Share

ศิลามังกร

Penulis: tartarussword
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-20 17:26:39

ข้าพยายามทำทุกอย่างให้รวดเร็วมากที่สุด เพื่อจะกลับไปหาคนที่ข้าอยากใช้เวลาด้วย

หน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะดยุก รวมถึงงานข่มขู่เหล่าชนชั้นสูงให้ยอมทำตามใจองค์รัชทายาท และแผนการที่ข้าวางเอาไว้ ทุกอย่างรุมทึ้งเอาเวลาจากข้าไปอย่างกับพวกมดกัดกินของหวาน

ข้าไม่อยากทำอะไรพวกนี้เลยแม้แต่น้อย ข้าเพียงต้องการกลับไปหาเขา แล้วบังคับให้เขาเลียเหล้าให้ข้าดูอีกสักรอบ สีหน้าที่ไม่เต็มใจนั่นยังติดตาข้า

รวมถึงสัมผัสของเขาก็เช่นเดียวกัน ความอบอุ่นจากเขามันติดแน่นราวกับรอยสัก และทำให้ข้าต้องการมากขึ้นมากขึ้น

แม้ข้าจะทำกับเขามากเท่าไหร่ ข้าก็ยังต้องการเขาเหมือนเดิมราวกับโอเอซิสที่ถูกดูดลงในความแห้งแล้งของทะเลทราย

แต่ข้าก็ยังต้องมาทำงาน บ้าฉิบหาย

เสียงในหัวข้าก็ดังหนวกหู มันบอกให้ข้าฆ่านักเวทย์พวกนี้ทิ้งให้หมด เพราะพวกมันเป็นขยะหิวเงินเฮงซวย แต่ถึงเป็นเช่นนั้นจริง ต่อให้เป็นข้าเองจะฆ่านักเวทย์หัวกะทิของอาณาจักรทิ้งคงโดนจับเข้าคุก ซึ่งท่านพี่เรย์คาลัสคงไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น

ทุกอย่างในหัวข้า ขึ้นอยู่กับเขามากกว่าที่เขาคิด ไม่สิ…มากกว่าที่ข้าคิดเสียอีก

แต่อย่างไรข้าก็ต้องทำงานให้เสร็จก่อน งานของดยุกของข้าวันนี้คือไปควบคุมการระเบิดภูเขา เพื่อสร้างอุโมงค์ทางเชื่อมระหว่างอาณาเขตของเฮลดันไฮม์กับอาณาเขตเซอร์เค็ต ข้าขี่ม้าไปกับนักเวทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการเจาะอุโมงค์

เพราะมันเป็นงานง่ายๆ ข้าจึงไม่ได้เอาผู้ติดตามไปมากนัก เพียงแค่คนจากปราสาทมืดไม่กี่คนสำหรับขนของที่จำเป็น เพราะข้าอยากให้พวกอัศวินปกป้องเรย์ กรณีที่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา

“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นพวกเซอร์เค็ตถึงหนีหางจุกตูดไปล่ะ ปกติพวกมันชอบเสนอหน้ามาที่อาณาเขตข้าแทบแย่” ข้าเอ่ยถามนักเวทย์ข้างๆ ถึงดยุกแห่งเซอร์เค็ต “คนที่อยากได้ไอ้ทางเชื่อมนี้หนักหนาไม่ใช่ลูกชายของมันหรือไง ทำเป็นมาคุยและต้องการความร่วมมือกับอาณาเขตของเรามาก พอข้าตกลงจะดำเนินการก็ดันหายหัว ไอ้พวกบัดซบ”

งานการไม่ทำ ข้าเองก็ไม่อยากทำเหมือนกันนะไอ้สันขวาน

“พวกเขาน่าจะติดภารกิจอื่นน่ะขอรับ” นักเวทย์ที่โดนถามถึงกับเหงื่อตกที่ดยุกแห่งเฮลดันไฮม์คุยด้วย “ตอนนี้ที่เซอร์เค็ตเกิดเหตุหลายอย่าง เห็นว่ามีสมบัติของนักเวทย์ที่ถูกเก็บไว้เมื่อ 400 ปีก่อนถูกค้นพบด้วยขอรับ”

