แชร์

บทที่ 15 หึงหวง [100%]

ผู้เขียน: มัทฉะโมจิ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-17 23:05:44

ย้อนกลับไปสิบเก้าปีก่อนครอบครัวของอิสระภักดี ประกอบด้วยธนินทร์ผู้เป็นพ่อ ผกามาศผู้เป็นแม่ และลูกชายสองคน คนโตชื่อธันวา ส่วนน้องชายคนเล็กชื่อธารา

ทั้งหมดอาศัยอยู่ในบ้านหลังไม่ใหญ่ไม่เล็กในย่านชานเมืองชลบุรี ผู้เป็นพ่อทำธุรกิจการโรงแรมสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างสบาย ขณะที่ผู้เป็นแม่มีอาชีพเป็นเพียงแม่บ้านดูแลลูกๆ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

ก่อนที่ผกามาศจะรู้ตัวเองว่าเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เธอเผชิญหน้ากับโรคนี้เพียงลำพังโดยไร้สามีเคียงข้าง เพียงเพราะว่าเขาให้ความสำคัญกับงานมาเป็นที่หนึ่ง มากกว่าครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง

ธนินทร์ทำงานอย่างหนักเพราะตอนนั้นธุรกิจโรงแรมของเขากำลังประสบปัญหาสภาพคล่อง บ้านที่เคยกลับมากินข้าวกับภรรยาในทุกๆ วัน กลับกลายมาเป็นอาทิตย์ละครั้ง หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นเดือนละครั้ง

หนำซ้ำข่าวคราวที่ว่าธนินทร์กำลังควงนางแบบสาวในวงการ กลับทำให้อาการของผกามาศทรุดลงอย่างหนัก โรคที่เป็นอยู่ค่อยๆ กัดกินเธอไปเรื่อยๆ จนเธอดิ่งถึงขีดสุด

กระทั่งผู้หญิงคนนั้นส่งรูปเธอและสามีนอนเปลือยอยู่บนเตียง ทั้งคู่กอดกันกลมพร้อมกับหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างมีความสุข นั่นคือฟางเส้นสุดท้ายที่ผกามาศจะจบความเจ็บปวดนี้ ลาโลกโดยการแขวนคอตัวเอง

“ย่าของตองบอกว่า ตอนนั้นเธอตกใจที่คุณผกามาศเธอตัดสินใจแบบนั้น จนไม่ทันระวังว่าคุณธันก็เข้ามาในห้องด้วย” ใบตองพูดเสียงแผ่วเบา

ในตอนนั้นเธอยังเด็กไม่รู้ความเท่าไรนัก แต่ที่เธอรู้อาการฝันร้ายของธันวา นั่นเพราะย่าของเธอได้เล่าให้ฟัง ว่าเด็กน้อยผู้น่าสงสาร ต้องเข้ารับบำบัดกับจิตแพทย์นานนับหลายปี

แต่ทว่าฝันร้ายที่เคยหายไป เริ่มกลับมาอีกครั้ง ตั้งแต่ที่แอรินเหยียบเข้ามาในบ้านหลังนี้

“เพราะฉะนั้น คุณแอร์อย่าถือสาคุณธันเลยนะคะ ที่จริงแล้วคุณหนูเธอน่าสงสารมาก ต้องเติบโตท่ามกลางความกดดันของคุณธนินทร์ หนำซ้ำยังเห็นแม่ของตัวเองผูกคอตายต่อหน้าต่อตาอีก” ใบตองช่วยแก้ต่างแทนนาย

แอรินพอจะเดาเรื่องราวทั้งหมด ว่าทำไมคนไร้หัวใจคนนั้น ถึงปฏิญาณตนว่าจะไม่มีความรัก แม้ว่าตัวเองจะถูกจับแต่งงานกับเธอก็ตามที

พอคิดดังนั้น คนหัวอกเดียวกันก็เกิดเห็นใจขึ้นมา เธอเองก็สูญเสียแม่ผู้เป็นที่รักไป และคิดว่าหากเป็นตัวเองเจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน เธอคงหัวใจแตกสลายเป็นแน่

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา แอรินกับธันวายังคงอยู่ที่พัทยา เนื่องจากที่ร้านธันเดอร์โฮสต์สาขาที่สองติดปัญหาเรื่องการก่อสร้าง ทำให้ธันวาอยู่เคลียร์งานสลับกับเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป็นว่าเล่น

หลายวันมานี้ แอรินเลี่ยงที่จะปะทะอารมณ์กับสามี โดยการหลบหน้าไม่ยอมมาร่วมโต๊ะกันระหว่างกินข้าว ส่วนห้องนอนเธอก็ขอให้ธนินทร์จัดห้องให้ใหม่ ให้เงื่อนไขว่าหากไม่ยอมเธอจะพาลูกชายกลับกรุงเทพฯ ทันที ทำให้คนติดหลานชายจึงยอมอย่างว่าง่าย หนำซ้ำยังซื้อรถตู้ใหม่เป็นของขวัญให้หลานชายอีกด้วย

“คิดว่าจะมาไม่ได้แล้ว”

ร้านอาหารไทยในย่านพัทยากลาง คุณหมอหนุ่มได้นัดกับอดีตแฟนสาวมากินข้าวมื้อกลางวัน ตอบแทนที่อาทิตย์ก่อน เธอเปย์ดื่มให้กับเขา

“นานๆ ทีนเรศจะเลี้ยงเราสักที ก็ต้องกินให้คุ้มไหม”

ร่างบางในชุดเดรสยาวสีฟ้าอ่อนตัวยาว ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“กินหมดร้าน เราก็จ่ายไหว”

คิ้วเรียวเลิกขึ้นก่อนจะหัวเราะ นเรศก็ยังเป็นนเรศ ที่ยังคงพูดติดตลกให้เธอขำอยู่ร่ำไป

“จะเลี้ยงทั้งหมู่บ้านเหรอ?”

