Beranda / วาย / เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม / Special ทัวร์ 1 วันในปราสาทมืดเฮลดันไฮม์

Share

Special ทัวร์ 1 วันในปราสาทมืดเฮลดันไฮม์

Penulis: tartarussword
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-20 17:25:05

ข้าคือสโครว์ หนึ่งในอัศวินสังหารฝาแฝดของท่านเซอร์เบอรอส พี่ข้าคือสเตมป์ฟา แต่ก็นั่นแหละเขาเกิดก่อนข้าเพียงนิดเดียว

ท่านเซอร์เบอรอสตอนเด็กเป็นยังไงน่ะเหรอ ที่จริงข้าก็ไม่แน่ใจ เพราะถึงพวกเราจะเป็นเด็กในปราสาทนี้มาตั้งแต่แรก แต่พวกเราถูกแยกจากท่านเซอร์เบอรอสเพื่อปกป้องพวกเราเอง เพราะพลังของผู้นำตระกูลมักควบคุมได้ยาก ชนิดที่ว่าในวัยเด็กของท่านเซอร์เบอรอสปราสาทครึ่งหนึ่งมักพังตลอดเวลา นั่นคือปราสาทส่วนด้านในสุด นั่นคือส่วนที่เขาอยู่

พวกเราเป็นลูกชายของอัศวินแห่งปราสาทเฮลดันไฮม์ หากอัศวินเสียชีวิต หากมารดาไม่ต้องการจะเลี้ยงต่อก็เอามาให้ปราสาท และถูกเลี้ยงดูเพื่อรับใช้ดยุก ซึ่งข้าก็ไม่ได้ติดอะไรหรอกนะ เพราะถ้าเทียบกับถูกเลี้ยงดูข้างถนน พวกเราก็สบายกว่ามาก และมารดาของพวกเราก็ได้ค่าตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อ

ทางค่ายฝึกเฮลดันไฮม์จะฝึกด้วยหลักสูตรอัศวินสังหารโดยเฉพาะ ซึ่งข้าว่ามันคล้ายๆ การฝึกเป็นนักฆ่ามากกว่าอัศวิน ซึ่งเมื่อจบแล้วก็จะถูกเอามาประจำที่ปราสาทโซนนอก แต่หากท่านดยุกถูกใจฝีมือก็จะอยู่ที่ปราสาทโซนใน ซึ่งดยุกท่านก่อนท่านเซอร์เบอรอส คือท่านซัลวาทอร์ได้เลือกเพียงแค่ข้า พี่ชายข้า และสติกซ์ เพียง 3 คนเท่านั้น

“พวกเจ้ามีฝีมือโดดเด่นและรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายข้า” ดยุกซัลวาทอร์เป็นคนพูดน้อยแต่...

ในวันนั้นเขาชมพวกเราทำให้ข้าแทบลอย

พวกเราถูกฝึกแยกจากท่านเซอร์เบอรอส และได้เจอกันในตอนที่ท่านเซอร์เบอรอสต้องไปออกรบ พวกเราอยู่กับท่านเหมือนเงาตามตัว ซึ่งนอกจากคอยช่วยท่านเซอร์เบอรอสตอนรบ (ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรมากเพราะท่านเซอร์เบอรอสเก่งเกินไป) แค่ออกมาตอนเขาเรียก

ส่วนเวลาว่างของท่านเซอร์เบอรอสมักเขียนแผนกำจัดศัตรูแล้วหัวเราะอยู่คนเดียว ไม่ก็ถ้ามีเรื่องต้องสอบปากคำก็ทรมานนักโทษในปราสาท เสียงหัวเราะชั่วร้ายมักดังก้องไปทั่ว แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ยินแล้ว เพราะท่านเรย์คาลัสอยู่ด้วย

ท่านเรย์คาลัสเป็นชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูอ่อนแอและไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่เป็นคนแปลกเมื่อเทียบกับคุณชายตระกูลใหญ่คนอื่น แม้จะอยู่ที่ปราสาทมืดแต่เขาก็หาอะไรทำตลอด เช่น ซ่อมของที่ท่านเซอร์เบอรอสทำพัง หยอดน้ำมันประตูที่ฝืด และบางทีก็ทำอาหาร

ตอนแรกที่สติกซ์ดูเกลียดเขาแต่เมื่อประตูปราสาทไม่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดอีกต่อไป หมอนั่นก็ดูเกลียดท่านเรย์น้อยลง ส่วนท่านเซอร์เบอรอสเมื่อทั้งสองอยู่ด้วยกันก็มักจะดูทำตัวไม่ถูกไม่ก็หูแดงบ่อยๆ ทำให้พวกเรารู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นได้ แต่ไม่มีอะไรน่าแปลกใจเท่าการที่ท่านเซอร์เบอรอสอุ้มท่านเรย์คาลัสที่เปื้อนไปด้วยเลือดไปขังในห้องขังเก็บเสียงแต่ก็ยังมีเสียงครางกระเส่าเล็ดลอดออกมาแล้ว หากไม่เห็นกับตาพวกเราไม่เชื่อเลยหมาบ้าแห่งสนามรบมีมุมแบบนี้อยู่ด้วย ข้าไม่คิดว่าท่านดยุก ไม่สินายท่านของข้ามีอารมณ์อื่นนอกจากหงุดหงิดด้วยซ้ำ

แต่ในฐานะดยุกเฮลดันไฮม์ เขาก็ควรมีทายาทเพื่อสืบทอดตระกูลไม่ใช่เหรอ สืบทอดพลังอันน่าขนลุกนั่น แล้วเขาจะมีดัชเชสเป็นผู้ชายได้อย่างไร ยังไงความสัมพันธ์นี้ก็ไม่ยืนยาว เพราะงั้นท่านเซอร์เบอรอสเองก็ควรจะหาทางจบเรื่องนี้ก่อนที่ท่านเรย์คาลัสจะเจ็บปวด

