LOGINตอนที่ 6
ยาพิษในเรือน ยามค่ำคืนดึกสงัด ความเงียบเหงาปกคลุมจวนสกุลอวี้ มีเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไรที่ดังมาจากนอกหน้าต่าง อวี้เหมียนเหมียนเพิ่งจะเข้านอนได้ไม่นาน ก็ถูกสาวใช้คนสนิทเรียกให้ตื่นขึ้นด้วยความร้อนรน “คุณหนูฮูหยินใหญ่อาการไม่ค่อยดีเจ้าค่ะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางก็ไม่รอช้า อวี้เหมียนเหมียนรีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมก่อนจะเดินไปยังเรือนของมารดาตนทันที เสียงไอที่ดังขึ้นอย่างรุนแรงที่เพียงแค่อยู่หน้าเรือนพักก็สามารถได้ยินได้อย่างชัดเจนทำให้หญิงสาวรู้สึกกังวลเป็นอย่างมากจนรีบวิ่งเข้าไปในเรือนพักของมารดาทันที “ท่านแม่!” นางเห็นมารดากำลังไออย่างทรมาน ผ้าเช็ดหน้าที่ท่านแม่ของนางยกมาปิดปากนั้น เปื้อนไปด้วยเลือด ตัวสั่นเทา ก่อนจะเอนตัวลงไปกับพนักพิงเตียงอย่างหมดแรงและหมดสติไปในที่สุด “ท่านแม่! ท่านแม่เจ้าคะ!” อวี้เหมียนเหมียนประคองร่างที่ไร้สติของมารดาไว้แน่น ความรู้สึกร้อนรนแผ่ซ่านไปทั่วใจ สีหน้าของนางเย็นชาลงทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ ในชั่วพริบตา นางก็เปลี่ยนจากคุณหนูผู้อ่อนโยนเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทที่พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ “เสี่ยวช่งจือ! รีบไปตามหมอ! ตามหมอที่ท่านย่าเคยใช้มาตรวจ! และห้ามคนของอนุเจินเข้ามาในเรือนนี้เด็ดขาด!” เสี่ยวช่งจือวิ่งออกไปอย่างตื่นตระหนก ไม่นานหมอประจำจวนก็มาถึงพร้อมกับฮูหยินผู้เฒ่าที่มาถึงด้วยสีหน้าซีดเผือด หมอวินิจฉัยอาการของฮูหยินเอกอย่างละเอียด แต่ผลสรุปก็ยังคงเป็นแบบเดิมความอ่อนแอของร่างกายและการพักผ่อนไม่เพียงพอ “อาการของฮูหยินเป็นเพราะความอ่อนแอมานานขอรับ ขอเพียงดื่มยาอย่างต่อเนื่องและพักผ่อนให้มากก็จะเป็นปกติ” หมอเอ่ยอย่างใจเย็น แต่ใจของอวี้เหมียนเหมียนกลับเต้นระรัว ‘อ่อนแอ? อาการไอเป็นเลือดและหมดสติเช่นนี้ เป็นเพียงความอ่อนแออย่างนั้นหรือ?’ นางหันไปมองหมออย่างพิจารณา ก่อนหน้านี้ท่านย่าก็เคยสงสัยในตัวหมอผู้นี้ และนางเองก็ไม่ไว้ใจเช่นกัน ทันทีที่หมอเดินออกไป อวี้หรูซินกับอนุเจินก็เดินเข้ามาในเรือนทันทีพร้อมสีหน้า ‘เป็นห่วง’ “น้องรอง เกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ทำไมถึงไม่ส่งคนไปแจ้งพวกเราเล่า ข้ากับท่านแม่ก็เป็นห่วงฮูหยินใหญ่เช่นกัน” อวี้หรูซินเอ่ยเสียงหวาน แต่แววตาเต็มไปด้วยความกังวลที่ประดิษฐ์ขึ้น “ข้าเกรงว่าหากแจ้งไปแล้ว พี่หญิงกับอนุเจินจะร้อนใจเสียเปล่า เพราะอย่างไรเสียท่านแม่ก็กำลังพักผ่อนอยู่” อวี้เหมียนเหมียนตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน แต่แฝงความเยือกเย็นจนอวี้หรูซินต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน สองแม่ลูกก็ทำเพียงแสดงความห่วงใยตามมารยาทก่อนจะรีบปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากส่งคนของอนุเจินออกไปจากเรือน