Share

พันธนาการ

Penulis: tartarussword
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-20 17:27:15

ปราสาทมืดในยามค่ำคืนมักมีเสียงร้องโหยหวน

เซอร์เบอรอสที่แผลไฟไหม้ยังไม่หายสนิทดีลงไปทำอะไรบางอย่างที่คุกใต้ดิน ทำให้วันหนึ่งผมแอบตามลงไปด้วยแม้ว่าเขาเคยห้ามแล้ว เพราะผมสงสัยจนทนไม่ไหว เมื่อแอบตามลงไป ผมเห็นเขาอยู่ในห้องขังกับชายอีกคนเหมือนกับกำลังสอบสวนอะไรบางอย่างจากชายคนนั้นที่กำลังร้องโวยวาย

เมื่อผมเข้าไปใกล้ เห็นเขากำลังเอามีดตอกเล็บชายนั้นจนหลุด นิ้วโชกเลือดเห็นโดนแทงเข้าไปเห็นกระดูกขาวเว่อ

“อ๊ากกกกกก” เสียงดังก้องไปทั่วปราสาท

“ไอ้พวกนักเวทย์ที่เหลือมันเป็นใครบ้าง ข้าอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับมันทั้งหมด” ใบหน้าที่มีรอยแผลสะท้อนกับแสงโคมไฟเวทย์ทำให้เขาเหมือนปีศาจ

“ไม่ ท่านดยุกเฮลดันไฮม์ ข้าจะไม่แพร่งพรายข้อมูลของพวกเดียวกันให้ท่านทราบเด็ดขาด” ชายคนนั้นพูดขณะที่ตัวของเขาสั่นเทิ้ม ดิ้นไปมา เขาขมุบขมิบปากเหมือนพยายามจะร่ายเวทย์อะไรบางอย่างแต่ไม่เป็นผล “ท..ทำอะไรทำไมข้าใช้เวทย์ไม่ได้”

“เจ้าคงอยากให้ข้าตัดทั้งมือมากกว่าสินะ” เซอร์เบอรอสหยิบมีดขึ้นมา

“อึก” ผมเอามือปิดปากเมื่อเห็นเลือดพุ่งกระฉูดต่อหน้าผม

ดวงตาสีแดงเหมือนปีศาจนั้นดูตกใจขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงผม เขาลุกพรวดขึ้นมา และปิดล็อคห้องขังปล่อยให้นักเวทย์คนนั้นเอามือกุมแขนร้องโหยหวน

“ท่านพี่เรย์! ลงมาทำไม” เขาตะคอกใส่ผมแล้วบีบไหล่ผม

“ข้า อึก” ผมเอามือปิดปากแล้วตัวสั่น ภาพที่เห็นทำให้ผมช็อค

“ข้าให้อิสระกับท่านมากเกินไปสินะ”

“ข..ข้ามะ… ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เจ้าวางใจได้ ข้าจะรีบขึ้นไป” ผมถอยห่างจากเขาแล้วจะวิ่งกลับขึ้นไป

“เห็นแล้วจะทำเป็นไม่เห็นไม่ได้นะ” เซอร์เบอรอสคว้าคอเสื้อผม

การดิ้นขัดขืนแรงเขาเหมือนความพยายามโง่ๆ ที่ไร้ผล

“ในเมื่ออยากดูมากนัก งั้นไปดูไหม” น้ำเสียงบ่งบอกถึงความโกรธ เขาลากแขนผมถูลู่ถูกังไปตามทางเดินที่มีนักโทษสภาพย่ำแย่ ที่นี่คือคุกใต้ดินของเฮลดันไฮม์ที่แตกต่างจากห้องขังที่เคยขังผมไว้

มันคือคุกใต้ดินของแท้ที่ทั้งมืดและน่ากลัว ผนังอิฐสีดำเก่าคร่ำคร่า ไร้หน้าต่าง มีรอยเลือดที่เปรอะไปตามทางเดิน ในห้องขังเต็มไปด้วยคนที่ดูเหมือนเสียสติไปแล้ว แต่บางคนก็ถลามาจ้องผมด้วยสีหน้าเหมือนจะข่มขู่

