ “มึงจะถ่ายทำเหี้ยอะไรนักหนา...” มัดหมี่โพล่งขึ้นเมื่อเห็นนารายกกล้องขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะอับอาย “กูก็อยากเก็บภาพลูกสาวให้ได้เยอะ ๆ ไง” นาราพูดติดตลก พร้อมกับหัวเราะเบา ๆ พลางกดชัตเตอร์อีกครั้ง “เลิกล้อได้แล้ว กูเขิน!” มัดหมี่พูดพลางทำท่าหลบกล้อง แต่ก็ยังเหลือบมองเพื่อนสาวที่ยืนยิ้มอยู่อย่างอดไม่ได้ เสียงพูดคุยและหัวเราะของทั้งสองดึงดูดสายตาจากคนรอบข้าง หลายคนหันมามองและยิ้มให้ ราวกับบรรยากาศสดใสระหว่างทั้งสองเป็นภาพที่ชวนมอง “เมื่อก่อนเห็นมีแต่จะหงุดหงิด...ทำไมเดี๋ยวนี้เขินเสียล่ะ?” น
ในวันที่ท้องฟ้าของมัดหมี่ที่เคยสว่างสดใสกลับกลายเป็นสีเทาหม่น ความทรงจำระหว่างเธอกับนาราผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เหมือนภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำในหัว—จากวัยมัธยมปลายจนถึงช่วงมหาวิทยาลัย ทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทกันจนแทบจะเรียกได้ว่าไร้ช่องว่างระหว่างกันมัดหมี่ในวัยมัธยมปลายคือหญิงสาวที่เปรียบดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เธอสง่างาม เรียบร้อย และเป็นที่รักของทุกคน ไม่เพียงแค่ความงามภายนอก แต่ยังรวมถึงความมีความฝันอันชัดเจนที่จะเป็นนักการทูตอีกด้วย ตรงข้ามกับนารา สาวห้าวที่มักจะใช้ชีวิตอยู่บนสนามกีฬา เล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนผู้ชายและไม่มีใครกล้าจีบ แต่ความแตกต่างเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ทั้งสองคนกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดต่อกันความสัมพันธ์เริ่มแน่นแฟ้นขึ้นเมื่อมัดหมี่ชวนนาราเข้าร่วมคณะกรรมการนักเรียน ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน และแม้กระทั่งแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัวที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง โดยเฉพาะเรื่องแฟนหนุ่มของมัดหมี่ในเวลานั้น—ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แต่กลับไม่มีเป้าหมายในชีวิต ความรักครั้งนั้นของมัดหมี่เป็นเหมือนเชื้อไฟที่พร้อมจะดับลงทุกเมื่อ นาราเป็นคนกลางที่พยายามประคองความสัม
เสียงเนื้อกระทบกันดังถี่ระรัว ราวกับจังหวะกลองรบที่เร่งเร้า ชรัณพึมพำเสียงต่ำข้างหูของเธอ “เสี้ยนไม่ไหวแล้วรึไง...โอดครวญเหมือนหมาไปได้...” น้ำเสียงเขาเจือไปด้วยความกระหายและท้าทายชรัณปรับเปลี่ยนท่าทางอย่างไม่ทันให้เธอตั้งตัว เขาดึงแขนทั้งสองของเธอให้ยืดขึ้น ร่างของเธอถูกยกขึ้นจากโต๊ะจนเธอสามารถยืนและแอ่นก้นไปด้วยได้ แม้จะทำให้แผ่นหลังโค้งงอดูลำบากลำบนแต่ก็แลกมากับความรู้สึกดี ๆ ที่ทยานเข้ามานาราต้องแบกรับความรู้สึกท่วมท้นนั้นด้วยร่างกายบอบบางของตัวเอง ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกที่เกินจะอธิบาย คิ้วขมวด ริมฝีปากเผยอ น้ำตาคลอจากความเสียวซ่านที่ท่วมท้น“ฉันชอบ…ท่านี้…” เธอกล่าวเสียงสั่น น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความพอใจในสิ่งที่เขามอบให้ ผมยาวของเธอพลิ้วไหวไปตามแรงที่เขาขับเคลื่อน ชรัณถามยั่วด้วยเสียงทุ้มต่ำขณะที่โน้มตัวลงมากอดเธอแน่น “แล้วชอบอะไรมากที่สุดล่ะ...” เขากล่าวพลางใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าของเธอเอาไว้ กอบกุมคางอย่างมั่นคง นิ้วหัวแม่มือของเขาสัมผัสริมฝีปากของเธอ ก่อนที่เขาจะสอดนิ้วเข้าไปเบา ๆ หญิงสาวรับมันด้วยความเต็มใจ เธอกัดเบา ๆ พลางดูดนิ้วเขาราวกับต้องการยั่วกลั