“แต่ก็ดี การคุยกับเจ้านั่นทำให้ข้าปวดหัว” ข้าคิดในแง่ดีว่าจะได้ไม่เกะกะ เพราะการระเบิดภูเขาเพื่อสร้างทางเป็นงานยาก พวกนักเวทย์ต้องรวมพลังกันเสกเวทย์ลม ตั้งสติให้ดีเพื่อให้มันนิ่ง แล้วค่อยๆ ทำให้เวทย์ลมเหมือนสว่านขนาดยักษ์ แล้วค่อยๆ เจาะทะลุชั้นของภูเขา ทำไปเรื่อยๆ จนทะลุภูเขาอีกด้าน

ข้าดูพวกเขาพลางนึกชมว่าเป็นนักเวทย์ที่แข็งแกร่งมาก พวกเขาทั้ง 5 คนค่อยๆ เจาะชั้นหินให้ทะลุจนกระทั่งอุโมงค์สำเร็จ แล้วก็ใช้เวทย์เคลือบให้ผนังแข็งแกร่งพอที่จะไม่ถล่มลงมา พวกเขาทำงานจนถึงเวลาเย็น และออกมาจากอุโมงค์

“ท่านดยุกเฮลดันไฮม์จะเข้าไปลองดูไหมขอรับ ว่างานทั้งหมดเรียบร้อยดีหรือไม่ แล้วท่านค่อยประทับตราให้ข้า” นักเวทย์คนหนึ่งถามขึ้น ข้าพยักหน้ารับ แล้วจึงเดินไปยังใจกลางอุโมงค์

เมื่อค่อยๆ เดินตรวจตราดูความเรียบร้อย ข้าก็ได้กลิ่นแปลกๆ

กลิ่นที่ข้าคุ้นเคยในสงคราม… นั่นเหมือนกับกลิ่นระเบิด มันเป็นกับดัก

แต่กว่าข้าจะรู้ก็สายไปแล้ว

“ตู้ม!!!!!!!!”

ทุกสิ่งทุกอย่างระเบิดเป็นวงกว้าง ใจกลางอุโมงค์ไหม้เป็นจุณและระเบิดเป็นหลุมลึก

“เป็นยังไงบ้าง” เงาเงาหนึ่งออกมาจากร่มไม้พร้อมอัศวินขนาบสองข้าง เดินเข้ามาในอุโมงค์

“เรียบร้อยแล้วพะยะค่ะองค์รัชทายาท” นักเวทย์ทั้งห้าเอ่ยตอบ “พวกเราจะฝังเขาไว้ในอุโมงค์เวทย์ระเบิดนี่ต่อให้เป็นคนที่แข็งแรงแค่ไหนก็ไม่เหลือแม้แต่กระดูกสักชิ้น”

“ข้าจะให้ศิลามังกรกับศพของมันก็แล้วกัน เพราะข้าไม่ชอบผิดสัญญา” องค์รัชทายาทหัวเราะ เดินเข้าไปดูหลุมสีดำขนาดใหญ่ แล้วโยนถุงศิลาสีม่วงลงไปในหลุมลึกนั้น “ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนแต่ไว้ใจไม่ได้ ก็ไม่เหมาะเป็นหมาของข้าอยู่ดี”

“ระเบิดแรงเป็นนวงกว้างขนาดนี้ ต่อให้เป็นดยุกหมาบ้ายังไงก็คงต้องตา…ย” องค์รัชทายาทหยุดชะงักเมื่อเห็นบางสิ่งเคลื่อนที่ท่ามกลางกองเลือดจากระเบิด

