แชร์

ทิ้งห่าง

ผู้เขียน: ม่านซู
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-02 01:20:05

          “เหตุใดถึง” ก่อนที่สืออันหลงจะพูดจบได้เหลือบลงมองพื้นถึงได้รู้สาเหตุ

          “หย่งเจิ้ง ที่รองเหยียบหายไปไหน”

          “สงสัยคนรถลืมหยิบมาขอรับ ฮูหยินหากท่านไม่รังเกียจเชิญเหยียบหลังข้าได้เลยขอรับ” ไม่ว่าเปล่า เขาก้มตัวงอหลังเพื่อให้นางเหยีบหลังตัวเองขึ้นรถม้า

          “หลบไป! แผลเจ้ายังไม่หายดี ข้าจะอุ้มนางเอง” พูดจบ ก็คว้าร่างบางขึ้นอุ้มก่อนจะวางลงเมื่อเท้านางแตะบนรถม้าแล้ว

          นางแอบยิ้มยามที่เขาโอบกอดนางไว้ไม่แน่เขาอาจไม่ได้เกลียดชังนางดังที่ปากพูดก็เป็นได้ หญิงสาวคิดเข้าข้างตัวเอง

          “ท่านโหว ฮูหยิน มาแล้วหรือ”

          “ยินดีกับคุณชายรองด้วยนะขอรับ”

          “เจ้าก็เช่นกันเพิ่งแต่งฮูหยินได้ไม่นานพอได้เห็นท่านทั้งสองเดินเคียงคู่กันมาทำให้รู้สึกปลาบปลื้มแทนบิดาของเจ้ายิ่งนัก เสียดายที่เขาด่วนจากไปเร็ว”

          “อะ...แฮ่ม ท่านพี่” ก่อนที่ใต้เท้าเจิ้งจะได้พูดอันใดมากไปกว่านี้ ฮูหยินเจิ้งได้ร้องขัดเสียก่อน เพราะทุกคนในเมืองหลวงรู้ดีว่าภรรยาของเขาผู้นี้มาจากตระกูลใด

          “เชิญท่านโหวกับฮูหยินเข้าไปข้างในก่อนเถิด”

          หลังจากเข้ามาในจวนชายหนุ่มเดินแยกไปอีกทางทิ้งให้ฮูหยินของตนยืนอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางผู้คน โดยไม่แม้จะเหลียวหลังกลับมามองและไม่ได้บอกกล่าวอันใดนางก่อนจะหายตัวไปพร้อมกับฝูงชน

          เว่ยซูเหม่ยเดินเข้าไปยังโถงจัดงานเพียงผู้เดียว เพราะดูเหมือนว่างานเลี้ยงนี้จะมีการแบ่งแยกฝั่งที่นั่งของชายหญิง

          “นี่น่ะหรือฮูหยินของท่านโหว ดูจากที่เดินเข้ามาคนเดียวนางต้องถูกสามีทอดทิ้งแน่”

          “เจ้าพูดไรน่ะ ท่านโหวน่ะหรือจะกล้าทำเช่นนั้น อย่าลืมนะว่าทั่งคู่แต่งงานกันได้เพราะมีฮ่องเต้เป็นพ่อสื่อให้”

          “ท่านพูดเหมือนไม่รู้ว่าตระกูลสือกับตระกูลเว่ยไม่ถูกกัน หากทั้งคู่รักกันหวานชื่นจริงมีหรือท่านโหวจะปล่อยให้ภรรยาของตัวเองเดินมาตามลำพัง”

          เว่ยซูเหม่ยทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินสิ่งที่สตรีเหล่านั้นพูดคุยกัน ก่อนเดินไปนั่งลงตรงที่ของตัวเอง

          “เจ้าใช่ฮูหยินของท่านโหวรึไม่”

          “เจ้าค่ะ”

          “งดงามสมคำร่ำลือ”

          “แม่นางท่านนี้...”

