Mag-log in“พาฉันไปที่ไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่ที่บ้านหลังนี้ที” อาริเทียร์ที่ถูกลากออกมาจากสวน ขอร้องแมรี่
“หมายความว่ายังไงนะคะ” แมรี่ถามซ้ำอีกหนึ่งรอบ
“ช่วยพาฉันไปที่ไหนก็ได้ ไปให้พ้นจากที่นี่” อาริเทียร์ที่เหม่อลอยบอกกับหญิงรับใช้ของตนเอง “ฉันรบกวนเธอสักหน่อยได้ไหม แค่วันนี้วันเดียว” เธอขอร้อง
“แต่ว่าการออกไปข้างนอกโดยไม่มีอัศวินตามไปด้วยสำหรับเลดี้ชนชั้นสูงนับเป็นเรื่องเสื่อมเสียนะคะ” ชื่อเสียงของอาริเทียร์ไม่ค่อยดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เธอไม่อยากให้เลดี้ถูกคนครหาอีก แล้วถ้าดยุกรู้เรื่องที่เธอแอบหนีออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก หากกลับมาที่บ้านก็คงถูกลงโทษไปอีก แผลเดิมก็ยังไม่หายดีหากโดนอีกคงส่งผลกระทบต่อร่างกายแน่ ๆ
“ขอร้องเถอะ...” ดวงตาสีเข้มของอาริเทียร์เวลานี้ชื้นไปด้วยคราบน้ำตา มองหญิงรับใช้ของตนเองด้วยความโศกเศร้า “อย่างน้อย ๆ ก็แค่วันนี้วันเดียวเท่านั้น”
“เข้าใจแล้วค่ะ” สีหน้ายามขอร้องนั่นดูน่าสงสาร ท้ายที่สุดแมรี่ก็ยินยอมทำตาม
นับตั้งแต่วันที่เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้แมรี่ก็แอบสำรวจช่องทางต่าง ๆ เอาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ด้านหลังของคฤหาสน์เป็นส่วนที่ไม่ค่อยมีผู้คนผ่านไปผ่านมามากนัก มีช่องทางของกำแพงที่ทรุดโทรมสามารถรอดออกไปได้สบาย ๆ ผู้เป็นคนรับใช้จึงนำทางท่านหญิงของตนออกไปทางเส้นทางนั้น
************
อลันเดินขึ้นไปที่ห้องนอนของอาริเทียร์เพราะหมายมั่นอยากจะเจอเธอในสภาพที่ยังสวมชุดนอนอยู่ แต่เมื่อไปถึงที่ห้องกลับพบความว่างเปล่าไร้ผู้คน ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดง จึงเดินตามหาคู่หมั้นของตนเองทั่วทั้งปราสาท แต่กระนั้นก็ไม่พบ จนกระทั่งเดินไปจนถึงส่วนที่เป็นห้องทำงานของดยุกไคเดน
ประตูถูกแง้มเอาไว้เล็กน้อยร่างสูงกำลังจะเคาะประตูห้องเพื่อเข้าไปทักทายผู้ที่อยู่ด้านใน แต่กลับได้ยินและได้ฟังเรื่องราวน่าประหลาดใจพวกนั้นเข้าเสียก่อน
ชายหนุ่มได้ยินได้ฟังทุกอย่าง ที่แท้ข่าวลือเรื่องที่อาริเทียร์เป็นลูกนอกสมรสของตระกูลแอสเตอร์ก็เป็นเรื่องจริง ไหนจะการที่บอกว่าเป็นลูกสาวโสเภณี สายโลหิตชั้นต่ำนั่นอีก ถึงจะเป็นลูกสาวที่แท้จริงของดยุกแห่งเวอร์ตั้นวูดก็เถอะ แต่นี่มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ ยายนางร้ายคนนั้นเป็นลูกสาวของโสเภณีเชียวนะ ว่าแล้วว่าเหตุใดคนบ้านนี้จึงยอมทำตามคำสัญญาของคนรุ่นเก่าได้ง่าย ๆ แบบนั้น
