Partager

บทนำ (ต่อ)

last update Date de publication: 2025-11-30 21:50:25

บทนำ (ต่อ)

            จากคำกล่าวที่พวกโจรลักพากล่าวก่อนหน้าคือพวกมันใส่ยาลงในอาหารมาให้นางทานเพื่อให้ร่างกายนางไร้เรี่ยวแรงขัดขืน เเต่จะมีฤทธิ์อย่างอื่นอีกไหมนางไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆยานี้น่าจะมีผลราว12ชั่วยาม[2] มันจึงต้องเอายามาใส่ให้ในจานข้าวนี้ ซึ่งถ้านางกินก็จะไร้เรี่ยวเเรงต่อ แต่ถ้าไม่กินก็จะเป็นการเพิ่มความระแวง ดังนั้นไป๋ซูเมิ่งจึงเค้นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีหยิบจานข้าวเบื้องหน้ามา เทข้าวกว่าครึ่งลงจากนั้นเอาฟางใต้ร่างนางกลบไว้และนำจานที่เหลือข้าวไม่มากไปไว้ใกล้ ๆที่เดิม

            ตอนนี้เรี่ยวแรงของนางค่อยๆเพิ่มขึ้นจากเดิมแล้ว เเต่ก็ยังไม่พอหากนางต้องต่อสู้กับโจรข้างนอกที่น่าจะมีจำนวนราว ๆ 7-8 คน นางต้องหาทางหนีไปช่วงที่ยังเดินทางผ่านป่า ไม่เช่นนั้นหากเข้าสู่เมืองแล้วนางอาจยากที่จะรอด

            ไป๋ซูเมิ่งรอจนเรี่ยวเเรงกลับมาหกถึงเจ็ดส่วนก่อนใช้มือเคาะผนังไม้ด้านข้าง

            ก๊อก ๆ ๆ

            ชายร่างกำยำคนใกล้สุดชะงักฝีเท้าพลางหันไปมองหน้าชายอีกคนที่ได้ยินเสียงเช่นกัน

            “เจ้ามีอะไรรึ?” เขาเดินเข้ามาใกล้ถามหญิงสาวข้างในรถม้าหลังได้รับการพยักหน้าจากชายหัวหน้า

            ก๊อก ๆ ๆ ไป๋ซูเมิ่งเคาะอีกรอบ ไม่ใช่อะไร เมื่อครู่นางอ้าปากพูดเเต่กลับไร้เสียง ทำให้รู้ว่ายานั้นทำให้พูดไม่ได้ด้วยและฤทธิ์มีนยังไม่หายไป

            พอไม่ได้รับคำตอบหน้าเขาขึ้นสีทันที

            “นางพูดไม่ได้ เจ้าลืมไปแล้วรึ นางกินยา”

            เสียงเเหบใหญ่ดังขึ้นเตือนสติ หัวหน้าโจรถอนหายใจ “เจ้าลองไปเปิดประตูดูว่านางต้องการอันใด”

            เขาวางใจเพราะรู้ว่าหญิงสาวคงไร้เรี่ยวเเรงตามฤทธิ์ยา แต่ก็ไม่วายเดินตามลูกน้องไปเปิดประตูด้วย

            แก๊ก ๆ ๆ 

            เสียงปลดล๊อคกุญแจดังขึ้น ไป๋ซูเมิ่งที่เฝ้ารออยู่จึงขยับตัว ใบหน้าแนบฟางทำท่าทางอย่างคนไร้เรี่ยวแรง

            เสียงดังสักพัก ผนังด้านหน้าจึงเปิดออกปรากฏเป็นชายร่างกำยำสองคนยืนอยู่ สะโพกขวาเหน็บดาบเล่มยาว ใบหน้าแฝงความไม่พอใจ

            “เเม่นางมีอะไรรึ?”

