Share

บทที่ 1 (ต่อ)

last update Tanggal publikasi: 2025-11-30 21:51:21

 #####บทที่ 1 (ต่อ)

            “เจ้าหิวหรือ เอานี่ไปสิ” 

            ริมฝีปากบางหยักยิ้ม เย่หยางเหวินยื่นเนื้อปลาที่ตนเพิ่งกินไปไม่ถึงครึ่งให้หญิงสาวตรงหน้า หลังจากสังเกตหญิงสาวมาสักพักก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร ติดจะน่าสงสารด้วยซ้ำ

            “คุณชาย! ท่านกินไปนิดเดียวเองนะ” ชิงซางรีบประท้วง 

            นายของเขาคนนี้ไม่ได้มีดีเพียงหน้าตา อุปนิสัยก็ดี ชาติตะกูลก็ดี ถึงขั้นได้รับฉายาว่าเป็นคุณชายอันดับหนึ่งเเห่งเมืองซีเปียนเชียวหนา

            ชิงซาท้วงยังไม่ทันจบประโยค มือเรียวยาวที่เปรอะคราบสกปรกก็ยื่นออกมารับปลาอย่างไม่เกรงใจพลางส่งยิ้มยีฟันไปให้

            “ขอบใจท่านชายรูปหล่อ”

            พูดจบไปซูเมิ่งก็อ้าปากงาบเนื้อปลาทีเดียวครึ่งตัวทันที

            เย่หยางเหวินเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าอย่างเอ็นดู เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวนางไหนมีกริยาเช่นนี้มาก่อน บ่าวขั้นต่ำสุดของเค้ายังกริยาดีกว่านี้มาก แม่นางคนนี้อาจเป็นบ่าวจากตะกูลพ่อค้าเมืองไหนสักตะกูลล่ะมั้ง

            คิดได้ดังนั้นเขาก็ละสายตาจากร่างบางรับกระเป๋าน้ำที่ชิงซายื่นให้มาล้างปาก จากนั้นโน้มตัวไปกระซิบสั่งงานบางอย่างให้ชิงซาก่อนลุกขึ้นเดินไปนั่งบนผ้าที่ปูบนกองใบไม้อย่างดี เอนหลังหลับตาพริ้ม

            ไป๋ซูเมิ่งสวาปามเนื้อปลาในมืออย่างไม่ลืมหูลืมตาจนกระทั่งปลาบนมือตัวเองหมด พลันเบื้องหน้าก็ปรากฎเป็นเท้าคู่หนึ่ง พร้อมชุดสีเนื้อนวลตาผ้าเนื้อดียื่นเข้ามาตรงหน้า

            “คุณชายให้ข้าเอาเสื้อผ้ามาให้เจ้าเปลี่ยน” น้ำเสียงกระแทกกระทั้นดังขึ้น

            ไป๋ซูเมิ่งเงยหน้าสบตากับเจ้าของน้ำเสียงที่ใบหน้าบูดบึ้ง ทำราวกับนางไปฆ่าญาติฝ่ายไหนของเจ้าของน้ำเสียงอย่างนั้นเเหละ

            “ขอบใจพี่ชายมาก เอ่อ ไม่เป็นไรข้าใส่ชุดนี้ก็ได้”

            นางใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเอ่ยทั้งที่ใจจริงอยากรับแทบตาย ทว่าดูเหมือนเจ้าคนนำมาให้จะไม่อยากให้จึงเอ่ยปฏิเสธไป

            “เอาไปเถอะ คุณชายข้ากลัวใครมาเห็นสภาพเจ้าอย่างนี้ละเข้าใจผิดคิดว่าพวกเราทำมิดีมิร้ายเจ้า”

            พูดจบก็ยัดเสื้อผ้าเข้าใส่มืออีกฝ่าย โดยไม่รอคำตอบ

            “คุณชายนะคุณชาย ทำไมต้องทำดีกับเจ้าตัวประหลาดนี่นักด้วย”