แค่เพียงเท่านี้เขาก็สามารถล้มเลิกความปรารถนาในตัวเธอได้อย่างง่ายดาย
‘บ้าชิบ’ อลันได้แต่สบถอยู่ในใจ เขาไม่อยู่รอให้ถูกจับได้ว่าแอบฟัง เร่งรีบออกไปจากคฤหาสน์ทันที
แต่เอาเถอะ แต่งก็แต่ง อย่างน้อยเธออาจจะได้เรียนรู้เรื่องราวความเป็นโสเภณีเหมือนกับแม่ของตนเองเวลาอยู่บนเตียงก็ได้ ก็ไม่ได้นับว่าเป็นเรื่องเสียหายอะไรมากมาย ได้แต่งงานตามคำสัญญาของคนรุ่นเก่า ได้ตำแหน่งงานในราชวงศ์ แล้วก็ได้ตัวเธอ เมื่อคิดถึงสิ่งที่จะได้ ก็พลอยทำให้เขาคลายความกังวลใจลงได้บ้าง ก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปถึงไหนต่อไหน เขาจะได้ไม่ถูกคนครหาว่ามีภรรยาเป็นสายโลหิตชั้นต่ำ
************
แมรี่นำทางอาริเทียร์มาจนถึงตลาด นี่เป็นครั้งแรกที่เธอออกมาโดยไม่มีอาร์ดิโต อลัน หรืออัศวินผู้ติดตาม มีแค่เพียงแมรี่ที่เป็นหญิงรับใช้ธรรมดาเท่านั้น
“ฉันบอกว่าให้เธอพาฉันไปอยู่ที่เงียบ ๆ ไม่ใช่เหรอ” สภาพที่เธอเห็นในเวลานี้ไม่ใกล้เคียงกับคำว่าสงบเงียบเลยสักนิด
“อยู่ที่เงียบ ๆ คนเดียวมันทำให้ฟุ้งซ่านนะคะ” แมรี่ยิ้ม
จิ๊!! อาริเทียร์ทำเสียงจิ๊ปากเพราะรู้สึกรำคาญ ยิ่งใกล้ฟ้ามืดมากขึ้นเท่าไหร่ บรรยากาศก็ดูครึกครื้นมากขึ้นเท่านั้น
“ฉันนึกว่ายิ่งมืด คนก็ยิ่งน้อยลงเสียอีก” อาริเทียร์ที่เดินตามแมรี่ มองรอบ ๆ ตัว เธอรู้สึกได้ว่าผู้คนธรรมดาพวกนี้ดูมีชีวิตชีวาและดูมีความสุขแม้จะไม่ได้ร่ำรวยหรือสวมเสื้อผ้าราคาแพง
“สัปดาห์นี้มีงานเทศกาลน่ะค่ะ พวกเราออกมาได้ถูกเวลาพอดี” แมรี่แนะนำ แล้วจึงพานายหญิงของตนเองมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านขายบาร์บีคิว
“คืออะไรน่ะ” อาริเทียร์ที่อยู่แต่ในคฤหาสน์แอสเตอร์มาโดยตลอดไม่เคยเห็นของกินหน้าตาเช่นนี้มาก่อน
“บาร์บีคิวน่ะค่ะ” แมรี่แนะนำ “ท่านหญิงอยากกินเนื้อชนิดไหนคะ หมู ไก่ หรือวัว หรือจะเป็นมังกรคะ”
“มังกร!! มีเนื้อมังกรด้วยเหรอ” อาริเทียร์ทำตาโตไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเนื้อมังกรกินได้ด้วย ในหัวกำลังคิดดูว่าจะลองดีหรือไม่ แต่ดันหันไปเห็นแมรี่กับคุณลุงคนขายยืนขำเธอจนตัวโยน
คิกคิกคิก!!