            คนร่างใหญ่กว่าเอ่ยถาม พลางมองสำรวจร่างบางตรงหน้า 

            รูปร่างผอมบาง เอวคอดกิ่ว ผมดำเงางาม แม้ชุดที่สวมใส่จะเลอะคราบดำประปรายเเต่ก็ไม่อาจลดรัศมีความสูงศักดิ์ของคนตรงหน้าได้ ผิวบริเวณคอและข้อเเขนที่โผล่พ้นเสื้อขาวดั่งหิมะ เขาบอกได้เลยว่าในชีวิตนี้เขายังไม่เคยเห็นหญิงสาวนางไหนมีผิวขาวเท่านี้มาก่อน พลันร่างผอมบางตรงหน้าขยับเล็กน้อยก่อนค่อยๆเงยหน้าและขยับริมฝีปาก

            “เจ้าพูดอะไร ข้าไม่รู้เรื่อง!”

            หลังจากตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของนางตรงหน้าเขาจึงเอ่ยตะคอก ไม่ให้เขาตกใจได้อย่างไร ก็สาวน้อยตรงหน้าเปื้อนไปด้วยเลือดที่ไหลมาจากบาดแผลตรงหน้าผากที่ปูดโต

            ไป๋ซูเมิ่งเลิกพยายามเปล่งเสียงเปลี่ยนเป็นใช้มือเรียวดังกิ่งหลิวค่อย ๆชี้ไปที่ท้องตนเอง 

            “หรือว่านางอยากถ่ายเบา หรือถ่ายหนัก” ชายอีกคนเอ่ยขึ้น และก็ได้รับการยืนยันจากไป๋ซูเมิ่งเป็นรอยยิ้มเบาบางจนเหล่าโจรนิ่งค้าง

            “เรื่องมากจริง”

            ชายหัวหน้าโจรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแฝงอารมณ์โกรธ ซึ่งเรื่องที่เขาโกรธคือเป็นเพราะรู้สึกเสียดายหญิงสาวตรงหน้าที่ต้องไปอยู่ใต้ร่างคนอื่นเเทนที่จะเป็นตนเอง รู้สึกโกรธตนเองที่เกิดมาเป็นได้เเค่โจรกระจอก พลันสะบัดหน้าไล่ความคิดนั้นออกไป และหันไปสั่งลูกน้อง

            “พวกเจ้าสองคนมาพยุงนางออกไปหลังพุ่มไม้นู่น!” 

            พูดจบก็เดินออกไปจากบริเวณนั้น ที่เขาวางใจเป็นเพราะพอเหลือบไปที่จานข้าวก็พร่องไปเกือบครึ่ง นางคงกินข้าวที่เขาให้ผสมยาไปแล้วคงหนีไปไหนไม่รอด 

            เสียดายที่เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวตรงหน้า ไม่งั้นเขาอาจไม่วางใจขนาดนี้ก็เป็นได้

            ชายร่างกำยำสองคนเดินเข้ามาค่อย ๆพยุงร่างบางลงจากรถม้า ไป๋ซูเมิ่งก้มหน้าลงให้ผมร่วงปรกหน้าพลางเหลือบสายตามองรอบ ๆผ่านเส้นผม

            …รอบด้านเป็นป่าจริง ตอนนี้ขบวนกำลังเดินทางไปตามทาง น่าจะเป็นเพราะใกล้ค่ำแล้ว ฟ้ามืดเเต่ก็พอมีเเสงสว่างอาจเป็นยามโหย่ว1 นอกจากสองคนที่กำลังพยุงนางก็ยังมีชายร่างกำยำอีกหลายคนกระจายรอบรถม้าทุกคนมีดาบเหน็บที่เอว

            หากนางต้องปะทะจริงโอกาสชนะน้อยมากเพราะยามนี้เเรงของนางก็ยังกลับมาไม่ครบ และร่างนี้ดูเหมือนจะไม่เคยใช้แรงเยอะมาก่อน รูปร่างผอมบางเกินไป หากเป็นชาติก่อนจำนวนคนแค่นี้นางเอาชนะได้ง่ายมาก คงทำได้แค่ทุ่มสุดฝีเท้าหนีแล้วล่ะ

