Share

บทที่ 1

last update publish date: 2025-11-30 21:50:49

#####บทที่ 1

            รอบข้างมืดมิดมีเพียงเเสงจากดวงจันทร์รำไร เสียงจิ้งหรีดร้องระงม ลมพัดใบไม้กระทบกันฟังดูวังเวงยิ่งนัก ไป๋ซูเมิ่งใช้แขนเรียวยาวของตนกอดตัวเองคลายหนาว เสื้อผ้าที่เเต่เดิมสกปรกติดคราบดำจากฟางบนรถม้าครั้นนางกระโดดขึ้น ๆลง ๆจากต้นไม้ถูกกิ่งไม้เกี่ยวขาดหลายรอย ผิวขาวดุจหิมะเผยออกมาบางเเห่งดูล่อเเหลมยิ่งนัก ดีที่รอบกายนางไร้ซึ่งผู้ใด พลันเท้าบางหยุดชะงักนางยกมือขึ้นเกาตามตัวลามจนไปถึงใบหน้างาม 

            ทรมานยิ่งนัก!

            สองมือเรียวงามเกาทั่วตัวผมเผ้ายุ่งเหยิงเสื้อผ้ายับยู่ยี่ถึงกระนั้นความคันก็ยังไม่คลายไป ไป๋ซูเมิ่งเร่งฝีเท้าเข้าไปภายในป่าลึกมากขึ้น สายตาสอดส่องหาสิ่งที่สามารถคลายอาการคันของนางได้ เดินไปราวหนึ่งเค่อ พลันสองหูก็ได้ยินเสียงน้ำไหล สองเท้าจึงก้าวไปทางเสียงตามสัญชาตญาณ

            “นี่ขอรับคุณชาย”

            ก่อนที่นางจะเดินไปถึงลำธารพลันได้ยินเสียงของบุรุษดังขึ้น

            ไม่ห่างจากลำธารมากนักมีชายหนุ่มสองคนนั่งอยู่ ชายคนตัวใหญ่กว่าสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบสีเทากำลังเดินนำบางอย่างในมือมุ่งไปหาชายอีกคนที่ตัวเล็กกว่าเล็กน้อย เสื้อผ้าเนื้อเงาสีขาวสวมอยู่บนร่างเขาดูบริสุทธิ์ยิ่งยามอยู่ท่ามกลางกลางคืนอันมืดมิดเยี่ยงนี้

            ไป๋ซูเมิ่งหลบข้างหลังโขดหินไม่ไกลลอบมองสังเกตการณ์ทั้งสอง มือก็พลางเกาหน้าเกาตัวไปพลาง

           

            กลิ่นหอมของเนื้อปลาลอยอบอวลไปทั่วป่า แต่ตรงที่กลิ่นเข้มข้นที่สุดก็คงเป็นตรงหน้าเขานี่เเหละ เย่หยางเหวินรับปลาจากชิงซาจากนั้นค่อยๆละเลียดชิมด้วยท่าทางนุ่มนวลทว่าแฝงความสง่างาม 

            “ที่เหลือเจ้ากินเถอะ แค่นี้ข้าพอแล้ว”

            เสียงนุ่มนวลเอ่ยบอกชายเจ้าของชื่อชิงซา ข้ารับใช้ที่เติบโตมาพร้อมกันกับเขา เป็นคนที่รู้ใจมากยิ่งเสียกว่าบิดามารดาเขาเสียอีก

            “ขอบคุณขอรับคุณชาย”

            ชิงซาเดินไปดูปลาที่เหลือก่อนรวบมาทั้งหมดเตรียมพร้อมนำมันลงท้องอย่างสบายใจ 

            สวบสาบ!!!

            “ใครน่ะ!" 