            ชิงซาพึมพำกับตนเองก่อนหมุนตัวจากไป 

            คราเเรกที่คุณชายสั่งให้เขาเอาเสื้อผ้าไปให้เเม่นางเปลี่ยนก็กะจะเอาของตนไปให้ แต่คุณชายกลับนำชุดของคุณชายเองออกมาพร้อมบอกเหตผลว่า 

            …ชิงซาตัวใหญ่ชุดใหญ่ให้เเม่นางใส่คงไม่สะดวก แม้ชุดของคุณชายจะใหญ่กว่าตัวแม่นางคนนั้นเเต่ก็พอดีตัวกว่า

            หากใครรู้เข้าว่าให้บ่าวรับใช้คนนึงใส่ชุดเจ้านาย คุณชายต้องเสียชื่อเสียงเป็นแน่ ถึงชิงซาจะไม่พอใจแต่เขาก็ไม่สามารถขัดคำสั่งเจ้านายได้ จึงต้องจำยอมนำเสื้อผ้าไปให้แม่นางตัวประหลาดนั้น ละก็ยิ่งรังเกียจเพราะท่าทางการกินมูมมามของนางอีก

            “เอ้อ หากเจ้าอยากล้างเนื้อล้างตัวก็ไปล้างที่ลำธารได้นะ หลังโขดหินนู้น!” ชิงซาหันมาพูดจบก็เดินจากไปหาเจ้านายของตนทันที

            ไปซูเมิ่งรับชุดมาอย่างงงๆ นางเดินไปตามทิศที่ชิงซาชี้ก่อนหน้า…

            …สภาพนางตอนนี้ควรล้างเนื้อล้างตัวจริง ๆนั่นเเหละ

            เวลาผ่านไปประมาณเกือบสองเค่อไป๋ซูเมิ่งเพิ่งเดินกลับมา ร่างบางในชุดคุณชายสีเนื้อนวลดูเเปลกตา แขนเสื้อทรงกระบอกยาวเลยแขน กางเกงขายาวข้างในทั้งหลวมทั้งยาวไป๋ซูเมิ่งจึงจัดการพับขากางเกงขึ้น เนื่องจากชุดมีขนาดใหญ่กว่าคนมาก ชายเสื้อคลุมตัวด้านนอกจึงลากพื้นเปื้อนดินตลอดการเดิน นางเดินไปสักพักใกล้ถึงบริเวณที่พักของชายหนุ่มฝุ่นคละคลุ้ง และพอมองไปที่คนที่นำเอาเสื้อผ้ามาให้ก็สบเข้ากับสายตาอันดุดัน สองมือระรัวพัดไปมาไล่ฝุ่นให้ออกไปจากบริเวณตรงหน้าเจ้านายของตน นางเลื่อนสายตาจากชิงซาไปยังชายหนุ่มใบหน้าขาวนวลดวงตาใจดีก็เห็นเขาไอคร่อกแคร่กไม่หยุด จึงรู้สึกผิดกับตัวเองที่เป็นต้นเหตุ ก้มหน้ามองชุดหลวมโครกที่ตนใส่อยู่

            …เสื้อตัวนอกที่ยาวเกินขนาดความสูงร่างนางอย่างมากจะพับก็พับไม่ได้ ถกขึ้นก็ได้เเค่ชั่วคราว

            ฉับพลันดวงตาอันเย้ายวนคู่นี้ก็เหลือบไปยังกองไฟเห็นมีดด้ามจับไม้ที่ก่อนหน้านี้ชิงซาใช้ทำปลา สองเท้าก้าวไปยังข้างกองไฟ มือก็ยกเสื้อตัวนอกขึ้น โดยที่นางไม่รู้เลยว่าการกระทำของนางนั้นมีชายหนุ่มทั้งสองจับจ้องอยู่

            เย่หยางเหวินมองตามไป๋ซูเมิ่งหลังจากที่หน้าเเดงหน้าดำสำลักฝุ่นแทบตาย เนื่องจากเขาเป็นคนที่รักความสะอาดอย่างมาก เหตุการณ์ที่มีฝุ่นปลิวมากมายขนาดนี้เขานั้นไม่เคยเจอมาก่อน อย่างมากก็เขาอยู่บนม้าละมีฝุ่นดินปลิวคลุ้งเล็กน้อยตอนนั่งบนม้าเท่านั้น เขามองไป๋ซูเมิ่งเพราะสงสัยกับการกระทำของนาง