            ตัดสินใจได้ดังนั้นจึงยินยอมให้ชายทั้งสองพยุงเดินไปที่พุ่มไม้ไม่ไกล พอถึงนางก็มองหน้าชายทางขวาพลางส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนพยักเพยิดหน้าไปทางพุ่มไม้อีกอันที่ไกลว่านี้ ก่อนก้มหน้าทำเป็นเขินอาย

            “พานางไปพุ่มไม้อันนู้นเถอะ”

            หลังได้รับสายตาอ้อนวอนนั้นใจก็อ่อนยวบ รีบบอกชายอีกคนที่พยุงแขนอีกข้าง

            “จะดีรึ?” 

            “เออ เถอะน่านางหนีไปไหนไม่ได้หรอก”

            สิ้นสุดคำพูดเขาก็ก้าวเท้านำไปยังพุ่มไม้อีกอันที่อยู่ไกลกว่า โดยข้างๆมีต้นไม้ใหญ่ ใบของต้นไม้นี้ขนาดไม่ใหญ่กว่าฝ่ามือแต่แย่งกันผุดออกจากกิ่งจนแม้เดินเข้าไปใต้ต้นไม้ก็ยังเห็นเพียงตัวใบเขียวขจี ราวกับว่าเป็นต้นไม้ไร้กิ่งก้าน

            “เเม่นางปลดทุกข์เสร็จแล้วส่งสัญญาณให้พวกข้ารู้นะ เดียวพวกข้าไปรอตรงนู้น” 

            ชายคนทางขวาชี้มือไปทางพุ่มไม้ก่อนหน้าพลางดึงมือชายอีกคนเร่งเดินออกไป เขาเงยหน้าไปสบเข้ากับดวงตาใสกระจ่างคู่นั้นพลันหน้าอันหยาบกร้านขึ้นสีเเดงระเรื่อ แม้ดวงหน้าจะเปื้อนไปด้วยคราบดินแต่ดวงตาคู่นั้นหวานเยิ้มล่อลวงใจยิ่งนัก พวกเขาแม้จะเป็นโจรแต่งานที่รับก็เป็นคุ้มกันส่งของหรืองานที่ต้องใช้กำลังชายชาตรีเท่านั้น ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำขนาดรับจ้างฆ่าคน อย่างไงเขาก็ยังเป็นบุรุษที่ขาดสตรีไม่ได้และหลงรักในเงินทอง พอสบกับลูกไม้ของหญิงงามก็ใจอ่อนเป็นธรรมดา

            ไป๋ซูเมิ่งพยักหน้าเบา ๆ เอนร่างพิงต้นไม้ใหญ่อย่างคนไร้เรี่ยวแรง นางรอให้ชายทั้งสองเดินห่างออกไปไกล กวาดสายตาไปบริเวณรอบ ๆคิดหาหนทางหนี รอบด้านมีต้นไม้ขึ้นบางเบา พอมองลึกเข้าไปใบแถบป่าจึงมีต้นไม้หนาเเน่นขึ้น ทว่าหากนางวิ่งหลบเข้าไปในป่าคาดว่าอย่างไรก็ต้องถูกหาพบเป็นแน่ 

            คิ้วเรียวขมวดมุ่นไม่กี่อึดใจริมฝีปากบางก็หยักยกเจ้าเล่ห์…

            “นี่ก็ผ่านไปหลายเค่อ1แล้วนะ เจ้าว่านางปลดทุกข์นานไปรึไม่?”