บางอย่างที่เหมือนกับหนอนยั้วเยี้ยดิ้นอยู่ท่ามกลางเศษชิ้นส่วนที่ดำจากระเบิดกำลังรวมตัวกันกลายเป็นหัวกะโหลกหัวหนึ่ง

จากมีเพียงหัว เริ่มมีโครงกระดูกในส่วนของร่างกายขึ้นมา เหล่าพลังงานสีดำที่เหมือนหนอนเริ่มประกอบกันเป็นร่างคน

กะโหลกหัวนั้นขยับปากและส่งเสียงออกมา

“องค์ราชาไม่ได้บอกท่านเหรอ ตะวันดวงน้อยแห่งอาณาจักร ว่าเหตุผลที่ตระกูลเฮลดันไฮม์ถูกเรียกว่าตระกูลหมาบ้าปีศาจที่อันตรายที่สุดแห่งอาณาจักร์อาร์คน่ะคืออะไร”

“เฮือก ปีศาจ มันเป็นปีศาจจริงๆ ด้วย” ชายผมทองเบิกตากว้างร้องออกมาด้วยความตกใจจนหลุดมาดองค์รัชทายาทที่คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสอยู่คนเดียวตลอดเวลาและรีบวิ่งหนีไปด้วยอาการเหงื่อกาฬแตกพลั่ก เช่นเดียวกับนักเวทย์อีกห้าคนที่วิ่งไปก่อนแล้ว

“ขอบพระทัยสำหรับศิลามังกรพะยะค่ะ” ร่างโครงกระดูกขยับไปยังถุงศิลามังกรและหยิบอัญมณีสีม่วงนั้นมากัดกินเหมือนกินอาหาร

เมื่อหมดถุง ร่างกายของดยุกเฮลดันไฮม์ก็กลับมาเป็นคนอีกครั้ง แต่ผิวกลับเหมือนคนที่ถูกไฟไหม้เกรียม

“ท่านดยุกบาดเจ็บ” มีใครบางคนตะโกนขึ้นมาจากปราสาทส่วนหน้า แล้วทันใดนั้นทุกอย่างก็เต็มไปด้วยความโกลาหล มีเสียงโวยวายดังลั่น

ก่อนที่เซอร์เบอรอสที่กลับมามีแผลทั่วทั้งตัวโดนเปลหามเข้ามายังปราสาทโซนใน

“เจ้า เจ้าเป็นอะไร” ผมถามด้วยความตกใจ “เซอร์เบอรอส เกิดอะไรขึ้น”

ผมมองเขาด้วยความเป็นห่วง แผลของเขาดูย่ำแย่มาก

“อาการหนักมาก สติกซ์” สเตมป์ฟาหันไปหาสติกซ์ที่พยักหน้า ทั้งคู่วิ่งหายไปที่ไหนไม่รู้ ส่วนสโครว์วิ่งไปอีกทางยกอ่างที่เหมือนอ่างอาบน้ำมาแล้วยกเซอร์เบอรอสที่ดูเจ็บหนักใส่ลงไปในอ่าง

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาเขาไว้ในอ่าง แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป

“ทำไมท่านเซอร์เบอรอสไม่ให้พวกข้าไปด้วย” สโครว์ไม่ตอบผมแต่ถามเซอร์เบอรอส น้ำเสียงเจือด้วยความเจ็บปวดที่ปกป้องเจ้านายไม่ได้ “ถ้าพวกข้าไปด้วยท่านอาจจะไม่เจ็บหนักขนาดนี้”

“ถ้าพวกเจ้าไปคงเป็นศพแล้วป่านนี้ องค์รัชทายาทโรคจิตนั่นระเบิดหัวข้า หมายถึงระเบิดจริงๆ นะ ไม่ใช่อุปมา” เซอร์เบอรอสที่ดูเหนื่อยอ่อนหลับตาตอบ “ไม่ได้ไปก็ดี”