“ยั่วเก่งจริง ๆ เลยนะเด็กคนนี้...” ชรัณกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงกระตุ้นที่ยากจะซ่อนเร้น ดวงตาคมกริบจับจ้องเธออย่างลึกซึ้ง ขณะที่เขารับรู้ถึงแรงบีบอัดและสัมผัสที่เธอมอบให้ ผ่านริมฝีปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม และลำคอ ร่างกายของเขาเหมือนจะตอบสนองต่อสิ่งที่เธอทำโดยไม่อาจหักห้ามได้“ได้...” เขากล่าวพร้อมกับสูดลมหายใจลึกเพื่อควบคุมตัวเอง ริมฝีปากยกยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ “ถ้าเธอทำให้ฉันเสร็จได้จริง ฉันจะสนองความอยากเงี่ยนง่านของเธอให้เอง...”นาราค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาด้วยท่วงท่าเชื่องช้า น้ำลายบางส่วนเป็นสายลื่นไหลเชื่อมต่อระหว่างเธอกับส่วนปลายสีม่วงอมชมพูนั้น แสงไฟในห้องสะท้อนหยาดนั้นราวกับอัญมณีเลอค่า เธอใช้ปลายนิ้วเรียวเช็ดขอบปากตัวเองอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเธอเปล่งประกายเจ้าเล่ห์ ท้าทาย และยั่วยวน“อย่ามาท้าทายฉันนะ...” เธอกล่าวเสียงหวาน รอยยิ้มที่มุมปากเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองในขณะที่เธอรู้ว่าเขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอ หญิงสาวใช้มือกอบกุมท่อนเนื้อที่ใหญ่เกินมือนี้ไปด้วยพลางชักขึ้นชักลงขณะพูดคุยกับเขาชรัณไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กลับเอนกายลงบนโซฟา ท่วงท่าที่เขาทำเหมือนจะ
ในห้องน้ำของโรงแรมนาราทรุดตัวลงกับขอบอ่างอาบน้ำ พลางใช้มือยันขอบไว้เพื่อพยุงร่างกายที่อ่อนล้า แข้งขาแทบไร้เรี่ยวแรง เธอค่อย ๆ สอดตัวลงในน้ำอุ่นที่ลอยละล่องด้วยฟองสบู่สีขาว สัมผัสของน้ำช่วยบรรเทาความปวดร้าวที่แล่นไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยและต้นขาที่อ่อนยวบอย่างน่าใจหาย“แม่งเอ๊ย...ไม่น่าเลยกู...” เสียงพึมพำดังขึ้นจากริมฝีปากบางที่ยังคงเจือรอยซีดจาง เธอสบทกับตัวเองขณะพยายามปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอ ความรู้สึกแสบร้อนจากแผ่นหลังและก้นยิ่งตอกย้ำถึงค่ำคืนอันร้อนแรงที่เพิ่งผ่านมา“อายุห้าสิบกว่าแล้ว แต่แรงแม่งยังกับหมาบ้า...” นาราบ่นอุบอิบ พร้อมกวาดมือไล่หยดน้ำจากใบหน้าที่เปื้อนด้วยหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้า ริมฝีปากบางโค้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงชรัณ เจ้าของพลังที่ราวกับไม่เคยลดน้อยลงตามวัยเธอหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดควันเข้าปอดลึก ๆ ก่อนพ่นออกมาเป็นสายหมอกจาง ๆ ที่ล่องลอยวนเวียนในอากาศรอบตัว รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏบนใบหน้า เธอนั่งเอนพิงขอบอ่าง น้ำอุ่นกระเพื่อมเบา ๆ ราวกับจะโอบอุ้มความอ่อนล้าของเธอไว้ เธอในตอนนี้ดูราวกับเทพธิดาที่หลบซ่อนความงดงามไว้ในแสงจันทร์จาง ๆ ภายในห้องน้ำสลัวความ







