Masukชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่นอนเหยียดตัวตรงอยู่บนเตียงนอนในห้องพักของรีสอร์ตแห่งหนึ่ง มือข้างหนึ่งใช้หนุนศีรษะแทนหมอน มืออีกข้างวางข้างลำตัวโดยมีเจ้าแมวขาวขนปุยนอนเอาหน้าซุกแขน
บนร่างกายมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียว ปมที่มัดเกือบจะคลายออก อีกนิดผ้าก็จะแยกออกจากกันแล้ว
“อื้อ”
บัวเกี๋ยงตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย ตาปรือปรอยก่อนจะดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าสิ่งที่เขาใช้หนุนนอนนั้นไม่ใช่หมอน แต่เป็นมวลกล้ามหน้าท้องเป็นลอนของลุค
พรึ่บ
นี่เขานอนหนุนท้องพี่ลุคทั้งคืนเหรอเนี่ย ถึงว่าทำไมรู้สึกหมอนมันขยับได้
ดวงหน้าขาวแดงแปร๊ดในฉับพลัน ก่อนที่หางตาจะเหลืองไปเห็นบางอย่างที่อยู่ใต้ผ้าขนหนูกลางลำตัวของคนที่นอนหลับอยู่นูนขึ้นเป็นรูปทรงอย่างเห็นได้ชัด
คนอะไรขนาดนอนหลับแล้วยังทำเรื่องลามกได้อีก
อยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้ว หนีก่อนดีกว่า
มือเรียวเล็กยกขึ้นประกบแก้มทั้งสองข้างแล้ววิ่งลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง คล้อยหลังจากที่ประตูปิดลงก็มีเสียงคนหัวเราะเบา ๆ
ลุคจ้องมองคนที่วิ่งหายไปด้วยแววตาที่ขบขันปนเอ็นดูเขาตื่นก่อนบัวเกี๋ยงไม่กี่นาที แต่ที่ชายหนุ่มยังไม่ลุกออกจากเตียงเพราะมีใครบางคนใช้หน้าท้องของเขาเป็นหมอน พอเห็นว่าบัวเกี๋ยงเริ่มขยับตัวเขาก็แสร้งหลับตาลงคล้ายกับว่าตัวเองยังไม่ตื่น เพื่อดูว่าอีกคนจะมีปฏิกิริยายังไง
ดวงตาคู่คมก้มมองที่หว่างขาก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี เช้า ๆ แบบนี้มังกรน้อยของเขาช่างคึกคักเสียจริง สงสัยอยู่ในถ้ำมานานเลยอยากออกไปโลดเล่นข้างนอกบ้าง
เขารอจนร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำก็เข้าต่อทันที่ ระหว่างที่เดินสวนกันบัวเกี๋ยงไม่ได้หันมองหน้าคนตัวสูงเลย เพราะภาพของเมื่อเช้ายังติดตาอยู่
ถึงร่างบางจะเคยแก้ผ้าอาบน้ำคลองกับเพื่อน ๆ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร
ไม่รู้ทำไม พอเป็นคนตรงหน้าแล้วหัวใจของเขาถึงได้รู้สึกหวิวแปลก ๆ ยังไงชอบกล
ง้าวววว
“มะลิตื่นแล้วเหรอ”
เจ้าแมวขาวที่เพิ่งตื่นนอนบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงพร้อมกับอ้าปากหาวจนเห็นเขี้ยว บัวเกี๋ยงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปหาแล้วลูบหัวของมันเบา ๆ
ไม่นานลุคก็เดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเดิมของเมื่อวาน ที่จริงเขากับบัวเกี๋ยงมีชุดที่นำมาจากบ้านอีกหนึ่งชุดอยู่ในกระเป๋า แต่เก็บไว้ใช้ตอนที่ชุดเดิมเน่าจริง ๆ
“เช้านี้มีอะไรกินบ้างครับ”
“มันหวานเผาจ้ะ”
มันหวานเผาเย็น ๆ ไม่อร่อยเท่ามันหวานเผาร้อน ๆ แต่มันก็ทำให้พวกเขาไม่ต้องทนหิว
“ขอบคุณครับ” ยื่นมือไปรับมันหวานเผามากิน “ตอนนี้เสบียงของพวกเรายังเหลืออะไรบ้าง”
“มันหวานเผาอีกสามหัวกับมะเขือเทศ 2 กระปุกที่ยังไม่ได้กิน”
“อือ อาหารแค่นี้คงกินได้อีกไม่นาน ถ้าจวนตัวจริง ๆ เราคงต้องจับเจ้ามะลิมาย่างกินแล้วล่ะ”
คำพูดทีเล่นทีจริงของลุคทำเอาทั้งคนทั้งสัตว์สวนขึ้นมาทันควัน
“กินมะลิไม่ได้นะ”
ง้าววว
มือเรียวรีบคว้าสัตว์เลี้ยงของตนเองขึ้นมากอดแนบอกแล้วจ้องคนที่บอกว่าจะจับเจ้ามะลิกินตาเขม็ง เจ้ามะลิพองขน หางของมันชี้ขึ้นพร้อมกับแยกเขี้ยวขู่ราวกับเขาเป็นศัตรู