“ฮึก เซอร์เบอรอส ข้า… ไม่ดูแล้ว” ผมพยายามดึงมือแต่ก็ไม่เป็นผล

เซอร์เบอรอสทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของผม จับแขนผมกึ่งลากกึ่งจูงไปที่ห้องหนึ่งที่มีคนคุ้นหน้า ชายคนหนึ่งกำลังตัวสั่นงันงก เขาคือคนที่ลักพาตัวผมไปและทำให้ผมโดนยิงด้วยธนูพิษ คนที่เจ๊งเพราะขายยาที่ใช้ไม่ได้ผลจริง

“นี่ เป็นเพราะพวกมันทำร้ายท่านพี่” เซอร์เบอรอสกระซิบข้างหูผม ผมมองไปเห็นชายในห้องขังโยกตัวไปมาเหมือนคนป่วยจิตและมีแผลเต็มตัวคนนั้น เขาแทบไม่เหลือเค้าเดิม ผมมองไปรอบๆ ห้องถัดไปเองก็เป็นชายฉกรรจ์ที่เคยทำร้ายผมในวันนั้นมองผมด้วยแววตาว่างเปล่ามีร่องรอยการโดนทรมานที่เนื้อตัว

“เซอร์เบอรอส ข้าไม่ได้ต้องการแบบนี้” ผมบอกเขา รู้สึกเหมือนจะช็อคด้วยความรู้สึกผิด แล้วทรุดตัวลงนั่ง ถึงพวกนั้นต้องการให้ผมตาย ผมก็รู้สึกรับไม่ได้ที่เซอร์เบอรอสมาทำอะไรแบบนี้ให้ผม ผมไม่ได้อยากจะมากักขังทรมานใคร  

“ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องมาทำอะไรแบบนี้เพราะข้า” ผมจับมือเขาไว้ เขาอยากปกป้องผม และผมเองก็อยากปกป้องเขาเช่นกัน

“ข้ารู้” เซอร์เบอรอสพูด

“ข..ข้า ฮึก” ผมรู้สึกเหมือนจะร้องไห้ “ปล่อยพวกเขาไปเถอะ”

“นั่นมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับท่านพี่เรย์” เซอร์เบอรอสบีบหน้าผม “กลับขึ้นไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจทำกับท่านพี่ตรงนี้”

“ไอ้โรคจิต” ผมด่าเขา “เจ้ามันคนบ้าวิปริตเสียสติไปแล้ว”

ดยุกหนุ่มมองผมด้วยสายตาอ่อนใจ

“แล้วท่านพี่ไม่คิดว่าถ้าข้าไม่ทำ วันนี้คนที่สภาพเป็นอย่างในห้องขังอาจเป็นท่านพี่เองบ้างเหรอ ทีนี้ใครกันแน่ที่เสียสติ” เขารวบตัวผมอุ้มผมไปโยนหน้าทางขึ้นแล้วบอกว่า

“ท่านพี่ไม่เหมาะกับตรงนี้หรอก ขึ้นไปซะ เรื่องต่ำช้าปล่อยไว้ให้ข้าจัดการเอง”

ในยามเช้า หมอยาหนุ่มผมสีเงินเดินโซเซกลับคฤหาสน์ ช่วงนี้เมื่อเรย์คาลัสไม่อยู่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบกลับไปดูแลเหมือนอย่างทุกที เมื่อเสร็จจากงานยามค่ำคืนเขาก็จะไปดื่มในบาร์ มีคนรู้จักมากมายแวะเวียนมาคุยด้วย หากเขาถูกใจก็จะใช้เวลาค่ำคืนกับคนผู้นั้น

สักคนที่มีส่วนคล้ายกับเรย์

นั่นทำให้ความว่างเปล่าในจิตใจของเขาคล้ายโดนเติมเต็มขึ้นเล็กน้อย

เมื่อโมเบียสกลับมาถึงคฤหาสน์ เขามักจะบังเอิญเจอกับอัศวินคนหนึ่งที่ออกมาวิ่งตอนเช้าด้วยความขยันขันแข็งในทุกๆ วัน

“คุณหมอโต้รุ่งอีกแล้ว” ริชาร์ด อัศวินหนุ่มทักทายอย่างร่าเริงด้วยพลังความสดใสเต็มเปี่ยม

