Beranda / โรแมนติก / เมีย(ลับ)นายทุน / บทที่14 ที่พึ่งพิง

Share

บทที่14 ที่พึ่งพิง

Penulis: Noppharat
last update Tanggal publikasi: 2026-03-11 22:53:43

บทที่14

ที่พึ่งพิง

เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์สงบลงเมื่อเท้าของมินตราแตะพื้นฮอลิโพลของโรงพยาบาลเอกชนใจกลางกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในเครื่องแบบรีบมารับทันที

หญิงสาวอยากวิ่งไปยังแผนกฉุกเฉิน แต่ฝ่ามืออบอุ่นกลับคว้ามือเธอไว้ ไม่ใช่เพื่อห้าม หากแต่ให้เธอใช้บัตรVIPที่เขาให้เลขาคนสนิทเร่งเอามาให้

“ใช้บัตรนี้ เธอเข้าได้ทุกโซน ไปเถอะ พวกเขารออยู่แล้ว”

เสียงของเขานุ่มลึกแต่มั่นคง สร้างแรงกระตุ้นในใจให้หญิงสาวกลั้นน้ำตาและรีบวิ่งไปข้างหน้า ภายในครึ่งชั่วโมงหลังสายโทรศัพท์ แม่ของเธอถูกย้ายจากโรงพยาบาลชนบทมาที่นี่ด้วยรถพยาบาลบริษัทในเครือของคิรินทร์ ห้องผ่าตัดเล็กเปิดไฟรอ ราวกับโลกหมุนตามคำสั่งของชายคนเดียว

มินตราก้าวไปตามทางสว่างจ้า กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงล้อเตียงดังสะท้อนหัวใจที่เต้นโครมคราม เมื่อเห็นแม่บนเปลแขนขวาเข้าเฝือก น้ำตาของเธอก็พรั่งพรู เธอทรุดตัวลงข้างเตียงทันที

“อย่าร้องนะลูก แม่ไม่เป็นไรยังหัวเราะได้อยู่เลย”

เสียงปลอบโยนของมารดาฝืนกลั้วรอยยิ้ม แต่ยิ่งทำให้หัวใจมินตราบีบรัดจนเจ็บหน่วงขณะเธอกุมมือแม่สั่นเทา คิรินทร์ยืนคุยกับหมออาวุโส ท่าทางสงบน่าอุ่นใจแต่ถ้อยคำเด็ดขาด

“กระดูกร้าว ต้องดามเฝือกใหม่ พักฟื้นหกถึงแปดสัปดาห์”

หมอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามธรรมเนียมวิชาชีพ

“เรียกหมอวรเมธคืนนี้ ค่าใช้จ่ายผมรับผิดชอบ”

ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ ทว่าหนักแน่นมินตราหันมองเขาอย่างอึ้งงัน ความรวดเร็วในการตัดสินใจ การออกคำสั่งและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้เธอไม่อาจละสายตา

เขาสามารถจัดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกลางดึกได้จริง ๆ เพียงประโยคเดียว เมื่อแม่ถูกเข็นเข้าห้องพักฟื้น คิรินทร์เดินกลับมาหาเธอ ยื่นขวดน้ำดื่มกับกระดาษทิชชู่ให้

“ดื่มน้ำ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และตั้งสติให้มั่นเธอต้องเข้มแข็งเพื่อแม่”

เสียงของเขาไม่หวานนัก แต่แฝงด้วยพลังที่ทำให้เธอกลืนน้ำตาได้ในพริบตา

“คุณทำทั้งหมดนี้เพราะอะไรคะ เราเพิ่งรู้จักกันไม่นาน”

เธอถามเสียงสั่นเครือ น้ำตาซึมอีกระลอก

“เพราะเธอร้องไห้ มันทำให้ฉันเจ็บไปด้วย”

เขาตอบพร้อมยื่นมือเช็ดคราบน้ำตาจากข้างแก้มเธออย่างแผ่วเบา หญิงสาวซบใบหน้าลงบนแผงอกกว้าง ลมหายใจสะอื้นถูกกล่อมด้วยฝ่ามืือใหญ่ที่ลูบผมเธออย่างเอาใจใส่

เขาไม่ใช่แค่ผู้ชายที่ร้อนแรงในค่ำคืนอีกต่อไป แต่เป็นผู้ชายที่เธอรู้สึกปลอดภัยแม้ยามโลกทั้งใบโหดร้าย สี่ชั่วโมงต่อมาแม่ของเธอเข้าห้องพักฟื้นวีไอพีเรียบร้อย คิรินทร์สั่งเปลี่ยนเครื่องนอนใหม่ ผ้าม่าน ผ้าเช็ดตัว และพัดลมไอเย็น

