LOGIN
ซูหนี่ว์รู้สึกว่าร่างกายของนางนั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างมาก่อกวน มันเจ็บเหลือเกินเจ็บตรงส่วนนั้น เจ็บราวกับโดนของแข็งกระแทก ส่วนนั้นอย่างแรง ทำไมความฝันนี้ช่างเหมือนกับความจริงยิ่งนัก บุรุษผู้นั้นขยับร่างกายอันแข็งแกร่งเข้าหาร่างงามที่สลบไปมิได้สติ สองมือหนาใหญ่ลูบไล้ดอกบัวปทุมถันเคล้าคลึงไปมา
นางรู้สึกซาบซ่านตรงทรวงอก ฝันบ้าอะไรกัน เปลือกตาคู่งามค่อยๆ กระพือขึ้นมา ดวงตางามเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม นางกำลังโดนบุรุษแปลกหน้าข่มเหง ซูหนี่ว์กำลังจะแหกปากขึ้น แต่ทว่ามือหนาใหญ่ได้อุดปากนางไว้
บุรุษผู้นั้นยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย “หนี่ว์เอ๋อร์ อย่าได้แหกปาก ข้าคิดถึงเจ้ายิ่งนัก”
ซูหนี่ว์กลอกตาไปมามองรอบๆสถานที่แห่งนี้คือเรือนจีนโบราณ นางจำได้ว่า อ่านนิยายเรื่อง เรือนราคะ ในหอพักของมหาวิทยาลัย แล้วเหตุใดจึงมาโผล่ที่แห่งนี้ได้
เกิดเรื่องบ้าอะไรกับนางกันแน่
“ข้าลอบเข้ามาในเรือนนอนเจ้า รู้สึกดีหรือไม่” ซูหนี่ว์มองบุรุษวัยกลางคนตรงหน้านาง เขายังเคลื่อนไหวบนร่างกายของนาง
นางงงไปหมดแล้ว
หรือว่านางเข้ามาในหนังสือ นิยาย เรื่องเรือนราคะ
นางอ่านมาถึงเกือบครึ่งเล่ม ถึงตอนที่พ่อสามีหรือนายท่านมู่หรงจิ้น ลักรอบเข้ามาในเรือนนอนลูกสะใภ้ ตาแก่นี่เรียกนางว่าหนี่ว์เอ๋อร์ แสดงว่า นางต้องเข้ามาอยู่ในร่างของหลี่ซูหนี่ว์เป็นแน่แท้
“ท่านพ่อพอเถอะเจ้าค่ะ” ซูหนี่ว์บอกตาแก่มู่หรงจิ้น
ดูท่ามู่หรงจิ้นจะไม่หยุดง่ายๆ หลายวันมานี้ มู่หรงจิ้นไม่ได้มาหาลูกสะใภ้อย่างหลี่ซูหนี่ว์ เพราะเขาต้องไปส่งผ้าที่เมืองหลวงซีอานกว่าจะกลับมา ใช้เวลานานนับเดือน เขารู้สึกคิดถึงลูกสะใภ้คนนี้ยิ่งนัก
ซูหนี่ว์รับรู้ได้ถึงความใหญ่และยาวของแท่งหยกแท่งนั้น
“หนี่ว์เอ๋อร์ อย่าบอกข้าให้หยุดเลย ตอนนี้ข้าไม่ไหวแล้ว”
มู่หรงจิ้นปรายตามองช่องแคบบุปผางามที่มีน้ำหวานล้ำไหลออกมาไม่หยุด ดูท่าลูกสะใภ้ของเขา ก็อดกลั้นไม่ไหวเหมือนกัน มิเช่นนั้นน้ำหวานที่หวานล้ำจากบุปผางามคงไม่ทะลักออกมาเยี่ยงนี้
ใบหน้าซูหนี่ว์แดงซ่านเลือดลมช่างไหลเวียนดียิ่งนัก ไม่คิดเลยว่าเข้ามาในโลกแห่งนี้นางก็เจอของใหญ่และยาวเสียแล้ว
มือหนาใหญ่ของตาแก่มู่หรงจิ้นยังคงจับเรือนร่างอรชรกระแทกเข้าที่หว่างขาอย่างสาสมแก่ใจ นางช่างงามยิ่งนัก ถึงแม้ว่านางจะคลอดบุตรชายให้มู่หรงเสวี่ยแล้ว แต่ทว่าเรือนร่างของนางยังคงงดงามอีกทั้งยังอวบอิ่มทำให้บุรุษเพศหลงใหล