“หึหึ เลี้ยงแอร์กับพีพีได้ตลอดชีวิตแล้วกัน” คุณหมอหนุ่มพูดติดตลก แต่ครั้งนี้กลับทำให้คนฟังถึงกับหุบยิ้ม

“นเรศ” เธอเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เราก็แค่พูดเล่นน่ะ อย่าถือสาเลยนะ” พอรู้ว่าแอรินลำบากใจ นเรศถึงพูดแก้ต่าง ทั้งสองคนต่างเงียบไปสักพัก

“งั้นเราไม่เกรงใจแล้วนะ” เปลี่ยนบรรยากาศ โดยการหยิบเมนูขึ้นมาดู วันนี้ทั้งวันยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ

ทั้งวันนอกจากเลี้ยงดูลูกชาย แอรินยังต้องเคลียร์บัญชีที่ร้าน หนำซ้ำออกแบบลวดลายเล็บ สุ่มทำโปรเจคใหม่ที่ออกวางขายในอีกสองเดือนข้างหน้า

แม้ว่าจะเป็นภรรยาของนักธุรกิจพันล้าน ใช่ว่าเธอจะอยู่นอนกินสบายๆ การปูเส้นทางฝันของเธอยังคงดำเนินไป หากวันนี้หย่าขาดกันไป เธอก็ยังยืนด้วยสองขาที่แข็งแรงของตัวเองได้ไม่เอนเอียง

“ดูแอร์มีความสุขขึ้นนะ” อยู่ๆ นเรศก็พูดโพล่งขึ้นมา ทำเอาแอรินสงสัยว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ”

“ก็แอร์สวยขึ้น มีน้ำมีนวลขึ้น ไม่เหมือนแต่ก่อน”

“แต่ก่อนที่ว่า เพราะเราทำงานจนหัวฟูเถอะ” แอรินทำหน้ายู่ คิดถึงสมัยก่อนที่ตัวเองต้องทำงานเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมง หาเงินมาจ่ายค่าเทอมมือเป็นระวิง

“ก็เพราะแอร์เป็นแอร์แบบนี้ไง เราถึงชอ..”

“แอร์ว่าเราอย่าพูดเรื่องนี้กันเลยนะ” เธอรีบพูดสวนกลับ ขณะที่พนักงานมาเสิร์ฟอาหารพอดิบพอดี

พอรู้ว่าหญิงสาวลำบากใจ นเรศจึงกลืนคำพูดนั้นลงคอ แอรินในตอนนี้เปลี่ยนไปมาก แม้กระทั่งหัวใจซึ่งไม่มีเขาอยู่ในนั้น

นเรศพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่ทั้งสองจะลงมือตักอาหารเข้าปาก รสชาติของมันช่างจืดชืดเสียสนิท คิดว่าความหวังครั้งสุดท้ายมันริบหรี่จนไม่เห็นปลายทางแล้วสิ

แอรินนั่งกินอาหารเงียบๆ ขณะที่สายตาสะดุดไปยังชายหญิงคู่หนึ่งที่เพิ่งเดินเข้าร้านมา คนหนึ่งคือปลายฟ้าอดีตคู่ขา ส่วนอีกคนคือสามีของเธอที่ไม่ได้เห็นหน้าคร่าตาเป็นอาทิตย์

สองสายตาสบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนที่แอรินจะทำเป็นไม่สนใจแล้วตักอาหารเข้าปากของเธอต่อ ทำเหมือนว่าร่างสูงเป็นอากาศธาตุ

“นั่นภรรยาคุณนี่คะ” ปลายฟ้าเอ่ยถามคนข้างกาย ขณะที่เจ้าของคิ้วหนากลับขมวดแน่น เมื่อเห็นนเรศนั่งร่วมโต๊ะด้วย

ชายหนุ่มตรงดิ่งเข้าไปหาคนทั้งคู่ โดยมีหญิงสาวเดินตามหลังมา

“ใจคอจะไม่ชวนผัวตัวเองนั่งด้วยหรือไง” เจ้าของรอยสักหัวกะโหลกเน้นประโยคกลาง แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน

“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันกลัวกินข้าวไม่อร่อยเปล่าๆ” ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับตอบกลับอย่างเจ็บแสบ จนคนได้ฟังถึงกับหงุดหงิด

“แอริน”

“ในเมื่อภรรยาคุณไม่ให้นั่ง เราไปนั่งตรงนู้นกันดีกว่าไหมคะธัน” ปลายฟ้าออกความคิดเห็น แอรินหันมาจ้องหน้าสาวสวยพร้อมกับยิ้มเยาะ

“ทานให้อร่อยนะคะ ฉันอนุญาต” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ จนธันวาถึงกับโกรธควันออกหู

“ทีกับผัว หลบหน้าหลบตาเป็นอาทิตย์ แต่ตัวเองกลับระริกระรี้มากินข้าวกับแฟนเก่าใช้ได้เหรอแอร์” ความโกรธทำให้ธันวาเอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือนออกไปอย่างไร้สติ

“ก็เหมือนคุณควงคู่ขา ไม่ใช่สิ เลขาไปไหนมาไหนใช่ไหมคะคุณธันวา”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทส่งท้าย

    เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [100%]

    “โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [50%]

    แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [100%]

    เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [50%]

    “คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 18 คนหลงทาง [100%]

    การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status