“ฉันจะเฝ้าแม่กับเธอคืนนี้”

เขาเอ่ยช้า ๆ แววตานิ่ง แต่ลึกซึ้งจนเธอสะท้อนใจ มินตรายื่นมือไปจับมือเขาแน่น น้ำตาซึมอีกครั้ง ทว่าเป็นน้ำตาแห่งการปลดปล่อย รู้แล้วว่าเธอไม่ได้ต้องแบกรับทุกอย่างคนเดียวอีกต่อไป

ยามค่ำในโรงพยาบาลเอกชนเงียบสงบ แสงไฟสีอบอุ่นจากโคมเพดานทอดตัวลงมาบนผ้าปูเตียงสีขาวสะอาด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อยังลอยอ้อยอิ่งในอากาศ และเสียงวัดชีพจรจากเครื่องข้างเตียงก็ยังคงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

มินตรานั่งอยู่ข้างเตียงแม่ ดวงตาเหม่อลอย เธอเฝ้าดูมืออันเหี่ยวย่นที่ถูกดามเฝือกไว้อย่างทะนุถนอม แต่ในใจกลับไม่สงบนิ่งเช่นเดียวกับท่วงท่าภายนอก ความอ่อนล้าจากตลอดวันที่ผสมปนเปไปกับความรู้สึกอบอุ่นที่ได้เห็นแม่ปลอดภัยและความหวั่นไหวที่เธอไม่สามารถอธิบายได้

เธอถอนหายใจ ก้มหน้าลงข่มเปลือกตาเพื่อไล่ความรู้สึกวูบไหวออกไป ทันใดนั้น เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นแผ่วเบาอยู่บนโต๊ะกาแฟใกล้ๆ เป็นเครื่องของคุณคิรินทร์ที่เขาวางทิ้งไว้ก่อนออกจากห้อง

หน้าจอขึ้นข้อความแจ้งเตือนว่า:

>ดร. วรเมธ ศัลยแพทย์:เรื่องคุณน้ำทิพย์ รบกวนติดต่อกลับก่อน 22.00 น.

ดวงตาของหญิงสาวจับจ้องหน้าจอครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล เธอไม่แตะต้องโทรศัพท์ แต่เพียงแค่เห็นชื่อและข้อความเหล่านั้น ความสงสัยก็ไหลทะลักเข้าสู่หัวใจในพริบตา

น้ำทิพย์ เป็นชื่อที่เธอไม่คุ้นเคยอีกแล้วนี่มันคืออะไร คู่หมั้นเก่าคนนั้นก็แล้ว ผู้หญิงคนนี้คือใครอีก ภรรยาเก่าอีกแล้วงั้นเหรอ

มินตราเคยรู้ว่าคิรินทร์เคยมีอดีต แต่ไม่คิดว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ยังไม่สิ้นสุดถึงขั้นมีคุณหมอคอยส่งข่าวช่วงกลางคืนแบบนี้

เสียงเปิดประตูดังขึ้น คิรินทร์เดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเวชระเบียน สีหน้าเขาเหนื่อยล้าแต่ยังเปี่ยมด้วยความมั่นคงในแววตา เขายิ้มเล็กน้อยให้เธอ มองแม่ของเธออย่างเอื้ออาทรโดยไม่ทันสังเกตความเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าเธอเลยแม้แต่น้อย

"แม่หลับดีไหม"

เสียงทุ้มเอ่ยถามขณะวางแฟ้มลง แล้วหยิบโทรศัพท์กลับขึ้นมาโดยไม่เหลือบมองหน้าจอ

มินตราเม้มริมฝีปาก พยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ แต่ความสงสัยกัดกินจนไม่อาจเก็บงำไว้ได้อีก

"คุณรู้จัก...คุณน้ำทิพย์ใช่ไหมคะ"

เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย สองมือกำชายกระโปรงแน่นราวกับยึดเกาะอะไรไว้

คิรินทร์ชะงัก มือใหญ่หยุดกลางอากาศ แววตาสงบฉายแววแปลกใจชั่วขณะก่อนจะหลุบต่ำลงอย่างช้าๆ

"เธอเห็นอะไร"

เขาใช้โทนเสียงต่ำถามกลับด้วยแววตาไม่ดุดัน เหมือนกับไม่ได้ถามเพื่อด่าทอที่เธอรู้เรื่องส่วนตัวของเขาอีกแล้ว