แต่ช่างเรื่องนั้นก่อน ตอนนี้ข้ารู้สึกหิวเลยจะชวนใครสักคนลงไปที่ห้องครัวของปราสาท เพราะแม้ข้าจะอยู่ที่นี่มานาน ปราสาทนี้ก็ยังคงน่ากลัวแล้วเหมือนจะมีผีโผล่ออกมาตลอดเวลา โดยเฉพาะห้องครัวที่ใหญ่และวังเวง ข้าจึงเปิดประตูเข้าไปในห้องพี่ชาย

“พี่ ทำอะไรอยู่”

“สโครว์เหรอ” พี่ชายของข้าพิงอยู่กับอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนมีปีกขนาดใหญ่ ข้าเพ่งมองนานก่อนจะเห็นว่านั่นคือรูปปั้นเทวดาเท่าคนจริง ในห้องพี่ชายของข้าเต็มไปด้วยรูปปั้นเทวดาที่แกะสลักจากไม้สีดำทั้งเล็กและใหญ่ และเศษไม้ เขาแกะสลักมันเองกับมือ

“เจ้าแกะสลักเทวดาทำไมนะ อัศวินสังหารอย่างพวกเราบูชาเทวดาได้เหรอ” ข้าถามเขา

“เทวดาแห่งการสังหารไง” ท่านพี่ตอบข้า เขาจุมพิตปีกของรูปปั้นเทวดาสีดำ “เจ้าอยากได้สักองค์ไหม” สีหน้าท่านพี่ที่มองปีกอย่างหลงใหลทำให้ข้ารู้สึกว่าไม่ควรรบกวนเขา

“ม…ไม่เป็นไรขอบใจ” ข้าปฏิเสธและไปหาคนต่อไป เดินไปตามห้องในปราสาทแต่ก็ไปเจอเขาอยู่ที่สุดโถงทางเดิน

“สติกซ์เจ้าทำอะไรอยู่” ข้ารู้สึกแปลกๆ เหมือนเห็นเงามือสีดำงอกออกมาจากตัวเขา หลากหลายมือกำลังเช็ดผนังพร้อมๆ กัน

“สโครว์เหรอ” สติกซ์หันมายิ้มให้ มือเหล่านั้นหายวับไป “เจ้าไม่เห็นใช่ไหม เมื่อกี้นี้”

ข้าก็ว่าทำไมแม้จะมีแต่ผู้ชายและไม่มีกระทั่งพ่อบ้าน ปราสาทเฮลดันไฮม์ก็สะอาดแถมยังมีกลิ่นหอมอยู่เสมอ

“ม.. ไม่เห็นอะไรเลย ข้าไม่เห็นอะไรเลยสักนิด” สีหน้ายิ้มแย้มของเขา และดวงตาสีฟ้าที่เหมือนแมวของเขาเริ่มเบิกกว้างแปลกๆ และเดินเข้ามาใกล้ข้า “ใช่ เจ้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” พลางยิ้มแบบที่ดูน่ากลัวสุดๆ

“เฮ้อ” ข้าถอนใจ ทำไมปราสาทเฮลดันไฮม์ถึงมีแต่พวกคนประหลาดนะ ข้าแค่อยากหาคนลงไปห้องครัวด้วยเท่านั้นเอง

เมื่อข้าลงไปถึงครัว ข้าก็เห็นไฟจากโคมไฟเวทย์เปิดอยู่ ใครมาทำอะไรอยู่เวลานี้กันนะ เมื่อข้าเปิดเข้าไปก็เป็นท่านเรย์คาลัสที่กำลังทำอะไรบางอย่าง

“ท่านเรย์คาลัส”

“อ๋า เอ่อ อัศวินสังหาร เจ้าคือสโครว์ หรือสเตมป์ฟานะ พวกเจ้าเหมือนกันจนข้าแยกไม่ออกเลย”

“ไม่ค่อยมีใครแยกออกหรอกขอรับ” ข้าตอบ “ปกติพวกเราจะปิดบังใบหน้าด้วย”

“แต่ข้าว่าเสียงพวกเจ้าไม่เหมือนกันนะ เสียงเจ้าเท่กว่านิดหน่อย” ท่านเรย์คาลัสบอก “พอดีเลย ข้าไม่คุ้นกับเตาฟืนของที่นี่น่ะ ช่วยชิมอันนี้ทีสิ” ชายหนุ่มผมสีเขียวหยิบถ้วยขนมออกมาให้ข้า ข้าหยิบช้อนตักกินดู ข้ากำลังหิว และพวกเรากินอะไรก็ได้อยู่แล้วเพราะงั้นรสชาติแย่ก็ไม่ใช่ปัญหา

“ข้าว่ามันน่าจะต้องหวานกว่านี้หน่อย แต่มันไม่มีกะทิข้าเลยใช้นมแทน ที่นี้เลยไม่รู้ว่ามันพอกินได้หรือเปล่า”

“…”

“เจ้า เจ้าเป็นอะไรน่ะ มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” ท่านเรย์คาลัสถามด้วยความเป็นห่วง เหมือนกลัวว่าข้าจะกินไม่ได้

ข้าว่าข้าเข้าใจท่านเซอร์เบอรอสทุกอย่างแล้ว

ข้าแทบร้องไห้ออกมา มันอร่อยจนน้ำตาจะไหล!

ข้าอยากให้เขาเป็นดัชเชสอยู่ที่เฮลดันไฮม์ตลอดไปเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status