LOGIN“น้องวา” เดวาหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองตามเสียงเรียก
“คะ? พี่แพรมีอะไรกับวาหรือเปล่า”
แพรวายิ้มให้ และเดวาไม่ได้โง่พอจนดูไม่ออกว่ารอยยิ้มอีกฝ่าย มันไม่มีความจริงใจเลยสักนิด
“เมื่อคืนพี่ไป BLACK VEIL มา”
เดวาขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าแพรวากำลังต้องการสื่ออะไร อีกอย่างไปไม่ไปแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ
“คะ? ”
“ไม่ถามหน่อยเหรอว่าพี่ไปเจอใครมา”
“ไม่เกี่ยวกับวานี่” เธอไม่ได้อยากรู้ จะไปตายห่าตายโหงที่ไหนก็ไป ยอมรับว่าเธอกำลังจะแพ้เสียงในหัวขึ้นมาอีกครั้ง
แพรวาขยับเข้ามาใกล้น้องสาว ก่อนจะเอ่ยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เดวาฟัง ราวกับมันเป็นวาระแห่งชาติที่เธอต้องสนใจ
“เมื่อคืนพี่มีโอกาสได้เจอกับคุณมิลเลอร์ด้วยแหละ เขาดูแลพี่ดีเลย สุภาพกับพี่มาก ทรีตพี่เหมือนเจ้าหญิงตัวน้อยของเขา”
คำบอกเล่านั้นทำเอาเดวาตัวชาวาบ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางหายไป
“ พะ…พี่รู้จักเขาด้วยเหรอคะ ” หัวใจดวงน้อยสั่นไหว เต้นไม่เป็นสำ
“รู้จักสิรู้จักดีด้วย คงมีแค่วาที่ไม่มีวันได้รู้จักคนระดับเขา ” แพรวายิ้มมุมปากราวกับตนคือผู้ชนะ ก่อนเอ่ยเล่าต่อด้วยทีท่าน่าหมั่นไส้
“อ่อ...” คนที่มึงพูดถึงกูนอนด้วยทุกวันค่า เดวาเถียงในใจ สรุปอีกฝ่ายรู้จักจริงไหมหรือแค่มโนไปเอง
“ช่วงนี้พี่เจอเขาค่อนข้างบ่อยเลยแหละ ไม่ว่าจะตอนทำงานหรือเวลาส่วนตัว”
คำพูดนั้นทำให้เดวากำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว จะมายุ่งกับผัวคนอื่นทำไมก่อน หรือนี่มันจะเป็นข้อเสียที่เธอไม่ยอมเปิดตัวกับมิลเลอร์
เมื่อคืนมิลเลอร์ยังโทรมาบอกเธอว่าคิดถึงกันอยู่เลย แล้วทำไมวันนี้ถึงมีเรื่องของแพรวาเข้ามาเกี่ยวข้องอีก แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ เสียงคุณแม่ของเธอก็ดังมาจากในครัว
“วา มาช่วยแม่หน่อยลูก!”
“ค่ะ!”
เดวาจำต้องหันกลับไปตอบมารดา ก่อนจะหันกลับมามองแพรวาอีกครั้ง ทว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอกลับยื่นมือมาตบไหล่เบา ๆ ราวกับปลอบโยนคนแพ้ ก่อนโน้มตัวเข้ามากระซิบข้างหู
“ เตรียมทำความรู้จักเขาในฐานะพี่เขยได้เลยนะน้องรัก ยังไงก็คนนี้แหละแฟนพี่ หล่อรวยดูดี ไม่ว่าเราจะแข่งกันเรื่องไหน พี่ก็ยังจะเป็นคนที่เหนือกว่า เลิศกว่าน้องวาไปตลอดสินะ ” แพรวาขยิบตาให้เดวาอย่างเย้ยหยัน ก่อนเดินจากไปด้วยท่าทีสบายอารมณ์ เดวาได้แต่ยืนตัวแข็งค้างอยู่อย่างนั้นหลายวินาที
“ อีดอก…” นั้นผัวกู แล้วกูไปแข่งกับมึงตอนไหนประสาท
เดวาขมุบขมิบปากด่าตามหลังด้วยความหมั่นไส้ ก่อนรีบสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเดินเข้าครัวไปช่วยมารดา แต่ตลอดทั้งเช้า ภาพรอยยิ้มของเย้ยของแพรวา กับคำพูดเมื่อครู่กลับวนเวียนอยู่ในหัวสลัดยังไงก็ไม่หาย
หลายวันต่อมา....
