Share

ตระกูลแมงป่อง

Penulis: tartarussword
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-20 17:27:49

เซอร์เบอรอสที่พันผ้าพันแผลไปครึ่งหน้าจนเหมือนมัมมี่ มองสเตมป์ฟาที่วุ่นวายอยู่กับการแปลงโฉมให้ผม เริ่มด้วยการเปลี่ยนทรงผม ใส่วิกผมสีดำให้ เพื่อปลอมตัวผมไปยังตระกูลเซอร์เค็ตในฐานะผู้ติดตามของเซอร์เบอรอส ผมพยายามคัดค้านไม่ให้เขาไปที่ดินแดนเซอร์เค็ต เพราะแผลที่ยังไม่หายดี แต่เขายืนยันที่จะไป แถมยังยืนกรานที่จะเอาผมไปด้วยอีกต่างหาก ดูเหมือนในจดหมายนั่นจะมีอะไรบางอย่างทำให้เขาจำเป็นต้องไปจริงๆ

“แบบนี้ดีไหมขอรับท่านดยุก” สเตมป์ฟาเอากระจกมาให้ผมด้วย เมื่อมองกระจกที่ตัวเองมีผมสีดำแล้วรู้สึกนึกถึงตัวเองในชาติที่แล้ว ใบหน้าขาวซีดจนริมฝีปากเองก็ซีดตาม เมื่อผมดำนั้นขับหน้าให้ดูโดดเด่นขึ้นมากกว่าผมสีเขียวสาหร่ายของตัวเอง

“ไม่ดี” เซอร์เบอรอสจิ๊ปากแบบไม่สบอารมณ์สุดๆ แล้วขมวดคิ้ว

“ดูแย่เหรอ” ผมถามเซอร์เบอรอส “ข้าว่ามันก็ดูดีนะ”

เขาเดินเข้ามาแล้วย่อตัวมองมองผมในกระจก แล้วหันมามองหน้าผม

“ไม่เข้ากับดัชเชสเหรอขอรับงั้นเดี๋ยวข้าลองเปลี่ยนทรง” สเตมป์ฟาถามพลางหยิบน้ำมาให้ผมที่รับมาดื่มด้วยความกระหาย

“สวยเกินไป” เซอร์เบอรอสบอก ทำเอาผมแทบพ่นน้ำทิ้ง ชมกันแบบนี้ผมเขินตายดิ

“เอ่อ งั้นให้ท่านดัชเชสอยู่ที่นี่แล้วให้สติกซ์เฝ้าไว้ไหมขอรับ” สเตมป์ฟาเลิ่กลักลองถามดู “ให้ท่านดัชเชสอยู่กับสติกซ์ที่ปราสาทแล้วพวกเราไป”

“ข้าอาจจะตายได้ทุกเมื่อ ข้าไม่ไว้ใจให้ใครอยู่กับเรย์ทั้งนั้น” ดวงหน้าคมในผ้าพันแผลตอบ

“เอ่อ งั้นสเตมป์ฟา เจ้าลองแต่งข้าให้ดูเหมือนผีได้ไหม” ผมมองสเตมป์ฟาด้วยสายตาขอโทษแทน

เพราะความเอาแต่ใจของเซอร์เบอรอส สุดท้ายทั้งเซอร์เบอรอส ผม สโครว์ และสเตมป์ฟาเลยต้องไปที่ตระกูลเซอร์เค็ตด้วยกัน

“ตระกูลเซอร์เค็ตนี่เป็นตระกูลแบบไหนเหรอ” ผมลองถามเซอร์เบอรอสดูขณะที่พวกเราอยู่ในรถม้า

“เป็นพวกน่ารำคาญ แต่ท่านพ่อข้ามีสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลนี้” เซอร์เบอรอสตอบสั้นๆ อย่างไม่ใส่ใจ ขณะที่รถม้าของพวกเราเข้าไปยังพื้นที่ที่ดูแห้งแล้งมากขึ้นเรื่อยๆ

“ตระกูลแมงป่องแห่งทะเลทรายขอรับ” สเตมป์ฟาอธิบายให้ผมฟังเมื่อเห็นเซอร์เบอรอสไม่ตอบ “พวกเขามีชื่อเสียงด้านการรบแบบกองโจร”