อวี้เหมียนเหมียนก็กลับมาที่เตียงมารดา ความกังวลทำให้ใบหน้าของนางเคร่งเครียด ‘ข้าจะไม่ย่อมให้ท่านแม่ต้องถูกทำร้ายเช่นนี้อีกต่อไป’ นางคิดถึงความจริงที่ว่า ตนเพิ่งกลับมาเมืองหลวง ไม่มีเส้นสายที่น่าเชื่อถือ ไม่รู้จักหมอฝีมือดีที่สามารถตรวจสอบอาการของมารดาได้อย่างลับๆ มีเพียงคนเดียวที่สามารถช่วยนางได้อย่างเงียบเชียบและมีอำนาจพอ... หลี่จิ่งเทียน อวี้เหมียนเหมียนเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ หยิบกระดาษออกมาพร้อมกับเขียนจดหมายสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเชื่อใจ ‘คุณชายหลี่ โปรดส่งหมอที่ไว้ใจได้มาที่จวนสกุลอวี้โดยด่วน อาการท่านแม่ข้าไม่ปกติ ข้าสงสัยว่ามีคนลงมือ โปรดทำให้เป็นความลับที่สุด—อวี้เหมียนเหมียน’ นางผนึกจดหมายอย่างแน่นหนา ก่อนจะเรียกเสี่ยวช่งจือที่ยังสั่นเทาให้มาทำภารกิจลับ “เอาสิ่งนี้ไปให้คุณชายหลี่ที่จวนสกุลหลี่ บอกเขาว่าเรื่องนี้สำคัญกว่าชีวิต และต้องทำอย่างลับที่สุด” ไม่นานต่อมาที่จวนสกุลหลี่ ชายหนุ่มผู้เย็นชาก็ได้รับจดหมายฉบับเร่งด่วนในยามวิกาล ดวงตาสีนิลของหลี่จิ่งเทียนทอแววเฉยชา แต่เมื่ออ่านข้อความจบ รังสีอำมหิตก็แผ่ออกมาอย่างไม่ปิดบัง เขาเข้าใจทันทีว่าเหตุการณ์นี้ร้ายแรงเพียงใด เพราะสตรีที่มั่นคงและท้าทายเช่นนั้นจะไม่มีทางขอความช่วยเหลือจากเขาในยามดึกสงัด เว้นเสียแต่ว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ “จางเฉิง” เขาเรียกคนสนิท เสียงทุ้มต่ำและเฉียบขาด “เตรียมรถม้าเงียบๆ แล้วไปเชิญ ท่านหมอไป๋มา บอกท่านหมอว่าเป็นการนัดหมายด่วนที่สุดของสกุลหลี่ และเรื่องนี้ต้องไม่มีใครรู้เด็ดขาด” ในความมืด รถม้าที่ไร้สัญลักษณ์เคลื่อนออกจากจวนสกุลหลี่อย่างเงียบกริบ มุ่งหน้าสู่จวนสกุลอวี้ อวี้เหมียนเหมียนนั่งเฝ้ามารดา ใจเต้นแรงด้วยความหวังและความกังวล นางรู้ว่าการขอความช่วยเหลือจากหลี่จิ่งเทียนเป็นการเดิมพัน แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาคือไพ่ใบเดียวที่นางมี และเมื่อเงาของชายผู้หนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าประตูเรือนยามวิกาล อวี้เหมียนเหมียนก็รู้ทันทีว่า การสู้รบครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยมีชีวิตของมารดาเป็นเดิมพันตอนพิเศษ รักแท้และรักเดียวของเธอตลอดไปเมื่อมู่หลินหลินก้าวเข้าสู่ห้องชุดเพนต์เฮาส์ที่ตั้งอยู่บนตึกสูงระฟ้าเธอก็พบว่าห้องนอนใหญ่ที่หรูหรานั้นได้ถูกเนรมิตให้กลายเป็น ดินแดนแห่งความโรแมนติกกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกกุหลาบสดอบอวลไปทั่วห้อง แสงไฟ ภายในห้องถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงความสลัวอบอุ่น เทียนหอมนับสิบเล่มถูกจุดเรียงรายสร้างบรรยากาศที่นุ่มนวลและเย้ายวน บนเตียงนอนขนาด ใหญ่ถูกโปรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสดเป็นรูปหัวใจอย่างพิถีพิถัน“พี่ชิงเหอ...” มู่หลินหลินเอ่ยเสียงแผ่ว ความเหนื่อยล้าและ ความเศร้าที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความตื้นตันและความรักที่ท่วมท้นหลี่ชิงเหอเดินเข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลัง ความอบอุ่น และ กลิ่นหอมสะอาดของเขาเป็นสิ่งที่เธอคุ้นเคยและคิดถึงมาตลอดหลายเดือน“ถึงแม้ตอนนี้พวกเรายังไม่ได้จัดเตรียมงานวิวาห์อันแสนยิ่งใหญ่...