ท่าทางที่เปลี่ยนไปของทั้งคนและสัตว์ทำเอาลุคหลุดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นคล้ายกับมีแมวสองตัวกำลังพองขนขู่
“ฮ่า ๆ ”
นี่คิดจริง ๆ เหรอว่าเขาจะกินเจ้าแมวอ้วนที่มีแต่ไขมันส่วนเกิน
“พี่ลุค! ถ้ายังไม่หยุดขำบัวจะตีแล้วนะ”
“ขอโทษครับ มันอดไม่ได้จริง ๆ ”
“พี่ลุคคงไม่คิดจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ ใช่ไหม บัวไม่ยอมนะ เจ้ามะลิเป็นเพื่อนคนเดียวของบัว ถ้าพี่จะทำต้องข้ามศพบัวไปก่อน”
“โธ่ หนูบัว เรื่องเมื่อกี้พี่พูดเล่นครับ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างอ่อนใจ ทำไมคนตรงหน้าถึงได้น่ารักแบบนี้นะ
“จริงเหรอ” มองอย่างระแวง
“ครับ ต่อให้โลกนี้จะไม่มีอะไรให้กินพี่ก็จะยอมอดตาย ไม่กินเจ้ามะลิของหนูบัวหรอก”
บัวเกี๋ยงได้ยินที่อีกคนพูดก็เผยยิ้มอย่างสบายอกสบายใจและหมายมาดในใจว่าจะใช้เลือดของตัวเองเลี้ยงดูให้คนตรงหน้าอิ่มหนำสำราญแล้วลืมเรื่องที่จะเอาเจ้ามะลิมาเป็นอาหาร
“พี่ลุควางใจได้ บัวจะหาอาหารมาให้พี่เอง” นัยต์ตาคู่สวยฉายแววกระตือรือร้น
“ขอบคุณนะครับ พี่โชคดีจริง ๆ ที่ได้เจอกับหนูบัวแล้วก็แกด้วยเจ้าแมวอ้วน” ใบหน้าหล่อเหล่าปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ เขาเอื้อมมือไปลูบผมของบัวเกี๋ยงอย่างนึกเอ็นดูแล้วเลื่อนลงมาลูบหัวของเจ้ามะลิ
หลังจากที่พวกเขาจัดการอาหารมื้อเช้าเสร็จแล้วก็เริ่มออกเดินทางต่อ เมือง N เป็นเมืองที่ค่อนข้างใหญ่เพราะมีภูเขาเยอะ พวกเขาขับรถมาตั้งนานเพิ่งจะออกจากเขตเมืองหลวง
ด้วยความที่มีพื้นที่กว้างทำให้แต่ละที่จึงมีอุณหภูมิไม่เท่ากัน เมื่อเข้าสู่เขตชาญเมืองที่มีต้นไม้และภูเขาอากาศก็จะหนาวขึ้นเรื่อย ๆ
ด้านหน้าจะเป็นอุโมงค์สองเลนส์ที่สร้างขึ้นโดยการใช้เครื่องมือที่แข็งแรงเจาะภูเขาจนกลายเป็นเส้นทางใหม่ที่มีระยะทางถึงสองจุดห้ากิโลเมตร
ลมหนาวพัดผ่านผิวกายจนขนลุกซู่ กายบางซุกหน้าเข้ากับแผ่นหลังกว้างของลุค แขนเรียวเล็กกระชับกอดแน่นขึ้น
ในอุโมงค์มืดมากมีเพียงแสงไฟจากหน้ารถที่ขับเท่านั้นที่ทำให้มองเห็นทางข้างหน้า แสงสีขาวบ่งบอกว่าปลายทางของอุโมงค์อยู่ไม่ไกลแล้ว
จู่ ๆ รถบิ๊กไบค์ที่ขับก็หยุดนิ่ง เกล็ดน้ำแข็งปลิวไปตามสายลมหนาว ราวกับว่าตอนนี้พวกเขาอยู่คนละโลกเมื่อด้านหลังมืดสนิทจนมองอะไรไม่เห็น แต่ข้างหน้ามองเห็นหิมะสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา
ลุคเอี่ยวตัวไปหาคนที่นั่งอยู่ด้านหลัง “เอาเสื้อในกระเป๋าออกมาครับ”
ร่างบางไม่ถามว่าทำไม ปลดกระเป๋าเป้ที่สะพายหลังแล้วเหวี่ยงมาข้างหน้า รูดซิปเปิดแล้วหยิบเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ออกมายื่นให้ลุคก่อนจะหยิบตัวที่เล็กกว่าออกมา
ก่อนที่ลุคจะเดินทางมาเที่ยวเมือง N ชายหนุ่มได้ศึกษาข้อมูลมาบ้างทำให้รู้ว่าทางข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไร จึงได้เตรียมเสื้อกันหนาวมาด้วย เขาไปค้นตู้เสื้อผ้าในบ้านโดยเลือกเสื้อตัวที่หนาแล้วก็อุ่นที่สุดให้ตัวเองและบัวเกี๋ยง
“เราถึงเมือง W แล้วเหรอจ๊ะ”
“ยังครับ” ลุคตอบ แล้วพูดต่อ “อดทนอีกนิดนะครับ ผ่านตรงไหนไปได้ก็ไม่หนาวแล้ว”
“จ้ะ”
“ถ้าหนาวก็กอดเจ้ามะลิไว้” ลุคอุ้มเจ้ามะลิใส่ในเสื้อของร่างบางแล้วรูดซิปขึ้นจนถึงคอ