            พวกเขาทั้งสองยืนหันหน้าออกจากทางที่พาเเม่นางมาปลดทุกข์  ยืนรอสัญญาณมานานจนอดประหลาดใจมิได้

            “นั่นสิ ข้าว่าไปดูสักหน่อยเถอะ ไม่ใช่ว่านางจะถูกสัตว์ป่าคาบไปกินแล้วนะ”

             พุดจบชายกำยำทั้งสองก็ก้าวเท่าเร่งรีบมุ่งไปทางที่ปล่อยหญิงสาวไว้ก่อนหน้า

            พลันสีหน้าตื่นตระหนกก็ปรากฏบนใบหน้าทั้งสอง 

            …หายไปแล้ว!! หลังพุ่มไม้ว่างเปล่าไร้ซึ่งหญิงงามแววตาหวานเยิ้มคนเมื่อครู่

            พอมองไปรอบ ๆไร้ซึ่งรอยเท้าสัตว์ป่า ไร้รอยเลือด มีเพียงรอยยุบบางเบาบนพื้นดิน เป็นรอยเท้าแบบคนกึ่งเดินกึ่งลากเท้ามุ่งหน้าไปทางป่ารกทึบเบื้องหน้า

            พรึบ ๆ

            พงไม้ในป่าขยับดึงความสนใจของชายทั้งสอง 

            “เจ้าไปบอกหัวหน้า เดี๋ยวข้าไปตามนางเอง!”

            พูดจบก็พุ่งตัวไปทิศกำเนิดเสียงก่อนหน้าทันที แววตาเย็นชาฉายวาบ            หึ! นางคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือพวกเขารึ ฝันไปเถอะ..

            กลุ่มชายฉกรรจ์เกือบสิบคนที่เฝ้าอยู่รอบรถม้าได้รับข่าวจากชายคนที่วิ่งมาบอกก็กระจายกำลังออกค้นหาทันที ค้นหานานกว่าครึ่งชั่วยามก็ไร้ซึ่งร่องรอย พวกเขาค้นหาทั่วสารทิศ ทั้งบริเวณลึกเข้าไปตามแนวป่า ย้อนไปตามทางที่มา และเส้นทางเบื้องหน้าก็ยังไร้วี่แววใดใด ยามนี้ฟ้ามืดแล้วนางเป็นเพียงสาวน้อยยังไม่ถึงวัยปักปิ่นไม่น่าจะวิ่งหนีรอดพ้นสายตาพวกเขาไปได้ เป็นไปได้ว่าอาจมีผู้อื่นช่วยไว้ คิดได้ดังนั้นผู้เป็นหัวหน้าจึงสั่งให้คนล่วงหน้าไปแจ้งข่าวแก่นายท่านและที่เหลือตัดสินใจย้อนกลับไปทางเดิม ทำให้บริเวณที่เคยโกลาหลกลับมาเงียบสงบอีกครา…

            ตุ๊บ!

            ร่างอันบอบบางกระโดดลงจากต้นไม้สูงเซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนกลับมายืนอย่างมั่นคง ไป๋ซูเมิ่งกวาดสายตามองโดยรอบอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันไปแล้ว ริมฝีปากบางพลันแย้มยิ้มดวงตาเปล่งประกาย สองมือปัดเศษใบไม้ทั่วตัว ร่างระหงก้าวเท้าออกเดินไปยังเส้นทางมุ่งสู่เมืองซีเปียนซึ่งเป็นเมืองที่กองโจรที่ลักพาตัวนางมาก่อนหน้ากำลังมุ่งหน้าไป ที่เลือกทางนี้เพราะคนในกองโจรส่วนใหญ่ไปอีกทางนั่นเอง แม้ไปทางนี้จะดูเหมือนเดินเข้าหาอันตรายแต่นางก็คิดว่าอาจปลอดภัยกว่าการไปเจอพวกโจรที่เคยเห็นหน้านางมาแล้ว