"หนูไม่ได้สอดรู้ค่ะ แต่เห็นข้อความแจ้งเตือนของหมอวรเมธ เขียนถึงคุณ เรื่องผลตรวจของน้ำทิพย์"

ความเงียบเข้าครอบงำห้องอีกครั้ง เงียบพอจะได้ยินแม้แต่ลมหายใจสลับของสองคนคิรินทร์พ่นลมหายใจยาว ดวงตาเข้มข้นหรี่ลงเพียงเล็กน้อย ก่อนเขาจะเอ่ยเสียงเรียบ

"น้ำทิพย์คืออดีตคู่หมั้นของฉัน เราไม่ได้แต่งงานกันจริง ๆ เราแค่หมั้นกันเรื่องธุรกิจแต่เลิกกันด้วยดี ตอนนี้เธอกำลังป่วย ฉันก็แค่ช่วยดูแลเรื่องค่ารักษา"

มินตราใจสั่น เธอก้มหน้าลง หลบสายตาเขา หยดน้ำตาซึมไหลแต่ไม่กล้าปล่อยให้หล่น

"แล้วคุณ...เคยรู้สึกดีกับเธอไหมคะ"

คิรินทร์เงียบไปชั่วครู่ ก่อนเดินเข้ามาใกล้ โอบไหล่เธออย่างแนบแน่น มืออุ่นและหนักแน่นของเขาช่วยประคองหัวใจที่อ่อนแรงของเธอได้ในเสี้ยววินาที

"ฉันบอกเธอชัดแล้วนะว่าฉันไม่ได้รักน้ำทิพย์ นั่นไม่ใช่ความรัก มันคือหน้าที่ หรือความรับผิดชอบ... แต่สำหรับเธอคือความรัก มินตรา เธออยู่ตรงนี้ และฉันไม่อยากให้เธอต้องสั่นไหวเพราะอดีตของฉันอีก"

น้ำตาของหญิงสาวไหลลงเงียบ ๆ เธอโผเข้ากอดชายตรงหน้า ซุกตัวเข้ากับอกกว้างอันอบอุ่น เขาก้มลงจูบกลางกระหม่อมของเธอ กระซิบแผ่วเบา

“คืนนี้ฉันจะไม่ไปไหน ไม่ว่าความวุ่นวายภายนอกจะเป็นยังไง เธอกับแม่จะปลอดภัยที่สุดภายใต้ชื่อของฉัน”

และในค่ำคืนนั้น ท่ามกลางความสับสนที่ยังไม่ได้คลี่คลาย หัวใจของมินตรากลับรู้สึกสงบและเชื่อมั่นมากกว่าครั้งไหน ๆ ว่าเธอกำลังถูกรักโดยคนที่กล้าปกป้องเธอจากทุกสิ่ง แม้กระทั่งอดีตของตัวเอง

แสงอรุณยามเช้าค่อย ๆ สาดเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ของห้องพักโรงพยาบาล ม่านบางสีครีมปลิวไหวเบา ๆ ตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ เสียงนกร้องเบา ๆ ข้างนอกดังแทรกมาในความสงบ มินตราค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ หัวของเธอพิงอยู่กับไหล่ของชายคนหนึ่งที่ยังคงหลับตาอยู่

อ้อมแขนของคิรินทร์โอบตัวเธอไว้อย่างอบอุ่นและปลอดภัย หัวใจของเขายังเต้นเป็นจังหวะนิ่งมั่นคง เหมือนเช่นทุกครั้งที่เธอซบอยู่ตรงนี้ เธอไม่ขยับหนีแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับแนบใบหน้าลงบนอกเขาเบา ๆ ราวกับจะเก็บช่วงเวลานี้ไว้ในความทรงจำให้นานที่สุด

“ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่”

เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจากการเพิ่งตื่นดังขึ้นข้างหูเธอ มือใหญ่ลูบหลังเธอช้า ๆ

“สักพักแล้วค่ะ”

เสียงเธอนุ่มนวลแต่แฝงความรู้สึกหลากหลาย

“เมื่อคืนขอบคุณนะคะ”

คิรินทร์ไม่ตอบ แต่ใช้การกอดกระชับแทนคำพูด เขาคลอเคลียปลายจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่ม กลิ่นแชมพูอ่อน ๆ ของเธอทำให้หัวใจผู้ใหญ่ที่เคยแข็งกร้าว อ่อนละลายลงอีกครั้ง

