LOGIN"เอมไปรอที่ซุ้มก่อนนะ เดี๋ยวเราไปซื้อผลไม้แล้วเดี๋ยวตามไป"
เดินออกมาจากโรงอาหารได้เพียงนิด มินนี่ก็แยกตัวไปซื้อผลไม้ที่ซุ้มข้างโรงอาหาร ปล่อยให้เธอเดินไปจองซุ้มข้างตึกคณะก่อน เมื่อมาถึงเธอก็เปิดโทรศัพท์ไถฟีดเล่นอย่างไร้จุดหมาย แต่เมื่อสายตาไปสะดุดกับเครื่องประดับบนศีรษะของดาราท่านหนึ่ง เธอก็รีบซูมดูเพราะมันเหมือนกิ๊บติดผมที่มินนี่ติดให้เมื่อวานไม่มีผิด "โห เหมือนกันเป๊ะ แบบเดียวกับดาราใส่ด้วย" เธอบ่นขึ้นเบาๆ คนเดียว แล้วก็รีบเปิดหาข้อมูลราคาของมันอยู่นาน จนกระทั่งได้เห็นราคาดวงตาใต้แว่นหนาก็เบิกโพลงสติแทบหลุดอยู่ตรงนั้น "เกือบห้าหมื่นบาท" ชะเอมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นั่นมันแทบจะเป็นค่าเทอมเธอได้ทั้งเทอมเลย สมองอันน้อยนิดรีบคิดคำนวณรายรับของตัวเองจากครอบครัวเดือนละหมื่นกว่าบาทรวมค่าหอแล้วก็ยังไม่สามารถสุรุ่ยสุร่ายได้ นี่ถ้าเธอต้องเจียดเงินเดือนของตัวเองมาผ่อนชำระค่ากิ๊บแบรนด์หรู เธอคงไม่ต้องกินแต่มาม่าไปสักครึ่งปีหรอกหรือ ครั้นจะให้เธอเดินเข้าไปถามเขาว่าเห็นกิ๊บติดผมหล่นอยู่ที่ห้องหรือไม่ก็ดูท่าจะกลายเป็นมองหน้ากันไม่ติด แค่เขาจำเธอไม่ได้ก็ดีเท่าไรแล้ว "ดูอะไรเอม ท่าทางจริงจังเชียว" เธอรีบปัดหน้าจอโทรศัพท์ทิ้ง เงยหน้าขึ้นมองมินนี่ที่เดินมาพร้อมถุงผลไม้หลายถุง "ดูข่าวไปเรื่อยน่ะ รีบกินเหอะเดี๋ยวหมดเวลาพักแล้ว" แม้ผลไม้รสหวานจะชวนให้น่าผ่อนคลาย แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะคิดหาวิธีเอากิ๊บติดผมมาคืนให้มินนี่ เลิกเรียนในตอนเย็นของวันนี้เธอจึงไม่ได้ตรงกลับหอพักในมหาวิทยาลัยเหมือนทุกวันแต่กลับรีบไปที่ร้านขายเครื่องสำอางใกล้ๆ ทั้งครีมทั้งเครื่องสำอางแบบที่มินนี่จับเธอแต่งตัวเมื่อวานถูกเลือกใส่ตะกร้าใบเล็ก กระทั่งขนตาปลอม คอนแทกต์เลนส์ และที่รีดผมไฟฟ้า แม้จะราคาไม่แพงเท่าของเพื่อนแต่ก็น่าจะพอทำให้เธอเข้าหาเขาได้ ออกจากร้านเครื่องสำอางเธอก็มองหาร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นเลือกชุดที่เหมาะกับผับหรูแบบเมื่อคืนแม้ดูมันจะไม่เหมาะกับตัวเองสักเท่าไร กลับมาถึงห้องอีกครั้งก็เกือบจะสองทุ่ม เธอก็รีบอาบน้ำและมานั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง ผมลอนใหญ่ยังเรียบไม่ทันครึ่งศีรษะเธอก็ต้องทิ้งมือลงข้างตัวด้วยความเมื่อยล้า "เป็นคนสวย ทำไมมันเหนื่อยฉิบ ทียายมินนี่ทำแป๊บเดียวเอง" บ่นกับตัวเองแล้วก็ต้องฝืนยกแขนขึ้นหนีบผมด้วยท่าทางทุลักทุเล จนเมื่อผมเรียบในแบบที่พอใจ เธอก็รีบละเลงครีมวาดคิ้ววาดตาต่อ แต่กว่าจะสวยเหมือนมินนี่แต่งให้ก็ต้องวาดๆ ลบๆ อยู่หลายรอบจนหงุดหงิด แต่เมื่อเห็นตัวเองในชุดเสื้อแขนยาวสีดำเปิดไหล่กับกระโปรงสั้นสีครีมลายดอกไม้ที่ทั้งชุดราคาไม่ถึงห้าร้อยบาทก็ทำให้เธอออกจะภูมิใจกับรูปร่างของตัวเองไม่น้อย ถึงจะไม่สวยมาก แต่ก็หุ่นดีล่ะวะ เธอกำลังสวมรองเท้าส้นสูงอยู่หน้าประตูห้อง แต่อยู่ๆ ก็รู้สึกเหนอะหนะคล้ายมีประจำเดือน ทั้งที่ยังเหลืออีกตั้งหลายวัน แต่เพื่อความแน่ใจเธอจึงกลับเข้าไปสำรวจตัวเองในห้องน้ำอีกครั้ง ซวยให้ถึงที่สุด รถแท็กซี่จอดที่หน้าผับหรูเธอเกือบเปลี่ยนใจให้รถกลับไปส่งที่หอแล้วเชียว แต่เมื่อนึกถึงราคาของกิ๊บตัวนั้นแล้วก็ต้องตัดสินใจลงจากรถ เธอเลือกนั่งที่โต๊ะเดิมเพราะเห็นมันยังว่างอยู่ เครื่องดื่มก็จิ้มไปมั่วๆ เลือกที่ราคาไม่แรงนัก กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง "เดี๋ยวกูมา" คีรินทร์กำลังลุกออกจากโต๊ะ แต่กลับถูกมือของฟร้องค์รั้งไว้ "เฮ้ย! จะไปไหนอีกวะ เดี๋ยวแม่งทิ้งพวกกูอีก" "เออ ไม่ทิ้งหรอกน่า แป๊บนึงกูเจอคนรู้จัก" คีรินทร์ไม่รอให้ฟร้องค์ได้เอ่ยถามอีกเมื่อลุกออกมาเขาก็รีบสาวเท้ายาวๆ ตรงไปทันที "สงสัยแม่งเหล่สาวอยู่แน่เลย" ฟร้องค์เอ่ยขึ้นพลางมองตามหลังเพื่อนเมื่อเห็นมันเดินไปอีกฟากของโซนวีไอพี "สาวที่ไหนวะ มันเลิกอกหักแล้วหรือ" แดนหันหน้ากลับมาจากแดนซ์เซอร์หน้าเวที ถามฟร้องค์แล้วก็มองตามหลังคีรินทร์ไปด้วย "ใครมันจะอกหักเป็นปีเป็นชาติวะ" "แล้วสาวที่ไหนวะ นั่นน่ะเหรอ" แดนเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคีรินทร์นั่งลงที่โต๊ะของผู้หญิงที่เห็นเพียงด้านหลังของเธอ "กูก็ไม่รู้" "มาคนเดียวเหรอครับ" ชะเอมสะดุ้งตัวเพียงนิดไม่คิดว่าเขาจะเห็นเธอเร็วขนาดนี้ เพราะเธอมองไปสองรอบเมื่อครู่ก็ยังไม่เห็นเขา "มะ...มารอเพื่อนค่ะ" "นึกว่ามารอพี่ซะอีก" เธอมองหน้าคนที่ถือวิสาสะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม "แต่ไหนๆ ก็เจอพี่คีนแล้ว หนูขอถามหน่อย..." "ครับ ถามว่าอะไร" เธอยังพูดไม่จบ เขาก็แทรกขึ้นแถมยังทำหน้ายิ้มกวนประสาทเสียด้วย "เอ่อ...