“…” โมเบียสพยักหน้า แล้วเดินผ่านไป

ช่างแตกต่างจากเขาเหลือเกิน เหมือนพระอาทิตย์เจิดจ้า รวมถึงผมสีทองนั่นด้วย

“งานหนักเหรอขอรับ” เขายื่นหน้ามามองโมเบียสที่สภาพยับเยินจากค่ำคืนที่หนักหน่วง

“ไม่น่าใช่งานนะ เจ้าไม่รู้เหรอ คุณหมอน่ะเห็นแบบนี้เป็นนักล่ายามราตรีที่โด่งดังในย่านนี้เลย” เอ็กซาร์ หัวหน้าอัศวินเองก็วิ่งตามมาได้ยินเข้าพอดี “เห็นหน้าหล่อๆ นี่หิ้วชายหนุ่มขึ้นโรงแรมทุกคืนจนคนเขาลือกันไปทั่ว”

“จริงเหรอขอรับ” ริชาร์ดถาม สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ก็จริง” โมเบียสพยักหน้าแบบไม่ค่อยอยากยอมรับเท่าไหร่

“คุณหมอ” อัศวินหนุ่มผมทองขมวดคิ้ว “ถึงนายน้อยจะไม่อยู่ คุณหมอก็ไม่ควรทำให้อะควาเซียเสียชื่อเสียงนะขอรับ ธุรกิจของนายน้อยต้องมีความน่าเชื่อถือ ท่านจะไปหลอกทำร้ายจิตใจคนอื่นไม่ได้นะขอรับ”

“เอ่อ ข้า…” โมเบียสทำหน้าไม่ถูกเมื่อโดนด่าซึ่งหน้า แล้วมันดันเป็นเรื่องจริงเสียด้วย

“จริงด้วย เป็นหมอยาของอะควาเซียเจ้าจะทำแต่เรื่องพรรค์นั้นได้ยังไง” เอ็กซาร์เตือน “ธุรกิจยาของนายน้อยก็ขึ้นอยู่กับเจ้า”

“ข้าไม่ได้หลอกทำร้ายจิตใจคนอื่นนะท่านอัศวินทั้งสอง” โมเบียสตั้งสติได้แล้วเขาก็ยกมือห้ามสองคนแล้วเริ่มเถียง “ข้าดูแลในส่วนของกิจการยาบำรุงและยาทางเพศของนายน้อย เพราะงั้น นี่เป็นการเพิ่มชื่อเสียงต่างหาก”

“ยังไงนะขอรับ” ริชาร์ดอึ้งกับการแก้ตัวด้วยวิธีที่คาดไม่ถึง

“ข้าหมายความว่า ข้าคือป้ายโฆษณาว่ายานั่นได้ผล เพราะข้าอยู่กับคนพวกนั้นทั้งคืนเลยไง ใครเห็นก็ต้องรู้ว่ายาอัลฟิเดสของพวกเราไม่ใช่แค่เรื่องคุยโม้” โมเบียสพูดออกมาอย่างหน้าไม่อาย ไหนๆ ความลับก็ถูกเปิดเผยแล้ว เขาเลยเลือกจะระเบิดตัวเองอย่างหน้าด้านๆ “อีกอย่าง พวกเจ้าเรียกการขึ้นเตียงว่าทำร้ายจิตใจเหรอ สำหรับข้ามันคือการยินยอมพร้อมใจ ข้าไม่ได้หลอกใคร เจ้าไปถามใครดูก็ได้”

“ท่านนี่มัน ไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย” ริชาร์ดส่ายหัว “การที่ท่านหน้าตาแบบนี้มันก็เป็นการล่อลวงแล้ว

“หา” ชายหนุ่มผมสีเงินอึ้งไปเพราะไม่รู้ว่าโดนด่าหรือโดนชมกันแน่

“อีกอย่าง ท่านคิดว่านายน้อยจะดีใจเหรอที่ท่านช่วยป่าวประกาศสรรพคุณยาด้วยวิธีนั้นน่ะ” ริชาร์ดพูดกับเขาด้วยแววตานิ่งจนโมเบียสรู้สึกได้ว่าเขาโกรธ

ว่าแต่เรย์คาลัสจะดีใจไหมงั้นเหรอ เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเรย์คาลัสได้ยินเข้าจะรู้สึกยังไง แต่ไม่ว่าอะไรเรย์ก็ซัพพอร์ตเขาเสมอ โมเบียสเลยคิดว่าเรย์น่าจะสนับสนุนโดยไม่รู้ว่าเขาเจ็บปวด…

“พวกเจ้าเถียงกันต่อไปนะ ข้าไปวิ่งต่อดีกว่า” เอ็กซาร์สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ เลยเลือกจะวิ่งต่อ “ริชาร์ด เจ้าวิ่งเพิ่มไปเลย 100 รอบนะ” เอ็กซาร์พูดแล้ววิ่งจากไป