            สิ้นเสียงชิงซา ฉับพลันมีดเล่มที่เคยใช้ทำปลาก็สะบัดไปตามทิศเเหล่งกำเนิดเสียง บุรุษทั้งสองพร้อมใจกันลุกขึ้นยืน เตรียมพร้อมรับการโจมตี มือจับอาวุธข้างกาย สายตาเพ่งมองไปยังเสียงเเต่เนื่องจากท้องฟ้ามืดสนิท บริเวณนี้มีเพียงเเหล่งกำเนิดเเสงเดียวก็คือกองไฟตรงหน้าพวกเขา ปลายสุดสายตาของทั้งสองจึงเห็นเพียงพุ่มไม้ขยับ

            ก่อนที่มีดอีกเล่มจะพุ่งออกไปเงาดำก็กระโดดผลุงออกจากพุ่มไม้นั้นเสียก่อน

            “ช้าก่อน ๆ อูย ชั้น เอ้ย ข้ามาดี ๆ โปรดอย่าฆ่าข้าเลย” 

            ไป๋ซูเมิ่งเดินออกจากพุ่มไม้เข้าสู่บริเวณที่มีเเสงสว่าง ระหว่างนั้นมือก็เอื้อมเกากลางหลังสุดเเขน นางหวังว่าชายหนุ่มทั้งสองเจ้าของกลิ่นหอมเรียกเสียงท้องร้องตรงหน้าจะคลายความหวาดระแวงหลังจากเห็นใบหน้านาง แต่ผิดคาด! ทันทีที่เจ้าของร่างบางเดินเข้ามาอยู่ในรัศมีของเเสงจากกองไฟ ใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสองพลันเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก เท้าทั้งสองคู่ดีดตัวถอยหลังพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย ก่อนจะยกอาวุธในมือขึ้นป้องกันเบื้องหน้า

            สีหน้าและท่าทางทำราวกับเห็นปีศาจก็ไม่ปาน ?

            “เจ้าคือตัวอันใด? ทำไมถึงพูดได้"

            เสียงนุ่มทุ้มน่าฟังดังออกจากชายคนสวมชุดขาวบริสุทธิ์ ไปซูเมิ่งสะบัดหน้าเรียกสติให้ตนเองหลังจากเคลิบเคลิ้มกับน้ำเสียงนุ่มนั้น

            เเต่หารู้ไม่ว่าอาการสะบัดหน้าของนางพอรวมเข้าสภาพปัจจุบันของร่างบางก็ปรากฎเป็นภาพที่ทำให้ชายหนุ่มทั้งสองคนกระโดดเท้าคู่ถอยออกไปอีกหนึ่งก้าว

            จะไม่เขาทั้งสองคนตื่นตระหนกได้อย่างไรเล่า เจ้าตัวตรงหน้าช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน จะว่าเป็นสัตว์ป่าก็ไม่ใช่เพราะเมื่อครู่เขาก็ได้ยินเสียงคุยเป็นภาษาคน หรือจะเป็นคนก็ไม่เชิงเพราะดูจากผมหรือขนอันยุ่งเหยิงพองฟูคล้ายเเผงคอของสิงโต ชุดขาดวิ่นที่ดูไม่รู้ว่าเเต่เดิมเป็นทรงแบบไหน เนื้อตัวเป็นลายสีขาวราวหิมะสลับน้ำตาล บางที่ก็ออกเเดงช้ำ บางส่วนก็มีใบไม้ติดทั่วตัว และที่สำคัญอากับกริยาการก้าวย่างนั้นช่างเเปลกประหลาด ขยับตัวยุกยิกตลอดเวลา

            “คุณชายท่านอย่าเข้าไปใกล้มัน อันตรายขอรับ”

            ชิงซาเอื้อมมือไปคว้าเเขนนายของตนพลางชักดาบขึ้นขู่

“เจ้าตัวประหลาดเจ้าออกไปนะ ไม่งั้นเจ้าได้ตายคาดาบข้าเป็นแน่!”

สิ้นเสียงขู่เจ้าตัวประหลาดที่ว่าก็สะดุ้งโหยง หมุนตัวหันมองด้านหลังทันที

            “ไหน ๆ สัตว์ประหลาดที่ไหน”

            ไป๋ซูเมิ่งกวาดตามองรอบด้านเเต่ก็เห็นเพียงความมืดมิด จึงหันกลับมา “ข้าไม่เห็นสัตว์ประหลาดเลย มันอยู่ไหนรึ!”

            “ก็เจ้านั่นเเหละ! สัตว์ประหลาด”

            ชิงซาทำหน้าฉงนเเต่ก็ไม่วายรอบสังเกตเจ้าสัตว์ประหลาดอีกรอบ

            “เจ้าจะบ้ารึไง! ข้าเป็นคน ไม่ใช่สัตว์ประหลาด”

            ไป๋ซูเมิงตะคอกกลับ

            หึ ช่างกล้าว่านางเป็นตัวประหลาด เจ้าพวกตาผิดปรกติ เจ้าพวกโจรที่จับตัวนางมาหลงไหลความงามของนางทั้งนั้น ตัวประหลาดที่ไหนงดงามขนาดนี้เล่า!

