Home / โรแมนติก / เมียทดลองมาเฟียร้าย / 24 หวังดีประสงค์ร้าย

Share

24 หวังดีประสงค์ร้าย

last update publish date: 2026-09-02 12:29:38

เช้าวันต่อมา...

“ น้องวา ตื่นหรือยังลูก”

“อื้อ…” ร่างเล็กบนเตียงดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ หวังแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเรียก

“ตื่นได้แล้ว วันนี้เราต้องไปบ้านใหญ่กันนะคะ คุณปู่กับคุณย่าท่านรอทานข้าวเช้าอยู่”

“คุณแม่คะ วาเพิ่งได้นอนเอง…” ยอมรับว่าไม่อยากไป ยิ่งได้ข่าวว่าลูกพี่ลูกน้องเธอกลับจากต่างประเทศแล้ว เธอเบื่อการถูกเปรียบเทียบ ให้ชิงดีชิงเด่นกับยัยนั่น

“ไม่ต้องมาทำเสียงออดอ้อนเลย รีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัว แม่ให้เวลาแค่สิบห้านาทีค่ะ”

“สิบห้านาทีเองเหรอคะ!”

“ยี่สิบนาทีก็ได้ แต่ห้ามเกินนี้ แต่งตัวด้วยชุดสุภาพด้วย” คนเป็นแม่เตือนลูกสาวด้วยความหวังดี แม่สามีเธอค่อนข้างหัวโบราณ โดยเฉพาะเรื่องการวางตัวของหลานสาว และมักชื่นชมเชิงเปรียบเทียบกับหลานอีกคน ที่ดูเรียบร้อยอ่อนหวานมากกว่าเดวาที่ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเอง

เสียงฝีเท้าของมารดาค่อย ๆ เดินห่างออกไป เดวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนโผล่หน้าออกจากผ้าห่มด้วยสีหน้างัวเงีย

“วันหยุดแท้ ๆ…”

เธอบ่นพึมพำ ก่อนควานหาโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาดูเวลา

04:57 น.

“เพิ่ง จะตีห้าเองแท้ๆ” เดวาจ้องหน้าจออย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนทิ้งตัวลงบนหมอนอีกครั้ง

“คุณแม่จะรีบไปไหนแต่เช้าเนี่ย…” ร่างเล็กนอนดิ้นอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนเสียงมารดาจะดังลอดผ่านประตูเข้ามา

“น้องวา! เหลือสิบแปดนาที!”

“รู้แล้วค่ะ!” เดวาลุกพรวดจากเตียงทันที “บ้านนี้มันจะเข้มงวดอะไรกันนักหนา…”

แม้ปากจะบ่นไม่หยุด แต่สุดท้ายเธอก็จำต้องลากตัวเองเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัว เพราะรู้ดีว่าหากไปถึงบ้านใหญ่สายขึ้นมา คนที่จะโดนบ่นเป็นคนแรกก็คือแม่ของเธอ....

@บ้านใหญ่

หนึ่งชั่วโมงต่อมา...

รถตู้คันหรูของครอบครัวเดวา แล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้านใหญ่ในช่วงเวลาหกโมงเช้าพอดี

“เฮ้อ…” เสียงถอนหายใจของเดวาดังขึ้น ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองต่างหันมองอย่างพร้อมเพรียง คนเป็นแม่รีบยื่นมือมาลูบหลังลูกสาวเบาๆ ด้วยความเห็นใจ

“ พ่อรู้ว่าลูกอึดอัด แต่อดทนหน่อยนะ พ่อจะรีบพากลับ”

ใช่แค่คนเป็นลูกสาวที่ถูกแม่เขาเปรียบเทียบที่ไหน เขาก็ถูกแม่เปรียบเทียบกับพี่ชายไม่ต่างกัน ยิ่งเมื่อไตรมาสที่ผ่านมานั้น พูลทรัพย์บริหารบริษัทล้มเหลวจนประสบปัญหาขาดทุนหนัก

หากไม่ได้เงินทุนจากนักธุรกิจชื่อดังอย่างมิลเลอร์มาช่วยอุ้ม ป่านนี้ก็คงเจ๊งไปนานแล้ว และพูลทรัพย์ก็คงกลายเป็นคนล้มเหลว ในสายตาพ่อแม่และพี่ชายอย่างสมบูรณ์

