เข้าสู่ระบบวันนี้ฉินเหวินกับหลงเสวี่ยเวยภรรยาได้วันหยุดจาก
“อืม...ที่เพ่ยหยูพูดก็มีเหตุผลนะ เราแค่ทำงานวิจัยให้ดีกว่าที่คนเก่าเคยทำไว้ก็พอแล้ว พอกลับไปถึงประเทศก็ค่อยหาซื้อของเก่าส่งทางเรือกลับไปทีหลังแล้วไปเริ่มพัฒนาให้ดีกว่าเดิมน่าจะดีกว่าจริง ๆ นั่นแหละ” หวังหมิงทงพยักหน้าเห็นด้วยกับเพ่ยหยู“เอาแบบนั้นก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะปรับความเสถียรของโปรโตคอลให้เข้ากับเครือข่ายอีกไม่นานก็น่าจะเสร็จ จากนั้นค่อยทำเล่มงานวิจัยแล้วเตรียมนำเสนอพร้อมกันดีไหม” เซียวอวี้ตงเองก็เหลือขั้นตอนไม่มากแล้วในการทดสอบโปรโตคอลของตัวเอง“ได้สิ พอดีกับที่อาทิตย์หน้าพี่เยี่ยนจะมาถึง พวกเราค่อยปรึกษาเขาอีกทีว่าการเปลี่ยนเป้าหมายงานวิจัยคราวนี้จะดีกว่าไหม” เพ่ยหยูอยากได้คำแนะนำจากเซี่ยเยี่ยนด้วย เพราะเขาน่าจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ดีกว่าพวกเธอ“
เช้าวันต่อมา เพ่ยหยูตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น เธอไม่ได้นอนหลับสบายขนาดนี้มานานแล้ว วันนี้เพ่ยหยูเลยคิดจะลงไปข้างล่างเพื่อคุยกับเพื่อน ๆ สักหน่อยว่าพวกเขาทำงานวิจัยกันไปถึงไหนแล้ว ของเพ่ยหยูเหลือแค่ทำเล่มงานวิจัยเพื่อเตรียมนำเสนอให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยพิจารณาการเรียนจบของเธอเท่านั้นหลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เพ่ยหยูก็ลงไปข้างล่างพร้อมรอยยิ้มบาง เธอทักทายม่อชิวและซี่หลิวที่กำลังทำความสะอาดกันอยู่ที่ห้องรับแขกอย่างอารมณ์ดี“อวี้ตงกับหมิงทงยังไม่ตื่นกันเหรอคะพี่ ๆ” เพ่ยหยูถามหลังจากนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง“น่าจะอีกสักพักก็คงลงมาทานข้าวตามปกติกันครับ” ม่อชิวตอบกลับ ช่วงนี้คุณชายทั้งสองมักจะลงมาทานข้าวเช้าพร้อมกัน มีเพียงมื้อเที่ยงตอนเซียวอวี้ตงไม่อยู่เท่านั้นที่หวังหมิงทงจะให้อวี่หนิงนำอาหารเที่ยงขึ้นไปให้บนห้องเหมือนกั
หวังหมิงทงที่ได้อุปกรณ์มาครบแล้วก็เริ่มต้นซ่อมสิ่งของที่ซื้อมาเช่นกัน เขายังเปิดประตูระเบียงและขนของออกไปซ่อมที่ระเบียงเพื่อไม่ให้อากาศในห้องได้รับมลพิษด้วย ซึ่งเซียวอวี้ตงเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาแค่บอกให้หวังหมิงทงคอยระวังให้ดีระหว่างซ่อมด้วย ปลั๊กพ่วงสายยาวที่ซื้อมานั้นถูกลากออกไปยังระเบียงเพื่อให้หวังหมิงทงใช้เสียบเครื่องมือต่าง ๆเพ่ยหยูเองก็เปิดประตูระเบียงห้องนอนของเธอออกเพื่อระบายอากาศจากการซ่อมเมนบอร์ดเก่าที่ได้รับความเสียหายหลายจุด ยังดีที่เธอซื้อหน้ากากอนามัยสำหรับป้องกันควันจากการบัดกรีกลับมาหลายอัน เพ่ยหยูจึงไม่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง เธอยังคงหมกมุ่นอยู่กับสิ่งของต่าง ๆ ที่ซื้อมือสองมาจนลืมเวลาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เพ่ยหยูก็รีบวางสิ่งของแล้วลุกออกไปบอกม่อชิวว่าอีกสักพักจะลงไป เพ่ยหยูต้องพักผ่อนบ้างเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากต้องบัดกรีเมนบอร์ดมาหลายอันหวังหมิงทงเองก็แทบไ