            ต้นไม้ที่ปีนขึ้นไปหลบนั้นไม่ใช่ต้นไหนไกลเลยคือต้นที่อยู่ข้างๆพุ่มไม้ที่นางลวงว่าจะปลดทุกข์นั่นเอง เคราะห์ดีที่ต้นไม้ต้นนี้มีใบขึ้นหนาเเน่นเป็นพิเศษ นางจึงลอบปีนขึ้นไปหลบบนนั้นตอนช่วงที่ทุกคนไม่ได้หันมามองนางและก็อาศัยช่วงเวลาตอนชายสองคนที่พยุงนางมาส่งเริ่มรู้สึกตัวหันกลับมา นางก็โยนก้อนหินขนาดไม่ใหญ่มากไปทางป่าที่มีต้นไม้ขึ้นรกทึบเพื่อชักจูงความคิดว่านางต้องหนีเข้าป่าไป คงไม่มีใครคาดว่าแม่นางน้อยในห้องหอจะสามารถปีนขึ้นต้นไม้ได้ ทำให้ไป๋ซูเมิ่งรอดมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยทักษะการปืนป่ายที่ได้ติดตัวมากจากชาติก่อน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 2

    “นายหญิงเจ้าคะ นายท่านมาเจ้าค่ะ” เย่าถิงเดินเข้ามาพร้อมมีร่างสูงของผู้เป็นสามีตามมาด้วย ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและเสื้อบริเวณหน้าอกเปียกชื้นเหงื่อเล็กน้อย พอเขาจะเดินเข้ามาอ้าแขนออกกว้างทำท่าจะกอดนางซูเมิ่งจึงใช้แขนตัวเองข้างที่ว่างยันหน้าอกไว้ทันที “ข้าเหม็นกลิ่นตัวของท่านพี่ซือหมิงมากเท่าไรจำไม่ได้หรือ” พอพูดจบซูเมิ่งก็ทำท่าจะอ้วกอีกจนเย่าถิงต้องหากระโถนมารองไว้ ซือหมิงหน้าบูดบึ้งเดินออกห่างทันที “ก็ข้าคิดถึงสุดที่รักของข้านี่” “คิดถึงก็ยืนอยู่ห่าง ๆข้าก็ได้มิใช่หรือ ว่าแต่ท่านเข้ามามีเรื่องอะไรหรือเปล่าเพคะ” ซือหมิงมองค้อนซูเมิ่งขวับ ไยเมียของเขาถึงได้เอ่ยราวกับว่าหากเขาไม่มีเรื่องอันใดจะมาหาไม่ได้อย่างนั้นแหละ “ว่ามาสิ” ซูเมิ่งเอ่ยเร่งเมื่อไม่เห็นผู้มาใหม่เอ่ยอันใด “เดี๋ยวอีกสามวันเจ้าเตรียมเข้าวังกับข้าไปงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากอาณาจักรเจียงหนานนะ” ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำ เรื่องนี้นางรู้ตั้งแต่ที่คนในวังมาส่งข่าวแล้ว มิเห็นจำเป็นที่จะให้ซือหมิงมาบอกด้วยตัวเอง ซูเมิ่งจึ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 1

    ณ วัดจู้จื่อ ที่รอบข้างปกคลุมด้วยต้นไผ่ลำต้นเหยียดตรง โดยนอกจากวัดนางชีแห่งนี้จะเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องป่าไผ่อันแสนเงียบสงบแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นตัวแทนของความคุณธรรมอันเป็นลักษณะของวิญญูชน ด้วยลำต้นเหยียดตรงไม่คดงอ เปรียบกับความซื่อตรง เมื่อมีพายุหรือลมแรงพัดมาก็ไม่ล้มยังคงตั้งเหยียดตรงเช่นเดิม ดั่งวิญญูชนเมื่อมีอุปสรรคผ่านมาก็ยังเข้มแข็งและผ่านพ้นมาได้ ด้วยคุณลักษณะทั้งภายนอกและนัยยะของวัดเหล่านี้ทำให้วัดจู้จื่อแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นที่ให้บุคคลที่จิตใจเต็มไปด้วยความคดงอ เต็มไปด้วยความโลภอย่างฮองเฮาจ้าวเหวินเจียมาพำนักเพื่อสวดมนต์เพิ่มคุณธรรมให้กับจิตใจตามรับสั่งของฮ่องเต้ “พี่สาวขาดเหลืออะไรก็สามารถบอกหม่อมฉันได้นะเพคะ ข้าผู้เป็นน้องรักจะรีบจัดเตรียมมาให้ เพราะพี่สาวอยู่ที่นี่คงไม่สะดวกสบายเท่าอยู่ในวัง และส่วนเรื่องในวังพี่สาวไม่ต้องเป็นกังวลไป เรื่องดูแลวังหลังทั้งหมดฝ่าบาทมีรับสั่งให้น้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมดแล้ว อะไรที่พี่หญิงเคยได้ควบคุมดียิ่งน้องก็จะช่วยดูแลแทนให้อย่างดีไม่แพ้กันเพคะ” พระสนมกุ้ยเฟยแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นัยน์ตาเปี่ยมสุขยิ่ง อีกทั้งการแต่งกา