“หมายถึงพวกลอบกัดล่ะไม่ว่า” เซอร์เบอรอสดูท่าทางหงุดหงิด

แตกต่างจากแถวเฮลดันไฮม์ที่ดูมืดมนและเน้นการใช้สีดำ บ้านช่องของดินแดนเซอร์เค็ตตกแต่งด้วยสีสันฉูดฉาดให้ความรู้สึกเหมือนเมืองอาหรับท่ามกลางทะเลทราย บ้านช่องบางส่วนดูเหมือนทำจากทรายนำมาก่อจนเป็นบ้าน ผมดูวิวรอบข้างด้วยความเพลินตา กว่าจะถึงที่หมายก็เป็นยามโพล้เพล้ใกล้ค่ำ

เมื่อถึงแล้วก็มีคนออกมารับ เป็นชายผมแดงที่มีแผลเป็นที่หน้า ท่ามกลางทหารหลายสิบนาย

“ยินดีต้อนรับท่านดยุกแห่งเฮลดันไฮม์ ข้าฮันโอ ข้าไม่แน่ใจว่าท่านจำได้หรือไม่” ชายผมแดงเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

“จำได้สิ ข้าจะจำเด็กขี้แยที่เอาแต่ร้องไห้นั่นไม่ได้ได้อย่างไร” เซอร์เบอรอสตอบ “ลูกชายคนโตของเซอร์เค็ต ผู้ไม่รู้ว่าจะได้เป็นดยุกหรือเปล่า ได้ข่าวว่าพ่อเจ้าโปรดปรานลูกชายคนอื่นมากกว่า โดยเฉพาะน้องชายคนเล็กของเจ้า” หมาบ้าแห่งเฮลดันไฮม์ดูเหมือนพยายามจะกวนตีนอีกฝ่าย ซึ่งก็ได้ผล ฝ่ายฮันโอดูโมโหจริงๆ

“ไม่คิดว่าท่านจะจำได้แต่เรื่องไร้สาระ” หนุ่มผมแดงขบกรามแน่นแต่สุดท้ายก็แสยะยิ้มจอมปลอมออกมา “แต่ข้าไม่ยักกะจำได้ว่าท่านชอบพันผ้าพันแผล แผลนั่นหนักมากล่ะสิ ดยุกแห่งเฮลดันไฮม์”

“ดยุกแห่งเซอร์เค็ตเองที่ไม่มาตามนัดทั้งที่เป็นการสร้างทางเชื่อมระหว่างเขตแท้ๆ แล้วเกิดเหตุเช่นนี้ยังมาเยาะเย้ยข้าอีก ข้าควรเรียกค่าทำขวัญจากพ่อเจ้าสักกี่ล้านอาร์เคดีนะ ไม่สิ พวกเจ้าสมรู้ร่วมคิดกับองค์รัชทายาทเล่นงานข้า ค่าตอบแทนก็ควรเป็นชีวิตของพวกเจ้าเช่นกัน”

“แม้จะบาดเจ็บก็ยังพูดจารุนแรงเหมือนเดิมนะขอรับ แต่อันที่จริงรอบนี้พวกเราตั้งใจจะช่วยท่าน และให้ท่านช่วยพวกเราด้วย”

“…”

หลังจากการฟาดปากกันพอหอมปากหอมคอ ฮันโอก็เข้าเรื่อง

“ที่เชิญท่านมาในวันนี้ ท่านน่าจะทราบจากในจดหมายแล้ว” เขาเริ่มพูด “ตอนนี้ข่าวแพร่กระจายไปแล้วว่าที่เซอร์เค็ตมีการพบสมบัติของนักเวทย์ที่มีอายุกว่า 400 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้น”

“เรื่องนั้นข้ารู้มาบ้าง” เซอร์เบอรอสพูด “มันเกี่ยวอะไรกับข้า ทำไมพ่อเจ้าต้องเขียนจดหมายเชิญให้ข้ามาโดยอ้างพ่อข้ารวมถึงชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดอย่างนั้นอย่างนี้ บังคับให้ข้ามาให้ได้”