“วันนี้จะกลับบ้านไหม”

เขาถามพลางเชยคางเธอขึ้นสบตา

“กลับค่ะ แต่หนูอยากกลับพร้อมแม่”

เธอตอบเสียงเบา ดวงตาสะท้อนทั้งความอ่อนโยนและมุ่งมั่น เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปล้างหน้า ระหว่างนั้นมินตราหันไปหยิบเสื้อคลุมตัวบางที่แขวนไว้ พลางแอบมองแผ่นหลังกว้างของเขาที่ยืนอยู่หน้ากระจก ร่างสูงใหญ่ที่เคลื่อนไหวอย่างมั่นคงในทุกก้าวช่างดูอบอุ่นในสายตาเธอเสียจนหัวใจสั่น

เมื่อคิรินทร์กลับมานั่งลงที่ข้างเตียงอีกครั้ง เขาหยิบกล่องอาหารเช้าที่พยาบาลนำมาให้ เปิดฝาแล้วยื่นช้อนตักข้าวต้มส่งให้เธออย่างเงียบ ๆ

“อ้า..”

เสียงเขาสั่งสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่นาน ๆ ทีจะเผยออกมา มินตราหัวเราะเบา ๆ แต่ยอมอ้าปากรับข้าวต้มคำนั้นอย่างว่าง่าย สีหน้าของเธอเปล่งประกายบางอย่างที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว

เช้านี้ไม่มีคำว่าหวือหวา ไม่มีคำสัญญา ไม่มีรอยจูบเร่าร้อน มีเพียงอ้อมแขนของคนที่เธอเชื่อใจ กับมือที่คอยตักข้าวป้อนเธอทีละคำอย่างไม่เร่งเร้า

และเธอก็รู้แล้วว่าความรักในแบบของคิรินทร์ อาจไม่ใช่ความรักที่พร่ำบอกทุกวัน แต่มันหนักแน่น อ่อนโยน และมั่นคงพอจะทำให้เธออยากฝากชีวิตไว้ในอ้อมกอดนี้ตลอดไป

ประตูรถยนต์คันหรูเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับร่างบางของมินตราที่ก้าวลงอย่างระมัดระวัง เท้าของเธอสัมผัสพื้นหินแกรนิตเย็นจัดหน้าตึกสูงใจกลางเมืองที่มีชื่อว่าเพนต์เฮาส์ของคิรินทร์ ร่างสูงในสูทสีเข้มก้าวลงตามมาทันที ชายวัยสี่สิบสองปีก้าวเข้ามาโอบเอวเธออย่างแนบเนียน ไม่ได้พูดอะไร แต่สัมผัสของเขาหนักแน่นและสื่อความหมาย

เธอมองตึกสูงตรงหน้าแล้วถอนหายใจเบา ๆ ความรู้สึกบางอย่างบีบรัดกลางอก หลากหลายอารมณ์ประดังเข้ามา เธอไม่เคยคิดเลยว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเขาจะมาถึงจุดที่เธอกลับมาบ้านเขาอีกครั้ง ในสถานะที่ต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

"ไม่ต้องเกร็ง"

คิรินทร์เอ่ยเรียบ ๆ ขณะพาเธอเดินผ่านล็อบบี้หรูหราขึ้นลิฟต์ส่วนตัว มินตราพยักหน้าเบา ๆ แต่ไม่ได้ตอบ เธอเหลือบมองใบหน้าเข้มขรึมข้างกาย ริมฝีปากเขาแน่นเฉย ไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ มากนัก ทว่าแววตาลึกซึ้งและอ่านยาก

เมื่อมาถึงห้องพักส่วนตัวของเขา เธอก็พบว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม ผ้าม่านสีเทาหม่น เครื่องเรือนสีไม้เข้ม พรมขนนุ่ม และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา

คิรินทร์วางกระเป๋าเธอลงด้วยตัวเอง ก่อนจะเดินไปเปิดม่านรับแสงเย็นยามเย็น เงาของพระอาทิตย์ที่กำลังตกดินทอดตัวลงบนใบหน้าเขาอย่างสวยงามราวภาพวาด

"พักก่อน ถ้ายังไม่อยากกินอะไรก็ไม่ต้องฝืน"

มินตรานั่งลงเบา ๆ ที่โซฟา เธอพิงพนักและหลับตา ใจยังคงวนเวียนกับเหตุการณ์เมื่อคืนเธอไม่ได้เห็นน้ำตาของแม่บ่อยนัก ไม่เคยเห็นร่างที่เคยเข้มแข็งนั้นสั่นไหวเพียงเพราะคำพูดเดียวจากชายคนนี้