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทส่งท้าย

    #####บทส่งท้ายมือหนาควานหาร่างอุ่นนุ่มอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน ทว่าควานไปพบแต่ความว่างเปล่า สองตาค่อย ๆลืมขึ้น ไฉนวันนี้เขาถึงรู้สึกมึนหัวประหลาดหือ วันนี้เขาตื่นสายหรือ ไยเป็นภรรยาเขาที่ตื่นก่อนได้เล่า นางตื่นแล้วไยไม่เรียกเขาเสียหน่อยล่ะ“ใครอยู่ด้านนอกเข้ามาที”เป็นเย่าถิงที่เดินเข้ามา นางชะงักนิดหน่อยเพราะกลิ่นที่เกิดจากการทำกิจกรรมของสองข้าวใหม่ปลามันคละคลุ้งทั่วห้อง ซึ่งเมื่อคืนพวกนางต่างรู้ดีกว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง เพราะเสียงที่ดังทะลุกำแพงออกมาตลอดคืน“นายหญิงไปไหนหรือ?”เย่าถิงยกคิ้วฉงนก่อนตอบ “ก็ไม่ได้อยู่ในห้องหรอกหรือเพคะ” พูดพลางสอดส่องมองทั่วห้องก็ไม่เห็นคุณหนูของตนจริง จึงขออนุญาตเรียกไป๋จื่อและบ่าวคนอื่น ๆมาถามไถ่ แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นเลย พอไม่เจอสตรีที่ตนเรียกหาจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนของชินหวังทั่วทั้งจวนต่างกระจายกำลังหาทั่วจวน แต่หานานหลายชั่วยามก็ไม่มีใครพบ“พวกเจ้าดูแลนางอย่างไรนายหญิงออกจากห้องไปไยไม่มีใครเห็น!”บรรยากาศโดยรอบของบุรุษผู้ทรงอำนาจเย็นยะเยือกลามไปทั่วทั้งจวน นัยน์ตาดุดันจ้องมองเขม็งไปที่เหล่าบ่าวใช้ที่คุกเข้าตรงหน้า“หม่อมฉันเฝ้าหน้าห้องตลอดไม่เห็