ข่าวของมิลเลอร์กับแพรวายังคงถูกพูดถึงอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะภาพที่ทั้งคู่ปรากฏตัวด้วยกันในคลับ ทำให้หลายคนเริ่มตั้งข้อสงสัยถึงความสัมพันธ์ของทั้งสอง
โดยเฉพาะสื่อแวดวงสังคมไฮโซ ที่ให้ความสนใจกับข่าวนี้มากเป็นพิเศษ ทว่ายังนำเสนอข่าวนี้ไม่รู้จบ พานทำให้เมียตัวจริงอย่างเธอที่เห็นรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย
“ แกเห็นข่าวผู้หญิงที่ชื่อแพรวากับคุณมิลเลอร์ไหม ” ปูเป้ถามเพื่อนเพื่อยั้งเชิง หากเพื่อนไม่สะดวกเล่าเธอก็จะไม่เซ้าซี้ต่อ แอบเห็นใจเพื่อนอยู่ไม่น้อย ที่ต้องคอยปกปิดความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับมิลเลอร์
“ เห็นยัยนั่นพี่สาวฉันเองแหละ ” เดวาเอ่ยตอบเพื่อน น้ำเสียงและท่าทีไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก
“หา….” ปูเป้อ้าปากค้าง
ในขณะที่ประชากรมีตั้งหลายล้านคน ผู้หญิงที่เป็นข่าวกับผู้ชายที่เพื่อนของเธอกำลังมีความสัมพันธ์ด้วย กลับกลายเป็นคนใกล้ตัวเดวาเสียอย่างนั้น
“ฉันเพิ่งรู้ว่าแกมีพี่สาว” ทั้งที่เป็นเพื่อนกันมานี่ก็จะเข้าปีที่สามได้
“ลูกพี่ลูกน้องกันน่ะ เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่เกิด ไม่คิดว่าโตมาแม้แต่เรื่องผู้ชายยังจะต้องตามมาแย่งกันอีก ”
“แกโอเคใช่ไหม”
“โอเคสิทำไมฉันจะต้องไม่โอเคด้วย” แม้ภายในใจจะรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย ที่มิลเลอร์ยังคงปล่อยให้ตัวเองกับแพรวาเป็นข่าวกัน โดยไม่คิดจะเห็นใจความรู้สึกเธอ
“อืม…โอเคก็โอเค”
หลังจากเรียนเสร็จ เดวาก็เลือกขับรถกลับบ้านของตัวเองทันที ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้เธอจงใจเว้นระยะจากมิลเลอร์ชัดเจน มีกลับไปที่เพนต์เฮาส์ของมิลเลอร์บ้าง ไม่กลับบ้างหรือบางครั้งเธอก็มีแวะเข้าไปแล้วไม่นอนค้าง อีกทั้งยังทยอยขนข้าวของส่วนตัวออกมา เพราะหากเก็บของออกทีเดียวทั้งหมด มันคงจะดูผิดสังเกตมากจนเกินไป
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นขณะรถจอดติดไฟแดง ทำให้เดวาเหลือบตามองหน้าจอ ก่อนเห็นชื่อที่คุ้นเคยปรากฏอยู่ เดวาหยิบมือถือขึ้นมาดูเล็กน้อย เธอเลือกส่งภาพถ่ายบรรยากาศภายในห้องเรียนที่มีอาจารย์สอนอยู่ส่งกลับไป เพื่อตัดจบปัญหาน่ารำคาญ
มิลเลอร์ : จะเกือบสองทุ่มแล้ว ยังเรียนไม่เสร็จอีกหรือไง
เดวาเลือกปิดมือถือ และโยนมันทิ้งไปไกลๆ ตัวราวกับไม่อยากเห็น ต่อให้เขาจะรัวข้อความส่งมาก็ไม่คิดจะเปิดดู
อีกด้าน...
