ログイン“นี่ฉันไปฮ่องกงกับเฮียแค่สองอาทิตย์ มันมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่นี่เหรอ? ยัยจ้อย”
นิสากลับมาจากฮ่องกงแล้ว ตอนนี้กำลังเอาของฝากมาให้เพื่อนและน้องๆ พบว่าบ้านของเสน่ห์จันทร์มีคนมารับของ น้องๆ ของเสน่ห์จันทร์อยู่กันครบ ช่วยกันทำขนมคนละไม้คนละมือ ดาวล้อมเดือนอวดเธอทันทีที่เห็นนิสาลงมาจากรถ ว่าตอนนี้พี่จ้อยงานเยอะมาก ทำกันมาสามวันแล้ว ได้ค่าขนมเป็นแสน ก็เล่นเอานิสาว้าวมาก ว่าเพื่อนไปหาออเดอร์ขนาดนี้ได้ยังไง
“มีเยอะมากจนไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน”
เสน่ห์จันทร์ปาดเหงื่อที่ไหลออกมา ทำงานง่วนกันมาหลายวัน ส่งขนมหลายรอบแล้ว ขนมนี้เป็นลอตสุดท้ายที่ตามสั่ง ปภพหาออเดอร์มาให้เธอ และเธอก็ทำตามเขาสั่ง เขาโอนไวมากเพราะรู้เลขที่บัญชีเธอแล้ว ไม่รู้ไปเอามาได้ยังไง น่าจะถามจากเจ๊เปรี้ยว อ้อ...เธอขนหัวลุกเลยเมื่อรู้ว่า รอบสุดท้ายเขาจ่ายค่าตัวเธอไปเท่าไหร่ เจ๊เปรี้ยวเขี้ยวจริงๆ เล่นเรียกค่าตัวเธอไปขนาดนั้น เขาก็กระไรกล้าจ่ายมาก
เขามันสายเปย์...
เขาตามมาส่งถึงบ้านและเจอกับเรไร แน่นอนว่าความเลยแตกว่าเธอเป็นเจ้าของร้านขนมหวานที่เขาไปเหมาบ่อยๆ นั่นแหละ น้องสาวของเธอดีใจมากเมื่อเจอพี่คนหล่อถึงบ้าน เธอจูงเขาไปอวดพี่ๆ ทุกคนด้วย ปภพถูกแนะนำให้รู้จักกับน้องๆ ทั้งหมดเว้นสองหนุ่มที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล วันนั้นบ้านของเธอเต็มไปด้วยบรรยากาศเสียงหัวเราะและน้องๆ ของเธอเป็นครั้งแรกที่ได้กินสุกี้เอ็มเค...เพราะคำพูดของดาวล้อมเดือน ที่คุยว่าอาหารที่หรูที่สุดคือเคเอฟซี และอยากลองกินเป็ดย่างเอ็มเคสักที เท่านั้นพวกเธอก็ได้กินถึงบ้าน แถมได้กระทะไฟฟ้าแบบที่ใช้ได้ทั้งปิ้งย่างมาอีกสองเตา เพราะเขาซื้อมาให้
อีกวันเขาเข้าถึงบ้านแล้วถามว่าเธอทำขนมเปี๊ยะได้ไหม? และขนมไทยมงคล ถ้าทำได้เขาจะสั่ง เสน่ห์จันทร์บอกว่าทำได้ และออเดอร์ก็เข้ามา ทำกันไม่หยุดจนถึงตอนนี้ ดีที่เป็นวันหยุดยาวของเด็กๆ เจ้าจิ๋วถูกนำไปฝากกับยายสมพร และทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตาทำขนม เพิ่งจะเสร็จที่เขาสั่งไปหมาดๆ นี่เอง
เขาโอนค่าขนมมาแสนหนึ่ง...โอ้โห มันเกินค่าขนมไปอีก มันไม่ถึงขนาดนั้น แต่เขาบอกว่าจ่ายล่วงหน้า เดี๋ยวมีออเดอร์มาให้อีก ให้เตรียมแรงงานไว้ทำได้เลย เธอรีบพูดไว้ดักคอว่า ทำแบบนี้ เธอก็รับไว้นะ เพราะเขาให้โดยเสน่หา ไม่ผิดกฎหมายแล้วเธอก็แลกด้วยของ เขาไม่มีบุญคุณหรือมีสิทธิ์จะมาเรียกร้องอะไรกับเธอนะ
เขาแค่หัวเราะ แล้วหยิกแก้มเธอหยอกๆ พลางถามเธอว่าแล้วเธอคิดได้หรือยังเรื่องนั้น