            แคว่ก แคว่ก

            ทั้งเย่หยางเหวินและชิงซาเบิกตาอ้าปากกว้างทันที

            จะไม่ให้ตะลึงได้อย่างไรชุดที่คุณชายของเขาอุตส่าห์สละให้เเม่นางท่าทางเพี้ยนคนนั้นถูกนางเอามีดตัดชายเสื้อตัวนอกอย่างไม่ใยดี และไม่หยุดเพียงเท่านั้นมือเรียวขาวดั่งหยกยื่นมืออกไปข้างหน้าตัดชายเเขนเสื้อทั้งสองข้างจนสั้นเหลือครึ่งเเขนเผยผ้าเนื้อบางของเสื้อตัวในที่ถูกพับม้วนหลายทบ หลังจากนั้นนางก็หันมายิ้มกว้างตาหยี

            “พวกท่านไม่ต้องกังวลเรื่องฝุ่นดินฟุ้งเวลาข้าเดินละนะ ข้าจัดการเเล้ว” 

            ไป๋ซูเมิ่งหันไปยิ้มตาหยีหวังจะประจบชายทั้งสองเเต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะใบหน้าตะลังค้างนั้นไม่ใช่สิ่งที่นางคิด นางทำเพื่อพวกเขาขนาดนี้ต้องได้รับสายตาชื่นชมสิถึงจะถูก พลันก็เผยสีหน้างุนงง

            “เจ้า เจ้า ช่างกล้าทำลายชุดของคุณชายข้า เจ้ามันคนอกตัญญู!"

            ชิงซากระโดดลุกขึ้นยืน ชี้นิ้วมาทางไป๋ซูเมิ่ง

            “เจ้ารู้ไหม ชุดของคุณทุกชุดมีค่าขนาดไหน หญิงทั้งเมืองใฝ่ฝันอยากสวมอย่างเจ้า จ่ายร้อยตำลึงยังมิได้แม้จะสัมผัส นี่ นี่เจ้ากลับ กลับ…” 

            …จากนั้นคำด่ามากมายก็หลั่งไหลออกจากปากคนรับใช้หนุ่มราวกับสายน้ำไหลหลาก

            “พอเถอะชิงซา"

            เย่หยางเหวินเอ่ยเเทรกหลังจากได้สติจากการกระทำของหญิงสาวตรงหน้า

            “ข้าให้นางแล้ว ก็แล้วเเต่นางเถอะว่าจะทำอะไรกับมัน"

            เขาพูดพลางยิ้มอบอุ่นส่งไปให้รอบข้างทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงทันตาเห็น

            …ไม่ใช่เพราะอะไร ถึงจะโวยวายอย่างไรเสื้อตัวนั้นเขาก็กลับมาเหมือนเดิมไม่ได้เเล้ว เขาจึงคิดว่าทำทานให้ก็แล้วกัน

            “เจ้า! เจ้ามันหญิงบ้าจอมอกตัญญู!!!”

            ชิงซาหันไปมองเจ้านายของตนพลางกัดฟันกดกลั้นอารมย์โกรธของตน

            หลังจากที่นางได้ฟังดังนั้นก็เข้าใจทันทีว่าเสื้อตัวที่นางใส่นั้นเป็นของพ่อหนุ่มสุดหล่อนุ่มนวลนี่เอง ก็ว่าทำไมเนื้อผ้ามันลื่น ๆ เบา ใส่สบายนัก

            “ข้าขอโทษ ขอโทษ คือข้าไม่รู้ว่ามันมีค่าขนาดนี้”

            ไป๋ซูเมิ่งทิ้งตัวลงกับพื้นทำฝุ่นดินคลุ้งอีกครั้ง

            “ไว้ข้าน้อยมีเงินละจะซื้อมาคืนท่านนะ”