“นั่นเป็นเพราะ สมบัติของนักเวทย์เปิดได้แค่ส่วนเดียว ห้องที่เหลือถูกผนึกไว้”

“เจ้าก็มีนักเวทย์เยอะแยะ เกี่ยวกับข้าตรงไหน” เซอร์เบอรอสหันหลังเหมือนจะพาพวกเราเดินกลับ “ก็ให้พวกนั้นจัดการสิ ข้าบาดเจ็บและงานยุ่งมาก”

“ข้าเชิญนักเวทย์ที่เก่งที่สุดมาแล้ว แต่เปิดไม่ได้” ฮันโอถอนใจ “เวทย์ที่ใช้ปิดประตูซับซ้อนมาก”

“เพราะงั้น ข้าอยากพึ่งพลังของท่านเซอร์เบอรอส” เขาพูด “เรื่องนี้จะคุ้มค่าสำหรับท่านแน่นอน เพราะในห้องนั่นมีห้องหนึ่งที่มีศิลามังกร เราจะให้ศิลานั่นกับท่านเป็นการตอบแทน ถ้าท่านเอาสมบัติออกมาได้อย่างไม่บุบสลาย”

เมื่อได้ยินคำว่าศิลามังกรเซอร์เบอรอสก็หยุดเดิน

“ทำไมไม่บอกแต่แรก” เซอร์เบอรอสกลับลำทันที

“ข้าเจอปมเงื่อนที่แก้อย่างไรก็แก้ไม่ได้ ข้าก็เลยจะยืมพลังของท่านฟันมันเป็นสองท่อนดู ฟังดูเป็นยังไง”

“ดีสิ ข้าตกลง” ข้อเสนอศิลามังกรตอนนี้เป็นอะไรที่เราปฏิเสธไม่ได้เนื่องจากสถานการณ์ของเซอร์เบอรอส ทำให้ดีลนี้เหมือนจะเป็นดีลที่มาถูกจังหวะเวลาพอดี

แต่มันถูกจังหวะมากเกินไปหรือเปล่า

หลังจากพักที่ห้องรับรอง ฮันโอก็พาพวกเราไปยังซากปรักหักพังแห่งหนึ่ง ใต้พื้นที่แห่งนั้นคือทางลงไปสุสานของนักเวทย์ บันไดลงและความมืดดูน่ากลัว แต่เมื่อมองลงไปมีโคมไฟเวทย์ค่อยๆ ถูกจุดขึ้น

พวกเราลงไปในห้องสุสาน สุสานที่มีห้อง 4 ห้อง ที่ถูกเปิดแล้วห้องแรก มีโคมไฟเวทย์จุดอยู่ แต่อีก 3 ห้องมีรอยเศษดินเล็กๆ แตกออกมา แต่ประตูยังคงปิดแน่นสนิท

“ท่านเซอร์เบอรอส ทางนี้ขอรับ ท่านลองเข้ามาดูห้องแรกเผื่อมีเบาะแสในเรื่องเวทย์ผนึก” นักเวทย์ของเซอร์เค็ตพาเซอร์เบอรอสเข้าไปยังสุสานห้องแรกที่ถูกเปิดแล้ว

จากแสงไฟสลัว ห้องนั้นดูโล่งแต่เต็มไปด้วยแท่นต่างๆ ที่เหมือนเคยวางสมบัติที่ขนออกไปหมดแล้ว แต่ก็ยังมีส่วนที่มืดและลึกเข้าไปอีก

“รอยู่ที่นี่” พูดจบเซอร์เบอรอสก็เดินหายเข้าไปด้านในห้องห้องแรก ทิ้งพวกเราให้อยู่กับฮันโอและคนของดยุกเซอร์เค็ต

“ข้าสงสัยจังเลยว่าเจ้าเป็นใคร” ฮันโอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม สโครว์และสเตมป์ฟาขนาบข้างด้วยชุดที่ปกปิดใบหน้า ผมเองก็อยู่ในชุดเสื้อคอสูงและฮูดเหมือนชุดกันแดดที่ปกปิดยิ่งกว่าทั้งสองคนนั่นอีก เขาจะสงสัยก็ไม่แปลก

