Share

บทที่ 4 (ต่อ)

last update Tanggal publikasi: 2025-11-30 21:54:28

 #####บทที่ 4 (ต่อ)

            “อ่อว ข้าน้อยช่างเบาปัญญา งั้นเหตุใดคุณชายไม่ประมูลด้วยล่ะเจ้าคะ หรือว่า…” ...ไม่มีเงิน 

            สามคำหลังจากเอ่ยในใจแต่ใครได้มองสบตานางก็รู้ว่าต้องการจะพูดอะไรทั้งสิ้น ทำให้คนที่ถูกดูถูกถึงกลับเลือดขึ้นหน้า

            “เจ้า ๆ ….”

            “เหมยฮวา”

            หยางเหวินเอ่ยเตือนน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ไม่เหมือนการดุว่าแต่เป็นการช่วยเสียมากกว่า

            “เหตุใดเจ้าเข้าข้างนางบ่าวนี่ล่ะ ข้าสหายเจ้านะ!!”

            เจียฉวี่ลุกขึ้นหันไปจ้องเขม็งเจ้าของบ่าวที่พูดดูถูกเขาอย่างมิสมเป็นบ่าว

            “ข้าน้อยก็เป็นบ่าวของคุณชายเหวินเหมือนกัน นอนเรือนเดียวกันด้วย ชิ”

            สิ้นคำของนางทุกคนเบิกตาตกตะลึงประโยคก่อนหน้า ส่วนเจ้าคนเจ้าของคำพูดก็อดกอดอกทำหน้าภูมิใจไม่ได้ 

            …ฮ่า ฮ่า เป็นไงล่ะอึ้งไปเลย

            “ฮะเเฮ่ม เอ่อ ใช่น่ะสิ เป็นบ่าวรับใช้ข้าก็ต้องนอนในเรือนบ่าวรับใช้ของเรือนข้าอยู่แล้ว เจ้าอย่าถือสานางเลยนางยังเด็ก” 

            หยางเหวินใบหน้าขึ้นสีเลือดฝาด แต่ก็รีบปรับสีหน้าก่อนหันมาปรามสหายตน

            “เห็นว่าเจ้าเป็นเด็กหรอกนะข้าจะไม่ถือสาคำพูดเจ้า ชิงซาทีหลังหัดสอนสั่งมารยาทนางบ้าง เป็นสตรีไยพูดจาหน้าไม่อาย" 

            เจียอวี่หันไปโบ้ยขี้ใส่บ่าวอีกคน …อย่างน้อยเขาต้องได้ระบายอารมณ์ใส่ใครสักคน ไม่งั้นไม่ยอมแน่

            “หาาา ขอรับ ๆ”

            ชิงซาเงยหน้าขึ้นตอบรับด้วยอาการงงงวย เเต่ก็ยอมรับคำ

            …เขาเป็นชายจะให้ไปสอนเรื่องแบบนี้ให้หญิงสาวได้ไงเล่า โธ่…คุณชายหลิง มาลงที่เขาเฉย

            พอเห็นคู่กรณีเปลี่ยนเป้าหมายไปยังอีกคนที่ไม่เกี่ยวด้วยนางก็ทำท่าไม่ยอมอ้าปากโต้กลับ

            “ข้าน้อยไม่ใช่เด็ก ….” 

            พูดยังไม่ทันจบก็ต้องหุบปากลงเพราะเห็นสายตาดุดันของเจ้านายตน ทำให้นางรู้สึกตัว ลืมตนไปว่าตอนนี้อยู่ในฐานะเพียงบ่าว หาใช้คนธรรมดาหรือคุณหนูตระกูลใหญ่

            “เอ่อ ข้าน้อยขออภัยคุณชายเจ้าค่ะ ข้าน้อยยังเด็กนักพูดจาอะไรไปไม่คิดก่อน โปรดอย่าถือสาข้าน้อยเลย”

            พร้อมก้มหน้าสำนึกผิด

            “ชิ บ่าวที่บ้านข้าเด็กกว่าเจ้ายังทำอะไรรู้ความกว่าเสียอีก”

            พูดจบก็หันหน้าไปอีกทางพร้อมนั่งลงอย่างแรงจนเก้าอี้สั่นสะเทือน

            “นี่เจ้าก็เกรงใจเจ้าของห้องบ้างเถอะ”