            พูดพลางก้มหัวลงทำท่าคำนับตามที่นางเคยเห็นในละครย้อนยุคตอนชาติที่แล้วเวลาผู้น้อยทำความผิด

            เย่หยางเหวินรีบเดินเข้ามาพยุงให้หญิงสาวผู้น่าสารลุกขึ้น

            “ไม่เป็นไร ๆ เจ้านั่งก่อน” 

            “คุณชาย! อย่าไปแตะนาง เดี๋ยวติดโรคจากนางขอรับ” 

            ชิงซารีบวิ่งมาหาเจ้าของของตน ดึงเขาออกจากไป๋ซูเมิ่ง

            “ไม่รู้ว่านางเป็นโรคอันใด ทั่วทั้งตัวเป็นผื่นเเดงดูน่ากลัวยิ่งนัก”

            พอไป๋ซูเมิ่งได้ยินบ่าวรับใช้ร่างโตพูดถึงผื่นเเดงบนตัวนางก็นึกสงสัยเช่นกัน เหตุใดนางถึงคันทั่งทั้งตัว แม้ว่าพอได้ชำระร่างกายแล้วอาการคันจะเบาบางลง แต่ทั่วทั้งตัวก็ปรากฎเป็นผื่นเเดงเต็มไปหมดไม่เว้นแม้กระทั่งใบหน้างาม 

            …ทำให้ตอนนี้ชายทั้งสองไม่เห็นใบหน้าของนาง ไม่รู้ว่าใบหน้าก่อนมีผื่นเเดงนั้นเป็นอย่างไร

            เรื่องนี้สำหรับไป๋ซูเมิ่ง คิดว่า โชคดียิ่งนัก เพราะตามที่นางรู้ว่าจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมนั้น หญิงสาวในสมัยนี้ต้องอยู่กับเย้าเรือนก่อนถึงวัยปักปิ่น  และถ้านางเดาไม่ผิดร่างนี้ต้องมีอายุไม่เกินสิบห้าสิบหกปีแน่ ฉะนั้นหากนางยังต้องอาศัยร่างนี้ไปจนตายนางต้องพยายามปกป้องทั้งร่างกายและเกียรติยศของร่างนี้ไว้ให้ได้ รวมถึงเรื่องที่ถูกลักพาตัวมาก็ต้องเก็บเป็นความลับเช่นกัน

            …ดังนั้นในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีแฝงอยู่ 

            พอเย่หยางเหวินเห็นความวิตกกังวลในตัวของหญิงสาวผู้น่าสงสารตรงหน้าก็อดเอ่ยปลอบมิได้

            “เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป จากที่ข้าดูคร่าว ๆ เจ้าน่าจะเเค่แพ้อะไรบางอย่าง สามารถรักษาหายได้แน่นอน ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นด้วย"

            พูดพลางส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้

            “ละนี่เจ้าคิดไปที่ใดต่อรึ?”

            “เอ่อ ข้า ข้า …”

            นางหยุดสำรวจความคิดตัวเองทันทีที่ได้ยินคำถามนี้ เพราะตามจริงนางก็ยังไม่ได้คิดเช่นกัน

            “เจ้าคงไม่คิดเกาะติดคุณชายของข้าหรอกกระมัง”

            ซิงซาพูดขึ้น สีหน้าระแวดระวัง

            เขาพูดดักคอไว้ก่อนเพราะถ้านางขอเกาะพวกเขาจริง คุณชายต้องยอมช่วยเหลือเป็นแน่ ซึ่งวิธีนี้เขาใช้บ่อยมาก เวลาที่เขาพูดดักคอเจ้าพวกขอทาน หรือหญิงสาวที่คุณชายเขามักยื่นมือเข้าช่วยก็จะไม่กล้าขอติดตามทันที เขาจึงใช้วิธีนี้กับหญิงบ้าตรงหน้าบ้าง

            “ฮ่าฮ่า ไม่หรอก…”

            พอชิงซาได้ยินวาจานี้ออกจากปากหญิงสาวตรงหน้าก็ยกยิ้มมุมปาก เเต่ก็ต้องยิ้มค้าง เพราะ…