“หา!” ผมกับสโครว์ร้องขึ้นมาพร้อมกัน

“ล…แล้วหัว แล้ว” แล้วหัวกลับมาได้ยังไง

“ท..ท่านเซอร์เบอรอส” สโครว์น้ำตาซึม “ข้าไม่คิดว่าท่านเซอร์เบอรอสจะห่วงคนอย่างพวกเรา ข้าคิดว่าถึงเป็นตายร้ายดียังไงท่านก็ไม่สนใจแท้ๆ”

เซอร์เบอรอสที่นั่งนิ่งอยู่ในอ่างดูหงุดหงิด

“หนวกหู หยุดร้องไม่งั้นข้าจะฆ่าเจ้าเอง” เขากัดฟันพูดด้วยความเหนื่อยอ่อน

ระหว่างที่ผมทำอะไรไม่ถูกเพราะสโครว์ที่ร้องไห้เงียบๆ สติกซ์กับสเตมป์ฟาก็ขนหีบไม้ขนาดใหญ่มาคนละหีบ ในนั้นมีบางอย่างที่ดูเหมือนอัญมณีสีม่วงเข้ม สติกซ์เทอัญมณีในหีบใส่ร่างที่เซอร์เบอรอสนอนอยู่

อัญมณีค่อยๆ อ่อนตัวลงและดูเหมือนพวกมันกำลังซึมเข้าร่างเซอร์เบอรอส

อัญมณีสีม่วงที่แวววาวเปล่งประกายค่อยๆ ไหลเข้าไปช้าๆ

“สิ่งนี้คืออะไรงั้นเหรอ” ผมพูดทำลายความเงียบของบรรยากาศที่ตึงเครียด

“ศิลามังกร” สติกซ์ตอบ สีหน้าเขาไม่ดีเลย

“ในเมื่อถึงจุดนี้ข้าจะบอกท่านดัชเชสอย่างย่อแล้วกัน ท่านเคยได้ยินตำนานการก่อตั้งของอาณาจักรนี้หรือไม่” สติกซ์พูดกับผม

“ข้ารู้แค่เพียงว่า อาณาจักรอาร์คถูกก่อตั้งขึ้นด้วยผู้ก่อตั้ง 5 คน คือ ต้นตระกูลหมาบ้า (เฮลดันไฮม์) ต้นตระกูลงู (อิลเลียเรล) ตระกูลเหยี่ยว (อิลเครน) และต้นตระกูลแมงป่อง (เซอร์เค็ต) และต้นตระกูลของสิงโตของกษัตริย์ (นีเมียน) ” ผมตอบตามหนังสือเรียนของอาณาจักร

“นั่นเป็นตำนานที่คนทั่วไปรับรู้ แต่จากตำนานของต้นตระกูลเรา แท้จริงแล้วตอนนั้นอาณาจักรมี 6 ตระกูลใหญ่ อาณาจักรอาร์คเป็นอาณาจักรที่อดอยากเนื่องจากเผชิญสงครามเป็นเวลานาน ตระกูลใหญ่ทั้ง 6 ตระกูลจึงทำพิธีเรียกปีศาจ โดยใช้เครื่องสังเวยคือชายหนุ่มจาก 6ตระกูล”

“เรียกปีศาจงั้นเหรอ” ผมทวนคำ

“นั่นแหละ แต่เราก็ไม่รู้เหตุผลของคนโบราณหรอกพวกเขามักทำอะไรแปลกๆ ส่วนตระกูลที่ 6คือตระกูลมังกร แต่พวกเขาถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์”

“หา นั่นมันไม่มีเหตุผลเลย เอาคนในตระกูลตัวเองมาสังเวยให้ปีศาจเนี่ยนะ” ผมงง

“ใช่ นอกจากพวกเราจะคิดว่าไม่มีเหตุผลด้วย ปีศาจก็คิดเหมือนกัน แถมยังปฏิเสธอีกด้วย”

“อะไรนะ”