“ทำไมคุณถึงต้องทำถึงขนาดนั้น”

เธอเผลอพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัวคิรินทร์หันกลับมาช้า ๆ และย่อตัวลงนั่งตรงหน้าเธอ มือใหญ่เอื้อมมาจับมือเธอไว้แน่น

“เพราะเธอคือคนของฉัน”

คำพูดนั้นไม่ได้ดังนัก แต่หนักแน่นจนหัวใจของเธอสั่นไหว เธอมองหน้าเขานิ่งไปนาน หัวใจเต้นรัว และริมฝีปากของเธอสั่นน้อย ๆ ขณะพูดออกมาอย่างไม่มั่นใจนัก

“ถ้าหนูไม่ใช่ วันหนึ่งหนูเลือกจะไปจากคุณเองค่ะ”

คิรินทร์ยิ้มมุมปาก แต่แววตาไร้รอยยิ้ม

“ฉันจะไม่ให้มันเกิดขึ้น”

คำพูดนั้นไม่ได้มาพร้อมอารมณ์รุนแรง หากแต่มันแฝงไปด้วยความหนักแน่นที่ชวนให้เธอใจสั่นยิ่งกว่าเสียงตะโกนใด ๆ เขาก้มลงแนบริมฝีปากบนหลังมือเธอเบา ๆ ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินไปยังครัวเปิด

"ฉันจะทำมื้อเย็นเอง วันนี้เธอควรพัก"

เสียงหัวใจของมินตราดังกลบทุกอย่าง เธอนั่งเงียบ ๆ มองแผ่นหลังกว้างที่กำลังหยิบของอย่างเชื่องช้าและมีสมาธิเต็มเปี่ยม

เธอไม่เคยคิดว่าชายที่มีอำนาจขนาดนี้ จะยืนล้างผักเพียงเพื่อจะปรุงมื้อเย็นให้ผู้หญิงที่เขาไม่ได้พูดคำว่ารักกับเธอสักคำ

แต่แววตา การกระทำ น้ำเสียง และความสม่ำเสมอของเขาทำให้เธอเริ่มเชื่อว่านี่คือรักและนั่นเพียงพอแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่35 วันวิวาห์ (จบ)

    บทที่35วันวิวาห์เช้าวันใหม่ของเมืองใหญ่ทอแสงสีทองอ่อนลอดผ่านม่านขาวในห้องสวีทของโรงแรมหรู เสียงหัวเราะคิกคักจากทีมงานแต่งหน้าทำผมดังเป็นระยะ ผสมกับเสียงคลาสสิกที่เปิดคลอเบา ๆ บรรยากาศอบอุ่นแต่แฝงด้วยความตื่นเต้นของวันพิเศษ มินตรานั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ แสงไฟนวลส่องสะท้อนเงาในกระจกให้เห็นหญิงสาวในชุดคลุมเจ้าสาวสีงาช้าง ผิวขาวนวลยิ่งขับให้ใบหน้าที่กำลังถูกแต่งแต้มด้วยฝีมือช่างดูงดงามขึ้นทุกวินาที เธอมองตัวเองเงียบ ๆ ดวงตากลมค่อย ๆ เอ่อคลอ น้ำตาใสไหลรินโดยไม่รู้ตัว นี่คือฉันจริง ๆ เหรอ ผู้หญิงธรรมดาที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเมียลับ วันนี้กำลังจะได้สวมชุดเจ้าสาวช่างแต่งหน้าหันมาเห็นยิ้มบาง ๆ “อย่าร้องนะคะ เดี๋ยวเครื่องสำอางเลอะหมด” น้ำเสียงนั้นแฝงความเอ็นดูทำให้มินตรารีบยกมือซับน้ำตาเบา ๆ พลางยิ้มทั้งน้ำตา “ขอโทษค่ะ…แค่ไม่คิดว่าชีวิตจะพามาถึงวันนี้” ในอีกฟากของอาคาร ห้องเจ้าบ่าวเงียบขรึมกว่าเล็กน้อย คิรินทร์ยืนอยู่หน้ากระจกบานเต็มตัว สูทสีดำตัดพิเศษเข้ารูปกอดร่างสูงสง่า ปลายเนกไทเรียบหรูสีเดียวกับผ้าเช็ดอก เขาจัดกระดุมข้อมืออย่างใจเย็น แต่ในแววตาคมกลับสะท้อนความจริงจังแน่วแน่ที่ไม่