            “เเต่ข้าน้อยเป็นพวกไม่ชอบติดค้างบุญคุณใคร ข้าน้อยทำชุดของคุณชายเสียหายย่อมต้องใช้คืน แต่ตอนนี้ข้าน้อยยังไม่มีเงินซื้อคืน และข้าน้อยก็มาคิด ๆดูแล้วหากข้าน้อยหางานหาเงินมาคืนให้คุณชายได้ แต่ไม่ทราบว่าคุณชายพักอยู่ไหนก็จะไม่สามารถตอบเเทนบุญคุณได้ ดังนั้นข้าน้อยจึงเสียสละตนเองขอทำงานกับคุณชายเพื่อชดใช้ค่าชุดแทนดีกว่า ข้าน้อยขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 2

    “นายหญิงเจ้าคะ นายท่านมาเจ้าค่ะ” เย่าถิงเดินเข้ามาพร้อมมีร่างสูงของผู้เป็นสามีตามมาด้วย ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและเสื้อบริเวณหน้าอกเปียกชื้นเหงื่อเล็กน้อย พอเขาจะเดินเข้ามาอ้าแขนออกกว้างทำท่าจะกอดนางซูเมิ่งจึงใช้แขนตัวเองข้างที่ว่างยันหน้าอกไว้ทันที “ข้าเหม็นกลิ่นตัวของท่านพี่ซือหมิงมากเท่าไรจำไม่ได้หรือ” พอพูดจบซูเมิ่งก็ทำท่าจะอ้วกอีกจนเย่าถิงต้องหากระโถนมารองไว้ ซือหมิงหน้าบูดบึ้งเดินออกห่างทันที “ก็ข้าคิดถึงสุดที่รักของข้านี่” “คิดถึงก็ยืนอยู่ห่าง ๆข้าก็ได้มิใช่หรือ ว่าแต่ท่านเข้ามามีเรื่องอะไรหรือเปล่าเพคะ” ซือหมิงมองค้อนซูเมิ่งขวับ ไยเมียของเขาถึงได้เอ่ยราวกับว่าหากเขาไม่มีเรื่องอันใดจะมาหาไม่ได้อย่างนั้นแหละ “ว่ามาสิ” ซูเมิ่งเอ่ยเร่งเมื่อไม่เห็นผู้มาใหม่เอ่ยอันใด “เดี๋ยวอีกสามวันเจ้าเตรียมเข้าวังกับข้าไปงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากอาณาจักรเจียงหนานนะ” ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำ เรื่องนี้นางรู้ตั้งแต่ที่คนในวังมาส่งข่าวแล้ว มิเห็นจำเป็นที่จะให้ซือหมิงมาบอกด้วยตัวเอง ซูเมิ่งจึ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 1

    ณ วัดจู้จื่อ ที่รอบข้างปกคลุมด้วยต้นไผ่ลำต้นเหยียดตรง โดยนอกจากวัดนางชีแห่งนี้จะเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องป่าไผ่อันแสนเงียบสงบแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นตัวแทนของความคุณธรรมอันเป็นลักษณะของวิญญูชน ด้วยลำต้นเหยียดตรงไม่คดงอ เปรียบกับความซื่อตรง เมื่อมีพายุหรือลมแรงพัดมาก็ไม่ล้มยังคงตั้งเหยียดตรงเช่นเดิม ดั่งวิญญูชนเมื่อมีอุปสรรคผ่านมาก็ยังเข้มแข็งและผ่านพ้นมาได้ ด้วยคุณลักษณะทั้งภายนอกและนัยยะของวัดเหล่านี้ทำให้วัดจู้จื่อแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นที่ให้บุคคลที่จิตใจเต็มไปด้วยความคดงอ เต็มไปด้วยความโลภอย่างฮองเฮาจ้าวเหวินเจียมาพำนักเพื่อสวดมนต์เพิ่มคุณธรรมให้กับจิตใจตามรับสั่งของฮ่องเต้ “พี่สาวขาดเหลืออะไรก็สามารถบอกหม่อมฉันได้นะเพคะ ข้าผู้เป็นน้องรักจะรีบจัดเตรียมมาให้ เพราะพี่สาวอยู่ที่นี่คงไม่สะดวกสบายเท่าอยู่ในวัง และส่วนเรื่องในวังพี่สาวไม่ต้องเป็นกังวลไป เรื่องดูแลวังหลังทั้งหมดฝ่าบาทมีรับสั่งให้น้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมดแล้ว อะไรที่พี่หญิงเคยได้ควบคุมดียิ่งน้องก็จะช่วยดูแลแทนให้อย่างดีไม่แพ้กันเพคะ” พระสนมกุ้ยเฟยแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นัยน์ตาเปี่ยมสุขยิ่ง อีกทั้งการแต่งกา