            “ชิงซาพอเถอะ นางเป็นคน”

            เสียงทุ้มดังขึ้น เรียกสติหญิงสาวให้ออกจากภวังค์

            “ละเหตุใดเจ้าถึงมีสภาพอย่างนี้รึ จะสัตว์ก็ไม่ใช่ คนก็ไม่เชิงอย่างนี้” 

            เย่หยางเหวินพยักหน้าให้ชิงซาลดอาวุธลง พลางเดินเข้าหาหญิงสาวตรงหน้า พวกเขานั่งพักอยู่ ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องไม่เช่นนี้ แต่ดูจากสภาพนางแล้วอาจเพิ่งผ่านเหตุการณ์อันโหดร้ายมา เมื่อเห็นคนต้องการความช่วยเหลือ เขาย่อมต้องช่วยอยู่แล้ว

            “ข้ามีสภาพเช่นไรหรือ?” 

            ไปซูเมิ่งทำหน้าฉงน พลันนึกถึงอาการตื่นตกใจของชายทั้งสองคราเเรกที่นางปรากฎตัวก็เริ่มนึกเอะใจ สองเท้าก้าวเดินไปริมลำธาร คุกเข้าลงพลางชะโงกหน้าดูเงาตัวเองโดยอาศัยเเสงจากกองไฟเบื้องหลัง

            …เงาตรงหน้าแม้ไม่ชัดเจนแต่ก็พอเห็นลาง ๆ 

            จะบอกว่าเป็นตัวประหลาดก็ไม่ผิดหรอก ว่าเเต่นางกลายเป็นสภาพนี้ได้อย่างไรกัน ไป๋ซูเมิ่งก้มลงสำรวจร่างกายก็พบรอยผื่นเเดงขึ้นตามตัว พอผสมกับคราบสกปรกดูไม่น่าใช่ผิวหนังของคนจริง ๆ ต้องเกิดจากอาการคันเหล่านั้นเป็นแน่ เพราะฉะนั้นตอนนี้ใบหน้านางก็คงเต็มไปด้วยรอยผื่นแดง ละไหนจะผมเผ้ารุงรังละเสื้อผ้าขาดวิ่นนี่อีกล่ะ หมดกันคุณหนูตะกูลไป๋อันสูงส่ง ถึงแม้นางจะไม่ได้เกิดมากับร่างนี้เเต่ก็ต้องใช้ร่างนี้ไปอีกนานนะ

            “เอ่อ ข้าไม่โทษพวกเจ้าหรอก เอ้ย พวกท่านหรอก” 

            ไป๋ซูเมิ่งรีบเปลี่ยนคำพูดทันที เพราะคิดว่าหากนางอยากมาอาศัยพวกเขาทั้งสองต้องประจบเสียหน่อย

            “คือข้าเจอพวกโจรมันปล้นน่ะ ละข้าหนีรอดมาได้ สภาพเลยเป็นแบบนี้”

            พูดไปก็เกาไปพลางยิ้มตาหยี ช่างขัดกับเรื่องที่เพิ่งออกจากปากบางนั่นยิ่งนัก

            “ละนี่มีบ่าวอย่างเจ้ารอดมาคนเดียวหรือ ละเจ้านายคนอื่นเล่า” 

            ชิงซาเริ่มวางใจจึงเดินกลับมาที่เดิมเเต่ก็ไม่วายรีบหยิบเนื้อปลาย่างก่อนหน้าขึ้นมาอย่างเร็วด้วยความหวงเเหน

            “บ่าว?” 

            “เจ้าน่ะสิ หรือว่ารอดมาเเค่คนเดียว ละพวกโจรได้ตามเจ้ามาหรือเปล่า?” 