“พวกเรารอได้ เธอทำไปเถอะ” เซียวอวี้ตงอดทึ่งกับความเก่งของเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เมื่อก่อนเขายังคิดว่าตัวเองเก่งสูสีกับเพ่ยหยูอยู่บ้าง แต่พอมาตอนนี้ เซียวอวี้ตงรู้แล้วว่าอัจฉริยะที่แท้จริงเป็นยังไง เพ่ยหยูสามารถสร้างโปรแกรมที่ดีกว่าที่เคยมีมาด้วยตัวคนเดียวถึงสองโปรแกรมเพ่ยหยูใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงถึงจะลงโปรแกรมให้หวังหมิงทงได้อย่างสมบูรณ์ เพราะตอนแรกโน้ตบุ๊คไม่สามารถรับข้อมูลขนาดใหญ่ของโปรแกรมได้ ทำให้เพ่ยหยูต้องแก้ไขหน่วยความจำในโน้ตบุ๊คด้วยโค้ดอัลกอริทึมแบบใหม่ที่เธอใช้เพื่อขยายหน่วยความจำขึ้นมาเลยเสียเวลาไปไม่น้อยกว่าจะเสร็จการลงโปรแกรม“เครื่องนายฉันเพิ่มหน่วยความจำใส่ชิปใหม่ให้เป็นสองเท่าแล้วนะหมิงทง นายใช้งานมันได้ตามปกติเลย เพียงแต่ตอนรันดูชิปในโปรแกรมอาจต้องใช้เวลามากสักหน่อย เพราะโน้ตบุ๊คของนายความเร็วต่ำกว่าพีซีของฉันหลายเท่าน่ะ” เพ่ยหยูอธิบายหลังส่งโน้ตบุ๊คคืนให้เพื่อน
เพ่ยหยูรอหน้าร้านไม่นานก็เห็นม่อชิวกับซี่หลิวเข็นรถออกมานำของใส่ท้ายรถของเซี่ยเยี่ยนจนเสร็จ ก่อนพวกเขาจะนำรถเข็นกลับเข้าไปคืนในร้านแล้วชวนเพ่ยหยูขึ้นรถ“คุณหนูอยากไปไหนต่อครับ” ม่อชิวถามหลังจากขึ้นรถแล้ว“กลับบ้านเลยค่ะ รบกวนพวกพี่ช่วยขนของพวกนี้ขึ้นไปที่ห้องฉันให้ทีนะคะ ฉันยังมีงานต้องทำต่ออีกเยอะเลยค่ะ” เพ่ยหยูบอกทั้งสองคน“ช่วงนี้คุณหนูไม่ต้องเข้าเรียนเหรอครับ” ซี่หลิวอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ตารางเรียนพวกนั้นไม่มีผลกับการตัดเกรดค่ะ ฉันเลยไม่อยากเสียเวลาเข้าเรียน” เพ่ยหยูบอกไปตามตรง เธอไม่เห็นว่ารายวิชาพวกนั้นจะช่วยให้งานวิจัยของเธอเสร็จเร็วขึ้นสักนิด สู้เธอเอาเวลาไปอ่านหนังสือและรีบทำอัลกอริทึมของตัวเองยังเร็วกว่าอีก
“นายไม่ต้องขอบใจฉันหรอกน่า ฉันแค่อยากทำอะไรที่ท้าทายใหม่ ๆ และเป็นประโยชน์ให้นายด้วยยังไงล่ะ” เพ่ยหยูยิ้มบางตอบเพื่อนอย่างสบาย ๆ“คุณหนูรีบกินข้าวก่อนดีไหมครับจะได้ขึ้นไปพักผ่อนต่อ” ม่อชิวยังเป็นห่วงเพ่ยหยูที่ก่อนหน้านี้หลับไปนานจนเขาอดห่วงไม่ได้“ตกลงค่ะ คืนนี้ฉันจะพักผ่อนให้ดี ๆ แล้วจะได้เริ่มทำโปรแกรมให้หมิงทงพรุ่งนี้” เพ่ยหยูยิ้มรับคำของม่อชิว แต่ก่อนนอนเธอจะส่งอีเมล์หาเซี่ยเยี่ยนและปู่ของเธอเพื่อบอกสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำหลังจากนี้ เผื่อว่าทั้งสองคนจะมีคำแนะนำดี ๆ ส่งมาให้เธอบ้างหลังมื้ออาหารจบลง ทุกคนต่างแยกย้ายกันขึ้นห้องไป ส่วนพวกม่อชิวก็จัดเก็บจานชามตามหน้าที่ของตัวเอง พรุ่งนี้พวกเขาจะต้องตรวจสอบรถที่จอดทิ้งไว้หลายวันและนำรถไปเติมน้ำมันเอาไว้ให้เต็มถังตามปกติด้วย
“ครับ/ค่ะ” เสียงเด็กที่อยู่ในห้องต่างรับคำพร้อมกันทันที พวกเขาไม่เหมือนเด็กสามคนนั้นที่เพิ่งเข้ามาไม่กี่วันก็เอาแต่ก่อเรื่องแล้ว
“ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องซักนะ พวกพี่จะมาซักตอนพักเที่ยง” ไป่หลิวกระซิบบอกเสียงเบาเช่นกัน“ใช่ ใช่ ของพี่ก็เหมือนกันนะ น้องสาวอย่าทำให้ตัวเองลำบากล่ะ” ซู่ฟางรู้ดีว่าเพ่ยห
พวกเด็กที่เรียนร่วมกับไป่หลิน ซู่ฟางและจางเจี้ยนต่างไม่ได้สนใจพวกเขา มีเพียงเด็กไม่กี่คนในห้องนอนนี้ที่เพิ่งเคยเห็นพวกเขาเท่านั้นหันไปมองบ้างเป็นบางครั้ง กระทั่งพวกไป่หลิวเอนตัวลงนอนพักผ่อน เด็กพวกนั้นก็เลิกสนใจพวกเขาและนอนเงียบ ๆ เช่นกัน
เมื่อเสียงประกาศดังออกมาจากลำโพงไม่นาน เพ่ยหยูที่นั่งอยู่รอดูขั้นตอนต่อไปของการทานมื้อเที่ยงถึงกับเบิกตาโตมองดูกลุ่มเด็กจำนวนมากเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบโดยมีเพียงเสียงก้าวเดินของทุกคนเท่านั้นที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณ เพ่ยหยูอดคิดไม่ได้ว่า