“คุณหนูถูกหลอกแล้วล่ะครับ” คุณลุงพ่อค้ายื่นบาร์บีคิวหมูให้กับอาริเทียร์ “เนื้อมังกรมันกินไม่ได้ หรือถ้ากินได้ก็คงไม่ได้ขายในราคานี้แน่ ๆ แต่ว่าเนื้อหมูก็อร่อยนะครับ คุณหนูลองกินดูเถอะ”
อาริเทียร์อ้าปากค้าง หันไปส่งสายตาเชิงตำหนิให้กับแมรี่ แต่อีกฝ่ายไม่ได้มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวเธอด้วยซ้ำ
“กินเถอะค่ะ” แมรี่รับบาร์บีคิวไม้นั้นมาและจับมันยัดใส่ปากท่านหญิงของตน
ทันทีที่บาร์บีคิวไม้นั้นเข้ามาอยู่ในปากของอาริเทียร์ หญิงสาวก็ทำตาโต เป็นรสชาติที่อร่อยเสียจนอยากร้องไห้
“ฉันไม่เคยกินรสชาติแบบนี้มาก่อนเลย” อาริเทียร์ที่ลืมตัวกินอย่างรวดเร็ว จนลืมไปว่าถ้าหากท่านพ่อมาเห็นเธอกำลังกินอย่างมูมมามเช่นนี้ คงถูกสายเวทน้ำแข็งฟาดเข้าให้แน่ ๆ
“อร่อยใช่ไหมล่ะครับคุณหนู ลองกินเนื้อไก่ดูด้วยไหมครับ”
“...” อาริเทียร์ไม่ได้ตอบเธอพยักหน้าอย่างน่ารักให้กับคนขาย
แมรี่เห็นแล้วก็พลอยมีความสุขไปด้วย เพราะอาหารที่ท่านหญิงเธอกินตอนอยู่คฤหาสน์ดยุกเป็นพวกผักสลัด อาหารรสชาติจืด ๆ อาริเทียร์ถูกดยุกไคเดนควบคุมน้ำหนักเพราะไม่ต้องการให้ท่านหญิงอาริเทียร์อ้วนจนเกินไป ไหนจะการใส่คอร์เซ็ทบ้า ๆ พวกนั้นอีก ได้เห็นท่าทางที่กินบาร์บีคิวอย่างเอร็ดอร่อยเช่นนี้ แมรี่เองก็เกือบจะร้องไห้ ที่ผ่านมาท่านหญิงของเธอต้องเจอเรื่องราวอะไรมาบ้างนะ
“แมรี่” อาริเทียร์หันไปหาหญิงรับใช้ของตนเอง
“คะ มีอะไรลำบากใจเหรอคะ” เห็นสีหน้าของอาริเทียร์แมรี่ก็เริ่มกังวล
“ฉัน...ฉันกินไม่ได้แล้วล่ะ”
“ทำไมล่ะคะ”
อาริเทียร์เม้มปากเล็กน้อยแล้วจึงไปกระซิบที่ข้างหูของผู้เป็นหญิงรับใช้
“มันติดคอร์เซ็ทน่ะ”
แมรี่ได้ยินก็ขำออกมาอีกรอบ
“ค่ะ ๆ เข้าใจแล้วค่ะ”
“นอนนานอีกแล้วนะจ๊ะเด็กดี” เอร่าใช้เส้นผมของตนเองแหย่ไปที่จมูกของบุตรสาว“ขอหนูนอนอีกหน่อยนะคะท่านแม่” เด็กหญิงบ่น“นอนไม่ได้แล้วจ้ะ มีอีกหลายคนรอลูกอยู่”“ไม่เอาหนูจะอยู่กับนอนอยู่ในอ้อมกอดของท่านแม่” ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่ลืมตา“เทียร์” เอร่าจุมพิตที่ศีรษะของบุตรสาวที่แสนล้ำค่าของตนเอง “ตื่นเถอะจะ พ่อหนุ่มผมน้ำตาลนั่นร้องไห้เหมือนกับกำลังจะตายเลยล่ะ“ผมน้ำตาลใครหรือคะ” อาริเทียร์ซุกตัวกับอกของมารดาท่าทางราวกับลูกแมวตัวเล็ก ๆ“ตื่นขึ้นไปดูเองสิจ๊ะ”ผู้เป็นมารดาจำใจดีดหน้าผากของบุตรสาวตัวน้อยของเธอแรง ๆ เพื่อปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลแพขนตางอนยาวกระเพื่อมไหว นิ้วมือของอาริเทียร์มีการขยับเขยื้อน คนตัวเล็กกะพริบตาถี่ ๆ ปรับสายตาให้โฟกัสรอบ ๆ ตัว เธอมองหน้าชายที่กำลังร้องไห้และกุมมือเธอเอาไว้ ด้วยสายตาประหลาดใจ
ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะแอบซ่อนไม่เปิดเผยตัวอยู่ในมหาวิหารต่อไป แต่พอได้เห็นอาริเทียร์กำลังมีความสุขอยู่ในอ้อมแขนของไนซีอา อลันก็บังเกิดความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ไหนจะสหายของเขาที่เวลานี้ก็ได้กลายเป็นดยุกอาร์ดิโตไปแล้ว ถ้าวันนั้นหากเธอไม่คิดจะถอนหมั้นกับเขาและไปซบอกของไอ้หมอนั่น ก็คงไม่ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตระกูลวิลเลี่ยมก็คงไม่ล่มสลายสบโอกาสตอนที่อาริเทียร์อยู่ตามลำพัง อลันฉวยโอกาสนั้นทำให้เธอสลบและลักพาตัวเธอออกมาจากมหาวิหารทันทีอาริเทียร์ตื่นมาอีกทีพบกว่าตนเองกำลังนั่งอยู่ในรถม้าเก่าซอมซ่อคันหนึ่ง ทั้งมือและขาถูกจับมัดเอาไว้แน่น ริมฝีปากเองก็ถูกมัดเอาไว้เช่นกัน หญิงสาวหยัดตัวขึ้นไปดูว่าใครเป็นผู้ที่ขับรถม้าขนของคันนี้ มองจากด้านหลังเห็นว่าเป็นเส้นผมสีแดงอาริเทียร์จำได้ในทันทีว่าเขาคือใครเสียงดังกึกกักจากด้านหลังรถม้า อลันหันไปมองจึงเห็นว
ณ จัตุรัสกลางนครหลวงแห่งอาณาจักร สตรีรูปร่างเล็กสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ ทั้งสองแขนและสองขาถูกตรวนเหล็กตรึงเอาไว้ เส้นผมสีทองสว่างที่เคยได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เวลานี้เกาะกันเป็นก้อน ไม่หลงเหลือความงดงามอย่างที่เคยมีเสียงก่นด่าดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ อากาศปลายฤดูใบไม้ร่วงเริ่มหนาวเหน็บแต่ประชาชนต่างก็ออกมาดูให้เห็นกับตาว่าสตรีที่สังหารครอบครัวของตนเองนับร้อยชีวิตหน้าตาเป็นอย่างไรลูเซียน่าถูกนำร่างขึ้นไปยังเครื่องกิโยตีนที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ท่ามกลางฝูงชน นานมากแล้วที่ไม่มีการประหารนักโทษอุกฉกรรจ์เช่นนี้มาก่อน จึงเป็นที่สนอกสนใจของเหล่าประชาชนและชนชั้นสูงเป็นอย่างยิ่งแมรี่เคยได้ยินเรื่องเครื่องนี้จากในหนังสือประวัติศาสตร์ ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นด้วยตาตนเอง ชัดเจนระดับ HD ขนาดนี้ เครื่องนั้นทำจากไม้ขัดต่อกันสูงขึ้นไปกว่าสองเมตร แผ่นเหล็กขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ถูกแขวนด้วยเชือกเส้นหนึ่งห้อย
ดยุกบิลเลี่ยนสหายสนิทของดยุกไคเดน ได้รับคำขอร้องจากบุตรชายของเพื่อน เนื่องจากเป็นสหายที่คบหากันมาอย่างยาวนาน เขาจึงละวางทุกอย่างเร่งรีบมาโดยไม่ได้นึกถึงสิ่งใดได้ยินจากปากของอาร์ดิโตว่าไคเดนอยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ได้แล้ว บิลเลี่ยนเองก็ทดท้อใจ นอกจากจะมาช่วยเหลือเขาแล้ว เมื่อได้เห็นหน้าของอาร์ดิโตก็คิดจะจับคู่ให้กับบุตรสาวคนรองของตนเอง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว จึงล้มเลิกความคิดนั้นไปเมื่อจากลูกแก้วฉายคำพูดของลูเซียน่าครบถ้วนกระบวนความ คนจากกระทรวงยุติธรรมก็แสดงตัวเข้าจับกุมในทันที“ถ้าท่านพี่สังหารท่านพ่อ ช่วยส่งให้ท่านพ่อพ้นจากความทรมาน เราสองคนก็จะได้ครองรักกันเร็วขึ้นนะคะ”ลูเซียน่าหยิบขวดยาออกมาจากกระเป๋าที่เหน็บไว้ที่ช่องลับที่เอวขวดใบนี้เหมือนกับขวดยาที่อลันใช้กับอาริเทียร