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่34 ว่าที่คุณนาย

    บทที่34ว่าที่คุณนายบ้านวัชรเมธาแสงแฟลชสว่างวาบไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรู ทุกเลนส์จับจ้องไปยังเวทีที่ชายหนุ่มในสูทเข้มก้าวออกมาเคียงข้างหญิงสาวร่างเล็กในเดรสสีงาช้างเรียบสง่าภาพที่เหมือนประกาศต่อทั้งโลกว่า เธอไม่ใช่เงาอีกต่อไป‘คิรินทร์ วัชรเมธา ประกาศหมั้นกลางงานแถลง!’พาดหัวข่าวออนไลน์กระจายไปแทบจะพร้อมกันทุกสำนักในไม่กี่นาทีหลังเขาเอ่ยประโยคชัดถ้อยคำต่อหน้าสื่อ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงมทั่วประเทศ บางกระแสชื่นชมความเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มที่ไม่สนเสียงนินทา บางกระแสกลับพุ่งเป้าโจมตีมินตรา “เด็กสาวที่มีอดีตไม่สวยงามจะคู่ควรกับตระกูลใหญ่จริงหรือ”มินตรานั่งข้างเขาบนเก้าอี้สูงของเวทีแถลงข่าว ดวงตากลมโตสั่นไหวเหมือนถูกโหมกระหน่ำด้วยคำถามและแสงแฟลช เธอพยายามประคองสติ มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นจนยับย่นนักข่าวหญิงคนหนึ่งลุกขึ้นถามเสียงดัง “คุณคิรินทร์มั่นใจหรือคะว่าผู้หญิงคนนี้คู่ควรกับการเป็นภรรยาในอนาคตของท่าน”หัวใจมินตราแทบหยุดเต้น คำพูดนั้นเหมือนหอกที่เสียบกลางอกต่อหน้าผู้คนมากมาย เธอยกสายตาขึ้นช้า ๆ แต่ก่อนที่น้ำตาจะเอ่อเต็มขอบตา แขนแข็งแรงของคิรินทร์ก็โอบรอบไหล่เธอแน่นเขาหัน

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่33 สนใจแค่ฌธอกับลูก

    บทที่33ฉันสนใจแค่เธอกับลูกเพียงชั่วข้ามคืน หลังจากงานแถลงข่าวสิ้นสุด โลกทั้งใบเหมือนพลิกตลบ ข่าวใหญ่พาดหัวตัวโตติดทุกสื่อ ทุกเว็บไซต์ ทุกหน้าหนังสือพิมพ์ และแทบทุกการสนทนาบนโซเชียล คิรินทร์ วัชรเมธา ประกาศแต่งงาน!ภาพชายหนุ่มในชุดสูทเข้ม สายตาคมมั่นคง จับมือหญิงสาวหน้าหวานขึ้นยืนต่อหน้านักข่าวนับร้อย กลายเป็นภาพไวรัลที่ถูกแชร์ซ้ำไปทั่วประเทศ คลิปคำพูดหนักแน่นว่า “เธอไม่ใช่เมียลับ แต่คือคู่หมั้น และผู้หญิงที่ผมจะใช้ชีวิตด้วย” ถูกเปิดซ้ำจนแทบทุกคนต้องได้ยิน เสียงชื่นชมดังลั่นในโลกออนไลน์“เขาให้เกียรติเธอมาก นี่สิผู้ชายที่แท้จริง!”“คิรินทร์คือไอดอล แกร่งทั้งธุรกิจและหัวใจ”“ผู้หญิงคนนี้โชคดีที่สุดในโลกแล้ว” แต่ในขณะเดียวกัน เสียงต่อต้านก็ปะทุไม่แพ้กัน“เสียสติหรือเปล่าจะทิ้งศักดิ์ศรีเพราะผู้หญิงขายตัวคนเดียวงั้นเหรอ”“นี่มันความรักหรือแค่ราคะกันแน่”“ธุรกิจวัชรเมธากำลังจะล่มเพราะผู้หญิงที่ไม่มีค่าในสายตาสังคม” ภายในห้องประชุมบอร์ดบริษัท เสียงถกเถียงดังระงม นักลงทุนบางส่วนแสดงความกังวล ผู้บริหารบางคนถึงกับตบโต๊ะว่าการกระทำของประธานคือการเล่นกับไฟ แต่ก็มีเสียงโต้กลับว่า การยืนหยัด