“วาจะพยายามอดทนค่ะ” เดวาหันไปเอ่ยกับพ่อเสียงเบา ก่อนเปิดประตูลงจากรถ หยิบกระเป๋าแล้วเดินเข้าไปในตัวบ้านพร้อมกับมารดา

ทันทีที่ก้าวผ่านประตู เสียงพูดคุยของบรรดาญาติที่มาถึงก่อนแล้วก็ดังขึ้น

“อ้าว น้องวา มาแล้วเหรอลูก” ป้าเพียงพรเอ่ยทัก

“ค่ะคุณป้า สวัสดีค่ะ” เอ่ยตอบพร้อมกับยกมือไหว้ แล้วหันไปหาปู่กับย่าที่ปรายตามามองเธอพอดี “สวัสดีค่ะคุณปู่ คุณย่า คุณลุงพงศ์”

เดวายกมือไหว้ผู้ใหญ่ทีละคน ก่อนจะส่งยิ้มให้ตามมารยาท พยายามทำด้วยทีท่านอบน้อมที่สุด เพื่อไม่ให้ตัวเองและพ่อแม่ถูกตำหนิ

“คุณพ่อคุณแม่พี่พงศ์พี่พรสวัสดีครับ” เป็นพ่อแม่เดวาที่ไหว้ผู้ใหญ่ของบ้านบ้าง

“ไหว้พระเถอะลูก” ย่าเอ่ยตอบ ส่วนปู่ กับคุณลุงพงศ์ทรัพย์มีเพียงพยักหน้าตอบรับเท่านั้น

พอไหว้ผู้ใหญ่เสร็จ ทว่าในจังหวะเงยหน้าขึ้น สายตาของเดวากลับสะดุดเข้ากับหญิงสาวอีกคน ที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน

ร่างเพรียวระหงสวมใส่ชุดเดรสสีหวานทรงเรียบร้อย เธอก้าวเข้ามายังวงสนทนากลางบ้านอย่างสง่างาม ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าทุกคน

“สวัสดีค่ะคุณอา น้องวา” เสียงหวานบาดหูนั้นทำเอาเดวาถึงกับชะงัก

“สวัสดีจ้าหนูแพร” คุณแม่เดวายิ้มทัก ก่อนท่านจะขอตัวจากวงสนทนาเพื่อเข้าไปดูมื้อเช้าช่วยแม่บ้านในครัว

“สวัสดีค่ะ พี่แพร…” แพรวายิ้มบาง ๆ ก่อนเดินเข้ามากอดน้องสาวตามมารยาท

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

“ค่ะ พี่แพรเพิ่งกลับจากต่างประเทศเหรอคะ ว่าไม่เห็นรู้ ” ถามตามมารยาทไปงั้นแหละ เอาจริงเธอไม่ได้อยากรู้หรอก

“ใช่ กลับมาได้สองเดือนแล้ว” แพรวาผละอ้อมกอดออก ก่อนมองสำรวจเดวาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“ โตขึ้นเยอะเลยนะเรา   ”

“ พี่แพรก็สวยขึ้นเยอะเลยนะคะ ” เดวาตอบพร้อมรอยยิ้มบาง  เอ่ยชมแพรวาให้อีกฝ่ายรู้สึกเหนือกว่าตัวเองให้มันจบๆ  ด้วยนิสัยผู้เป็นพี่สาวที่ชอบเอาชนะ  หากไม่พอใจเธอขึ้นมาเดี๋ยวก็ตามมาอาละวาดใส่เธอตามหลังอีก

บรรยากาศเหมือนจะเป็นไปด้วยดี  แต่แล้วเสียงของคุณย่าก็ดังขึ้น  และหัวข้อสนทนาก็คงหนีไม่พ้น  การเปรียบเทียบเธอกับแพรวาอีกนั้นแหละ

“ ดูสิ ยายแพรกลับมาคราวนี้ทั้งสวยทั้งเก่งทั้งดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นตั้งเยอะ  ช่วยงานพ่อเขาก็ได้แล้ว เราล่ะยายวา ทำอะไรเป็นโล้เป็นพายบ้าง ” หญิงชราประจำบ้านถามเธอ