หลังจากที่อาร์ดิโตจัดการกับลิ้นของเบลฟอร์ด แมรี่ก็มีความรู้สึกหวาดกลัวเขาขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ในโลกศตวรรษที่ 21 การฆ่ากันยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย บ้านเมืองมีขื่อมีแป การทำร้ายร่างกายกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีความผิดตามกฎหมายหากเจ้าทุกข์ร้องเรียนหรือแจ้งความ ยังคงมีกฎหมายคุ้มครองพวกอาชญากร แม้ว่าแมรี่จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายเหล่านั้นแต่ในเมื่อมันเป็นครรลองของสังคมเธอก็ทำอะไรไม่ได้แม้จะรู้ว่าเบลฟอร์ดกระทำผิดไป ก็ควรคาดโทษหรือเขาจับขังเอาไว้ในคุกหรือยึดคืนบรรดาศักดิ์และทรัพย์สมบัติเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่คิดว่าอาร์ดิโตจะสามารถลงมือตัดลิ้นเขาได้อย่างง่ายดายเมื่อคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นแมรี่ยังรู้สึกตกใจไม่หาย เธอเคยเป็นอัศวินของแกรนด์ดยุกไนซีอา แต่ผู้ที่เธอต่อสู้เป็นข้าศึกและกบฏที่สมควรแก่การกำจัดทิ้ง และแมรี่ไม่เคยลงมือจัดการพวกเขาด้วยมือของเธอเอง เธอไม่ได้รู้จักคนพวกนั้นเหมือนกับที่รู้จักและคุ้นเคยกับเขาอย่างเ
หลังจากดื่มชาเสร็จแล้ว องค์ราชินีใช้หินเวทเคลื่อนย้ายพาตัวเลดี้ตระกูลลินคอร์นกลับพระราชวังทันที เลดี้คนนั้นดูจะงงไม่น้อยที่ถูกฝ่าบาทลากไปลากมาตลอดหลายวันเรื่องความรักของไนซีอาที่มีต่อเธออาริเทียร์ไม่ได้กังขาและกังวลใด ๆ อีก มีแค่เพียงเรื่องของท่านพ่อที่ทำให้อาริเทียร์กังวลกลิ่นสบู่และเครื่องหอมอบอวลไปทั่วทั้งห้องอาบน้ำ ไนซีอานั่งอยู่ในสระน้ำร้อนก่อนแล้ว อาริเทียร์ที่ยังสวมชุดแพรตัวบาง ๆ เดินเข้ามาตามหลังแววตาสีน้ำตาลเข้มของไนซีอาจ้องมองล้ำลึก“นี่ก็เป็นหนึ่งในบทเรียนที่แมรี่สอนคุณด้วยหรือเปล่า” เขาถามพร้อมกับวางแขนทั้งสองข้างไว้บนขอบสระ จับจ้องไปที่คนตัวเล็กที่ผิวกายขาวผ่องที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาภายในหญิงสาวยิ้ม ยังไม่ได้ตอบอะไรชุดผ้าแพรตัวบางที่เธอสวมอยู่นั้นเป็นสีขาวสะอาดตาบางเบา อาริเทียร์ค่อย ๆ ก้าวขาลงไปในสระน้ำแล้วจึงเดินไปนั่งอยู่บนตักของไนซีอาเมื่อเปียกชุ่มไปด้วยน้ำอุ่น สัดส่วนเรือนร่างของอาริเทียร์ที่แอบซ่อนอยู่
“ยังคงเป็นประเด็นอยู่เนือง ๆ บอกไปใครจะเชื่อว่าบุตรีของดยุกแอสเตอร์ เป็นลูกแท้ ๆ ของเขา ถึงแม้ว่าจะมีการพยายามออกมายืนยันจากตัวของท่านดยุกและท่านชายอาร์ดิโตทายาทอันดับหนึ่งก็ตาม พวกเราล้วนเดาได้จากการที่ท่านดยุกไคเด
ที่แท้คนที่ลักลอบเข้ามาในคฤหาสน์จนทำให้บาเรียคุ้มกันสั่นสะเทือน ก็คือแกรนด์ดยุกหนึ่งเดียวในอาณาจักรนี่เอง อาร์ดิโตได้ยินว่าเขามีพลังเวทอัคคีแต่ที่เมื่อครู่ที่เขาเห็นคือพลังแห่งประทีปชัด ๆ ผู้ที่สามารถเรียกใช้พลังธรรมชาติพวกนั
มีหลายเรื่องที่ไนซีอายังรู้สึกค้างคาในใจ ชายหนุ่มแวะไปหาที่ห้องพักของเธอ และพบว่าอาริเทียร์กำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้าอยู่อย่างเงียบสงบ เขานึกของคุณที่วันนั้นเธอช่วยปลอบประโลมให้เขาคลายความวิตกกังวล ยิ่งใกล้ชิดเธอเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งไม่อาจจะปล่อยมือไปจากเธอKnock knock!!ไนซีอาเคาะประตูห้องที่เปิ
สิ่งที่อาริเทียร์กระทำลงไปทำให้ไคเดนรู้สึกลำบากใจ นับเป็นความลำบากใจต่อเธอที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่รับเด็กคนนั้นเข้ามาเลี้ยงดู แต่เขาจะไม่มีวันใจอ่อนกับเด็กคนนั้นเด็ดขาด แล้วการที่เธอมีชีวิตอยู่ได้มีทุกวันนี้ก็เป็นเพราะค