เสน่ห์จันทร์ทำไก๋ ทำไม่รู้เรื่อง เธอรีบวิ่งเข้ามาในบ้านเมื่อเดินไปส่งเขาที่รถ น้องๆ พากันแอบดูผู้ชายหล่อมาก หอมมาก...กลิ่นของเขาเหมือนกลิ่นเทียนอบผสมกับดอกรสสุคนธ์ คำบรรยายจากดาวล้อมเดือน ผู้ที่ชอบดอกไม้หอมๆ และชอบเก็บมาเพาะต้นที่บ้านบอกไว้
เมื่อดูส่งขนมเสร็จ และรับบิลมาแล้ว...เธอเห็นบิลเป็นชื่อร้านอาหารเชฟไทยคนดังคนหนึ่งในโซเชียล ก็แอบดีใจที่ขนมของเธอจะถูกส่งไปที่นั่น แต่เขาไปขายได้ยังไงแบบไหน เธอไม่รู้เลย...รู้แต่เขาคงจะรวยมาก จากรถที่ขับ จากเงินที่เปย์ เธอไม่เคยถามว่าเขาทำงานอะไร ไม่รู้เรื่องของเขาเท่าไหร่แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะรู้เรื่องของเธอมาก และทำความรู้จักกับน้องของเธอไปแล้วเกือบทุกคน
“มีอะไรไหนเล่าสิ”
เธอสะกิดเพื่อนที่นั่งแปะอยู่บนพื้นกระดาน ดาราทอง ดาวล้อมเดือน ทองทัต เริ่มเก็บกวาดทำความสะอาด เรไรตัวจ้อยวิ่งไปสั่งข้าวเย็นให้ทุกคนที่ร้านป้าอ้อย ตอนนี้เหลือเพียงเธอกับนิสาที่นั่งกันที่โถงบ้าน
“ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนเลย”
เสน่ห์จันทร์พรูลมหายใจออกมา แล้วมองหน้านิสาที่กำลังจ้องมองเพื่อนอย่างอยากรู้อยากเห็น
“เอาที่แกสะดวกจะเล่า ยังไม่ต้องวกไปถึงเรื่องพี่ปริ้นซ์หรอก”
“ใครเล่าเรื่องเขาให้แกฟัง?”
“เจ๊เปรี้ยวงะ ส่งข้อความทิ้งไว้ไลน์ไอ้ที่ฉันไม่ได้รับไม่ได้อ่านหรือตอบใครเลยสองอาทิตย์เนี่ย เพราะลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านน่ะสิ ฉันเลยไล่อ่านดู...เจ๊ตามหาแก บอกว่าจะมีงานให้ แล้วเจ๊ก็บอกว่าขอบใจนะที่เพื่อนกลับมารับงาน ตกลงว่าแกรับงานพี่เขาเหรอ?”
“เอ่อ...”
แก้มแดงจัดขึ้นมาในทันที แถมยังหลบสายตาเธออีก นิสาเบิกตาโต หรือว่า!
“เจ๊เปรี้ยวบอกว่าเขาเหมาวันด้วย แก แก นี่แกเสร็จเขาแล้วเหรอ?”
“เอ่อ...”
“เฮ้ย ตายแล้ว วาสนาจริงๆ ยัยจ้อย ว้ายยย กรี๊ด ดีใจ”
“อ้าว นังบ้ามาดีใจอะไรอะ เพื่อนเสียตัวนะ เสียใจมากด้วย”
เสน่ห์จันทร์เผลอหลุดด่าออกมา แล้วสารภาพออกมาด้วย นิสาหัวเราะชอบใจ แล้วกระเถิบเข้าไปใกล้เพื่อนเพราะไม่อยากให้น้องๆ มาแอบได้ยินว่าพวกเธอพูดอะไรกัน
“แล้วยังไงพี่เขาดีปะ”
“ยัยเจี๊ยบ”
ถลึงตาใส่เพื่อน นิสาหัวเราะคิกคักรู้สึกฟินแทนอย่างเก็บอาการไม่อยู่
“หูย...งานดี หอมขนาดนั้น หล่อก็หล่อ ไม่อยากจะคิด แอร๊...”
“ไม่อยากจะคิดก็ดีแล้ว เลิกถามเสียที”
หน้าแดงตัวแดงไปหมดแล้ว ตั้งท่าจะลุกหนีด้วย แต่เพื่อนไม่ยอม ดึงมือของเสน่ห์จันทร์ไว้ให้อยู่ด้วยกันก่อน
“เดี๋ยวสิยัยจ้อย แล้วทำไมเขาถึงตามมาจ้างงานแก แล้วจ้างเป็นแสนจริงๆ เหรอ?”