ซูหนี่ว์หายใจอย่างกระชันชิดบ่งบอกถึงความเหนื่อยหอบของนาง “อ่า ข้าจะเสร็จแล้ว” เสียงของ
มู่หรงจิ้นครวญครางขึ้นมาทันที ใบหน้าสี่เหลี่ยมที่เห็นกรามอย่างชัดเจน จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนาได้รูปมีท่าทีผ่อนคลายเป็นอย่างมา เมื่อเขาพาซูหนี่ว์มาถึงสวรรค์ พ่อสามีผู้ราคะจึงได้ถอดถอนแท่งหยกงามสีดำแวววาวระยิบระยับออกมา สายน้ำจากแท่งหยกไหลเข้ากลีบบุปผางามอย่างไม่ขาดสาย
เสี้ยวเวลานั้นทำให้ซูหนี่ว์ได้หายใจอย่างทั่วท้อง มู่หรงจิ้นไม่ยอมให้ซูหนี่ว์นอนอยู่เฉยๆ เขาจับแท่งหยกยัดเข้าปากนาง นางตกใจไม่น้อย
“อือ อือ อือ” เรียวปากงามบัดนี้อัดแน่นเต็มไปด้วยแท่งหยกขนาดใหญ่ มือหนาใหญ่จับที่ศีรษะซูหนี่ว์อย่างแรง
“กลืนมันลงไป เจ้าคงไม่ได้ลิ้มลองรสชาติเยี่ยงนี้มาหลายวันแล้วกระมัง” นางกลืนน้ำที่ขมฝาดลงไปอย่างหลีกเลี่ยงชะตากรรมนี้มิได้ จากนั้นมู่หรงจิ้นยังคงดำเนินฉากรักกับลูกสะใภ้อย่างซูหนี่ว์ไปจวบจนรุ่งสาง…
“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ” เสียงตะโกนที่หน้าเรือนยาใจ ทางด้านซูหนี่ว์พลันปรือตาขึ้นมาพบว่า นางยังอยู่ในเรือนจีนโบราณแห่งนี้ นางยังไม่ได้กลับไปโลกแห่งความเป็นจริง นางจะต้องหาทางกลับไปที่โลกแห่งความเป็นจริงให้ได้ ซูหนี่ว์รีบสวมอาภรณ์ดูท่าตาแก่มู่หรงจิ้นจะออกไปนานแล้วกระมัง
“เข้ามา” สาวใช้นามว่าเสี่ยวเถาเปิดประตูเข้ามาโดยถืออ่างล้างหน้าเข้ามาด้วย นางล้างหน้าแล้วผลัดเปลี่ยนอาภรณ์หรูหรา โชคดีตาแก่มู่หรงจิ้นไม่ทิ้งร่องรอยไว้
“ฮูหยินน้อย วันนี้ท่านต้องไปคารวะน้ำชาจางฮูหยิน” ในระหว่างที่เสี่ยวเถาม้วนผมเป็นทรงที่สตรีออกเรือนให้ซูหนี่ว์เสร็จแล้ว เสี่ยวเถาจึงเอ่ยขึ้นเรื่องคารวะน้ำชาแม่สามี
ซูหนี่ว์พลันนึกถึงเรื่องราวที่นางอ่าน ในเรือนราคะ ว่าทุกๆ สิบวันลูกสะใภ้ต้องไปคารวะแม่สามี อย่างจางฮูหยิน หรือจางเผย ผู้ที่สองขาพิการเกิดตกจากหลังม้าในคราไปล่าสัตว์ในป่า เท่าที่นางอ่านก็มีแค่นี้ที่เกี่ยวกับจางเผย ยังมีอีก
จางเผยได้ให้กำเนิดบุตรชายถึงสามคน คนแรกคุณชายใหญ่ มู่หรงเสวี่ยอายุยี่สิบห้าปีเป็นสามีของ หลี่ซู
หนี่ว์ รู้สึกว่าเขาจะรักหลี่ซูหนี่ว์เป็นอย่างมาก แต่ทว่าเขานั้นต้องทำงานในฐานะคุณชายใหญ่ของบ้าน เขาต้องไปส่งผ้าตามชนเผ่าต่างๆ กว่าจะกลับมาก็หลายเดือนเชียว
คุณชายคนที่สองหรือคุณชายรอง มู่หรงลี่อายุยี่สิบสามปี สอบจอหงวนได้ตั้งแต่อายุสิบห้าปี จึงทำให้มู่หรงลี่นั้นย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงซีอาน คนนี้เป็นปีกว่าจะกลับมาเยี่ยมจวน