            หลางฮุ่ยฟูเอ่ยขึ้นปลอบเพื่อน เขาสังเกตการณ์มานานสตรีตรงหน้านี้เป็นคนเเรกที่ตอบโต้สหายเขาชนะอย่างง่ายดาย

            หึ น่าสนใจจริง ๆ 

            “พวกเจ้ามัวแต่เถียงกัน มีคนประมูลได้ไปแล้วนะ”

            ฮุ่ยฟูกล่าวต่อหลังเห็นศึกภายในห้องสงบแล้ว

            พอทุกคนหันมองไปยังแท่นหินเบื้องหน้าขวดยาก็หายไปเสียแล้ว ส่วนคนด้านล่างเริ่มทยอยออกจากหอเพราะงานประมูลจบลงเป็นที่เรียบร้อย

            “เป็นคหบดีลู่น่ะ เเต่กว่าจะสิ้นสุดก็เเข่งกับคหบดีอื่นแทบตาย ยังมีท่านเจ้าเมืองที่ดูไม่ยินยอมเสียด้วย จบแบบอีกฝ่ายดูท่าจะไม่ยอมกันเลย” 

            เขาเห็นว่าสหายทั้งหลายอาจพลาดเหตุการณ์การประมูลไปจึงบอกเล่าคร่าว ๆ

            “เจ้าก็เตรียมตัวไว้นะ ข้าว่าท่านเจ้าเมืองเราอาจอยากไปซื้อกับเจ้าโดยตรง”

            “ขอบใจเจ้ามาก อืม ข้าคงประเมินความต้องการคนต่ำไป ไม่คิดว่าจะแย่งกันเพียงนี้” หยางเหวินยกมือขึ้นลูบคางครุ่นคิด

            “อืม งั้นพวกข้าไปก่อนนะ”

            พูดจบก็ลากเจี่ยฉวี่ไปด้วยแม้เจ้าตัวจะไม่เต็มใจก็ตาม

            “งั้นชิงซา เจ้าไปบอกคนข้างล่างเถอะว่าจะกลับแล้ว”

            หลังจากชิงซาจากไปจู่ ๆมีเสียงเคาะประตูขึ้น

            “คุณชายเย่ขอรับ นายท่านเจ้าของหอสรรพสิ่งมาขอพบขอรับ” 

            บ่าวรับใช้ข้างหน้าห้องตะโกนเข้ามา หยางเหวินเดิมที่เหม่อมองไปยังลานเบื้องล่างอันว่างเปล่าครุ่นคิดเรื่องที่สหายเตือนก่อนหน้าก็หลุดจากภวังค์ พอบ่าวรับใช้เฝ้าประตูได้ยินการตอบรับ ประตูจึงค่อย ๆเปิดออก ไป๋ซูเมิ่งยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของหยางเหวินแอบเหลือบตามองไปยังประตู นางอยากรู้ว่าเจ้าของหอสรรพสิ่งจะหน้าตาเป็นอย่างไร แก่หรือไม่ เป็นสตรีหรือบุรุษ มีความคิดจากไหนถึงสร้างเครือข่ายที่ยิ่งใหญ่เพียงนี้ได้

            ไม่รู้ว่านางเพ่งมากไปหรืออย่างไรพอแขกคนเเรกเดินเข้ามาก็สบตากับนางทันทีนางสบตากับเขาครู่หนึ่งก่อนรีบหลบสายตาก้มหน้าลงต่ำ หัวใจเต้นแรงราวคนหนีความผิด

            …แววตาดูมีเลศนัยแล้วใบหน้ายิ้มร้ายนั่นอีกล่ะ ราวกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ชัด ๆ

            รูปร่างสูงโปร่งท่วงท่าผ่อนคลาย เขาสวมใส่อาภรณ์สีดำมีลายปักแดงเป็นดอกไม้ ตรงเอวคาดเข็มขัดหยกน้ำงาม ในมือถือพัดจีบสีดำดังเช่นชุด ส่วนใบหน้านั้นสวมหน้ากากกินพื้นที่บนใบหน้ากว่าเจ็ดส่วน

            “สบายดีหรือไม่คุณชายเย่” 

            ชายสวมหน้ากากพอเข้ามาก็กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดูนอบน้อมสามส่วนแต่แฝงอำนาจบางอย่างเป็นเสียส่วนใหญ่