เดวาชะงักไปเล็กน้อยไม่คิดว่าจะถูกยิงคำถามใส่  ตั้งแต่ยังไม่ทันหย่อนก้นลงนั่ง แต่ก็นั่นแหละเธอเลือกไม่ได้ตอบอะไรออกไป  เดี๋ยวพูดไปก็ไม่เข้าหูกลายเป็นเรื่องใหญ่อีก ในเมื่อย่าจงใจให้เธอเป็นหลานที่ขี้แพ้เธอก็จะขอเป็นแบบนั้นให้สมใจย่า

เดวาเพียงยิ้มรับแล้วเดินไปนั่งลงข้างผู้เป็นพ่อตัวเอง มือหนาของท่านยื่นมาวางบนมือลูกสาว ออกแรงบีบเบาๆ เพื่อปลอบประโลมความรู้สึกลูก

แพรวาเหลือบมองน้องสาว ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เหมือนจะหวังดีแก้ต่างให้แต่ก็ไม่ 

“คุณย่าอย่าเปรียบเทียบเลยค่ะ วาก็มีดีในแบบของวา อีกอย่างตอนนี้น้องยังเรียนไม่จบจะไปทำอะไรได้ ”

“ เห็นไหม ยายแพรนี่รู้จักพูดฉลาดสมกับเป็นคนเก่งจริง ๆ ส่วนยายวาเกเรขนาดนี้ก็ไม่รู้จะเรียนจบไหม ” หญิงชราส่ายหน้าขณะพูด ราวกับว่าเหนื่อยใจเสียเหลือเกินที่มีเดวาเป็นหลาน

“ลุงว่าหลานควรซิ่วแล้วมาเรียนบริหารน่าจะดีกว่า เรียนวาดรูปอะไรนั่นลุงว่ามันไม่ค่อยเข้าท่าเลย ” เจ้าสัวพงศ์ทรัพย์ส่ายหน้า ราวกับตำหนิเดวาในคำพูด  ตอกย้ำว่าสิ่งที่เดวากำลังทำมันผิด

“วาไม่ชอบงานบริหารค่ะ” เดวาอ้อมแอ้มตอบ

“ ไม่ชอบก็ควรฝืนเรียนสิ จบวาดรูปอะไรมานั่นแล้วจะทำอะไรกิน หรือแกจะออกมาเตะฝุ่นไปวันๆให้พ่อแม่แกเลี้ยง แม่แกตอนนี้ก็เป็นแค่แม่บ้านก้นครัว พ่อแกก็บริหารแบบไม่มีหัวคิดบริษัทถึงจะเจ๊งไม่เป็นท่าอยู่อย่างนั้น ” คนเป็นย่าตำหนิเสริม

“ถ้าจะตำหนิก็ตำหนิแค่ผม เพราะผมเป็นคนสนับสนุนให้น้องวาเรียนสายนี้เองครับ” พูลทรัพย์ไม่อาจทนนิ่งเฉยทนฟังคนอื่นตำหนิลูกตัวเองได้ รีบกางแขนปกป้องแม้รายต่อไปที่จะถูกตำหนิจะเป็นตนก็ตาม

“ ก็ห่วยแตกพอกันทั้งพ่อทั้งลูก จะให้ฉันตำหนิพวกแกอะไรอีก ไม่เหมือนฝั่งเจ้าพงศ์เห็นไหมเขาได้ดีทั้งพ่อทั้งลูก ไม่อายพี่อายหลานบ้างรึ ”

เสียงถกเถียงจากผู้ใหญ่ทำให้เดวาหลุบตาลงอย่างเบื่อหน่าย เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแทบทุกครั้งที่ครอบครัวรวมตัวกัน

แพรวากับคุณลุงคุณป้า  ต่างก็นั่งยิ้มด้วยความภาคภูมิใจกับคำชม

“นี่เรียกมาบ้านเพราะคิดถึง หรือเหงาปากอยากด่าครอบครัววาค่ะ ” ในที่สุดเดวาก็เอ่ยขึ้นมา เมื่อทนเสียงในหัวไม่ไหว