คุณชายคนที่สามหรือคุณชายสามมู่หรงเฟิง ซูหนี่ว์พยายามคิดคุณชายสามไปไหน นึกออกแล้วคุณชายสาม อายุยี่สิบปีรับราชการเป็นรองแม่ทัพประจำเมืองหลวงซีอาน นานๆครั้งถึงจะกลับบ้าน กระนั้นที่เรือนมู่หรงจึงมีคนอยู่อาศัยแค่สี่คน มู่หรงจิ้นที่ต้องคอยดูแลกิจการที่เมืองเวยโจแห่งนี้ จางฮูหยิน ฮูหยินเฒ่ามู่หรงทางนั้นอยู่แต่ในเรือนชอบสวดมนตร์ถือศีลกินเจ ไม่ค่อยพบใคร
หลังจากที่ซูหนี่ว์ไปเคารพแม่สามีแล้ว นางเร่งกลับมาที่เรือนยาใจทันทีและคิดหาทางกลับไปโลกที่นางจากมา หญิงสาวพลางเดินไปมาในเรือนยาใจ
สตรีวัยกลางคนอุ้มเด็กทารกมาในเรือนยาใจ ซูหนี่ว์พลันมองเด็กทารกด้วยน้อยอายุน่าจะราวๆ หกเดือน หญิงสาวไม่อยากจะอุ้มเด็ก นางจึงสั่งแม่นมเจียง เป็นแม่นมของมู่หรงหวายคือบุตรชายของหลี่ซูหนี่ว์ให้กลับไปที่เรือนอุ่นรัก เรือนนั้นเป็นเรือนที่แม่นมเจียงพักอยู่กับมู่หรงหวายสองคน ทางด้านแม่นมเจียงรับคำแล้วอุ้มมู่หรงหวายออกไป
เพลานี้นางยืนพิงหน้าต่าง สายตาทอดมองออกไปเห็นหิมะตกหนักอย่างแรง ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่านางจะเข้ามาในโลกนิยายแห่งนี้ แล้วจะกลับไปอย่างไรล่ะ อยู่ในโลกนิยายนางต้องกลายเป็นหญิงราคะ ที่ต้องปรนเปรอพ่อสามี อยากจะบ้าตายเหลือเกิน
ใบหน้างามพลันขมวดคิ้วคิดอย่างหนักเมื่อหวนคิดเหตุการณ์เมื่อคืน นางกับตาแก่มู่หรงจิ้นเข้าด้ายเข้าเข็มกันอย่างสนุกสนาน แค่คิดก็ขนลุกแล้ว
ในโลกแห่งความเป็นจริงนางอายุแค่ยี่สิบปีเท่านั้น อีกทั้งยังไม่เคยมีบุรุษในดวงใจหรือคนรักมาก่อนจึงไม่ค่อยได้รู้การเสพสังวาส
แต่ทว่าโลกแห่งนิยาย เมื่อนางเข้าร่างหลี่ซูหนี่ว์ นางรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด ความซาบซ่านแห่งการเสพสังวาสอย่างชัดเจน สตรีอย่างหลี่ซูหนี่ว์อายุแค่สิบหกปีเท่านั้นเอง เมื่อเช้านี้นางส่องคันฉ่องตอนที่เสี่ยวเถาทำผมให้นาง ดวงหน้าของหลี่ซูหนี่ว์ ช่างคล้ายนางยิ่งนักราวกับว่าเป็นฝาแฝดกันมาก่อน
ตอนนี้สามีของหลี่ซูหนี่ว์ก็ยังคงไปส่งผ้าตามชนเผ่าต่างๆ กว่าจะกลับมาก็คงเป็นปีหน้า มิน่าเล่าหลี่ซูหนี่ว์ถึงได้โดนพ่อสามีเคี่ยวรำทั้งคืน ทำไมนางนึกถึงสัมผัสที่ตาแก่มู่หรงมอบให้ใบหน้างามพลันแดงขึ้นมาทันที
ยามราตรีมืดมิดมาเยือนซูหนี่ว์นั่งที่ตั่งยาวใจคอไม่ค่อยดี กลัวว่าพ่อสามีจะย่องเข้าห้องอีก กว่าจะเสร็จก็เกือบเช้า ทำไมนางต้องมาอยู่ในโลกนิยายแห่งนี้ด้วย