“ได้เลยหัวหน้า แต่ข้าขอเดินไปส่งคุณหมอก่อน” พูดแล้วริชาร์ดก็ก้าวช้าๆ ตามโมเบียสที่สภาพดูย่ำแย่ไป

“ท่านอัศวิน ไม่ต้องก็ได้ ข้าไม่เป็นไร ท่านวิ่งต่อเถอะ” โมเบียสพยายามไล่เขาไป แต่รู้สึกคลื่นไส้จนต้องเอามือปิดปาก เขาเหมือนจะอ้วกเพราะแฮงค์จากการดื่มมาก จนริชาร์ดต้องมาประคอง

“ยังไงข้าก็ต้องดูแลท่าน หนึ่งในหน้าที่ของข้าที่นายน้อยฝากฝังไว้ ก็คือให้ดูแลท่านให้ดี” คำพูดถึงเรย์คาลัสทำให้โมเบียสชะงัก

เรย์คาลัสเคยบอกให้ริชาร์ดดูแลเขางั้นเหรอ เขาไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลย

เสื้อปิดคอของเขาพับลงเลยทำให้อัศวินหนุ่มเห็นรอยแดงที่คอที่เกิดจากการร่วมรัก บนลำคอขาวที่ผมสีเงินยาวประบ่า

“ท่านเหมือนจะไม่ไหวแล้ว ให้ข้าเดินไปด้วยเถอะ” ริชาร์ดพูดด้วยคำพูดที่เหมือนจะเป็นห่วง แต่ดวงตาไม่มีแววยิ้มแล้วนั้นเหมือนจะบังคับกลายๆ

 โมเบียสที่เดินโซเซเลยต้องยอมให้เขาประคองไปส่งที่ห้อง

“ถ้าท่านไปดื่มอีก ข้าไปด้วยได้ไหม”

“ท่านอัศวินดื่มด้วยเหรอ” โมเบียสแปลกใจเมื่อได้ยินแบบนั้น แม้แต่ปาร์ตี้ที่จัดขึ้นที่คฤหาสน์ ริชาร์ดก็ดูเหมือนพวกไม่ค่อยดื่ม แต่กลับออกปากจะไปดื่มกับเขา

“ข้าอยากเห็นท่านโฆษณายานั่นกับตาของข้าเอง”

‘น..นั่นมัน เหมือนโดนคุมประพฤติเลยนี่หว่า’ โมเบียสคิดแล้วก็ส่ายหัว

“ไม่ล่ะ ข้าไม่ให้ท่านไปเด็ดขาด!”

.

.

.

หลังจากคืนที่ผมรู้ความจริงว่าเซอร์เบอรอสลงไปทำอะไรที่คุกใต้ดิน ผมก็แกล้งทำตัวเป็นปกติ แม้ว่าผมจะกลัวเขามากขึ้นก็ตาม

“ข้าชอบท่านพี่เรย์” เซอร์เบอรอสพูดกับผมด้วยสายตาเหมือนจะจับผมกินเข้าไป

“ข้าก็ชอบเจ้า ชอบเจ้ามากๆ” ผมพูดตอบเขาไปด้วยเสียงออดอ้อนที่ฟังดูไม่จริงใจ  

ทั้งอากัปกริยา ประโยคสนทนาฟังดูหวาน พวกเราดูเหมือนคู่รักทั่วไป

แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าขาผมไม่มีโซ่เส้นใหญ่ล่ามอยู่ มันหนักจนเจ็บขาไปหมด

ไอ้เหี้** เอ๊ย ใครเขาทำกับคนที่บอกว่าชอบแบบนี้วะ ไอ้โรคจิต

หลังจากวันนั้นเซอร์เบอรอสก็เอาโซ่ล่ามขาผมไว้จริงๆ เขาน่าจะโกรธมากที่ผมลงไปที่คุกใต้ดินคิดในแง่ดี การที่โดนเขายึดติดจนจับขังก็ดีกว่าโดนเขาเกลียดจนโดนฆ่าตายหรือเปล่า ถ้าไม่มีเซอร์เบอรอสผมคงไม่ได้มานั่งลำบากตรงนี้เพราะได้ตายอีกรอบไปแล้ว ไม่ก็กลายเป็นคนบ้าโดนขังอยู่แบบนั้น โดนทรมานจนแย่เสียยิ่งกว่าตาย