            พอเห็นว่าหญิงสาวเบื้องหน้าทำสีหน้าฉงนเขาจึงอธิบายเพิ่ม เเต่พอชิงซานึกถึงพวกโจรว่าอาจซุ่มอยู่แถวนี้ก็รีบวางเนื้อปลา เอื้อมมือหยิบดาบขึ้นมาวิ่งไปข้างหน้านายน้อยของตนสอดส่องสายตาไปรอบด้าน

            “อ้อ ใช่ข้าเป็นบ่าว พวกโจรมันไปพร้อมทรัพย์สินหมดแล้ว เอ่อ มันนึกว่าข้าตายแล้ว ข้าเลยรอดมาได้น่ะ แหะ ๆ”

            พอนางพูดจบสีหน้าของชายทั้งสองก็ดูดีขึ้น คงพอเริ่มวางใจนางแล้ว

            เป็นบ่าวก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องอธิบายให้ยุ่งยาก หากนางบอกว่าตนเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ก็ต้องถูกถามอีกหลายคำถามเป็นแน่ ความทรงจำของร่างเดิมนั้นช่างเลือนลาง รู้แค่ผิวเผิน จำได้เเค่คนรอบกายกับเหตุการณ์สำคัญบางอย่างได้เท่านั้น ไอ้พวกภายนอกและภายในจวนตระกูลไป๋ร่างนี้เเทบไม่รู้อะไรเลย เท่าที่นางนึกได้ ร่างเดิมนอกจากนอนป่วยอยู่เเต่ในห้องนอนแล้ว ก็ร่ำเรียนเขียนอ่าน เพลงพิณ วาดภาพ ตามแบบฉบับคุณหนูยุคนี้เท่านั้น แม้กระทั่งชื่อของพี่ชาย หรือบุพการีทั้งสองนางก็จำไม่ได้มีเพียงใบหน้าเลือนลางในความทรงจำ

            ไปซูเมิ่งเดินเข้ามาหาทั้งสองอีกครั้ง กลิ่นหอมของปลาลอยเข้าสู้โสตประสาทรับกลิ่นทำให้ท้องของหญิงสาวส่งเสียงประท้วงทันที 

            จ๊อกกก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 2

    “นายหญิงเจ้าคะ นายท่านมาเจ้าค่ะ” เย่าถิงเดินเข้ามาพร้อมมีร่างสูงของผู้เป็นสามีตามมาด้วย ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและเสื้อบริเวณหน้าอกเปียกชื้นเหงื่อเล็กน้อย พอเขาจะเดินเข้ามาอ้าแขนออกกว้างทำท่าจะกอดนางซูเมิ่งจึงใช้แขนตัวเองข้างที่ว่างยันหน้าอกไว้ทันที “ข้าเหม็นกลิ่นตัวของท่านพี่ซือหมิงมากเท่าไรจำไม่ได้หรือ” พอพูดจบซูเมิ่งก็ทำท่าจะอ้วกอีกจนเย่าถิงต้องหากระโถนมารองไว้ ซือหมิงหน้าบูดบึ้งเดินออกห่างทันที “ก็ข้าคิดถึงสุดที่รักของข้านี่” “คิดถึงก็ยืนอยู่ห่าง ๆข้าก็ได้มิใช่หรือ ว่าแต่ท่านเข้ามามีเรื่องอะไรหรือเปล่าเพคะ” ซือหมิงมองค้อนซูเมิ่งขวับ ไยเมียของเขาถึงได้เอ่ยราวกับว่าหากเขาไม่มีเรื่องอันใดจะมาหาไม่ได้อย่างนั้นแหละ “ว่ามาสิ” ซูเมิ่งเอ่ยเร่งเมื่อไม่เห็นผู้มาใหม่เอ่ยอันใด “เดี๋ยวอีกสามวันเจ้าเตรียมเข้าวังกับข้าไปงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากอาณาจักรเจียงหนานนะ” ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำ เรื่องนี้นางรู้ตั้งแต่ที่คนในวังมาส่งข่าวแล้ว มิเห็นจำเป็นที่จะให้ซือหมิงมาบอกด้วยตัวเอง ซูเมิ่งจึ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 1