ข้างนอกช่างหนาวยิ่งนัก นางปิดหน้าต่างดีกว่า คิดได้กระนั้นซูหนี่ว์ลุกขึ้นเดินไปหมายจะปิดหน้าต่าง แต่ทว่าเงาร่างหนาสูงโปร่งในชุดดำเข้ามาในเรือนนอนของนางเรียบร้อยแล้ว
“ท่านพ่อ”
“อย่าร้องดังสิ หนี่เอ๋อร์” กล่าวจบมู่หรงจิ้นโอบกอดเรือนร่างอรชร
“ปล่อยข้านะ”
“หนี่เอ๋อร์เงียบๆ” มู่หรงจิ้นกระซิบข้างหูนางจากนั้นพานางมาที่เตียง
“ข้าเหนื่อยอย่าทำข้าเลย” ซูหนี่ว์บอกตามตรง
“คืนนี้ ข้าไม่ทำเจ้าก็ได้ แต่ทว่าวันพรุ่งนี้ ข้าจะไปวัดเฉินบนหุบเขาตั้งใจจะไปถือศีลที่นั้นสักเดือน ข้าขอฮูหยินเฒ่าไว้แล้ว เอาตัวเจ้าไปด้วย”
“ไม่ ข้าจะบอกเรื่องนี้แก่ฮูหยินเฒ่า” วิธีนี้คือทางเดียวที่นางจะหลุดพ้นจากตาแก่มู่หรงจิ้นได้ ใบหน้างามเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง
มู่หรงจิ้นพลันยิ้มเย็น มีอะไรกับเขามาตั้งหลายเดือนเพิ่งจะฟ้อง
“เอาเลย ถ้าเจ้าฟ้อง ข้าจะสังหารมู่หรงหวายเดี๋ยวนี้”
อะไรกันเขาจะสังหารแม้กระทั่งหลานตัวเอง ดวงตาหงส์จ้องมองแววตาดุจน้ำทะเลลึกของพ่อสามีที่ไร้จิตใต้สำนึกไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี
ภายใต้แสงเทียนกระจ่างมู่หรงจิ้นมองใบหน้างามอย่างเคลิบเคลิ้ม
“ข้าไม่รู้จะหาคำไหนมาด่าทอท่านอีกแล้ว ช่างชั่วช้าเหลือเกิน”
“เจ้าไปฟ้องเลย ถ้าเจ้ายังอยากจะให้มู่หรงหวายมีชีวิตอยู่ก็อย่าได้คิด”
“ข้าจะบอกมู่หรงเสวี่ย”
มือหนาใหญ่บีบที่คางงามของซูหนี่ว์ หญิงสาวพลันเจ็บปวดยิ่งนัก
“มันคงตายไปแล้วกระมัง กว่าที่วันนั้นจะมาถึง”
ขนาดบุตรชายแท้ๆ ก็ยังไม่เว้นชักจะเกินไปแล้ว
“เขาเป็นบุตรชายของท่านนะ”
เสียงหัวเราะพลันดังขึ้น จากนั้นล้มลงทับเรือนร่างอรชร ริมฝีปากหนากัดริมฝีปากบางไว้ ทำให้ซูหนี่ว์ไม่มีโอกาสที่จะได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่น้อย
มือหนาใหญ่ล้วงลึกลงไปในบุปผางาม กระนั้นสอดแทรกเข้าไปข้างใน น้ำหวานล้ำที่กลีบบุปผายังคงชื่นฉ่ำ
ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้น อีกแล้วนางกำลังเคลิ้มไปกับสัมผัสที่หื่นกระหายที่พ่อสามีมอบให้ เรียวปากหนายังคงตักตวงความวาบหวามหวานล้ำที่ริมฝีปากบางไม่หยุด กระนั้นทำให้สมองของนางอื้ออึง ในที่สุดซูหนี่ว์ไม่อาจหลบพ้นชะตากรรมอันโหดร้ายนี้ได้ มู่หรงจิ้นหอมซอกคอระหง ปลดอาราณ์บางออกทั้งเอี๊ยมสีแดงโยนมันทิ้งลงนอกม่านมุ้ง มือหนาใหญ่นวดเคล้าคลึงปทุมถันทั้งสองข้างที่มีหยดน้ำนมไหลออกมา เรียวลิ้นหนาอันแสนหยาบตวัดไปที่หัวนม รับรสชาติอันหวานล้ำ น้ำนมแม่ลูกอ่อนมันช่างหอมหวานยิ่งนัก