หิมะกับรถบิ๊กไบค์ดูเหมือนจะไม่เข้ากันสักเท่าไหร่ ลุคไม่สามารถขับรถเร็วได้เหมือนที่ผ่านมาทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างช้า ๆ เนื่องจากพื้นถนนค่อนข้างลื่น
ยิ่งขับหิมะก็เริ่มหน้าขึ้นจนขับต่อไม่ได้ เขาจำเป็นต้องสละรถทิ้งแล้วเดินทางเอา
“หนูบัวไหวไหม”
“วะ ไหวจ้ะ” บัวเกี๋ยงตอบเสียงสั่น ฟันของเขากระทบกันไม่หยุดเนื่องจากอยู่ท่ามกลางหิมะเป็นเวลานาน
ลุคเห็นคนน้องหนาวจนตัวสั่นก็รู้สึกสงสาร “ขยับมาหาพี่ครับ” แขนแกร่งโอบกอดร่างบางไว้ก่อนจะออกเดินพร้อมกัน
ส่วนตัวแล้วชายหนุ่มไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องอากาศหนาวสักเท่าไหร่ เนื่องจากตัวเองเป็นคนขี้ร้อน แต่อีกคนนี่สิปากม่วงจมูกแดงหมดแล้ว
คงต้องรีบหาที่พักแล้วสิ ไม่งั้นทั้งเขาและบัวเกี๋ยงได้กลายเป็นน้ำแข็งอยู่ในทะเลสีขาวนี้แน่
“ทุกคนเจออะไรบ้างไหม” โรมเอ่ยถามคนอื่น ๆ พลางนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น หลังจากเขาที่เดินกลับลงมาจากการไปสำรวจที่ชั้นสองของคฤหาสน์จนทั่วแต่ก็ไม่พบอะไรเลยเขาเป็นนักแกะรอยและหัวหน้าทีมนักสำรวจของเมือง W เขาได้รับมอบหมายให้มาสำรวจจุดสีเขียว ระหว่างทางเขาก็ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานจากเมืองอื่น ๆพวกเราทั้งหมดมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือตามหาพืชที่กินได้แล้วนำกลับไปให้ปลูก ลูกบ้านที่อยู่ในเมืองของตัวเองจะได้มีอาหารการกินที่ดีขึ้น สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะเดินทางพร้อมกัน เพราะไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี จากทีมเล็ก ๆ ไม่กี่คนก็กลายเป็นกลุ่มใหญ่ตอนนี้พวกเราอยู่กันที่คฤหาสน์หลังหนึ่งในเมือง S และกำลังเป็นค้นหาใครบางคนที่ติดตามมานานเกือบเดือน แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวในคฤหาสน์มีร่องรอยที่บ่งบอกว่าเคยมีคนจำนวนหลายคนอาศัยอยู่ บวกกับที่มีรถจอดอยู่ด้านหน้าทำให้มั่นใจว่าคนที่ตามหาอยู่ที่นี่ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็ไม่เจอราวกับว่าพวกเขาหายตัวได้“ไม่เลย” ส่ายหน้าตอบอย่างจนใจ ก่อนจะทิ้งร่างบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า“พวกเขาหายไปไหนกันนะ” มีอานักสำรวจเมือง N โคลงศีรษะเล็กน้อยขณะที่พูด เธอค้นหาทั้งในบ้านแ
ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งกับแสงจากดวงดาวนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวิบวับ กระทบบนผิวน้ำทะเลก่อให้เกิดภาพที่สวยงามชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมารับลมข้างนอกหลังจากที่ส่งบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิเข้านอน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าแกร็ก“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ลุงโจที่เปิดประตูออกมาเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาหลานชายที่ยืนรับลมอยู่หน้ากระท่อม“ครับ ผมยังไม่ค่อยง่วง แล้วลุงล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ลุคถามกลับ“ลุงก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน”พลันบรรยากาศระหว่างกันตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั้งโจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“คิดอะไรอยู่”“คิดถึงบ้านน่ะครับ ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าที่นั่นจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง แล้วก็...” น้ำเสียงทุ้มเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย”“ลุงก็คิดถึงทั้งสองคน”โจเองก็ไม่ได้เจอหน้าน้องสาวสุดที่รักมาหลายปี ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมโซเฟียที่เกาะมายาหลังจากที่หลาน ๆ กลับมาจากการเที่ยวเล่น แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อนทำให้แผนที่วางไว้ล้มลงไม่เป็นท่าโจไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลานชายแท้ ๆ ของเขาเ
ซู่ ซ่าณ สถานที่ลับแห่งหนึ่งมีอดีตนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหาดทรายฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ที่ซอมบี้ระบาดหนักเขาก็ทิ้งคฤหาสน์ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แทน โชคดีที่เขาได้เตรียมพร้อมทางหนีหากเหตุการณ์ไม่คาดคิดไว้แล้ว พอมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากมาก จะห่วงก็แต่หลานชายทั้งสามคนช่วงที่เกิดเรื่องหลานของเขาได้เดินทางออกไปเที่ยวพอดี ไม่รู้ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน จะเป็นตายร้ายดีบ้าง ได้กินอิ่มนอนหลับสบายไหม นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ข่าวคราวจากทั้งสามคนเลย“เฮ้อ หวังว่าพวกหลานจะปลอดภัยนะ” โจหวังอยู่ตลอดว่าสักวันลุค เคน เจซ จะกลับมาหาเขาขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งรำลึกความหลังถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นั้น หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยของมนุษย์หลายคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่โจผุดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วรีบเดินตามเสียงไป ในมือของเขาถือปืนสั่นเอาไว้ ที่จริงแล้วเขาเริ่มพกปืนติดตัวตลอดเวลาตั้งแต่ที่รูู้ว่าโลกนี้มีซอมบี้เขาต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หากเจอซอมบี้จะได้ยิงป้องกันตัว นานวันเข้าก
ติ้ด ติ้ดนิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกประตูลับที่อยู่ในความทรงจำ ตอนนั้นเจซกับเพื่อนยังพูดเล่นขำ ๆ กันอยู่เลยว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้เส้นทางลับนี้หรอกหรือถ้าได้ใช้จริง ๆ คงเป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆแต่แล้ววันนี้ก็มาถึง เพียงแต่เจซไม่เคยคิดเคยว่าเขาจะได้ใช้รหัสนี้เพื่อเปิดประตูทางลับเร็วกว่าที่คิดแกร็กใต้คฤหาสน์หลังนี้มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บไวน์ชั้นดีเอาไว้นับร้อยขวด แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีประตูลับที่สามารถทะลุไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อกดจำนวนรหัสครบ ชั้นไวน์ที่ติดกับผนังด้านหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั้นวางไวน์เลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าด้านหลังมีช่องทางลับซ่อนอยู่มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงความมืดมิด เดาไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในปากทางเข้าทำให้เห็นภาพทางเดินสลัว ๆ“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“มึงนำไปสิ” เคนเอ่ยพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเส้นทางลับที่ดูวังเวงยังไงชอบกลลุคเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปขางในเป็นคนแรก ตามมาด้วยบัวเกี๋ยง มะลิ เคน และเจซเป็นคนปิดท้า