    ณ วัดจู้จื่อ ที่รอบข้างปกคลุมด้วยต้นไผ่ลำต้นเหยียดตรง โดยนอกจากวัดนางชีแห่งนี้จะเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องป่าไผ่อันแสนเงียบสงบแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นตัวแทนของความคุณธรรมอันเป็นลักษณะของวิญญูชน ด้วยลำต้นเหยียดตรงไม่คดงอ เปรียบกับความซื่อตรง เมื่อมีพายุหรือลมแรงพัดมาก็ไม่ล้มยังคงตั้งเหยียดตรงเช่นเดิม ดั่งวิญญูชนเมื่อมีอุปสรรคผ่านมาก็ยังเข้มแข็งและผ่านพ้นมาได้ ด้วยคุณลักษณะทั้งภายนอกและนัยยะของวัดเหล่านี้ทำให้วัดจู้จื่อแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นที่ให้บุคคลที่จิตใจเต็มไปด้วยความคดงอ เต็มไปด้วยความโลภอย่างฮองเฮาจ้าวเหวินเจียมาพำนักเพื่อสวดมนต์เพิ่มคุณธรรมให้กับจิตใจตามรับสั่งของฮ่องเต้ “พี่สาวขาดเหลืออะไรก็สามารถบอกหม่อมฉันได้นะเพคะ ข้าผู้เป็นน้องรักจะรีบจัดเตรียมมาให้ เพราะพี่สาวอยู่ที่นี่คงไม่สะดวกสบายเท่าอยู่ในวัง และส่วนเรื่องในวังพี่สาวไม่ต้องเป็นกังวลไป เรื่องดูแลวังหลังทั้งหมดฝ่าบาทมีรับสั่งให้น้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมดแล้ว อะไรที่พี่หญิงเคยได้ควบคุมดียิ่งน้องก็จะช่วยดูแลแทนให้อย่างดีไม่แพ้กันเพคะ” พระสนมกุ้ยเฟยแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นัยน์ตาเปี่ยมสุขยิ่ง อีกทั้งการแต่งกา

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทส่งท้าย

    #####บทส่งท้ายมือหนาควานหาร่างอุ่นนุ่มอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน ทว่าควานไปพบแต่ความว่างเปล่า สองตาค่อย ๆลืมขึ้น ไฉนวันนี้เขาถึงรู้สึกมึนหัวประหลาดหือ วันนี้เขาตื่นสายหรือ ไยเป็นภรรยาเขาที่ตื่นก่อนได้เล่า นางตื่นแล้วไยไม่เรียกเขาเสียหน่อยล่ะ“ใครอยู่ด้านนอกเข้ามาที”เป็นเย่าถิงที่เดินเข้ามา นางชะงักนิดหน่อยเพราะกลิ่นที่เกิดจากการทำกิจกรรมของสองข้าวใหม่ปลามันคละคลุ้งทั่วห้อง ซึ่งเมื่อคืนพวกนางต่างรู้ดีกว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง เพราะเสียงที่ดังทะลุกำแพงออกมาตลอดคืน“นายหญิงไปไหนหรือ?”เย่าถิงยกคิ้วฉงนก่อนตอบ “ก็ไม่ได้อยู่ในห้องหรอกหรือเพคะ” พูดพลางสอดส่องมองทั่วห้องก็ไม่เห็นคุณหนูของตนจริง จึงขออนุญาตเรียกไป๋จื่อและบ่าวคนอื่น ๆมาถามไถ่ แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นเลย พอไม่เจอสตรีที่ตนเรียกหาจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนของชินหวังทั่วทั้งจวนต่างกระจายกำลังหาทั่วจวน แต่หานานหลายชั่วยามก็ไม่มีใครพบ“พวกเจ้าดูแลนางอย่างไรนายหญิงออกจากห้องไปไยไม่มีใครเห็น!”บรรยากาศโดยรอบของบุรุษผู้ทรงอำนาจเย็นยะเยือกลามไปทั่วทั้งจวน นัยน์ตาดุดันจ้องมองเขม็งไปที่เหล่าบ่าวใช้ที่คุกเข้าตรงหน้า“หม่อมฉันเฝ้าหน้าห้องตลอดไม่เห็