“อ่า อา อา” ซูหนี่ว์ซาบซ่านนอนบิดเรือนร่างไปมา ตาแก่มู่หรงจิ้นยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ดูท่านางจะติดใจรสราคะของเขาเสียแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยหนวดเครา คลอเคลียบริเวณทรวงอกจากนั้นค่อยๆ ไล่มาที่หน้าท้องอันแบนราบงดงามขาวดุจหิมะแรกฤดูเหมันต์ เรียวลิ้นหนาเลียไปเรื่อยๆ จวบจนถึงกลีบบุปผางาม
ดวงตาดอกท้อทอประกายหื่นกามจ้องมองไปที่ กลีบปุบผางามที่อ้าออกราวกับรับแสงสุริยันตอนรุ่งอรุณ กลีบบุปผาช่างงดงามราวกลีบดอกท้อเบ่งบานในฤดูวสันต์ กลิ่นหอมหวานล้ำยั่วยวนใจยิ่งนัก ริมฝีปากหนาถึงกับต้องเลียปากตัวเอง ซูหนี่ว์รู้ว่าไม่ไหวแล้ว ไม่นะ นางต้องไม่ชอบเรื่องผิดศีลธรรมเยี่ยงนี้ คิดได้กระนั้นนางหมายจะออกจากเตียง แต่ทว่ามือหนาใหญ่ได้สกัดจุดนางไว้
ทำให้หญิงสาวตัวแข็งทื่อได้แต่กลอกตาไปมา “หนี่ว์เอ๋อร์อยู่เฉยๆ ข้าจะพาเจ้าไปสวรรค์รอบค่ำ” กล่าวจบมู่หรงจิ้น ใช้มือหนาใหญ่ทั้งสองข้าง ผลิกลีบบุปผางามน้ำหวานล้ำไหลออกมา แสดงว่าลูกสะใภ้ของเขาคงหื่นกระหายกระมัง
มู่หรงจิ้นไม่รอช้าใช้เรียวลิ้นรับรสชาติหวานล้ำของบุปผางาม ซูหนี่ว์ซาบซ่านจนใบหน้าแดงก่ำราวกับผลอิงเถา เรียวลิ้นค่อยๆ สอดแทรกไปในกลีบบุปผางามที่หวานล้ำ
“อ่า อ่า ข้า” นางเผลอครางออกมา
กระนั่นให้มู่หรงจิ้นดูดกลีบบุปผางามอย่างหื่นกระหาย เมื่อตักตวงความอิ่มเอมใจแล้ว นิ้วมือสอดแทรกเข้าไปข้างในนั้นราวกับว่า มู่หรงจิ้นกำลังค้นหาสมบัติล้ำค่าในนั้น กว่านิ้วมือจะออกมานานนับครึ่งชั่วยาม ทำให้ซูหนี่ว์แทบจะขาดใจตาย
กระนั้นเรือนร่างหนาใหญ่รีบปลดอาภรณ์ทิ้ง ท่ามกลางแสงเทียนที่วูบไหว ดวงตาคู่งามของนางมองเห็นแท่งหยกสีดำสนิทที่ใหญ่และยาวอย่างกระจ่าง เขาขึ้นคร่อมร่างนาง จากนั้นเลื่อนตัวไปที่ทรวงอกของซูหนี่ว์
หญิงสาวฉุดคิดว่าพ่อสามีจะทำอันใดกันแน่ ยังไม่ทันทีจะถามมือหนาใหญ่ง้างปากงามยัดแท่งหยกดำเข้าไปแล้วโยกตัวไปตามจังหวะ
“ทำให้ข้าพอใจ แล้วข้าจะไม่สังหารบุตรชายของเจ้า” นางเกลียดตาแก่ราคะผู้นี้เหลือเกิน ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก ไม่รู้ว่านรกขุมไหนส่งมาเกิด คิดดูแม้แต่เสือมันยังไม่กินลูกของมัน แต่ทว่าตาแก่มู่หรงจิ้นเป็นมนุษย์แท้ๆ เหตุใดจึงกระทำเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานเยี่ยงนี้
มันจุกไปที่ลำคอของนาง รสหวานล้ำเข้าในลำคอจนเกือบจะสำลักตายอยู่แล้ว อยู่เหมือนว่าตาแก่มู่หรงจะมีความสุขยิ่งนัก มือหนาใหญ่ยังคงจับที่ศีรษะนางไม่ยอมปล่อย ขนาดเข้าไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้าแล้วแท้ๆ มู่หรูงจิ้นทำท่านั้นนานเกือบครึ่งชั่วยาม