“เอ่อ ก็อะไรแบบนั้นแหละ”
“ส่งเจ้านกกับเจ้าหมอกเข้าโรงพยาบาลเอกชนด้วย นอนแบบนั้นคืนเป็นหมื่นนะ”
“ก็เขาอยากทำ ก็ให้ทำ ฉันบอกแล้วว่าฉันจะไม่ชำระเขาเป็นตัวฉันแน่นอน ไม่ขายอีกแล้ว อยากทำอะไรให้ก็ทำ ก็ถือว่าให้โดยเสน่หาไง ไม่มีการตอบแทนบุญคุณยะ”
“ก็จริงแหะ ให้โดยเสน่หา”
นิสาทำตาวิ้งใส่เพื่อน ขณะที่เสน่ห์จันทร์ตอนนี้นั่งบิดเพราะเขินกับคำที่เพื่อนย้ำแบบนั้น
“เขาคงชอบแกแหงละ จ้อย ไม่ชอบคงไม่แวะเวียนวนมาช่วยแกแบบนี้หรอก หูย...อย่าพลาดนะเพื่อน พลาดไปเสียดายแย่”
“พลาดอะไร?” เธอจ้องเพื่อน หน้ายังคงแดง
“พลาดพี่เขายังไงล่ะ เขามีเมียหรือยังจ้อย”
“ไม่รู้เลย ไม่รู้อะไรเลย เขาคงแค่แบบว่าอยากเอาชนะไหมอะ ยังติดใจ ยังอยากได้อยู่ แต่ฉันไม่ให้ไงก็เลยมาทำแบบนี้”
“ก็ให้ๆ ไปเหอะ ถ้าจะงานดีขนาดนั้นอะ ดีมาก ดีเวอร์ หนุ่มด้วย รวยอีกต่างหาก”
“แล้วแกไม่แปลกใจหรือไง ว่าทำไมเขาถึงเหลือมาได้จนป่านนี้ แล้วฉันนี่นะ...”
เสน่ห์จันทร์ชี้นิ้วที่ตัวเอง พลางยักไหล่
“มีอะไรควรค่าให้เขาอยากได้ จน เรียนน้อย มีน้องตั้งเจ็ดคน มีภาระขนาดนี้ เขาจะเอาฉันไปทำไมก่อน”
“นั่นสิ แหม...ถามอะไรมากมาย ถ้าเขารักนะ ต่อให้แกมีน้องเจ็ดสิบคน เขาก็มีปัญญาหาเงินมาช่วยแกหรอก”
“เหลวไหล ไร้สาระ ตื่นคะคุณเจี๊ยบ!”
เธอเอามือสองมือประกบแก้มเพื่อน แล้วบิดโยกซ้ายขวาไปมาจนนิสาเวียนหัว
“งื้อ...ไอ้บ้าเจ็บนะ”
“เออ ก็เจ็บไง นี่คือความจริง เขาไม่ได้มารักอะไรคนอย่างฉันหรอกน่า ข้าวมาส่งแล้ว ฉันไปกินข้าวก่อนนะ หิวมาก”
ว่าแล้วก็ลุกหนีเพื่อน นิสามองตามหลังเสน่ห์จันทร์ พลางย่นจมูกน้อยๆ
“แหม...ไอ้จ้อย คนปากแข็งใจแข็ง เป็นเจี๊ยบหน่อยไม่ได้ ยอมตั้งแต่หน้าประตูแล้ว เออ...เราควรจะสืบช่วยเพื่อนสักหน่อยว่า พี่เขามีเมียไหม? จะได้สบายใจว่ายัยจ้อยไม่ได้เป็นเมียน้อย หรือเป็นเมียเก็บเขา”
ช่วยเพื่อนแหละ ถึงแม้ตัวเองจะอยู่ในสถานะนั้นกับเฮีย แต่นิสาก็ไม่อยากให้เพื่อนเป็นแบบเธอ และเห็นว่าเป็นโอกาสดีมากๆ ของเพื่อนที่ควรจะคว้าไว้
เสน่ห์จันทร์เป็นคนดี คนเก่ง ขยัน ความรับผิดชอบสูงมาก คนดีๆ แบบเสน่ห์จันทร์ก็ควรได้รับสิ่งดีๆ ในชีวิตบ้าง คนเราถึงจะจนวันนี้แต่ก็ไม่แน่ว่าจะรวยในอนาคตได้ถ้ามีโอกาส จิตใจต่างหากที่สำคัญ คุณคนนั้นจะต้องชอบไอ้จ้อยมันจริงๆ นั่นแหละ ไม่งั้นคงไม่มาวอแว มาใจป๋าแบบนี้หรอกน่า
เอาฐานะมาปิดตัวเองเสียแล้วเพื่อนเรา ทั้งๆ ที่คนอื่นเขาจะรีบคว้า แต่เสน่ห์จันทร์กลับดันไม่คว้าทำท่าจะวิ่งหนีเอาเสียด้วย
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