“หยาบคายสุดๆ สอนลูกแกบ้างนะตาพูล ไม่เหมือนหลานแพรวา” หญิงชราตำหนิ

แพรวาเรียนเก่งกว่า

แพรวาวางตัวดีกว่า

แพรวาพูดจาน่าฟังกว่า

คำพูดของย่าทำเอาเดวากลอกตามองบน จนตาแทบจะหลุดออกจากเบ้า แค่เจอกันปีล่ะครั้งยังทำเอาเธอแทบประสาทเสีย

แต่ยังดีที่คุณลุงพงศ์ทรัพย์ช่วยพาทุกคนเปลี่ยนเรื่องคุย แต่ก็วนมาหาเรื่องพูดจาทับถมพ่อเธอไม่จบสิ้นอีกอยู่ดี

“บริษัทแกเป็นยังไงบ้างช่วงนี้” เจ้าสัวพงศ์ทรัพย์เอ่ยถามน้องชาย ไม่ได้เป็นห่วงอะไรแค่อยากพูดจาเย้ยหยันกับความขี้แพ้ไม่เอาไหนของน้องชายก็เท่านั้น   

“ตอนนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ” พูลทรัพย์เอ่ยตอบพี่ชาย

“พี่ก็นึกว่าจะเจ๊งไม่เป็นท่าเสียแล้ว แล้วแกไปได้นายทุนที่ไหนล่ะที่เข้ามาช่วยอุ้มไว้ ”

เจ้าสัวพงศ์ทรัพย์ พยายามสืบหาข้อมูลแต่ก็ไม่ปรากฏชื่อ  ไปไล่เช็กข้อมูลเรื่องการกู้ยืมเงินจากธนาคารก็ไม่พบข้อมูล  เลยอยากรู้ว่าใครมันใจดีถึงขั้นเอาเงินมาทิ้งให้น้องชายตัวเองฟรีๆ

 ถ้ารู้ก็คงเข้าไปคุยเพื่อให้ฝ่ายนั้นยุติการช่วยเหลือธุรกิจมันเสีย เพราะเขานี้แหละคือคนที่อยากให้ธุรกิจน้องชายเจ๊งมากที่สุด 

การเอาชนะระหว่างน้องชายกับเจ้าสัวพงศ์ทรัพย์  ถูกผู้เป็นแม่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กจนติดเป็นนิสัย   ไม่เว้นแม้กระทั่งรุ่นลูกอย่างแพรวา

แม้จะไม่รู้จุดประสงค์ของแม่ตัวเอง  ว่าทำไปทั้งหมดเพื่ออะไรก็ตามเพราะต่างก็เป็นลูกทั้งคู่    แต่ก็นั้นแหละคำชมจากผู้เป็นแม่มันหอมหวาน  จนหลงลืมไปว่าพูลทรัพท์ก็คือน้องชายตัวเอง  ไม่ใช่ใครอื่น

“คนรู้จักนี่แหละครับ” พูลทรัพย์ตอบอย่างปัดๆ

“หรือแกไปกู้นอกระบบมา” คนเป็นพ่อที่เงียบฟังอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้าง

“ไม่หรอกครับคุณพ่อ”

เดวาที่เงียบฟังผู้ใหญ่คุยกันอยู่นาน ถึงได้เข้าใจเหตุผลที่คุณพ่อท่าน  ต้องการห้ามปรามเรื่องการมีแฟนของเธอ  และยิ่งเป็นเรื่องเรียนเดวาต้องทำมันออกมาให้ดีที่สุด

“วา ขอไปช่วยคุณแม่ในครัวก่อนนะคะ”

เดวาลุกขึ้นตั้งใจจะเดินหนีบรรยากาศตรงหน้า แต่ยังไม่ทันก้าวไปถึงไหน

 แพรวาก็เดินตามออกมาติดๆ เพื่อตามมาพูดจาทับถมน้องต่อ....

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียทดลองมาเฟียร้าย   36 บทส่งท้าย

    ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ

  • เมียทดลองมาเฟียร้าย   35 สร้างความทรงจำร่วมกัน

    รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ

  • เมียทดลองมาเฟียร้าย   34 จับผิดผัว

    ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี

  • เมียทดลองมาเฟียร้าย   33 ตามใจ

    หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่

  • เมียทดลองมาเฟียร้าย   32 สติหลุด

    “ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก

  • เมียทดลองมาเฟียร้าย   31 ความสำเร็จ

    บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status