แต่ผมจะไม่ยอมให้ภรรยาของผมพลาดคืนเข้าหอที่โรแมนติกไปได้” หลี่ชิงเหอกระซิบเสียงพร่าพลางจูงมือพาเธอไปยังระเบียงส่วนตัวบนโต๊ะเล็ก ๆ มีแชมเปญชั้นเลิศถูกแช่เย็นไว้พร้อมแก้วทรงสูงสองใบแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืนทอดยาวเป็นฉากหลัง“วันนี้คือการเริ่มต้นใหม่ของเราอย่างแ
ในอ้อมกอดนั้นความรู้สึกและความทรงจำของพวกเขา ประสานกันอย่างสมบูรณ์ความเข้าใจที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ ไม่จำเป็นต้อง มีคำพูดใด ๆ มาอธิบายอีกต่อไปพวกเขาต่างรู้ดีว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน โลกคู่ขนานนั้น เป็นความจริงและความรักที่เคยมีในโลกนั้นได้ถูกนำติดตัวกลับมายังโลกนี้ด้วยเช่นกันเมื่อผละออกจากกัน หลี่ชิงเหอจับมือของมู่หลินหลินไว้แน่น เขากลับมาควบคุมสติอารมณ์ในแบบฉบับของนักธุรกิจใหญ่ได้อีกครั้ง แม้จะยังคงมีความอ่อนโยน และ ความรัก ฉายอยู่ในแววตาที่มองนาง“คุณมู่... หรือว่าผมควรจะเรียกคุณว่า เหมียนเหมียน ดี” เขาลองเรียกชื่อนั้นด้วยเสียงกระซิบมู่หลินหลินสั่นสะท้านไปทั้งตัว น้ำตาแห่งความสุข ไหลออกมาอีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อเก่าของตนเองจากปากของเขา“คุณจะเรียกฉันว่าอะไรก็ได้ค่ะ ตราบใดที่พวกเราได้อยู่ด้วยกัน”หลี่ชิงเหอกดจูบลงบนหลังมือของนางอย่างแผ่วเบา “ผมจะไม่ยอมให้พวกเราต้องพรากจากกันอีกแล้ว”“ฉันก็ไม่อยากต้องพรากจากคุณอีกแม้สักเสี้ยวนาที”“ถ้าอยากนั้นก็ต้องเริ่มที่จะต้องหาวิธีที่จะสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างถูกต้องแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น“วิธีที่จะสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างถูกต้องแล้ว” หญิงสา
ตอนที่ 30/1 สวรรค์มิอาจพรากรัก มู่หลินหลินและเฟิงอวี้มาถึงห้องทำงานหรูของท่านประธานแห่ง บริษัทยักษ์ใหญ่ตึกสูงระฟ้าและความหรูหราทันสมัยทำให้เฟิงอวี้ตื่นเต้น อย่างเห็นได้ชัด“ตื่นเต้นจังหลินหลิน ท่านประธานคนนี้ลึกลับมาก ไม่เคยมีใคร เห็นหน้าอย่างเป็นทางการเลยนะ”มู่หลินหลินพยักหน้าเล็กน้อย ภายในใจของเธอนั้นยังคงว่าง เปล่าและเศร้าหมอง เธอมาที่นี่เพียงเพราะต้องการทำงานให้หนักจนไม่มีเวลาคิดถึงหลี่จิ่งเทียนไม่นานหลังจากนั้นประตูห้องทำงานที่ปิดอยู่ก็เปิดออกร่างสูง ในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาอย่างสง่างามและเต็มเปี่ยมด้วยอำนาจ ทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาประสานเข้ากับมู่หลินหลินโลกทั้งใบของมู่หลินหลินราวหยุดหมุนทันทีนี่มัน...ใบหน้าของบุรุษตรงหน้านั้น เหมือนกับหลี่จิ่งเทียนราวกับแกะ โครงหน้าคมคาย ดวงตาที่ลึกซึ้ง และริมฝีปากที่สง่างาม ทุกสัดส่วน คือ คนที่เธอรักสุดหัวใจ“พี่จิ่งเทียน...” คำนั้นผุดขึ้นมาในลำคอของมู่หลินหลินอย่าง แผ่วเบาจนไม่มีใครได้ยิน ยกเว้นตัวเธอเองหยาดน้ำตาแห่งความสับสน และความปิติที่มาพร้อมกันเริ่มเอ่อคลอในดวงตาบุรุษตรงหน้าไม่ได้สวมชุดผ้าไหมจีนโบราณ แต่เป็นชุดสูทร