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่32 นอกจากตัวฉัน

    บทที่32ไม่มีใครกล้าทำไม่มีใครกล้าดำรงชีวิตฉันนอกจากตัวฉันเองเช้าวันถัดมาเมืองทั้งเมืองเหมือนสั่นสะเทือนด้วยเสียงกดแชร์และพาดหัวสีแดงสด บนหน้าหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ข่าว ไปจนถึงโซเชียลเต็มไปด้วยภาพถ่ายที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป‘เมียลับนายทุน! ภาพหลุดยืนยันสัมพันธ์ต้องห้าม’ภาพถ่ายที่ถูกปล่อยออกมาไม่ใช่เพียงเงาลาง ๆ เหมือนก่อน แต่เป็นภาพเก่าที่ถูกขุดขึ้นมินตราในชุดเดรสเรียบง่ายยืนกอดเอกสารหน้าคอนโดหรู ที่มีชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทเข้มเดินตามหลังอยู่ แม้ใบหน้าของคิรินทร์จะหันข้าง แต่ใคร ๆ ก็มองออกว่าคือเขาไม่เพียงเท่านั้น บทความยังมีคำให้สัมภาษณ์จากแหล่งข่าววงใน ที่ระบุว่าเด็กสาวคนนี้ถูกเลี้ยงดูมานานเกือบปี อยู่เพนต์เฮาส์เดียวกับท่านประธาน และได้รับสิทธิพิเศษเกินกว่าผู้หญิงคนไหนทุกถ้อยคำเหมือนหอกแหลมแทงลงกลางอกมินตรา เธอนั่งตัวสั่น มือเล็กกำโทรศัพท์จนแน่น น้ำตาไหลรินไม่หยุด ความจริงที่ควรถูกปกปิดกลับถูกฉีกออกมาให้โลกทั้งโลกเห็น“ทำไมต้องเป็นตอนนี้” เธอพึมพำเสียงสั่น หัวใจบีบรัดเหมือนจะหยุดเต้น เธอเดินถอยไปพิงผนังเย็นเฉียบ ร่างเล็กทรุดลงกับพื้น หายใจถี่รัว ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเจ็บ

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่31 อบอุ่นหัวใจ

    บทที่31อบอุ่นหัวใจแสงอาทิตย์อ่อนยามเช้าทอดผ่านม่านโปร่งเข้ามาในห้องนอน เพนต์เฮาส์ที่เมื่อคืนเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจและสัมผัสเร่าร้อน ตอนนี้กลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกไกล ๆ และเสียงลมพัดกระทบกระจกสูง มินตราขยับเล็กน้อยในอ้อมแขนที่โอบรัดไว้แน่น ร่างกายยังอ่อนล้า แต่ความอบอุ่นจากอกกว้างทำให้เธอไม่อยากลืมตาขึ้นเลย กลิ่นหอมอุ่นแบบผู้ชายของคิรินทร์ยังคงติดอยู่ตามปลายจมูก และเสียงหัวใจเต้นหนักแน่นใต้แผ่นอกหนานั้นทำให้เธอเหมือนกำลังลอยอยู่ในความฝันคิรินทร์ตื่นก่อนแล้ว ดวงตาคมมองใบหน้าหวานที่ซุกแนบอกเขาอย่างไว้ใจ เส้นผมยุ่งเล็กน้อยปรกแก้มเนียน แก้มแดงเรื่อราวกับผลไม้สุก เขายกมือหนาขึ้น เกลี่ยเส้นผมออกอย่างเบามือ แล้วกดจูบลงบนหน้าผากเล็ก ๆ นั้นโดยไม่ลังเล“เช้าแล้วนะ” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยชิดหูมินตราคลายเปลือกตาช้า ๆ ดวงตากลมโตพร่าไหวจากแสง เธอขยับเล็กน้อยเหมือนจะซ่อนหน้าลงในอกเขา “ให้หนูหลับอีกนิดได้ไหมคะ” เสียงแผ่วอ้อนเบาเหมือนเด็ก คิรินทร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ แขนแข็งแรงกระชับกอดแน่นขึ้น “เธอจะนอนต่อก็ได้ แต่ฉันไม่รับปากว่าจะไม่กวน” น้ำเสียงเจือแกล้ง แต่แววตาที่ทอดมองเธอกลับเต็มไปด้วยความอ่