ทำบาร์โฮสต์ก็ทำมาแล้ว เป็นเมียเก็บ(?)ในปราสาทของดยุกทำไมจะทำไม่ได้ เซอร์วิสเขาสักหน่อยจะเป็นไรไป

ผมนึกถึงคำที่มีคนเคยพูดกับผม ตอนที่รู้ว่าผมอยู่กับรวิแค่สองคนและต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

“ไม่ว่าคุณจะต้องเป็นอะไร คุณต้องหาความสุขกับจุดที่เป็นอยู่ให้ได้นะ”

“นั่นมันหมายความว่าอะไรเหรอครับ” ตอนนั้นผมถามออกไป

“หมายความว่าต่อให้วันนี้คุณต้องไปเร่ร่อน ใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากคุณก็ต้องอยู่ให้ได้ และพยายามมีความสุข นั่นแหละชีวิตล่ะ”

เพราะงั้นตอนนี้ผมต้องไม่กลัว ผมอยู่ได้ ผมจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับการเป็นเมียเก็บ(?) ดยุกโรคจิตนี่ให้ได้

หลังจากผมพยายามปลอบตัวเองขณะที่นั่งข้างๆ อ่าง เซอร์เบอรอสที่แช่อยู่ในอ่างก็ทำให้ผมขนลุก

"เหอะ ข้าชอบจังเวลาท่านโกหกน่ารักๆ กับข้า แต่ท่านพี่โกหกไม่เก่งเลย” เขากระซิบที่ข้างหูผมที่นั่งพิงอย่างอยู่

“ข้าไม่ได้โกหกข้าแค่… ปกติข้า…ไม่ใช่คนแบบที่จะพูดอะไรแบบนี้ได้ง่ายดายเหมือนเจ้า”

คราวนี้ผมไม่ได้โกหกแล้วแต่เลือกจะพูดไปตรงๆ แทน

ดวงตาสีแดงลืมขึ้นมามองหน้าผมที่รู้สึกหน้าร้อนผ่าว มือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเอื้อมมาจับใบหน้า เหมือนซีนในหนังโรแมนติก แต่การที่เขาก็ยังคงอยู่ในอ่างที่มีผลึกสีม่วงรายล้อม และเต็มไปด้วยรอยแผลไฟไหม้เปียกไปด้วยผลึกศิลามังกรที่ละลายกลายเป็นของเหลวสีม่วงเข้มที่มีกลิ่นแปลกๆ เหมือนโลหะ และขาผมที่โดนล่ามด้วยโซ่เส้นใหญ่ ทำให้ทุกอย่างตอนนี้เหมือนหนังสยองขวัญพิลึกๆ มากกว่า

สโครว์กับสติกซ์ที่นั่งเฝ้าอยู่ห่างออกไปหน่อยนั่งทำหน้าไม่ถูกกับบทสนทนาของพวกเรา

“พวกเรายังจำเป็นต้องอยู่ตรงนี้ไหม” สโครว์หันไปกระซิบกับสติกซ์

“ต้องคอยเติมศิลา” สติกซ์ตอบ

“แล้ว… เราจำเป็นต้องล่ามท่านดัชเชสไว้แบบนี้เลยเหรอ” สโครว์ถามสติกซ์แล้วมองผม สติกซ์เองก็มองผมแล้วก็บอกว่า “เจ้าก็ลองถามนายท่านดูสิถ้าไม่กลัวตาย แต่ข้าบอกไว้ก่อนต่อให้นายท่านบาดเจ็บเขาก็แข็งแกร่งที่สุดในปราสาทแห่งนี้” สติกซ์หันมายิ้มแต่คำพูดเหมือนข่มขู่ทำเอาสโครว์ทำคอย่น

“พล่ามอะไร พวกเจ้าไม่มีอย่างอื่นทำหรือไง ถ้าต้องเติมเดี๋ยวข้าเรียกเอง” เซอร์เบอรอสทำหน้ารำคาญแบบไม่จริงจังนัก ทั้งสองคนจึงออกไป

“เจ็บล่ะสิ โซ่ที่ขานั่นน่ะ” เซอร์เบอรอสมองรอยแดงที่ขาผม “แต่บอกไว้ก่อน ต่อให้ออดอ้อนข้ายังไง ข้าก็ไม่ให้เอามันออกหรอกนะ”