            “คนของท่านดูเเลดีมากเชียว ว่าแต่ท่านมาด้วยเหตุใดรึ เรื่องการตกลงราคาข้าเขียนสัญญาซื้อขายกับลูกน้องท่านไปแล้วคงเปลี่ยนไม่ได้กระมัง"

            หยางเหวินไม่ได้ชวนผู้มาใหม่นั่งแต่อย่างใด ทำเอานางแอบเหลือบไปยังคนมาใหม่อีกครั้ง เขาพาลูกน้องมาด้วยอีกคนซึ่งสวมหน้ากากดำเช่นกันเเต่เป็นแบบเรียบ ๆไม่ดูอู้อ้าฟุ้งเฟ้อแบบผู้เป็นเจ้านาย 

            นางอยากดูหน้าเจ้าคนหน้าด้านเสียหน่อย ดูก็รู้ว่าหยางเหวินไม่ได้อยากสนทนาด้วย เชิญนั่งก็ไม่ได้เชิญ และยังคำถามนั้นอีก

            “ฮ่าฮ่า คุณชายไยพูดตัดรอนกันเยี่ยงนั้น เชิญนั่งก่อน ๆ ลู่หมิงรินน้ำชาที”

            พูดจบร่างสูงก็เดินท่วงหน้าสง่างามมือขยับพัดเดินผ่านหน้านางไปนั่งเก้าอี้ที่ว่างอยู่ ลูกน้องหน้ากากดำที่ชื่อลู่หมิงก็ยกน้ำชาที่นำมาเองจากบ่าวข้างนอกนำมาวางบนโต๊ะ รินชาสองถ้วยก่อนถอยออกมายืนข้างโต๊ะเจ้านาย

            ซูเมิ่งที่ยืนอยู่ก่อนหน้าจำต้องเขยิบถอยออกอย่างไม่เต็มใจ เพราะนายกับบ่าวทั้งสองทำราวกับในห้องนี้ไม่มีนาง ส่วนหยางเหวินก็ยืนอยู่ที่เดิมมองสองนายบ่าวอย่างไม่รู้สึกเเปลกใจมากอย่างนาง เเต่แววตาดูลึกขึ้น

            “นี่เป็นชาที่ข้าชอบช่วงนี้อย่างยิ่งเชียวนะ” พูดพลางยกชากลิ่นหอมกรุ่นขึ้นดื่ม

            ขนาดนางอยู่ไกลพอได้กลิ่นก็รู้สึกกระหาย หยางเหวินที่ใกล้กว่าคงทรมานน่าดู

            พอมองไปที่เจ้านายตนก็ต้องแอบยกย่องเขาในใจ ท่าทางยังคงสง่ายืนเหยียดหลังตรงเช่นเดิม เนื่องจากเขาใส่ชุดขาวนวลสีประจำ พอมายืนข้างชายเจ้าของหอสรรพสิ่ง สองหนุ่มดูราวหยินหยาง แตกต่างกันสุดขั้ว

            “ขอบคุณคุณชายช่างอิ่น ข้ามีธุระต้องไปทำต่อหากคุณชายไม่มีเรื่องสำคัญไว้เราค่อยคุยคราหน้า…”

            ก่อนหยางเหวินพูดจบช่างอิ่นเอ่ยขัดราวกับรู้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้าจะพูดอะไร

            “อืม สำคัญแน่นอน เชิญคุณชายนั่งก่อน ดื่มชาไปคุยไปพลาง คุณชายเห็นว่าอย่างไร”

            ริมฝีปากโค้งขึ้นแต่จากน้ำเสียงกดดัน ขาดก็แต่ใช้กำลังพาหยางเหวินมานั่งแล้ว

            “คุณชายพูดธุระมาเถอะข้ายืนได้” 

            “งั้นแล้วเเต่คุณชายเลย”

            เขาขยับขาให้สบายขึ้น “เรื่องโอสถเสริมกำลังภายในน่ะ ข้าต้องการทำสัญญาซื้อขายกับท่านอย่างเป็นทางการ”

            “ข้าบอกท่านไปแล้วนะว่าเราทำกันไปเรียบร้อยแล้วกับลูกน้องท่าน ไย…”