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 50

    #####บทที่ 50นับจากวันที่กลับจากไปเยี่ยมจวนตระกูลไป๋ซูเมิ่งก็รอบางอย่างจนสิ่งที่นางรอคอยก็มาถึง ไป๋จื่อเข้ามาหาซูเมิ่งในห้องหนังสือพร้อมปิดประตูแน่น จนในห้องเหลือเพียงซูเมิ่งและไป๋จื่อสองคน“ครานี้ได้เรื่องแล้วเพคะพระชายา”“ว่ามา...”ตามที่ให้ไป๋จื่อออกไปรับเรื่องที่นางให้เป่าต้ง บ่าวบุรุษที่ซูเมิ่งไว้ใจในจวนตระกูลไป๋ทำเรื่องบางอย่างในจวน การมารายงานครานี้ของเป่าต้งนั้นต่างออกไปจากครั้งก่อน ๆแล้ว เรื่องที่ซูเมิ่งกำลังเฝ้าคอยเป็นเรื่องเกี่ยวกับไป๋หย่งคังบิดาของซูเมิ่งเอง ในวันที่นางกลับไปเยี่ยมบ้านนั้นนอกจากซูเมิ่งจะเข้าไปขอพบหย่งคังเป็นการส่วนตัวแล้วนางยังเรียกเป่าต้งเพื่อมอบหมายงานให้ทำด้วยนั่นก็คือ ให้เขาคอยจับตาดูไป๋หย่งคังตลอดทุกฝีก้าวตอนที่อยู่ในจวนไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงกลางคืน และให้มารายงานนางทุก ๆสามวัน ในช่วงแรก ๆ สิ่งที่ไป๋หย่งคังทำนั้นซูเมิ่งคิดว่าปรกติทั่วไป แต่พอได้ฟังคำจากเป่าต้งรายงานหลาย ๆคราซูเมิ่งเริ่มสงสัยบางอย่างเข้าให้แล้ว กิจวัตรหนึ่งที่น่าสงสัยคือไป๋หย่งคังมักจะเทียวไปเรือน ๆหนึ่งทุก ๆสองหรือสามวันเสมอและใช้เวลาอยู่ที่นั่นราวสองเค่อ สิ่งที่น่าประหลาดคือเรือนแห่ง

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 49

    #####บทที่ 49และแล้ววันที่ท่านหมอพิษมาถึงจวนชินหวังก็มาถึง เขาเข้ามาพร้อมกับหยางเหวินเพื่อมาตรวจอาการของซูเมิ่ง “แปลก พระชายาไม่น่ามีพิษชนิดนี้อยู่ในกายได้พะยะค่ะ”หมอพิษพูดพลางลองตรวจสอบพิษอีกรอบผลปรากฎว่าเลือดที่มาจากร่างกายซูเมิ่งนั้นเป็นพิษชนิดที่เขาคิดจริง ๆ“อย่างไรหรือท่านหมอ”ซูเมิ่งเอ่ยถาม นางอยากรู้อย่างที่สุดว่าพิษที่อยู่ในร่างกายนางแต่กำเนิดนั้นคือชนิดใดกันแน่โดยท่านหมอพิษบอกว่าพิษนี้คือพิษที่มีแหล่งกำเนิดจากอาณาจักรชิงจง ซึ่งคืออาณาจักรข้างเคียงที่เป็นศัตรูกับอาณาจักรที่นางอยู่นี้มาช้านานแล้ว โดยพิษนี้เป็นพิษที่หากออกฤทธิ์จะค่อย ๆทำลายอวัยวะทั้งหมดในร่างกาย แต่เงื่อนไขการออกฤทธิ์จะออกฤทธิ์เมื่ออยู่ในกระแสเลือดของบุคคลผู้นั้นนานเป็นเวลาสองปี ซึ่งพิษนี้ไม่ค่อยมีผู้คนนำมาใช้เท่าไหร่นัก แทบไม่มีคนในอาณาจักรนี้รู้จักเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับอาณาจักรชิงจงพิษชนิดนี้จะใช้เฉพาะกับทหารที่ฝึกไว้เพื่อเป็นสายลับเท่านั้น ด้วยเงื่อนไขการออกฤทธิ์นี้ทำให้สามารถใช้เพื่อควบคุมเหล่าทหารยามต้องออกไปปฏิบัติการได้ โดยการให้สายลับทุกคนดื่มพิษชนิดนี้เข้าไปและหากต้องการมีชีวิตต่อเพียงแค่กลับไปที่ฐาน