ยามนี้เยียนหรานอยู่ในโรงครัวกับกวนอี้ นางมองหม้อเห็ดของกวนอี้ ใบหน้างามระบายไปด้วยรอยยิ้ม คนของหนานอ๋องนำสำรับไปให้เจ้านายแล้ว กวนอี้มองเยียนหรานเหตุใดนางจึงยิ้มผิดปกตินัก สตรีนางนี้เป็นบ้าไปแล้วกระมัง ทหารกล้าต่างมาตักข้าวในโรงครัว ไม่นานนักพวกเขาก็พลันเดินจากไป เยียนหรานล้างชามในครัว สองถ้วยชาผ่านไป เหล่าทหารล้มลงพื้นนอนตายกันอย่างมาก เยียนหรานถูกนำตัวไปที่กระโจมหนานอ๋อง สิ่งแรกที่เห็นคือเย่หวานมุมปากอาบไปด้วยเลือก"หญิงชั่วเยี่ยงเจ้า กล้าวางยาพิษ" หนานอ๋องยังไม่ทันได้กิน เย่หวานนำไปกินเสียก่อนนางจึงตายแทนเขา เยียนหรานพลันหัวเราะอย่างมีความสุข"ข้าเล่า ข้าแค่เป็นสายลับให้เจาอ๋อง แต่ท่านให้ทหารทั้งค่ายมาย่ำยีข้าเกือบปี จนข้าตั้งครรภ์ ท่านคิดว่า ท่านทำถูกแล้วรึ" สมควรแล้วพวกมันต้องตาย ส่วนนังเย่หวานให้ชายทั้งสี่คนไปรังแกเยียนหราน ในตอนนั้น เยียนหรานคิดว่าเย่หวานสมควรตาย"เจ้ามันหญิงชั่ว ข้าจะสังหารเจ้า" "เอาเลย ข้ายอมตาย" เยียนหรานได้แก้แค้นแล้ว นางคิดว่านางควรตายตาหลับ จู่ ๆ หนานอ๋องกระอักเลือดขึ้นมา "นี่เจ้าใส่อะไร""น้ำชาข้าก็ใส่ยาพิษ" เยียนหรานเทยาพิษใส่บ่อน้ำดื่มที่นำมาต้ม
เยียนหรานพาร่างกายอันบอบช้ำกลับมาที่กระโจมท่ามกลางฝนห่าใหญ่ตกลงมา หญิงสาวมองเห็นหัวเจาอ๋องเสียบประจานหน้าลานประลองยุทธไม่จริง !!!เจาอ๋องตายแล้ว เยียนหรานรับไม่ได้จริง ๆ นางแทบจะเป็นลม นางถามทหารแถวนั้น พบว่าหนานอ๋องเป็นคนสังหารเจาอ๋อง เพราะเจาอ๋องคิดต้องการบัลลังก์ หลายวันต่อมาเยียนหรานใช้ชีวิตในค่ายทหารอย่างไม่มีความสุข นางยิ้มขมให้ตัวเอง ตั้งแต่เจาอ๋องชีวิตนางก็ไร้ทิศทาง หวังรอให้เขามารับนาง แต่สุดท้ายเขาก็ตายไปแล้วพวกต้าข่านยังคงอยู่ในค่ายทรมานนางเหมือนเดิม เยียนหรานแม้จะตั้งครรภ์พวกเขาก็ไม่ละเว้นนางเลยแม้แต่น้อยวันนี้เยียนหรานออกไปหาของป่ากับกวนอี้ กวนอี้นึกสาแก่ใจไม่น้อยที่เจาอ๋องตายด้วยน้ำมือของหนานอ๋อง เยียนหรานสะพายตะกร้าที่ไม่ใหญ่มาก เดินตามกวนอี้เพราะวันพรุ่งนี้ ต้องทำอาหารเช้าให้นายทหารทุกคน เนื่องจากเสบียงหมดแล้ว รอหนานอ๋องเบิกจากคลังหลวง"เยียนหราน ข้าว่าบรรยากาศบ่อน้ำพุร้อน ก็ไม่เลวเลย" ตาแก่กวนอี้จะพานางไปไหนกัน หรือจะให้นางมีอันใดกับเขาในบ่อน้ำพุร้อนเป็นดังคาดเดาเอาไว้ กวนอี้พาเยียนหรานมาที่บ่อน้ำพุร้อน กวนอี้ให้เยียนหรานถอดผ้าแช่ในน้ำพุร้อน เยียนหรานนั่งลงแช่น้