          “ข้าชื่อหยวนหรงชิ่ว ฮูหยินไม่ต้องเกร็งไป”

          “ว่าแต่ท่านเคยมางานเลี้ยงเช่นนี้บ่อยหรือ” นางถาม เมื่อเห็นคนตรงหน้าดูเป็นมิตรเข้ากับคนอื่นง่าย

          “ใช่เจ้าค่ะ เพราะต้องเป็นตัวแทนท่านพ่อกับท่านแม่ ข้าเลยต้องมาเลี้ยงเช่นนี้บ่อย ๆ”

          “มิน่าเล่า แม่นางถึงได้ดูเข้ากับคนง่ายยิ่งนัก”

          “ฮูหยิน ท่านอย่าได้ใส่ใจเสียงนกเสียงกาพวกนั้นเลย สตรีพวกนั้นดีแต่นินทาผู้อื่นลับหลังอย่างสนุกปาก โดยไม่สนว่าจะมีผู้ใดเข้าใจผิดบ้าง”

          “พวกนางอยากพูดอะไรก็พูดไปเถิด ข้าหาได้นำมาใส่ใจ”

          “ข้านับถือใจท่านจริง ๆ ที่ยอมแต่งกับตระกูลสือทั้ง ๆ ที่ทั้งสองตระกูลไม่ถูกกัน”

          “เรื่องของตระกูลก็ส่วนเรื่องของตระกูล ที่ข้ายอมแต่งให้เขาก็เพราะข้ารู้สึกชอบพอหาใช่ทำตามคำสั่งผู้ใด” นางบอกตามตรง

          “พอได้ยินท่านพูดจาตรงไปตรงมาเช่นนี้แล้ว ข้ารับรู้ได้ว่าท่านเป็นคนจริงใจ หากท่านไม่รังเกียจข้าก็อยากเป็นเพื่อนกับท่าน”

          “ข้าไม่รังเกียจสักนิด” ซูเหม่ยส่งยิ้มให้ ทั้งคู่พูดคุยกันอย่างถูกคอจนกระทั่งแยกย้ายกันกลับจวน

          เว่ยซูเหม่ยแอบมองสามีของตนหลายวันเห็นแต่ใบหน้าบึ้งตึงไร้อารมณ์ด้วยความสงสัยจึงได้เรียกให้หย่งเจิ้งมาหา

          “ท่านโหวเป็นอะไรหรือ หลายวันมานี้ใบหน้าของเขาดูไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก”

          “ช่วงนี้ท่านโหวกับใต้เท้าหลายท่านกำลังวางแผนปราบกบฏใบหน้าถึงได้เคร่งเครียดเช่นนั้น”

          “โล่งอกไปที ข้านึกว่าตัวเองทำอะไรผิดไปเสียอีก”

          “ฮูหยินไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกขอรับ คนที่ผิดคือท่านโหว ดูทีเถิดแต่งภรรยาทั้งทีควรรู้จักใส่ใจท่านบ้าง แต่ดูนี่สิขอรับไม่ใส่ใจยังพอทนแต่ถึงกลับไม่ให้ท่านไปเหยียบที่เรือนช่างทำเกินไปจริง ๆ”

          “เรื่องนั้นข้าไม่โทษท่านโหวหรอก เป็นความผิดข้าเองที่เกิดเป็นคนตระกูลเว่ย”

          “พวกเราทุกคนเลือกเกิดได้ที่ไหนล่ะขอรับ”

          “หย่งเจิ้ง หากไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ก่อนท่านโหวจะไปปราบกบฏข้ารบกวนเจ้ามารับเอาถุงเท้าที่เรือนได้รึไม่ ข้าเป็นฮูหยินของเขาจึงอยากทำอะไรเพื่อเขาบ้าง”

          “ฮูหยินจะทำถุงเท้าให้ท่านโหวหรือขอรับ”

          “ใช่ ออกรบคราวนี้ท่านโหวควรมีถุงเท้าดี ๆ สักคู่”

          “ท่านช่างใส่ใจท่านโหวยิ่งนัก อีกสามวันบ่าวจะมารับถุงเท้านะขอรับ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ   ตอนจบ