“ข้าเป็นผู้ติดตามของท่านเซอร์เบอรอส” ผมตอบ พยายามเลียนแบบเสียงโหดๆ ของอัศวินสังหาร

“เจ้าพูดอะไรน่ะ คนอย่างหมาบ้าแห่งเฮลดันไฮม์ไม่เคยมีผู้ติดตามซักหน่อย” สีหน้าเขาพลันแปลกขึ้นรวมทั้งผู้ติดตามรอบๆ ด้วย

“ปัง!” ประตูหินห้องสุสานห้องที่เซอร์เบอรอสเลื่อนลงมาจากด้านบนและปิดสนิท

พวกเขาตั้งใจจะขังเซอร์เบอรอสไว้ด้านในงั้นเหรอ

“แม้แต่หมาบ้าแห่งเฮลดันไฮม์ก็ออกจากห้องนั่นไม่ได้หรอก เวทย์ผนึกนั่นแข็งแกร่งมากจนกว่าเราจะทำลายได้ก็หลายปี” ฮันโอแสยะยิ้มจนทำให้แผลเป็นที่หน้าของเขาดูหน้าเกลียดมากยิ่งขึ้น

สโครว์และสเตป์ฟายืนขึ้นและคุมเชิงกันไว้ไม่ให้มีใครเข้าใกล้ผม

“เจ้าคือคนผู้นั้นสินะ ที่เขาลือกันว่าดยุกเฮลดันไฮม์ถนอมนักหนาถึงกับสร้างข่าวลือว่าฆ่าทิ้งไปแล้ว แต่ยังมีตัวตนอยู่นี่เอง” ฮันโอหยิบมีดขึ้นมาแล้วเอาลิ้นเลียมีด ด้านหลังของเขามีคนห้าสิบคนได้ เข้ามาล้อมพวกเราไว้

“ของเล่นที่มันทะนุถนอม ข้าล่ะอยากทำลายมันซะจริง” เขาจ้องผมด้วยแววตาไม่กะพริบ “ยิ่งถ้าทำลายต่อหน้ามันได้จะดีซักแค่ไหนนะ เสียดายที่ไอ้หมาบ้านั่นมันเก่งเกินไป ไม่งั้นข้าจะฆ่าเจ้าต่อหน้ามัน”

เขาทำให้ผมขยะแขยงสุดๆ

“ข้ามศพพวกเราไปก่อนเถอะ บุตรแห่งเซอร์เค็ต” สเตมป์ฟาพูดแล้วชักดาบออกมา เช่นเดียวกับสโครว์ พวกเขามาขวางตรงหน้าผมเอาไว้ เคลื่อนไหวพร้อมกันราวกับเป็นภาพสะท้อนขนาบผมไว้ตรงกลาง ดาบของสโครว์ดูยาวผิดปกติ

ไม่ใช่ว่าอัศวินสังหารคือนักลอบสังหารที่ต้องใช้อาวุธที่เหมาะกับการต่อสู้ระยะประชิดหรอกเหรอ?

ผมมองดาบของสเตมป์ฟาที่มีใบมีดแหลมออกมาเหมือนกับใบเลื่อย

“อัศวินสังหารเหรอ ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะสักแค่ไหน ในเมื่อหมาบ้านั่นดังเรื่องการบุกเดี่ยว ลูกน้องอย่างพวกเจ้าได้สังหารกระต่ายสักตัวหรือยัง” ฮันโอพูดเรียกเสียงหัวเราะจากทหารด้านหลังเขา

“ไม่มีเจ้านายแล้วพวกลูกกระจ๊อกที่คอยแต่เดินตามหลังจะทำอะไรได้”

พวกเซอร์เค็ตมีหลายสิบคน พวกเราไม่มีทางหนีได้เลย นี่มันเป็นแผนลวงแต่แรกแล้ว

ผมน่าจะยืนกรานให้เซอร์เบอรอสไม่มา น่าจะคัดค้านเขาให้มากกว่านี้ แต่ทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status