ตอนที่ 29สวรรค์ไร้เมตตาจริงหรือ ในวันที่อวี้เหมียนเหมียนเสียชีวิตวิญญาณในร่างก็กลับไปอยู่ในร่างมู่หลินหลินซึ่งเป็นร่างเดิมของตนเองที่นอนโคมม่าอยู่โรงพยาบาลมาตลอดสามเดือนเต็มเธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งและเย็นเฉียบ ทั่วร่างกาย กลิ่นฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องมือแพทย์ ที่ดังเป็นสิ่งแรกที่ทำให้เธอรู้ว่าได้กลับมายังมิติเดิมของตนเองแล้ว สิ่งแรกที่เธอเอ่ยขึ้นคือชื่อของชายหนุ่มที่เธอจำได้ว่ารักเขาหมดใจ และต้องจากเขามาในขณะที่เขากำลังเจ็บปวดที่สูญเสียเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัว หญิงสาวร้องไห้ออกมาแทบขาดใจ เมื่อนึกถึงชายคนรักรวมไปถึง ชีวิตน้อย ๆ ในครรภ์ ที่นางเพิ่งจะได้รับรู้การมีอยู่ของเขาไม่กี่วันก็ต้องสูญเสียเขาไปตลอดกาลเช่นเดียวกันราวกับไม่ใช่เรื่องจริง ราวกับทั้งหมดเป็นเพียงความฝันอัน ยาวนาน แต่หากเป็นเพียงเรื่องในความฝันเหตุใดเธอรู้สึกได้ถึงความรักของเขาและ ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย ได้อย่างชัดเจนขนาดนี้กันสำหรับเธอทั้งหมดไม่ใช่ความฝัน ทั้งหมดคือความจริง เพียงแต่ ความจริงคือพวกเรา ไม่อาจพบกันอีกได้ หรือไม่ก็ต้องรอคอยอย่าง ไร้จุดหมาย ซึ่งถึงแม้ไร้จุดหมายเธอก็ยังตั้งใจที่จะรอ เพื่
ตอนที่ 28สวรรค์โปรดเมตตาข้าณ จวนสกุลหลี่ยามนี้ เต็มไปด้วยบรรยากาศชื่นมื่นครื้นเครงสำหรับงานมงคล ทุกคนไม่ว่าจะเป็นญาติ สหาย ร่วมไปถึงแขกและผู้ร่วมความคึกครักต่างก็พากันตั้งตาขบวนเจ้าสาวกันอย่างใจจดจ่องานแต่งระหว่างสกุลหลี่และสกุลอวี้ถือเป็นงานแต่งที่ใหญ่ที่สุดในรอบสิบปีที่เคยจัดขึ้นนอกจากงานแต่งของราชวงศ์แล้วก็ไม่มีงานใดเทียบกับงานแต่งในวันนี้ได้อีกหลี่จิ่งเทียนที่ควบม้าพาอวี้เหมียนเหมียนกลับมาในสภาพที่โชกไปด้วยเลือดและหญิงสาวที่หมดสติราวกับไร้ชีวิตมิใช่เจ้าสาวแสนงามที่ก้าวลงจากเกี้ยวเจ้าสาวอย่างที่ทุกคนคาดคิดและควรจะเป็นทำให้ทุกคนต่างแตกตื่นไปทั่ว แต่หลี่จิ่งเทียนกับไม่สนใจผู้อื่นว่าจะเป็นอย่างไร เขาอุ้มร่างเล็กวิ่งเข้าไปในจวนสกุลหลี่ในทันที พร้อมกับเรียกท่านหมอไป๋ที่มาเป็นแขกร่วมงานมงคลในวันนี้ของเขาด้วย ให้รีบมาดูอาการศหญิงคนรักของเขานางถูกอุ้มไปที่ห้องหอ ท่านหมอไป๋เข้าไปตรวจรักษานาง หลี่จิ่งเทียนถูกกันให้รออยู่ด้านนอกพร้อมบิดาและมารดาของเขาไม่นานคนจากสกุลหลี่ก็ที่รู้ข่าวก็ตามมาเช่นเดียวกันการตรวจรักษาใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วยาม [1] หลี่จิ่งเทียนเฝ้ารอจนแทบสิ้นสติ หากไม่ใช่ว่า