            “ข้าหมายถึงโอสถที่ท่านยังไม่ได้ผลิตต่างหาก โสมพันปีที่ทางหอโอสถตระกูลเย่ขุดได้คงไม่สามารถทำโอสถได้เพียงเม็ดสองเม็ดหรอกกระมัง” 

            ชายสวมหน้ากากดำขลิบขอบทองหันมาสบสายตากับหยางเหวิน สองชายหนุ่มจ้องนิ่งอย่างไม่มีใครยอมใคร หยางเหวินเป็นฝ่ายละสายตาออกก่อน

            “เหตุใดข้าต้องทำการค้ากับท่านด้วย ในเมื่อมีคนตั้งมากมายอยากได้เช่นเดียวกับท่าน”

            บรรยากาศในห้องพลันต่ำลงน่าใจหาย

            “หึ คุณชายเย่พูดจาน่าขันเชียว ท่านให้ผู้คนรู้จักโอสถผ่านทางหอสรรพสิ่งพอสมปรารถนาท่านก็รื้อสะพานเสียแล้ว”

            เสียงหัวเราะทำเอานางขนลุกชัน เจ้าหน้ากากดำนี่สามารถกดดันคนได้ผ่านคำพูดที่ดูสบายและท่าทางผ่อนคลาย ดูน่ากลัวเชียว หากเป็นนางเลือกได้ก็ไม่อยากทำการค้ากับจิ้งจอกอย่างนี้เช่นกัน

            “ข้าได้ตอบแทนคุณชายไปแล้ว งั้นข้าขอนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับท่านพ่อก่อน ท่านเห็นว่าเป็นอย่างไร?”

            “ได้สิ ข้ามาวันนี้ไม่คิดกดดันคุณชายเย่อยู่แล้ว หวังว่าข้าจะได้ทำการค้ากับท่าน เดินทางปลอดภัย”

            พูดจบช่างอิ่นก็เดินนำลูกน้องหน้ากากดำออกจากห้องไป ฝีเท้าผ่อนคลายราวกับเรื่องเมื่อครู่นี้ไม่สามารถทำให้เขากังวลใจได้

            “นายท่านคิดว่าคุณชายเย่จะทำการค้ากับเราหรือขอรับ คำพูดนั่นดูเหมือนผลัดไปก่อนชัด ๆ”

            “รอดูเถอะ ข้ามีวิธีให้เขายอมทำการค้ากับเราอย่างเต็มใจแน่นอน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 2

    “นายหญิงเจ้าคะ นายท่านมาเจ้าค่ะ” เย่าถิงเดินเข้ามาพร้อมมีร่างสูงของผู้เป็นสามีตามมาด้วย ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและเสื้อบริเวณหน้าอกเปียกชื้นเหงื่อเล็กน้อย พอเขาจะเดินเข้ามาอ้าแขนออกกว้างทำท่าจะกอดนางซูเมิ่งจึงใช้แขนตัวเองข้างที่ว่างยันหน้าอกไว้ทันที “ข้าเหม็นกลิ่นตัวของท่านพี่ซือหมิงมากเท่าไรจำไม่ได้หรือ” พอพูดจบซูเมิ่งก็ทำท่าจะอ้วกอีกจนเย่าถิงต้องหากระโถนมารองไว้ ซือหมิงหน้าบูดบึ้งเดินออกห่างทันที “ก็ข้าคิดถึงสุดที่รักของข้านี่” “คิดถึงก็ยืนอยู่ห่าง ๆข้าก็ได้มิใช่หรือ ว่าแต่ท่านเข้ามามีเรื่องอะไรหรือเปล่าเพคะ” ซือหมิงมองค้อนซูเมิ่งขวับ ไยเมียของเขาถึงได้เอ่ยราวกับว่าหากเขาไม่มีเรื่องอันใดจะมาหาไม่ได้อย่างนั้นแหละ “ว่ามาสิ” ซูเมิ่งเอ่ยเร่งเมื่อไม่เห็นผู้มาใหม่เอ่ยอันใด “เดี๋ยวอีกสามวันเจ้าเตรียมเข้าวังกับข้าไปงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากอาณาจักรเจียงหนานนะ” ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำ เรื่องนี้นางรู้ตั้งแต่ที่คนในวังมาส่งข่าวแล้ว มิเห็นจำเป็นที่จะให้ซือหมิงมาบอกด้วยตัวเอง ซูเมิ่งจึ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 1