เยียนหรานคุกเข่าหันสะโพกไปทางต้าข่าน ต้าข่านเลียผ่านร่องสวาททั้งหน้าและหลัง จุมพิตอย่างเร่าร้อน แจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะลิ้นหนาทั้งดูดและเลีย ยิ่งเขาเล่นลิ้น นางยิ่งเสียวจนฉี่จะราดอยู่แล้วอ๊อก อ๊อก อ๊อกอ๊อก อ๊อก อ๊อกดุ้นใหญ่พลันกระแทกปากคนงาม เยียนหรานรับรู้ได้ถึงน้ำรักซึมทีละเล็กน้อย ช่างหวานยิ่งนัก"อ้า อ้า แม่นางเยียน" ปี๊ด !!!เพียงไม่นานอาจิงก็ปล่อยน้ำรักเข้าปากเยียนหรานจนหมด ชายหนุ่มทำหน้าอย่างผ่อนคลายอย่างมากน้ำรักไหลเยิ้มออกจากปากเยียนหรานอย่างมาก กระบวนท่าต่อไป เยียนหรานขอพักเหนื่อยต้าข่านชอบเยียนหรานยิ่งนัก นางตั้งครรภ์ นางอาจจะตั้งครรภ์ลูกของเขาหรืออาจิง หากเขาต้องกลับไปชนเผ่า เขาจะขอท่านอ๋อง นำตัวนางกลับไปด้วยเยียนหรานนอนหายใจยังไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา ชายทั้งสองคนก็เริ่มบทสวาทกับนางเสียแล้ว...ยามอรุณรุ่ง เยียนหรานต้องหอบผ้าไปซัก ได้ยินเหล่าทหารสนทนา กันว่าหนานอ๋องแต่งชายาเอกบุตรสาวขุนนาง เขาช่างมีความสุขนักอีกทั้งเจาอ๋องหลบหนีการจับกุมอย่างหัวซุกหัวซุน เยียนหรานซักผ้าเสร็จกลับไปที่กระโจม"เจ้าสินะ นังแพศยาที่หนานอ๋องส่งให้มาบำเรอพวกทหาร" เยียนหรานนั่งพักในกระโจม จู่ ๆ
กวนอี้ลากนางมาที่ห้องเก็บฟืน ที่เต็มไปด้วยกองฟาง เยียนหรานท้องได้สี่เดือนแล้ว เหตุใดในค่ายทหารถึงได้มีแต่คนระยำเช่นนั้น แม้แต่หญิงตั้งครรภ์พวกมันยังทำได้ลงคอกวนอี้จุมพิตที่เรียวปากงามของเยียนหราน สองมือหนาใหญ่ค่อย ๆ ปลดอาภรณ์ของนางออกมาเยียนหรานนอนถ่างขาบนกองฟางที่รองด้วยเศษผ้า นางจะให้พวกมันกระทำนางไปก่อน แต่ก่อนที่จะไป นางจะให้พวกมันตายไปกับนางด้วยกวนอี้มองร่างอวบที่ท้องนูนขึ้น เด็กในท้องอาจจะเป็นลูกของต้าข่านก็ได้ กลีบงามของนางอวบอิ่มขึ้นจริง ๆ เท่าฝ่ามือหนาใหญ่ของเขากวนอี้เลียริมฝีปากอย่างหื่นกาม สามนิ้วขยี้ตรงกลีบงาม เยียนหรานพลันร้องออกมาเสียงหลงน้ำลายหยดลงกลีบงามสีแดง เยียนหรานหายใจอย่างเหนื่อยหอบแจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะแม้นางจะตั้งครรภ์อยู่ นางก็ยังคงเป็นหญิงร่านสำหรับเขา มือหนาใหญ่แหย่ร่องสวาทอย่างสนุก เยียนหรานร้องออกมาไม่หยุด เพียงไม่นานนัก กวนอี้พลันดึงนิ้วมือออกมา เลียน้ำหวานที่นิ้วมือของเขาเขารีบให้เยียนหรานเลียที่ดุ้นอับอวบใหญ่นางมองเจ้าแท่งหยก อวบใหญ่ มืองามชักดุ้นขึ้นลงไปมา มีหยดน้ำซึมออกมาไม่น้อยเมื่อนางเลียที่หัวดุ้นกวนอี้ถึงกับร้องครางออกมาอย่างเสียวสุด