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 50

    #####บทที่ 50นับจากวันที่กลับจากไปเยี่ยมจวนตระกูลไป๋ซูเมิ่งก็รอบางอย่างจนสิ่งที่นางรอคอยก็มาถึง ไป๋จื่อเข้ามาหาซูเมิ่งในห้องหนังสือพร้อมปิดประตูแน่น จนในห้องเหลือเพียงซูเมิ่งและไป๋จื่อสองคน“ครานี้ได้เรื่องแล้วเพคะพระชายา”“ว่ามา...”ตามที่ให้ไป๋จื่อออกไปรับเรื่องที่นางให้เป่าต้ง บ่าวบุรุษที่ซูเมิ่งไว้ใจในจวนตระกูลไป๋ทำเรื่องบางอย่างในจวน การมารายงานครานี้ของเป่าต้งนั้นต่างออกไปจากครั้งก่อน ๆแล้ว เรื่องที่ซูเมิ่งกำลังเฝ้าคอยเป็นเรื่องเกี่ยวกับไป๋หย่งคังบิดาของซูเมิ่งเอง ในวันที่นางกลับไปเยี่ยมบ้านนั้นนอกจากซูเมิ่งจะเข้าไปขอพบหย่งคังเป็นการส่วนตัวแล้วนางยังเรียกเป่าต้งเพื่อมอบหมายงานให้ทำด้วยนั่นก็คือ ให้เขาคอยจับตาดูไป๋หย่งคังตลอดทุกฝีก้าวตอนที่อยู่ในจวนไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงกลางคืน และให้มารายงานนางทุก ๆสามวัน ในช่วงแรก ๆ สิ่งที่ไป๋หย่งคังทำนั้นซูเมิ่งคิดว่าปรกติทั่วไป แต่พอได้ฟังคำจากเป่าต้งรายงานหลาย ๆคราซูเมิ่งเริ่มสงสัยบางอย่างเข้าให้แล้ว กิจวัตรหนึ่งที่น่าสงสัยคือไป๋หย่งคังมักจะเทียวไปเรือน ๆหนึ่งทุก ๆสองหรือสามวันเสมอและใช้เวลาอยู่ที่นั่นราวสองเค่อ สิ่งที่น่าประหลาดคือเรือนแห่ง

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 49

    #####บทที่ 49และแล้ววันที่ท่านหมอพิษมาถึงจวนชินหวังก็มาถึง เขาเข้ามาพร้อมกับหยางเหวินเพื่อมาตรวจอาการของซูเมิ่ง “แปลก พระชายาไม่น่ามีพิษชนิดนี้อยู่ในกายได้พะยะค่ะ”หมอพิษพูดพลางลองตรวจสอบพิษอีกรอบผลปรากฎว่าเลือดที่มาจากร่างกายซูเมิ่งนั้นเป็นพิษชนิดที่เขาคิดจริง ๆ“อย่างไรหรือท่านหมอ”ซูเมิ่งเอ่ยถาม นางอยากรู้อย่างที่สุดว่าพิษที่อยู่ในร่างกายนางแต่กำเนิดนั้นคือชนิดใดกันแน่โดยท่านหมอพิษบอกว่าพิษนี้คือพิษที่มีแหล่งกำเนิดจากอาณาจักรชิงจง ซึ่งคืออาณาจักรข้างเคียงที่เป็นศัตรูกับอาณาจักรที่นางอยู่นี้มาช้านานแล้ว โดยพิษนี้เป็นพิษที่หากออกฤทธิ์จะค่อย ๆทำลายอวัยวะทั้งหมดในร่างกาย แต่เงื่อนไขการออกฤทธิ์จะออกฤทธิ์เมื่ออยู่ในกระแสเลือดของบุคคลผู้นั้นนานเป็นเวลาสองปี ซึ่งพิษนี้ไม่ค่อยมีผู้คนนำมาใช้เท่าไหร่นัก แทบไม่มีคนในอาณาจักรนี้รู้จักเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับอาณาจักรชิงจงพิษชนิดนี้จะใช้เฉพาะกับทหารที่ฝึกไว้เพื่อเป็นสายลับเท่านั้น ด้วยเงื่อนไขการออกฤทธิ์นี้ทำให้สามารถใช้เพื่อควบคุมเหล่าทหารยามต้องออกไปปฏิบัติการได้ โดยการให้สายลับทุกคนดื่มพิษชนิดนี้เข้าไปและหากต้องการมีชีวิตต่อเพียงแค่กลับไปที่ฐาน