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทส่งท้าย

    #####บทส่งท้ายมือหนาควานหาร่างอุ่นนุ่มอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน ทว่าควานไปพบแต่ความว่างเปล่า สองตาค่อย ๆลืมขึ้น ไฉนวันนี้เขาถึงรู้สึกมึนหัวประหลาดหือ วันนี้เขาตื่นสายหรือ ไยเป็นภรรยาเขาที่ตื่นก่อนได้เล่า นางตื่นแล้วไยไม่เรียกเขาเสียหน่อยล่ะ“ใครอยู่ด้านนอกเข้ามาที”เป็นเย่าถิงที่เดินเข้ามา นางชะงักนิดหน่อยเพราะกลิ่นที่เกิดจากการทำกิจกรรมของสองข้าวใหม่ปลามันคละคลุ้งทั่วห้อง ซึ่งเมื่อคืนพวกนางต่างรู้ดีกว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง เพราะเสียงที่ดังทะลุกำแพงออกมาตลอดคืน“นายหญิงไปไหนหรือ?”เย่าถิงยกคิ้วฉงนก่อนตอบ “ก็ไม่ได้อยู่ในห้องหรอกหรือเพคะ” พูดพลางสอดส่องมองทั่วห้องก็ไม่เห็นคุณหนูของตนจริง จึงขออนุญาตเรียกไป๋จื่อและบ่าวคนอื่น ๆมาถามไถ่ แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นเลย พอไม่เจอสตรีที่ตนเรียกหาจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนของชินหวังทั่วทั้งจวนต่างกระจายกำลังหาทั่วจวน แต่หานานหลายชั่วยามก็ไม่มีใครพบ“พวกเจ้าดูแลนางอย่างไรนายหญิงออกจากห้องไปไยไม่มีใครเห็น!”บรรยากาศโดยรอบของบุรุษผู้ทรงอำนาจเย็นยะเยือกลามไปทั่วทั้งจวน นัยน์ตาดุดันจ้องมองเขม็งไปที่เหล่าบ่าวใช้ที่คุกเข้าตรงหน้า“หม่อมฉันเฝ้าหน้าห้องตลอดไม่เห็

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 50

    #####บทที่ 50นับจากวันที่กลับจากไปเยี่ยมจวนตระกูลไป๋ซูเมิ่งก็รอบางอย่างจนสิ่งที่นางรอคอยก็มาถึง ไป๋จื่อเข้ามาหาซูเมิ่งในห้องหนังสือพร้อมปิดประตูแน่น จนในห้องเหลือเพียงซูเมิ่งและไป๋จื่อสองคน“ครานี้ได้เรื่องแล้วเพคะพระชายา”“ว่ามา...”ตามที่ให้ไป๋จื่อออกไปรับเรื่องที่นางให้เป่าต้ง บ่าวบุรุษที่ซูเมิ่งไว้ใจในจวนตระกูลไป๋ทำเรื่องบางอย่างในจวน การมารายงานครานี้ของเป่าต้งนั้นต่างออกไปจากครั้งก่อน ๆแล้ว เรื่องที่ซูเมิ่งกำลังเฝ้าคอยเป็นเรื่องเกี่ยวกับไป๋หย่งคังบิดาของซูเมิ่งเอง ในวันที่นางกลับไปเยี่ยมบ้านนั้นนอกจากซูเมิ่งจะเข้าไปขอพบหย่งคังเป็นการส่วนตัวแล้วนางยังเรียกเป่าต้งเพื่อมอบหมายงานให้ทำด้วยนั่นก็คือ ให้เขาคอยจับตาดูไป๋หย่งคังตลอดทุกฝีก้าวตอนที่อยู่ในจวนไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงกลางคืน และให้มารายงานนางทุก ๆสามวัน ในช่วงแรก ๆ สิ่งที่ไป๋หย่งคังทำนั้นซูเมิ่งคิดว่าปรกติทั่วไป แต่พอได้ฟังคำจากเป่าต้งรายงานหลาย ๆคราซูเมิ่งเริ่มสงสัยบางอย่างเข้าให้แล้ว กิจวัตรหนึ่งที่น่าสงสัยคือไป๋หย่งคังมักจะเทียวไปเรือน ๆหนึ่งทุก ๆสองหรือสามวันเสมอและใช้เวลาอยู่ที่นั่นราวสองเค่อ สิ่งที่น่าประหลาดคือเรือนแห่ง