เยียนหรานเหนื่อยล้ายิ่งนักหลายเดือนผ่านไปร่างกายเยียนหรานพลันอวบอิ่มขึ้นมาก นางก็ไม่รู้ว่านางเป็นอันใด ข่าวของเจาอ๋องก็พลันเงียบหายไปเยียนหรานต้องล้างเท้าให้กับทหารของชนเผ่าทุ่งหญ้าอย่าง ต้าข่านมาเจริญสัมพันธไมตรี จึงนอนอยู่ค่ายทหารนอกเมือง หนานอ๋องจึงให้เยียนอ๋องมาปรนนิบัติต้าข่านเยียนหรานรินสุราให้ต้าข่าน ทันทีที่เขากินเข้าไป พบว่าสุรานี้มียาพิษ"นี่เจ้า คิดสังหารข้ารึ" เยียนหรานมองเขา แน่นอนว่านางอยากจะให้เขาตาย แล้วโยนความผิดให้หนานอ๋อง"หนานอ๋องเป็นคนสั่งให้ข้าทำ" เยียนหรานแกล้งบีบน้ำตา "เจ้ามันหญิงชั่วอย่างหนานอ๋องบอกเสียจริง โชคดีที่ข้ากินยาถอนพิษไว้แล้ว" ต้าข่านใช้มีดสั้นภายในชั่วพริบตาเดียว อาภรณ์ของเยียนหรานขาดกระจุยกระจายเลยทีเดียว"นี่ท่าน" ร่างงามกระจ่างตรงหน้า ต้าข่านทันที นับว่าเขารอบคอบที่เชื่อหนานอ๋อง"เยียนหราน เจ้าโดนพิษหนอนวสันต์เข้าไป เจ้ายังไม่เข็ดหลาบสินะ ข้าจะทำให้เจ้ารู้เองว่า ความตายมันเป็นเช่นไร"ทันใดนั้นเยียนหราน ต้องตกตะลึงแท่งหยกขนาดใหญ่ยาวของต้าข่าน ต้าข่านถึงกับยิ้มเยาะ แน่นอนว่า ของลับของชนเผ่าทุ่งหญ้า ของบุรุษชาวทุ่งหญ้า ย่อมใหญ่ยาวทุกคน ถึงชนิดท
กวนอี้เป็นพ่อครัวในกองทัพทหาร สังกัดหนานอ๋อง เขามองเยียนหรานด้วยสายตาที่หื่นราคะ "เจ้ามองอะไร ในตอนนั้นเยียนหรานกำลังล้างชามอยู่ ยามนี้ พวกทหารต่างฝึกวิทยายุทธ์ที่ลานประลองยุทธ์"เยียนหราน เจ้าคงมิรู้ว่า ท่านอ๋องอนุญาตให้ข้านอนกับเจ้าได้" สารเลว !!!อย่าให้นางออกไปได้แล้วกันกวนอี้โอบกอดนางอย่างเร่าร้อนในโรงครัว ลิ้นหนาขบติ่งหูของนาง เยียนหรานจำใจต้องอดทนเพราะนางไม่มีทางเลือก ขางเกงขาวบางถูกปลดออก จึงเหลือเพียงสะโพกที่งอนงามมือหนาใหญ่จับสะโพกที่งอนงามไว้ ค่อย ๆ แหย่เข้าไปในรู้สวาทของคนงาม เยียนหรานยืนถ่างขาออกกว้าง ๆรับรู้ได้ถึงมือหนาใหญ่ที่แหย่เข้าไป อย่างช้า ๆ กลีบงามที่ชุ่มไปด้วยน้ำสีชมพู ผลิออกมา แจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะน้ำสีขาวขุ่นพลันไหลออกมาจากร่องสวาทอย่างมาก เยียนหรานทำปากอย่างซี๊ดซ๊าดด้วยความเสียว กวนอี้มองร่องสวาทมีน้ำไหลเยิ้มออกมา กลิ่นบุปผาหอมหวานลอยเข้าจมูกเขา ทำให้เขาอดใจไม่ไหวเสียจริง มือหนาใหญ่ผลิกลีบงามออกแล้ว ใช้ลิ้นเลียตรงนั้น จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบจ๊วบ จ๊วบ จ๊วบรสชาติหวานยิ่งนัก รูสวาทของนางช่างงดงามเหลือเกิน"อ้า อ้า อ้า ข้า อ้า" เยียนหรานเสียวไปกับการที่ตาเฒ่