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 48

    #####บทที่ 48“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”เป็นเย่าถิงที่เข้ามาปลุกซูเมิ่งที่กำลังกอดกองผ้าห่มนุ่มด้วยอาการมึนงง นางลืมตามองเย่าถิงอย่างเกียจคร้าน“ข้าขอนอนอีกหน่อยได้หรือไม่”ไม่พูดเปล่าซูเมิ่งปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง นางรู้สึกอ่อนเพลีย และปวดเนื้อปวดตัวไปหมดจนไม่อยากขยับเขยื้อน แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเพราะแขนตัวเองถูกดึงให้ลุกขึ้นและทันทีที่เย่าถิงดึงแขนของซูเมิ่งพ้นผ้าห่มก็ต้องตกใจ นางมองไปยังรอยสีกุหลาบบนผิวขาวผุดผาดของผู้เป็นนายที่ตอนนี้ขึ้นรอยแดงราวถูกแมลงกัดต่อย และยิ่งพอซูเมิ่งเอนตัวขึ้นตามแรงดึงของเย่าถิงแล้วผ้าห่มที่คลุมร่างอยู่ไหลกองลงปิดเพียงเอวยิ่งตระหนกไปใหญ่ ทั้งรอยมือและบางแห่งเกิดเป็นรอยช้ำ เย่าถิงพอนึกถึงว่าที่มารอยพวกนี้มาจากไหนจึงใบหน้าแดงขึ้นลามจนถึงใบหู“ไป๋จื่อเตรียมน้ำอุ่นผสมสมุนไพรให้แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวพยุงไปนะเจ้าคะ”ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย นางรู้สึกล้าเกินจะลืมตาตื่นด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ว่าตามธรรมเนียมแล้วตนจะต้องไปไหว้บุพการีของซือหมิง ซูเมิ่งแทบจะอยากไปหักคอของบุรุษน่าตายนามซือหมิงให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้เลย เมื่อคืนเขารู้ทั้งรู้แท้ ๆว่าไม่ควรเข้

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 41

    #####บทที่ 41ย้อนกลับมาที่ฝั่งเมืองหลวง บรรยากาศโดยรอบจวนตระกูลไป๋เต็มไปด้วยความเศร้าสลดหดหู่ ไป๋หย่งคังและไป๋ลู่ซานยังไม่หยุดสั่งคนให้ออกตามหาร่างของซูเมิ่งที่บริเวณรอบป่าที่จัดงานล้อมป่าล่าสัตว์ แม้พวกเขาต่างรู้ดีแล้วว่าทั้งคนของฮ่องเต้ที่ให้มาช่วยตามหาซูเมิ่งและคนของพวกเขาเองต่างหาครบทุกซอกทุกม

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 40 (ต่อ)

    บทที่ 40 (ต่อ)“ข้าคิดว่าเจ้าจะไปกับเขาแล้วเสียอีก”เสียงเรียบนิ่งแฝงความเยือกเย็นดังขึ้นหลังจากที่ประตูห้องหนังสือเปิดออก ซือหมิงยืนนิ่งค้างอยู่กลางประตู สองสายตามองตรงมายังซูเมิ่งในคราบหนุ่มน้อยนามช่างหลิน“คารวะท่านช่างอิน”ซูเมิ่งส่งยิ้มจืดเจื่อนไปให้บุรุษตรงหน้า ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นทำเอาเหงื่อเ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 40

    #####บทที่ 40ไป๋ซูเมิ่งรีบเร่งฝีเท้าเดินออกห่างจากห้องหนังสือของซือหมิง จวบจนปลายเท้าสัมผัสกับพื้นไม้ของรถม้าถึงได้รู้สึกตัวว่าตนเองเดินออกมาถึงหน้าประตูเรียบร้อยแล้ว ร่างบางในชุดสีขาวอมเทาจึงตัดสินก้าวขึ้นรถม้าไป เวลานี้นางอยากขอเวลาอยู่กับตัวเองสักหน่อยและหากเป็นไปได้ซูเมิ่งก็ยังไม่อยากเจอหน้าบุ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 39

    #####บทที่ 39ซูเมิ่งกลับถึงคฤหาสน์ในเวลายามชวี นางเดินเข้าด้านในเรือนและคิดไว้ว่าเรื่องขอบคุณที่ว่าจะทำหลังกลับมาจากหมู่บ้านนั้นอาจต้องรอพรุ่งนี้เช้าดีกว่า นางไม่อยากไปรบกวนเข้าแม้ว่าพอมองไปที่ตำเเหน่งห้องหนังสือแล้วจะเห็นภายในห้องยังจุดไฟสว่างอยู่ก็ตาม สองเท้าย่างเดินห่างจากห้องหนังสือที่เขามักทำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status