ลุคกับเพื่อนซี้เอ่ยทักทายกันเล็กน้อยตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนานก่อนจะชวนกันไปที่ห้องนั่งเล่น สายตาคมมองไปยังทิศทางที่บางคนซ่อนตัวอยู่“หนูบัว ออกมาได้แล้วครับ ปลอดภัยแล้ว”เคนกับเจซมองหน้ากันอย่างงง ๆ ว่าเพื่อนของตัวเองพูดกับใคร แต่ก่อนที่พวกเขาจะสงสัยไปมากกว่านั้น ศีรษะทุยโผล่ขึ้นมาจากหลังโซฟาอย่างช้า ๆ ดวงตากลมโตกวาดตามองไปรอบ ๆ เห็นพี่ลุคยืนอยู่กับผู้ชายอีกสองคนที่เขาไม่คุ้นหน้าร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มตัวความสูงก่อนจะเดินไปหาชายหนุ่มหนึ่งเดียวที่รู้จัก“ใครอะ? ” เคนเลิกคิ้วถามเมื่อรู้ว่าเพื่อนของตัวเองไม่ได้มาคนเดียวแต่ยังพ่วงคนน่ารักมาด้วย ดูท่าหลายวันมานี้คงมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับลุคจะว่าไปร่างบางตรงหน้าก็ตรงสเปคของลุคเลยหนิ“ไม่เจอกันแปบเดียวมึงมีเมียแล้วเหรอวะ” เจซเอ่ยแซว คนโดนแซวหน้าไปเปลี่ยน แต่คนที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเมียน่ะสิกลับเขินจนหน้าแดง“มึงอธิบายมาเลยนะ”“เร็ว ๆ เลย พวกกูอยากรู้”ลุคสายศีรษะด้วยความระอาใจเมื่อเห็นเพื่อนมองเขาสลับกับร่างบางไปมาพร้อมกับทำสีหน้ากรุ่มกริ่ม เขาจึงตอบเพื่อนไปว่า “เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”สองหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ ในจังหวะนั้นเองหางตาก็เหลือบไ
“หืม ทำไมเนื้อเหลืออยู่เท่านี้” ดวงตาเฉี่ยวคมหรี่มองเนื้อกวางย่างที่อยู่ในหลังกระบะจำได้ว่าเมื่อคืนมีเยอะกว่านี้ พอเช้ามาทำไมถึงเนื้อถึงแหว่งไปส่วนหนึ่ง หางตาของเขาเหลือบไปเห็นชิ้นกระดูกของสัตว์ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขายืนนัก คาดว่าหัวขโมยกินเสร็จก็โยนหลักฐานทิ้งทันทีร่างสูงหันไปมองมนุษย์ตัวขาวกับเจ้าสิงโตขาวด้วยความสงสัย พอรู้ตัวว่าถูกเขาจ้องเท่านั้นแหละทั้งคู่ก็พร้อมใจกันเบือนหน้าหนี“หนูบัวครับ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น“จะ จ๊ะ”มุมปากหยักโค้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่เขาเรียกชื่อ แถมเจ้าตัวยังไม่ยอมสบตากับเขาขณะที่พูดอีกเดิมที่เนื้อกวางย่างนั้นมีกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอแล้ว พอกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก ดวงตาที่ปิดสนิทก็เปิดขึ้น เมื่อนึกถึงรสชาติเนื่อย่างแสนอร่อยที่ได้กินเมื่อคืนน้ำย่อยในท้องก็เริ่มทำงานบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิไหนเลยจะทนนอนต่อจนถึงเช้าไหวทั้งที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงท้องน้อย ๆ ก็หิวอีกแล้ว คนกับแมวมองตากันอย่างรู้ใจ แอบลุกไปกินอาหารมื้อดึกที่อยู่หลังกระบะ พอกินอิ่มก็กลับมานอนต่อ“บัวขอโทษจ้ะ” ร่างบางก้มหน้ามองพื้นแล้วเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด ยิ่งคนพี่เดินเข






![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