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 49

    #####บทที่ 49และแล้ววันที่ท่านหมอพิษมาถึงจวนชินหวังก็มาถึง เขาเข้ามาพร้อมกับหยางเหวินเพื่อมาตรวจอาการของซูเมิ่ง “แปลก พระชายาไม่น่ามีพิษชนิดนี้อยู่ในกายได้พะยะค่ะ”หมอพิษพูดพลางลองตรวจสอบพิษอีกรอบผลปรากฎว่าเลือดที่มาจากร่างกายซูเมิ่งนั้นเป็นพิษชนิดที่เขาคิดจริง ๆ“อย่างไรหรือท่านหมอ”ซูเมิ่งเอ่ยถาม นางอยากรู้อย่างที่สุดว่าพิษที่อยู่ในร่างกายนางแต่กำเนิดนั้นคือชนิดใดกันแน่โดยท่านหมอพิษบอกว่าพิษนี้คือพิษที่มีแหล่งกำเนิดจากอาณาจักรชิงจง ซึ่งคืออาณาจักรข้างเคียงที่เป็นศัตรูกับอาณาจักรที่นางอยู่นี้มาช้านานแล้ว โดยพิษนี้เป็นพิษที่หากออกฤทธิ์จะค่อย ๆทำลายอวัยวะทั้งหมดในร่างกาย แต่เงื่อนไขการออกฤทธิ์จะออกฤทธิ์เมื่ออยู่ในกระแสเลือดของบุคคลผู้นั้นนานเป็นเวลาสองปี ซึ่งพิษนี้ไม่ค่อยมีผู้คนนำมาใช้เท่าไหร่นัก แทบไม่มีคนในอาณาจักรนี้รู้จักเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับอาณาจักรชิงจงพิษชนิดนี้จะใช้เฉพาะกับทหารที่ฝึกไว้เพื่อเป็นสายลับเท่านั้น ด้วยเงื่อนไขการออกฤทธิ์นี้ทำให้สามารถใช้เพื่อควบคุมเหล่าทหารยามต้องออกไปปฏิบัติการได้ โดยการให้สายลับทุกคนดื่มพิษชนิดนี้เข้าไปและหากต้องการมีชีวิตต่อเพียงแค่กลับไปที่ฐาน