ตอนที่ 27งานสมรสที่ควรจะน่าปิติยินดีที่สุดการตกแต่งด้วยผ้ามงคลสีแดงรอบๆ จวนเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศแห่งงานมงคงที่มาถึงได้อย่างดีเกี้ยวแปดคนห่ามสำหรับรับตัวเจ้าสาวมาถึงจวนสกุลอวี้ โดนมีหลี่จิ่งเทียนผู้เป็นเจ้าบ่าวขี่ม้านำขบวนมารับตัวเจ้าสาวด้วยตนเองหลี่จิ่งเทียนเมื่อได้อยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดมีรวดลายมงคลปักอยู่ก็ยิ่งขับให้รูปโฉมน่ามองของเขาโดดเด่นขึ้นมา สตรีน้อยใหญ่ที่ยังไม่ออกเรือนหรือออกเรือนไปแล้วเมื่อได้เห็นก็แทบจะยากนักที่จะไม่หลงใหล พวกนางต่างกำลังนึกอิจฉาคุณหนูอวี้ที่กำลังจะได้แต่งกับบุรุษที่แสนร่ำรวยทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติเช่นนี้เจ้าบ่าวหนุ่มโดนรั้งเอาไว้จากญาติของฝ่ายเจ้าสาวตามธรรมเนียมที่จะต้องให้เจ้าบ่าวตอบเล่นเกมตอบปัญหาหรือแต่งก่อนให้เจ้าสาว จนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่เจ้าสาวก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวด้านในห้องแต่งตัวเจ้าสาวยามนี้อวี้เหมียนเหมียนสวมใส่ชุดเจ้าสาวและเครื่องประดับอย่างเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงให้มารดาเข้ามาคลุมผ้าปิดหน้าเจ้าสาวให้ก็จะสามารถเดินออกไปที่หน้าประตูจวนที่สนุกสนานกันจนดังมาถึงเรือนที่นางใช้แต่งตัวอยู่“คุณหนูท่านไหวหรือไม่เจ้าค่ะ...ยามนี้รู้สึก
อาหารค่ำผ่านไปอย่างเนิบช้าแต่เปี่ยมด้วยความสุข รสชาติอาหารอันโอชาของภัตตาคาร เหอเยว่ นั้นเลิศล้ำสมชื่อ แต่อวี้เหมียนเหมียนกลับรู้สึกว่า บทสนทนาที่เปิดเผยความลับและกระชับความสัมพันธ์นั้น น่าอิ่มเอมกว่ารสชาติอาหารใด ๆหลังรับประทานอาหารเสร็จ อวี้เหมียนเหมียนผายมือไปยังระเบียงส่วนตัวของห้องบนชั้นสูงสุ
ตอนที่ 9/1หลักฐานและคำขอบคุณ สองสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดของอวี้เหมียนเหมียน และยาลูกกลอนถอนพิษของท่านหมอไป๋ อาการของฮูหยินอวี้ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของนางเริ่มมีเลือดฝาด และสามารถลุกขึ้นนั่งได้นานขึ้น“ท่านแม่ ท่านดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ” อวี้เหมียนเหมียนกล่าวด้วยค
ตอนที่ 8/2เกมหลอกล่อและผู้มาเยือน วันต่อมา หลี่จิ่งเทียนมาเยี่ยมมารดาของอวี้เหมียนเหมียนอย่างเปิดเผย รถม้าที่หรูหราอย่างไม่ปิดบังจอดอยู่หน้าจวนสกุลอวี้ เป็นที่จับตาของผู้คนมากมาย“คุณชายหลี่ ท่านไม่กลัวคนอื่นจะเอาไปพูดหรือเจ้าคะว่าท่านติดพันสตรีที่มารดากำลังป่วยหนัก” อวี้เหมียนเหมียนกล่าวอย่างยิ้
ตอนที่ 8/1เกมหลอกล่อและผู้มาเยือน สองสามวันมานี้ อวี้เหมียนเหมียนดูแลมารดาของตนอย่าง ใกล้ชิดและเคร่งครัด ใบหน้าของนางดูซูบซีดจากการอดนอน แต่ดวงตา กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่อาจสั่นคลอนนางทำทีให้มารดาดื่มยาที่ส่งมาจากหมอประจำจวนอย่างปกติ โดยหาโอกาสเหมาะเทยาทิ้งและนำ ยาลูกกลอน ที่ท่านหมอไ