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่30 สัญญาใจ

    บทที่30สัญญาใจแสงไฟสีส้มอุ่นในห้องนอนเพนต์เฮาส์ทอดเงาลงบนผ้าปูเตียงสีขาวสะอาด มินตรานั่งพิงหัวเตียง ใบหน้ายังแดงเรื่อจากคราบน้ำตาที่เพิ่งแห้งไป เธอไม่ได้ขยับหนีเมื่อร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ คิรินทร์จ้องเธอด้วยสายตาคมเข้มปนอบอุ่น แววตาที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่เหมือนคำสัญญาที่เพิ่งหลุดออกจากปากเขา มือหนาเอื้อมขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ปรกแก้มออกอย่างแผ่วเบา นิ้วโป้งไล้ผ่านผิวแก้มเนียนราวกับกำลังปลอบโยน “เธอยังกลัวฉันอยู่ไหม” เสียงทุ้มต่ำถามชิดริมฝีปาก มินตราส่ายหน้าเบา ๆ ดวงตากลมโตไหววูบ แต่กลับสบตาเขาโดยไม่หลบ มือเล็กกำชายเสื้อไว้แน่นเหมือนพยายามหาที่พึ่ง “ฮึกก”คิรินทร์ก้มลงช้า ๆ ริมฝีปากหยักแตะสัมผัสแรกที่มุมปากเธอ อ่อนโยนราวกับกลัวว่าแรงเกินไปจะทำให้เธอแตกสลาย มินตราหลับตาแน่น รับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ จ้วบบ!จูบแรกที่แผ่วเบาค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้น ริมฝีปากหนากดแนบแน่นกว่าเดิม ลมหายใจทั้งคู่สอดประสาน มินตรารู้สึกถึงแรงเต้นหัวใจตัวเองที่ดังจนแทบกลบเสียงรอบข้าง เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบา ๆ ราวกับเชิญชวน จนเธอเผลอเผยอปากรับในที่สุด และทันใดนั้น ลิ้นร้อนของเขาก็แทรกเข้ามาชิมควา

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่13 จะไม่ปล่อยมือ

    ตอนที่13จะไม่ปล่อยมือเสียงคลื่นยังคงซัดสาดบางเบาในยามค่ำ ขณะที่ในห้องโดยสารของเรือยอชต์มีความร้อนแรงของร่างกายทั้งสองยังไม่ทันจางหายไปมินตรานอนหอบไออุ่นอยู่ใต้ผ้าห่ม มือเล็กยังสั่นไหวเพราะความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ริมฝีปากเธอแดงช้ำเล็กน้อยจากจูบที่ลากยาว และดวงตาเยิ้มหวานยังจ้องเขาไม่วางค

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่12 หนูขออยู่บนนะคะ

    บทที่12หนูขออยู่บนนะคะบนห้องนอนบนเรือยอชต์ขนาดใหญ่ที่ยังทอดลำอยู่กลางทะเล มินตราขยับตัวเล็กน้อยในอ้อมแขนแข็งแรงของชายหนุ่มที่นอนแนบข้าง แผ่นอกแน่นตึงของคิรินทร์ขยับขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอพร้อมกับลมหายใจที่อุ่นนุ่มแนบข้างแก้มของเธอกลิ่นหอมสะอาดจากกายเขายังติดอยู่ที่ปลายจมูก และเธอก็ไม่มีเจตนาจะผละออก

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่11 คุณคิรินทร์ืกินแซ่บ

    บทที่11คุณคิรินทร์กินแซ่บอากาศในห้องเพนต์เฮาส์เย็นเฉียบจากแอร์ที่ทำงานเต็มกำลัง แต่อุณหภูมิภายในร่างกายของคนสองคนกลับตรงกันข้ามมินตราซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มสีครีม ร่างกายเปลือยเปล่าแนบชิดแผ่นอกหนา เสียงลมหายใจของคิรินทร์สม่ำเสมอและหนักแน่น แต่อ้อมแขนยังคงกอดกระชับไม่ปล่อยราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป“คุณ

  • เมีย(ลับ)นายทุน   บทที่10 อ่อนโยน

    บทที่10อ่อนโยนแสงแดดยามสายส่องลอดผ้าม่านสีอ่อนเข้ามากระทบผิวแก้มของหญิงสาวที่ยังคงซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา กลิ่นกายอุ่นนุ่มและกลิ่นหอมอ่อนจางจากผ้าปูเตียงยังคงโอบล้อมมินตราไว้จนเธอไม่อยากลืมตาจุ๊บ!จุ๊บริมฝีปากของคิรินทร์โน้มลงจูบเบา ๆ ที่ขมับเธอ เป็นมอร์นิงคิสที่อ่อนโยนและปลุกความรู้สึกอุ่นไห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status