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 48

    #####บทที่ 48“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”เป็นเย่าถิงที่เข้ามาปลุกซูเมิ่งที่กำลังกอดกองผ้าห่มนุ่มด้วยอาการมึนงง นางลืมตามองเย่าถิงอย่างเกียจคร้าน“ข้าขอนอนอีกหน่อยได้หรือไม่”ไม่พูดเปล่าซูเมิ่งปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง นางรู้สึกอ่อนเพลีย และปวดเนื้อปวดตัวไปหมดจนไม่อยากขยับเขยื้อน แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเพราะแขนตัวเองถูกดึงให้ลุกขึ้นและทันทีที่เย่าถิงดึงแขนของซูเมิ่งพ้นผ้าห่มก็ต้องตกใจ นางมองไปยังรอยสีกุหลาบบนผิวขาวผุดผาดของผู้เป็นนายที่ตอนนี้ขึ้นรอยแดงราวถูกแมลงกัดต่อย และยิ่งพอซูเมิ่งเอนตัวขึ้นตามแรงดึงของเย่าถิงแล้วผ้าห่มที่คลุมร่างอยู่ไหลกองลงปิดเพียงเอวยิ่งตระหนกไปใหญ่ ทั้งรอยมือและบางแห่งเกิดเป็นรอยช้ำ เย่าถิงพอนึกถึงว่าที่มารอยพวกนี้มาจากไหนจึงใบหน้าแดงขึ้นลามจนถึงใบหู“ไป๋จื่อเตรียมน้ำอุ่นผสมสมุนไพรให้แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวพยุงไปนะเจ้าคะ”ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย นางรู้สึกล้าเกินจะลืมตาตื่นด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ว่าตามธรรมเนียมแล้วตนจะต้องไปไหว้บุพการีของซือหมิง ซูเมิ่งแทบจะอยากไปหักคอของบุรุษน่าตายนามซือหมิงให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้เลย เมื่อคืนเขารู้ทั้งรู้แท้ ๆว่าไม่ควรเข้

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 47 (ต่อ)

    บทที่ 47 (ต่อ)“คุณหนู พร้อมแล้วออกมาได้เลยนะเจ้าคะขบวนของชินหวังใกล้มาถึงแล้วคุณหนูออกมาได้เลยเจ้าค่ะ”ร่างงามระหงเดินตามนางกำนัลเจี่ยงและคนอื่นออกจากห้องนอนเพื่อไปยังโถงจัดงานไม่นานขบวนเสด็จของชินหวังก็หยุดลง ทั้งขุนนาง และทหารรักษาพระองค์ตั้งขบวนจนหางยาวไปไกลลิบตา บนม้าต้นขบวนร่างกำยำงามสง่าในช

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 46

    #####บทที่ 46บุรุษร่างสง่างามในชุดสีกรมลวดลายมังกรงามพริ้วเร่งฝีเท้าเข้ามา นางกำนัลที่เฝ้าอยู่ด้านนอกยังไม่ทันเอ่ยขานชื่อเขาก็เปิดประตูเข้าไปเสียแล้ว ก่อนเสียงแฝงอำนาจติดออกกรุ่นโกรธจะเอ่ยกับเจ้าของสถานที่แห่งนี้“เป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่ทำ”เฟิงอี้พยักหน้าให้นางกำนัลในห้องซึ่งกำลังปรนบัตินางออกจากห้

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 45 (3)

    บทที่ 45 (3)“ย่อมเป็นคุณหนูอยู่แล้วน่ะสิ”ซูเมิ่งละสายตาที่มองไปด้านหน้าและหูที่เงี่ยฟังมามองที่เย่าถิงพลางส่ายหน้าระอา...บ่าวของนางคนไหนคนไหนก็อวยนายเก่งเป็นที่หนึ่งจริง ๆแต่พอซูเมิ่งกลับมาสนใจแม่นางทั้งสองคนก็พบว่าพวกนางจากไปเสียแล้ว พอจะหาฟังคนกลุ่มอื่นรอบกายก็ไม่มีอะไรน่าสนใจจึงรีบดื่มชาให้ห

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 45 (2)

    บทที่ 45 (2)พูดจบซือหมิงก็ยื่นหยกรูปร่างอย่างมังกรให้นาง นอกจากหยกเนื้อเย็นแล้วพอนางรับมายังเป็นเป็นนกหวีดอันแสนคุ้นเคยผูกร่วมกันอยู่ด้วย“ครานี้ให้เจ้าแล้วอย่าได้แต่ใช้เพื่อช่วยผู้อื่นแล้วปล่อยให้ตัวเองอยู่ในอันตรายอีกเล่า และที่สำคัญเจ้าต้องพกไปทุกที่อย่าทำหล่นหายเป็นอันขาด ส่วนหยกนั่นแทนข้า เจ้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status