พอดีเมื่อคืน..." "ครับ เมื่อคืนเรา..." "พี่คีนเห็นกิ๊บติดผมของหนูบ้างไหมคะ" "กิ๊บติดผม" เขาทวนคำเธอช้าๆ พลางทำหน้าคล้ายกำลังนึก "ค่ะ กิ๊บติดผมหนูหาย ไม่แน่ใจว่าหล่นอยู่ที่ห้องพี่หรือเปล่า" "พี่ก็ไม่ได้สังเกตด้วยสิ" "เอ่อ...บนเตียง...ไม่มีหรือคะ" "ไม่เห็นนะ" "จริงหรือคะ" เธอเกือบจะเชื่อเขาสนิทใจอยู่แล้วเชียว แต่ติดอยู่นิดก็ตรงไอ้สีหน้าอมยิ้มหรือแม้แต่ไอ้ท่ายักคิ้วน่าหมั่นไส้นั่น "จริงซิ ไม่เชื่อจะลองไปดูที่ห้องพี่ไหมล่ะ" "เอ่อ...วันนี้...ไม่สะดวกค่ะ หนูเป็นประจำเดือน" พูดไปแล้วก็อยากจะกัดลิ้นตัวเอง ทำไมจะต้องไปบอกเหตุผลเรื่องโง่ๆ ให้เขาด้วย แต่คีรินทร์กลับหัวเราะเบาๆ ชอบใจในเหตุผลของเธอ "ก็แค่ไปหากิ๊บนี่ครับ หรือน้องคิดว่าต้องไปนอนกับพี่" "เปล่าๆ ค่ะ หนูไม่ทันได้คิดอะไรทั้งนั้น แค่เวลาเป็น...เอ่อ...แล้วไม่ชอบไปนอนที่อื่น มันไม่สบายเหมือนอยู่ห้องตัวเอง" ยิ่งพูดก็เหมือนตัวเองยิ่งโง่ โชคดีที่เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าดังขึ้นถูกจังหวะพอดิบพอดี เธอเปิดดูไม่ทันได้อ่านด้วยซ้ำว่ายายมินนี่ถามเรื่องอะไร "เพื่อนจะเปลี่ยนร้านน่ะค่ะ ถ้างั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ" เธอรีบลุกออกจากโต๊ะ จังหวะเดียวกับเขาก็ลุกขึ้นเช่นกัน ตอนที่เธอก้มหน้าให้เขาน้อยๆ เป็นเชิงลา คีรินทร์ก็รั้งแขนเธอไว้ "ถ้ายอมบอกพี่ว่าเรียนคณะไหน ชื่ออะไร พี่อาจจะใจดีไปช่วยหากิ๊บให้น้องก็ได้นะ" คีรินทร์เลิกคิ้วสูงมองใบหน้าหวานสีเข้ม เธอไม่ยอมตอบ "จะหาให้จริงๆ หรือคะ" "ถ้าไม่เชื่อ จะไปหาเองก็ได้นะ พี่ฝ่าไฟแดงได้นะ" "ทะลึ่ง" ยิ่งคนตัวเล็กหน้าแดงเรื่อขึ้นเท่าไร คีรินทร์ก็ดูจะยิ่งชอบใจไอ้สีหน้าตื่นๆ ของเธอ มันช่างขัดกับเครื่องสำอางสีเข้ม "เดี๋ยวคืนนี้พี่จะลองไปหาให้ ถ้าอยากได้คืนพรุ่งนี้ก็มาหาพี่ที่คณะ" "เอ่อ...ค่ะ หนูขอตัวก่อนค่ะ เพื่อนมารอแล้ว" ชะเอมเดินกำสายกระเป๋าสะพายของตัวเองแน่น นึกเอะใจกับคำพูดเขาก็ตอนที่แยกออกมาแล้ว 'ถ้าอยากได้คืนพรุ่งนี้ก็มาหาพี่ที่คณะ' แสดงว่าเขาเจอมันแล้วหรือเปล่าแสงสะท้อนวิบวับจากกิ๊บติดผมในห้องมืด ยังดูไม่แวววาวเท่าดวงตาสีเข้มดำขลับที่ทอแสงประกายร้อนแรงแห่งอารมณ์ปรารถนาอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งมองดวงตาคมคู่นั้น โลกทั้งโลกก็คล้ายหยุดหมุน ถ้าในยามปกติเธอคงได้อายม้วนต้วนกันบ้าง แต่ในเวลานี้ยิ่งเขาปรารถนาเธอเท่าไร ดวงตาคู่สวยที่จ้องมองกลับก็ดูจะแผดแสงร้อนแรงไม่ต่างกันทั้งที่มันออกจะดูหวานหยาดเยิ้มขนาดนั้น "พะ...พี่คีนขา..." "หือ...""พรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่หรือคะ" วงแขนเรียวยกขึ้นคล้องคอหนา ของคนที่ประกบทับคร่อมเธอไว้ทั้งตัว ดวงตาหวานที่ทอดมองยังไม่เท่าน้ำเสียงหวานกระเส่าที่เอ่ยถาม ริมฝีปากอิ่มที่เผยอน้อยๆ ทำคีรินทร์ถึงกับทำเสียงอยู่ในลำคอเบาๆ เมื่อเสียงห้ามนั้นมันดูเหมือนเชิญชวนเสียมากกว่า คีรินทร์ประทับริมฝีปากลงอย่างแผ่วเบา แต่คนใต้ร่างกลับสนองรับอย่างดูดดื่ม เมื่อเธอร้อนแรงเขาเองก็ไม่อาจเฉยชาอีกต่อไปได้ ริมฝีปากอิ่มที่ถูกบดจูบอย่างหนักหน่วงดูจะบวมเจ่ออย่างไม่ต้องสงสัย และคนด้านบนก็ดูท่าจะไม่ยอมผ่อนแรงให้ง่ายๆ กลีบปากอิ่มที่ถูกดูดเม้ม ลิ้นเล็กก็ยิ่งถูกกวาดต้อนดูดดุน เสียงอื้ออึงในลำคอเบาๆ ทำให้คีรินทร์ยอมถอนปากออกช้าๆ ในขณะที่เธอต้องรีบโ
"ว่ามาค่ะ จะยังไง" พอขึ้นมานั่งบนรถได้ เธอก็เปิดคำถามเสียงเข้มใส่เขาทันที "เรื่องข้าวสวยน่ะ ไม่ใช่อย่างที่เอมเข้าใจ" "หนูเห็นค่ะ ไม่ใช่เข้าใจ และที่สำคัญพี่คีนโกหกหนู" "พี่แค่ไม่อยากให้เอมไม่สบายใจ คิดว่ากลับมาก็จะเล่าให้ฟัง" "อาจจะไม่เล่าก็ได้" "ยังไงก็ต้องเล่า เพราะไม่ได้มีแต่เอมที่เห็น ตอนอยู่ที่มอก็มีหลายคนเห็นพี่กับข้าวสวย" ฟังมาถึงตรงนี้เธอก็ทำเสียงขึ้นจมูกทันที "พี่ก็ต้องป้องกันตัวเองไม่ให้เอมเข้าใจผิดเหมือนกัน ยังไงพี่ก็ต้องบอกดีกว่าให้เอมไปรู้จากปากคนอื่น" "ก็ถ้าพี่คีนจะกลับไปคบกับพี่ข้าวสวย ก็บอกมาตรงๆ ไม่ต้องพูดอ้อมไปอ้อมมาหรอกค่ะ เหตุผลอะไรไม่ต้องมีก็ได้ แค่บอกว่าจะเลิกก็พอ" "พี่ไม่ได้จะเลิกกับเอม แล้วก็ไม่ได้จะกลับไปคบกับข้าวสวยด้วย" "แล้วไง" "คืองี้...พี่เจอเขาขับรถชนต้นไม้อยู่ในมอ ตอนที่พี่กำลังจะออกไปรับเอม" "ก็เลยต้องไปยืนปลอบขวัญกันอยู่ที่ลานจอดรถ แล้วบอกอยู่มอกับพี่ฟร้องค์" "แล้วเอมได้เดินไปดูไหม ว่าไอ้ฟร้องค์ก็อยู่ในรถพี่" นอกจากเสียงจะขึ้นจมูกอีกรอบ เธอยังเบือนหน้าหนีไปมองกระจกข้างๆ คล้ายกับวิวในมหาวิทยาลัยตอนมืดมันน่าสนใจว่าคนข้างๆ "พ่