“จากเรื่องเล่าของตระกูล ปีศาจปฏิเสธชีวิตของคนทั้ง 6 แต่ขอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของทั้ง 6 คนแทน”

“สิ่งที่เฮลดันไฮม์ให้ นั่นก็คือวิญญาณ” สติกซ์บอก “ท่านดยุกแห่งเฮลดันไฮม์รุ่นแรก บอกว่าจะให้วิญญาณ เพื่อแลกกับการเป็นพลังให้อาณาจักร”

“พลังให้อาณาจักรเหรอ” ผมทวนคำงงๆ

“ทุกคนในตระกูลเฮลดันไฮม์จะมีพลังเหนือมนุษย์ เพราะต้นตระกูลของท่านดยุก สงครามกับอาณาจักรรอบข้างจึงสงบลง ทำให้อาณาจักรอาร์คเจริญขึ้นตั้งแต่นั้น แต่แลกมากับการที่ดยุกแห่งเฮลดันไฮม์จะมีอายุสั้นและต้องมอบวิญญาณให้กับปีศาจเมื่อตายไปแล้ว ศิลามังกรเป็นแหล่งพลังงานเดียวที่ยืดชีวิตทำให้ชีวิตยืนยาวขึ้นได้ นี่เป็นสิ่งที่ท่านดยุกคนก่อนเก็บไว้ให้ท่านเซอร์เบอรอส ทำให้ท่านจากไปก่อนวัยอันควร” สติกซ์เล่า

“มาทำตัวเป็นพ่อตอนจะตาย ขำตายล่ะ” เซอร์เบอรอสที่อยู่ในอ่างบ่นพึมพำ แต่ผมรับรู้ได้ว่าเขาคงรู้สึกดีนิดหน่อย

“เห็นไหมทุกคนเป็นห่วงเจ้า” ผมจับมือเซอร์เบอรอส “ไม่ได้มีแค่ข้าที่เป็นห่วงเจ้าแล้วนะ” เขาลืมตาขึ้นมามองผม ดวงหน้าตอนนี้เขาเต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ที่กำลังค่อยๆ จางลง มีเพียงดวงตาที่ยังคงเป็นสีแดงแวววาวเหมือนเดิม

“ข้าเจ็บ”

“ข้าจะอยู่ข้างๆ เจ้าเอง” ผมบีบมือเขา

“ข้าหมายถึงอย่าจับแผลที่มือข้า! ท่านพี่เรย์ ข้าเจ็บ”

“…” ผมค่อยๆ เอามือออก

เอ้า ก็ไม่รู้นี่

“ท่านพี่เรย์ ถ้าข้าอยู่ปกป้องท่านไม่ได้ ข้า…” คนเจ็บหลับตาทว่าพูดกับผมด้วยความเหนื่อยอ่อน

“เซอร์เบอรอส เจ้าหยุดพูดเถอะ” ผมรู้สึกไม่ดีเมื่อได้ยินคำที่เหมือนคำสั่งเสียแบบนั้นจากเขา

เขาแข็งแกร่งจะตาย มันต้องมีทางสิ

“อาการของข้าน่าจะหนักเกินไป ถึงตอนนี้จะอยู่ได้ แต่ข้าคิดว่าระดับที่สร้างร่างกายใหม่ อย่างไรข้าก็อยู่ได้ไม่นาน ขนาดท่านพ่อของข้าไม่ค่อยใช้พลังยังอายุสั้นเลย”

“ท่านดยุกแห่งเฮลดันไฮม์ พักผ่อนได้แล้ว” ผมเรียกตำแหน่งของเขาเพื่อให้เขาเลิกพูด

“แต่ว่าระหว่างนี้ ท่านพี่เรย์คาลัส ท่านต้องอยู่กับข้า ช่วยอยู่กับข้าทุกๆ วันที ก่อนข้าจะตาย” เซอร์เบอรอสยิ้มให้ผม มันเป็นยิ้มที่ดูหมดหวังเหลือเกิน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status