บรรยากาศภายในห้องรับรองเงียบผิดปกติ ทั้งที่ปกติแล้วยามทั้งสามหนุ่มมานั่งรวมกัน มักมีบทสนทนาถกเถียงกันไม่หยุด
เอเดนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเหลือบมองมิลเลอร์ซึ่งเอาแต่นั่งหน้านิ่ง จิบเครื่องดื่มในมือด้วยสีหน้าบูดบึ้งมาตั้งแต่เข้าห้อง
“หน้าบูดเป็นส้นตีน มึงเป็นเหี้ยอะไรนัก” เอเดนถาม
ขณะที่ ลูอิส พี่ชายบุญธรรมของมิลเลอร์ เพียงปรายตามองน้องชายเล็กน้อย เพราะเป็นคนพูดน้อยและไม่ค่อยสนใจเรื่องของใครนัก
มิลเลอร์ปรายตามองรุ่นพี่ทั้งสองเพียงเล็กน้อย ก่อนยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
“กูถามมึงอยู่นะไอ้เลอร์”
“ไม่ได้เป็นอะไร”
“ถ้าไม่ได้เป็นอะไร มึงจะทำหน้าหมดอาลัยตายอยาก เหมือนคนไม่ได้เอาเมียมาหลายวันทำไมวะ หรือเป็นเพราะข่าวน่ารำคาญนั้น”
“ประมาณนั้น”
เอเดนพยักหน้าช้า ๆ เหมือนพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้
ข่าวของมิลเลอร์กับแพรวาที่ถูกปล่อยออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเสียทีเดียว
หากแต่เป็นมิลเลอร์เองที่ตั้งใจปล่อยให้กระแสข่าวดำเนินต่อไป เพราะคิดว่าหากเดวาเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่น เธอคงเกิดอาการหึงหวงจนทนไม่ไหว และสุดท้ายจะเป็นฝ่ายเรียกร้องให้เขาเปิดเผยสถานะความสัมพันธ์เสียเอง
แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะผิดจากที่มิลเลอร์คาดเดาเอาไว้หมด เพราะนอกจากเดวาจะไม่โวยวาย หรือถามถึงผู้หญิงในข่าวเธอกลับเลือกเงียบ ทว่ายังพยายามถอยห่างออกจากเขาอีกด้วย
จนตอนนี้คนที่ร้อนใจกลับกลายเป็นมิลเลอร์เสียเอง
“แม่งทำไมเป็นแบบนี้ว่ะ” มิลเลอร์สถบออกมาเบาๆ ยอมรับว่าเขากำลังหัวเสียเป็นที่สุด
เอเดนหัวเราะในลำคอ
“กูบอกแล้วไง อย่าเล่นกับความรู้สึกผู้หญิง”
“ไม่ได้เล่น”
“ ไม่ได้เล่นเหี้ยอะไร มึงจงใจปล่อยข่าวเพื่อให้เมียหึงไม่ใช่เหรอ”
มิลเลอร์เงียบ เมื่อคำถามมันจี้ใจดำตัวเอง
“แล้วผมควรทำยังไงวะ” เมียตัวน้อยของเขาเอาแต่ปฏิเสธสถานะอยู่ได้ เขาไม่ใช้สามีน้อยคอยรักนะ
เอเดนถึงกับเลิกคิ้วมอง ปกติมิลเลอร์ไม่ใช่คนโง่ และมันคือคนที่ให้คำแนะนำคนอื่นได้เป็นอย่างดี แต่วันนี้กับมาตกม้าตายเพราะการกระทำสิ้นคิดของตัวเอง
“โห...นี่กูได้ยินอะไรผิดหรือเปล่า คนอย่างมึงถามวิธีง้อเมียจากกู ทั้งที่เมื่อก่อนเป็นคนช่วยกูง้อเมียเนี่ยนะ”
“ไม่ช่วยก็หุบปาก พูดมากน่ารำคาญ” มิลเลอร์สวนกลับทันที ก่อนลุกออกจากวงสนทนา ทิ้งให้เอเดนมองตามด้วยสีหน้าขบขัน ส่วนลูอิสก็เพียงส่ายหน้าเบา ๆ
มาเฟียหนุ่มเดินออกมาขึ้นรถหรูของตัวเอง ก่อนนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยราวกับคนที่ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ
สุดท้ายรถคันหรูก็ถูกขับออกจากสถานที่แห่งนั้น โดยไม่มีจุดหมายปลายทางที่แน่ชัด
รู้ตัวอีกที...
รถเขาก็มาจอดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ของเดวาเสียแล้ว....
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