"น้องครับ" เขาก็ไม่แน่ใจว่าน้องคนนี้อยู่ปีไหนกันแน่ "เอ่อ...ค่ะ...พี่คีน" แต่เมื่อเสียงทักทายบ่งบอกว่ารู้จักเขา "น้องรู้จักชะเอมไหม" "รู้จักค่ะ เรียนอยู่ห้องเดียวกัน" "แล้วรู้ไหมว่าชะเอมพักอยู่ห้องไหน" "รู้ค่ะ ตึกที่ห้าชั้นสองห้องริมนี่ค่ะ ถ้าข้ามถนนไปมองที่ฝั่งโน้นก็จะเห็นห้องพอดีค่ะ" "จริงหรือ งั้นพี่รบกวนอะไรหน่อยได้ไหม" "ค่ะ" "น้องช่วยไปบอกเอมให้พี่หน่อย ว่าพี่รออยู่หน้ารั้ว พอดีพี่ติดต่อเอมไม่ได้น่ะ" "อ๋อ...ได้ค่ะ" คีรินทร์มองดูรุ่นน้องเดินเข้าไปภายในรั้วแล้ว เขาเองก็รีบข้ามถนนไปอีกฟากในมุมที่จะเห็นห้องเธอได้ชัดกว่านี้ และเมื่อข้ามมาถึงมันก็ชัดอย่างที่ว่า และมองเห็นรุ่นน้องที่กำลังเดินขึ้นไปถึงชั้นสอง เมื่อคนห้องริมเปิดประตูห้องออกมา หัวใจที่มืดมิดก็ราวกับถูกเปิดให้แสงแห่งความหวังเล็ดลอดเข้ามาได้ แต่เพียงไม่กี่วินาทีจากนั้นประตูห้องบานนั้นก็ปิดลง เขายืนรออย่างใจจดจ่อ คาดเดาไม่ได้สักนิดว่าเธอกำลังกลับเข้าไปหยิบกระเป๋าเพื่อที่จะออกมาหาเขา หรือเธอแค่ปิดประตูเพราะไม่อยากรับรู้ว่าเขายังรออยู่ตรงนี้ ผ่านไปห้านาที คีรินทร์แน่ใจว่าเธอคงไม่ออกมาแล้ว แต่เขาก็ไม่คิดจะกลับไปง่า
เธอไม่ได้แม้จะเดินเข้าไปภายในอาคาร พอรถมินนี่เคลื่อนไปได้นิดจนเกือบพ้นสายตา เธอก็เดินกลับออกมาทางเก่า เรียกรถแท็กซี่กลับไปที่หอในมหาวิทยาลัย เธอก็ไม่รู้จะไปที่ไหนได้ดีกว่าที่นี่ จะไปอยู่กับมินนี่ก็จะเป็นการรบกวน เพื่อนคนอื่นก็ไม่ได้สนิทถึงขั้นที่จะไปขออาศัยนอนและให้เหตุผลได้ ห้องเล็กๆ พอได้ซุกหัวนอนได้ และเธอก็อยู่มาได้อย่างดีตลอด แม้วันนี้จะมีฝุ่นขึ้นมาบ้าง เพราะหลายอาทิตย์ที่เธอไม่ได้เข้ามาดูแล ความเศร้าโศกเสียใจถูกระบายลงที่ไม้กวาด ไม้ถูพื้น และจบลงที่แปรงล้างห้องน้ำ ครึ่งชั่วโมงกว่าที่น้ำตาเธอจะแห้งเหือด แต่ได้หยาดเหงื่อชื้นใบหน้ามาแทนที่ และตอนที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง ความทุกข์ที่ลืมไปชั่วขณะก็กลับชัดขึ้นอีกครั้ง เธอปิดเครื่องเมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นใคร โยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนเตียง ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำและกลับออกมาด้วยชุดนอนลายการ์ตูนชุดเก่า แต่ตอนที่หัวถึงหมอน เธอถึงเพิ่งรู้ว่าความเสียใจมันยังไม่ได้หลุดหายไปไหนเลย มันยังอยู่ ยังรู้สึก ยังหนักอึ้งอยู่ในหัวใจ น้ำตาที่คิดว่ามันแห้งเหือดไหลนองขึ้นมาอีกครั้ง และเพียงไม่กี่นาทีต่อจากนั้น หมอนใบใหญ่ที่เธอหนุนหัวก็เปียกครา
และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน บัญชีโซเชียลที่เธอตั้งค่าความเป็นส่วนตัวก็ได้รับการติดต่อมาจากผลิตภัณฑ์เสริมความงาม อยากจะติดต่อให้เธอทดลองใช้และรีวิว "หนูรีวิวให้ได้ค่ะ แต่ว่าคนติดตามหนูไม่มีนะคะ มีแต่เพื่อนๆ แค่นั้นเองค่ะ" เธอจึงได้รับคำแนะนำให้เปิดบัญชีเป็นสาธารณะ และทางร้านจะเป็นคนโพสต์คลิปให้ก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ให้เธอเริ่มทำคลิปเอง เธอปรึกษาเรื่องนี้กับมินนี่ แน่นอนเพื่อนเธอรีบให้เธอตอบรับข้อเสนอ และตั้งตนราวกับเป็นผู้จัดการดาราเบอร์ต้น ส่วนอีกคนได้แต่ทำหน้าตึงๆ "แล้วเอมจะทนได้ไหมล่ะ ที่จะมีชาวเน็ตมาใส่ใจชีวิตตัวเองเพิ่มมากขึ้น" "หนูก็จะแค่โพสต์เรื่องงาน กับเรื่องทั่วๆ ไป ไม่ได้เอาชีวิตตัวเองมาตีแผ่สักหน่อยนี่คะ แล้วมันก็ได้ตังค์ตั้งเยอะแน่ะ" เขารู้ว่าเธอไม่ค่อยสะดวกใจที่จะใช้เงินเขามากนัก "ก็ลองดู" คลิปแรกที่ทำขึ้นง่ายๆ ถูกโพสต์ออกไป เพียงแค่วันเดียวก็มีผู้ติดตามเธอมากขึ้นอีกหลายสิบคน ต่อจากนี้เธอก็คงต้องรอดูว่าจะเป็นไปอย่างไร ถ้าสุดท้ายมันจะไม่รอดอย่างน้อยก็ยังได้ลงมือทำ เลิกเรียนในช่วงเย็นของวันนี้ เธอจึงได้นัดคุยกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ว่า โดยมีผู้จัดการส่วนตัวมินนี่ค
มินนี่เท้าเอวพลางแกล้งทำหน้างอ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไร เสียงทักทายของกลุ่มสาวๆ ที่เดินออกมาจากหน้าตึกก็ร้องทักขึ้นทำเธอเกือบตกใจ "ชะเอม...ว้าว...สวยเว่อร์ เริ่ดมาก...มันต้องแบบนี้สิ" "เออสวยอ่ะ" "ไปทำผมร้านไหนมาอ่ะ เข้ากับหน้าเอมเลย" คำถามหลายคำถามเธอแทบจะตอบไม่ทัน ยังดีที่ได้มินนี่ช่วยตอบให้หลายคำถาม "ว่าแต่ไม่ยอมบอกเลยนะ ว่าคบกับพี่คีนเนี่ย" และยิ่งเป็นคำถามถึงคนข้างๆ ที่ถูกดันจนต้องไปยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง ก็ทำเธอหน้าแดงเรื่อหาคำตอบให้ไม่ได้ "เลิกแซวเอมมันได้แล้ว ดูหน้าแดงไปถึงหูแล้ว เดี๋ยวค่อยคุยกัน ขอไปกินข้าวก่อน" "เคๆ เดี๋ยวขึ้นห้องไปถามใหม่ ร้านนี้ทำผมสวยจริงอ่ะ" "จ้า" มินนี่จัดการแยกสาวๆ ออกจากเพื่อนได้แล้ว ก็รีบรั้งแขนให้เธอเดินไปที่โรงอาหาร โดยมีคนตัวสูงที่ยังเดินตามไม่ห่าง พอเข้ามาถึงโรงอาหารแม้จะเป็นช่วงเช้าคนไม่มากนัก แต่หลายสายตาก็หันมามองเธอเป็นตาเดียว ไม่แน่ใจว่าเพราะหนุ่มฮอตที่เดินมาข้างๆ หรือเพราะบางคนก็เกือบจำเธอไม่ได้กันแน่ "ใช่แฟนใหม่พี่คีนที่ว่าไม่สวยนั่นหรือเปล่าน่ะ" "คนนี้จริงหรือ ไหนว่าไม่สวยไง อย่างกับดารา" เสียงนินทาระยะเผาขนในวันนี้ กลับทำ
แต่พอเสียงที่เขาพลิกหน้ากระดาษอีกครั้ง เธอถึงเห็นว่าเป็นหนังสือเรียนของตัวเอง เขาละสายตาจากเธอก้มมองหนังสือตรงหน้า และคงสนใจลายมือกับข้อความที่เธอจดโน้ตต่างๆ เอาไว้มากกว่า "ดูท่าจะเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องจริงด้วย" เธอเม้มปากแน่น แค่ตัวหนังสือไม่กี่ตัวมันวัดกันไม่ได้สักหน่อย เธอก็ไม่ได้ขี้เหร่ขนาดน
และตอนที่เขาเดินผ่านโต๊ะเธอไป อดไม่ได้ที่เธอจะชำเลืองสายตามองตามคนตัวสูงที่ไปหยุดยืนอยู่หน้าร้านกาแฟ เธอไม่กล้ามองตอนที่เขาเดินกลับมาพร้อมแก้วกาแฟในมือสองแก้ว แต่รู้สึกได้ว่าเขากำลังมองเธออยู่ "เดี๋ยวหนูเอาชามไปเก็บก่อน" เธอหันไปบอกพี่กวินแล้วก็รีบลุกออกจากโต๊ะ ตอนที่ลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปสาย
ชะเอมลงจากรถแท็กซี่ได้ก็รีบวิ่งเข้าหอทันที เพราะเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่นาที เธอรอดผ่านประตูเข้ามาอย่างเฉียดฉิว เก็บคำพูดของเขากลับมาคิด กระทั่งก่อนนอนก็ยังพลิกตัวไปมากว่าจะหลับลงได้ หรือแม้แต่คาบเรียนในเช้าวันนี้ เรื่องที่เขาพูดไว้ก็ยังค้างคาอยู่ในหัว จนถึงคาบสุดท้ายก่อนพักเที่ยง วันนี้อาจารย์ปล
"ไอ้คีน เมื่อคืนแม่งก็หนีกลับก่อน วันนี้มึงเลี้ยงข้าวพวกกูเลย" ฟร้องค์ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เพื่อน วางสมุดลงที่โต๊ะเสียงดังด้วยท่าทางยังไม่หายโมโห "เออๆ รู้แล้ว เดี๋ยวกูจะเลี้ยงทั้งข้าวทั้งเหล้าคืนพวกมึงทั้งอาทิตย์เลย" คีรินทร์เอ่ยคล้ายตัดรำคาญแต่ท่าทางนั้นกลับจริงจัง "ใครจะไปกินกับมึงวะทั้งอาทิ