    “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะกล้าทำเรื่องอำมหิตเช่นนี้ เสียทีที่ข้ารับเจ้าเข้าจวนมา หย่งเจิ้ง ขังนางไว้ที่เรือน” หลังจากได้อยู่ด้วยกันตามลำพังนางได้เข้าไปนั่งใกล้เขา “ดูจากที่ตาของเจ้าบวมเป่งเช่นนี้ คงเอาแต่ร้องไห้ใช่รึไม่” เขาว่าพลางยันตัวขึ้นนั่งแล้วใช้มือลูบหัวนางแผ่วเบา “ข้าคิดว่าท่านจะไม่ฟื้นขึ้นมาเสียแล้ว ท่านหมดสติไปตั้งหลายวัน” “ข้อต้องฟื้นอยู่แล้ว เพราะข้ามีคนสำคัญที่ต้องปกป้อง” “อะ แฮ่ม ท่านโหวจะให้จัดการนักฆ่าที่รอดชีวิตอย่างไรดีขอรับ” “จับเข้าคุกหลวงให้หมด ข้าจะยื่นกีฎาให้ฮ่องเต้เป็นผู้ตัดสิน” “แล้วเรื่องฮูหยินเว่ยที่สมคบคิดกับแม่นางเหลียวล่ะขอรับจะให้จัดการเช่นไร” “ข้าจะเป็นคนจัดการเอง” เว่ยซูเหม่ยมองป้ายหน้าจวนตระกูลเว่ยด้วยความรู้สึกดีใจเสียยิ่งกว่าอะไร ในที่สุดคนชั่วช้าอย่างเหลียงเฟยฮุ่ยถึงคราที่ต้องได้รับกรรมที่นางก่อเสียที “ฮูหยินเว่ย อยู่ที่ใด” “อยู่ข้างในเจ้าค่ะ ฮูหยิน” แม่นมจ้าวออกมาต้อนรับนางด้วยรอยยิ้ม “ที่เรื่องทุกอย่างจบลงเช่นนี้ได้ก็เพราะแม

  • เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ   ปกป้องด้วยชีวิต

    สุดท้ายแล้วเว่ยซูเหม่ยก็ไม่ได้ทิ้งรองเท้าคู่นั้น ด้วยเหตุผลที่ว่ารองเท้าของนางเริ่มเก่าแล้ว หากจะทิ้งก็เสียดายจึงได้เก็บกลับมาด้วย “ฮูหยิน ท่านไปให้ช่างทำรองเท้าให้ใหม่ตั้งแต่เมื่อใดกัน ทำไมข้าถึงไม่รู้เรื่องล่ะเจ้าคะ” “ใช่ที่ไหนกัน มีคนนำมาให้ข้าน่ะ” “หรือว่าคนผู้นั้นคือท่านโหว” “เจ้ารู้ได้อย่างไร” “เมื่อไม่กี่วันก่อนบ่าวคนสนิทของท่านโหวมาถามขนาดเท้าของท่านกับข้า จะเป็นผู้ใดได้ล่ะเจ้าคะหากไม่ใช่ท่านโหว” “หวนปี้ เจ้าช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก” “เพราะข้าได้ท่านมานั่นแหละเจ้าค่ะ” “งั้นรึ” สองนายบ่าวหัวเราะขบขัน “ฉีเยว่ เจ้าบอกพ่อบ้านต่งแล้วหรือยังว่าพรุ่งนี้ให้เตรียมรถม้าไว้ให้ข้าด้วย” “บ่าวบอกเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” “ทำไมเจ้าถึงได้ทำสีหน้าเคร่งเครียดเช่นนี้ มีเรื่องอะไรงั้นหรือ” “บ่าวแค่รู้สึกกังวลนิดหน่อยเจ้าค่ะ” “เจ้าจะกังวลไปไย พรุ่งนี้ข้ากับหวนปี้แค่ไปดูทำเลเปิดร้านใหม่เท่านั้นเอง” “แต่ฮูหยินออกไปโดยไร้คนติดตามนะเจ้าคะ จะไม่ให้เป็นห่วงได้เ

  • เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ   ข้าไม่อยากได้รองเท้าอัปลักษณ์คู่นี้

    “วางใจเถิดเจ้าค่ะ แม้คนของข้าจะทำงานพลาดก็ไม่อาจสาวถึงพวกเราได้” “เช่นนั้นข้าจะลองเชื่อใจเจ้าดู” “หมดธุระแล้ว ข้าขอตัวก่อน” “ฮูหยิน ท่านเชื่อใจแม่นางเหลียวจริงหรือ หากแผนที่นางวางไว้ไม่สำเร็จล่ะเจ้าคะ” “แม่นมจ้าว เรื่องนี้ข้าคิดหาทางออกไว้อยู่แล้ว ถ้าแผนของนางล้มเหลวข้าก็แค่ปลิดชีพนางทิ้งเสีย เท่านี้เรื่องทุกอย่างก็ไม่อาจสาวมาถึงข้าได้” “ฮูหยิน ท่านช่างฉลาดนัก” “เจ้าเพิ่งรู้หรือ ฮ่า ๆ ๆ ๆ” นางหัวเราะร่าราวกับเป็นผู้คุมเกม ทั้งที่ตัวเองเป็นแค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น ตั้งแต่เปิดหอเหม่ยปี้มาร้านปักเย็บของเว่ยซูเหม่ยก็ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะลายปักที่งดงามเป็นเอกลักษณ์ช่วยดึงดูดชนชั้นสูงเข้ามาเป็นลูกค้าได้ไม่ขาดสายจนทำให้นางมีรายได้มากพอที่จะเปิดร้านปักเย็บอีกแห่งแถวชานเมือง “ขออภัยที่ข้ามาช้า” “ไม่เป็นไรเลยเจ้าค่ะ คุณชาย ที่ร้านยุ่งพอดี” “ถึงอย่างไรข้าก็มาสายจนพลาดพาแม่นางไปหาทำเลเปิดร้านอีกแห่ง” “เรื่องเล็กน้อยเท่านี้เอง ไว้โอกาสหน้าค่อยไปก็ได้เจ้าค่ะ” “แล

  • เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ   รู้สึกอย่างที่นางรู้สึก

    สืออันหลงยอมปล่อยมือจากชายหนุ่มตรงหน้า หลังข่มอารมณ์โกรธของตัวเองไว้ได้แล้ว “คุณชายหยวน เจ็บตรงไหนหรือไม่” “ข้าไม่เป็นไร” “คุณชาย ท่านกลับไปก่อนเถิด” “แล้วข้าจะมาใหม่ ส่วนภาพวาดฝากแม่นางดูแลด้วยนะขอรับ” “ข้าจะเก็บรักษาอย่างดีเจ้าค่ะ” ได้ยินดังนั้นหยวนชางเจี้ยนจึงกลับไปแต่โดยดี ผิดกับเขาที่มองมาที่นางราวกับโกรธแค้นนางนักหนา “นี่สินะ คือเหตุผลที่เจ้าอยากหย่ากับข้าใจจนจะขาด” เขากัดฟันพูด ยามอยู่ด้วยกันตามลำพังในเรือนของนาง ในหูยังได้ยินน้ำเสียงอ่อนนุ่มเป็นห่วงเป็นใยบุรุษอื่นที่ไม่ใช่เขา “ข้าไม่ยักรู้ว่าท่านโหวผู้สูงส่งอย่างท่านจะรู้จักพาลด้วย ข้าจะบอกท่านให้ว่าเรื่องนี้หาได้เกี่ยวข้องกับคุณชายหยวน” “ไหนเจ้าบอกว่ารักข้า แล้วทำไมเจ้าถึงได้เปลี่ยนใจเร็วเช่นนี้” “ท่านเข้าใจผิดแล้ว ตอนนี้ข้าไม่ได้รู้สึกกับท่านเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว ที่จริงข้าต้องขอบคุณท่านโหวที่ทำให้สตรีโง่งมเช่นข้าตาสว่าง” “อย่าพูดเช่นนี้ให้ข้าได้ยินอีก!” “ทำไมหรือเจ้าคะ ท่านจะสั่งกักขังข้างั้นรึ”

  • เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ   เรื่องที่ควรรู้

    หลังจากเว่ยซูเหม่ยหายจากอาการป่วยจึงได้ถามข่าวคราวของฮูหยินเว่ยที่ตนเคยละเลยไปเพราะแต่ก่อนมัวแต่ตกอยู่ในห้วงของความรัก “คนของเราบอกว่าอีกสองวันข้างหน้านางจะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมเจ้าค่ะ” “ตระกูลเหลียงน่ะหรือ” “เจ้าค่ะ” “เช่นนั้นข้าควรเตรียมของขวัญต้อนรับนางกลับบ้านเสียหน่อย เจ้าว่าดีรึไม่” “ฮูหยิน คิดจะทำอะไรหรือเจ้าคะ” นางกระซิบข้างหูสาวใช้คนสนิท “ฝากเจ้าไปจัดการด้วยก็แล้วกัน จำไว้ว่าอย่าฆ่านางเป็นอันขาด” “ทำไมล่ะเจ้าคะ” “เพราะข้าจะทำให้นางมีชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์ทรมานเสียยิ่งกว่าการตายซะอีก พอถึงตอนนั้นข้าจะให้นางเลือกว่าอยากอยู่หรือตายมากกว่ากัน” คล้อยหลังหวนปี้ไปได้ไม่นานเหลียวลี่อินก็โผล่หน้ามาหานางถึงที่เรือน “เจ้าหายป่วยแล้วมิใช่รึ แล้วใดต้องให้ท่านโหวมาหาที่เรือนทุกวันด้วยเล่า” “พูดเรื่องอะไรของเจ้า” “นี่อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้ หึ น่าขันนัก!” “เหลียวลี่อิน เจ้าอยากพูดอะไรก็พูดมาตามตรงเถิด ไม่จำเป็นต้องแกล้งพูดหลบเลี่ยงไปมาเช่นนี้” “

  • เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ   อาการป่วย

    “เจ้ารีบไปเรียกท่านหมอมาดูอาการฮูหยินเร็วเข้า! ฮูหยินท่านอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะเจ้าคะ” ท้ายประโยคหันไปพูดกับเว่ยซูเหม่ยที่นอนตัวสั่นอยู่ทั้งน้ำตา “ข้ามาขอพบท่านโหว” ฉีเยว่เอ่ยบอกสาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าเรือน “เจ้าคิดว่าท่านโหวเป็นผู้ใด ถึงได้คิดมาขอพบง่าย ๆ เช่นนี้” “ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกท่านโหว ได้โปรดเถิด” “กลับไปเสีย! ตอนนี้ท่านโหวกำลังยุ่งอยู่” เสียงสาวใช้ทั้งสองทะเลาะกันเสียงดังจนได้ยินไปถึงด้านใน ท่านโหวหนุ่มจึงได้ให้หย่งเจิ้งออกมาดู “พวกเจ้าสองคนเอะอะโวยวายอะไรกัน ไม่รู้รึว่าท่านโหวต้องใช้สมาธิ” “ก็นางน่ะสิเจ้าคะ ข้าบอกไปหลายหนแล้วว่าท่านโหวกำลังยุ่ง แต่นางไม่ยอมฟัง” “ข้ามีเรื่องด่วนที่ต้องบอกท่านโหว” “เจ้าคือสาวใช้ของเรือนฮูหยินนี่ มีเรื่องใดเกิดขึ้นงั้นรึ” “คือว่า ตอนนี้ฮูหยินไม่สบายอาการหนักเอาการ จำเป็นต้องเรียกท่านหมอมาดูอาการ แต่นางไม่ยอมให้ข้าเข้าไป” “วางใจเถิด ข้าจะไปบอกท่านโหวให้ประเดี๋ยวนี้” “ว่าอย่างไร ข้างนอกเกิดเรื่องอันใด” “ส

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status