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 48

    #####บทที่ 48“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”เป็นเย่าถิงที่เข้ามาปลุกซูเมิ่งที่กำลังกอดกองผ้าห่มนุ่มด้วยอาการมึนงง นางลืมตามองเย่าถิงอย่างเกียจคร้าน“ข้าขอนอนอีกหน่อยได้หรือไม่”ไม่พูดเปล่าซูเมิ่งปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง นางรู้สึกอ่อนเพลีย และปวดเนื้อปวดตัวไปหมดจนไม่อยากขยับเขยื้อน แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเพราะแขนตัวเองถูกดึงให้ลุกขึ้นและทันทีที่เย่าถิงดึงแขนของซูเมิ่งพ้นผ้าห่มก็ต้องตกใจ นางมองไปยังรอยสีกุหลาบบนผิวขาวผุดผาดของผู้เป็นนายที่ตอนนี้ขึ้นรอยแดงราวถูกแมลงกัดต่อย และยิ่งพอซูเมิ่งเอนตัวขึ้นตามแรงดึงของเย่าถิงแล้วผ้าห่มที่คลุมร่างอยู่ไหลกองลงปิดเพียงเอวยิ่งตระหนกไปใหญ่ ทั้งรอยมือและบางแห่งเกิดเป็นรอยช้ำ เย่าถิงพอนึกถึงว่าที่มารอยพวกนี้มาจากไหนจึงใบหน้าแดงขึ้นลามจนถึงใบหู“ไป๋จื่อเตรียมน้ำอุ่นผสมสมุนไพรให้แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวพยุงไปนะเจ้าคะ”ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย นางรู้สึกล้าเกินจะลืมตาตื่นด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ว่าตามธรรมเนียมแล้วตนจะต้องไปไหว้บุพการีของซือหมิง ซูเมิ่งแทบจะอยากไปหักคอของบุรุษน่าตายนามซือหมิงให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้เลย เมื่อคืนเขารู้ทั้งรู้แท้ ๆว่าไม่ควรเข้

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 23

    #####บทที่ 23 “คุณหนูเจ้าคะ มือปราบฉิงอีมาขอพบเจ้าค่ะ” เย่าถิงเดินเข้ามาแจ้งซูเมิ่งที่ตอนนี้กำลังมุ่นกับกองหนังสือตรงหน้า ส่วนใหญ่เป็นหนังสือจำพวกสมุนไพรแล้วก็วิชาแพทย์ ซึ่งนางก็แอบเเปลกใจที่คุณหนูหันมาสนใจเรื่องนี้ต่างจากเเต่ก่อนที่จะปักผ้าเป็นกิจวัตรเสียมากกว่า

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 22 (ต่อ 1)

    #####บทที่ 22 (ต่อ 1) พอเหล่านางโลมได้ฟังจบก็พากันเงียบกริบ การละเล่นนี้พวกนางหาได้เคยได้ยินมาก่อนไม่ พอซูเมิ่งเห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ก็รีบอธิบายต่อ “ข้าจะให้พวกเจ้าเล่าเรื่องอะไรก็ได้คนละเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลี้ลับที่ตัวเองเคยเจอมา หรือ ความลับของตนเองหรือ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 22

    #####บทที่ 22 จากการที่ก่อนหน้านี้ซูเมิ่งหว่านเมล็ดพันธุ์โดยการซื้อใจเป่าต้งไปแล้วทำให้หลังจากนั้นนางก็มีคนให้ใช้งานเพิ่มขึ้นตามมา ซูเมิ่งสั่งให้เป่าต้งหาโอกาสออกไปซื้อข่าวที่หอสรรพสิ่ง โดยสิ่งที่นางต้องการคือประวัติความเป็นมาของหอฟางซินซึ่งก็คือหอนางโลมที่ตั้งอยู่ที่เมืองตงเปียนหรือหอน

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 21

    #####บทที่ 21 “เป็นอย่างไรบ้าง?” ซูเมิ่งพยักหน้าให้ไป๋จื่อที่วิ่งเข้ามาหันกลับไปปิดประตูด้วย จากนั้นไป๋จื่อก็รีบเข้ามานั่งต่อหน้าซูเมิ่ง เจ้าตัวหายใจหอบชั่วครู่จึงเริ่มพูดได้ “ได้เรื่องมาแล้วเจ้าค่ะ จากที่คุณหนูให้บ่าวไปเฝ้าตามสังเกตการณ์บ่าวที่ทำหน้าที่เฝ้าประตู

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status