“เฮ้อ” ผมล่ะเกลียดเขาที่รู้ทัน

“อยู่นิ่งๆ ตรงนี้ อยู่กับข้า” เซอร์เบอรอสบอกผม

“ข้าจะออกไปไหนได้ เจ้าไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย แล้วข้าจะไปเข้าห้องน้ำยังไง”

“โซ่มันยาวพอ ห้องน้ำก็อยู่ตรงนั้นเอง ข้าแค่ใกล้ตาย ข้าไม่ได้โง่จนไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น”

ปัญหาไม่ใช่เรื่องโง่หรือไม่ แต่ปัญหาคืออย่างอื่นนะผมว่า ผมล่ะอยากพาเขาพบจิตแพทย์

“เฮ้อ ท่านดยุก ข้ารู้ท่านชอบข้าแต่ทำไมท่านถึงยึดติดกับข้าขนาดนั้น ข้าไปทำอะไร” ในที่สุดผมก็กล้าถามในสิ่งที่ผมสงสัยมานาน

“ท่านพี่เรย์ไม่รู้ตัวเลยเหรอ” ดวงตาสีแดงที่งดงามนั้นราวกับจะดึงผมลงไปให้จมลงไป

“ไม่รู้ตัวเรื่องอะไร”

“ตั้งแต่ที่ท่านพี่อุ้มข้าขึ้นมาจากหลุมนั่น ท่านพี่เรย์ก็เป็นของข้าแล้ว สำหรับมนุษย์ที่มีพลังปีศาจที่น่ารังเกียจอย่างข้า ท่านไม่ควร” มือเขาเอื้อมมือมาจับหน้าของผม “ท่านไม่ควรช่วยข้าเลย ไม่ควรเป็นห่วงข้า ไม่ควรให้ความอบอุ่นกับข้า ปีศาจอย่างข้าไม่ควรได้รับอะไรเช่นนี้ ข้าไม่ควรได้รับความรู้สึกที่ได้รับครั้งหนึ่งแล้วจะเสพติดถอนตัวไม่ขึ้น เพราะงั้นต่อให้ท่านจะเกลียดข้า ขยะแขยงข้า ข้าก็ไม่อนุญาตให้ท่านไปจากข้า ไม่เด็ดขาด” มีความเศร้าเจืออยู่ในน้ำเสียงที่เหมือนจะเกรี้ยวกราดนั้น

“…”

ผมนึกถึงตอนที่ผมคิดว่าผมรู้เนื้อหาต้นฉบับแล้วจะช่วยเซอร์เบอรอสได้ แต่ความจริงผมทำอะไรได้ไม่มากเท่าที่คิด แค่คนที่โดนขังเปลี่ยนจากมารีนมาเป็นผมเท่านั้นเอง

ในนิยายที่มารีนโดนขังก็คงเป็นเพราะเซอร์เบอรอสกำลังจะตายเช่นกัน เขาอาจจะแค่อ้างว้างโดดเดี่ยวที่ต้องตายเพียงลำพัง และที่ปล่อยให้มารีนหนีไปได้ง่ายๆ ในนิยาย อาจเพราะเขาไม่ได้ต้องการทำร้ายเธอจริงจังตั้งแต่แรก

ผมเอามือลูบเส้นผมที่นิ่มลื่นมือของเซอร์เบอรอสที่หลับตาลงให้ผมลูบ

ตอนนี้ความปรารถนาหนึ่งเดียวของผม คืออยากจะช่วยเขาให้เขาอยู่ได้นานขึ้นและมีความสุขมากขึ้น เพราะเขาคือตัวละครโปรดของผม เพราะเขาคือตัวร้ายของผม และเขาคือคนที่ผมรัก

คิดแล้วผมก็เศร้าใจในความกระจอกของตัวเอง หากเป็นคนอื่น เป็นคนที่ฉลาดมากกว่าผม เก่งมากกว่าผม เขาอาจช่วยเซอร์เบอรอสได้

“ท่านดยุกขอรับ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดความคิดเรื่องแย่ๆ กับตัวเอง เป็นสเตมป์ฟาที่เข้ามา

“สารจากดยุกเซอร์เค็ตขอรับ” เซอร์เบอรอสรับจดหมายมาแล้วฉีกอ่าน เขาหัวเราะ

“เหอะ ไอ้พวกชั่ว เวลาข้าอยากให้มันมามันดันไม่มา พอเดือดร้อนล่ะคิดถึงข้าเลยนะ” ดวงหน้าคมที่ยังคงมีรอยแผลเหยียดยิ้มเย็น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status