    ณ วัดจู้จื่อ ที่รอบข้างปกคลุมด้วยต้นไผ่ลำต้นเหยียดตรง โดยนอกจากวัดนางชีแห่งนี้จะเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องป่าไผ่อันแสนเงียบสงบแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นตัวแทนของความคุณธรรมอันเป็นลักษณะของวิญญูชน ด้วยลำต้นเหยียดตรงไม่คดงอ เปรียบกับความซื่อตรง เมื่อมีพายุหรือลมแรงพัดมาก็ไม่ล้มยังคงตั้งเหยียดตรงเช่นเดิม ดั่งวิญญูชนเมื่อมีอุปสรรคผ่านมาก็ยังเข้มแข็งและผ่านพ้นมาได้ ด้วยคุณลักษณะทั้งภายนอกและนัยยะของวัดเหล่านี้ทำให้วัดจู้จื่อแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นที่ให้บุคคลที่จิตใจเต็มไปด้วยความคดงอ เต็มไปด้วยความโลภอย่างฮองเฮาจ้าวเหวินเจียมาพำนักเพื่อสวดมนต์เพิ่มคุณธรรมให้กับจิตใจตามรับสั่งของฮ่องเต้ “พี่สาวขาดเหลืออะไรก็สามารถบอกหม่อมฉันได้นะเพคะ ข้าผู้เป็นน้องรักจะรีบจัดเตรียมมาให้ เพราะพี่สาวอยู่ที่นี่คงไม่สะดวกสบายเท่าอยู่ในวัง และส่วนเรื่องในวังพี่สาวไม่ต้องเป็นกังวลไป เรื่องดูแลวังหลังทั้งหมดฝ่าบาทมีรับสั่งให้น้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมดแล้ว อะไรที่พี่หญิงเคยได้ควบคุมดียิ่งน้องก็จะช่วยดูแลแทนให้อย่างดีไม่แพ้กันเพคะ” พระสนมกุ้ยเฟยแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นัยน์ตาเปี่ยมสุขยิ่ง อีกทั้งการแต่งกา

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทส่งท้าย

    #####บทส่งท้ายมือหนาควานหาร่างอุ่นนุ่มอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน ทว่าควานไปพบแต่ความว่างเปล่า สองตาค่อย ๆลืมขึ้น ไฉนวันนี้เขาถึงรู้สึกมึนหัวประหลาดหือ วันนี้เขาตื่นสายหรือ ไยเป็นภรรยาเขาที่ตื่นก่อนได้เล่า นางตื่นแล้วไยไม่เรียกเขาเสียหน่อยล่ะ“ใครอยู่ด้านนอกเข้ามาที”เป็นเย่าถิงที่เดินเข้ามา นางชะงักนิดหน่อยเพราะกลิ่นที่เกิดจากการทำกิจกรรมของสองข้าวใหม่ปลามันคละคลุ้งทั่วห้อง ซึ่งเมื่อคืนพวกนางต่างรู้ดีกว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง เพราะเสียงที่ดังทะลุกำแพงออกมาตลอดคืน“นายหญิงไปไหนหรือ?”เย่าถิงยกคิ้วฉงนก่อนตอบ “ก็ไม่ได้อยู่ในห้องหรอกหรือเพคะ” พูดพลางสอดส่องมองทั่วห้องก็ไม่เห็นคุณหนูของตนจริง จึงขออนุญาตเรียกไป๋จื่อและบ่าวคนอื่น ๆมาถามไถ่ แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นเลย พอไม่เจอสตรีที่ตนเรียกหาจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนของชินหวังทั่วทั้งจวนต่างกระจายกำลังหาทั่วจวน แต่หานานหลายชั่วยามก็ไม่มีใครพบ“พวกเจ้าดูแลนางอย่างไรนายหญิงออกจากห้องไปไยไม่มีใครเห็น!”บรรยากาศโดยรอบของบุรุษผู้ทรงอำนาจเย็นยะเยือกลามไปทั่วทั้งจวน นัยน์ตาดุดันจ้องมองเขม็งไปที่เหล่าบ่าวใช้ที่คุกเข้าตรงหน้า“หม่อมฉันเฝ้าหน้าห้องตลอดไม่เห็

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 50

    #####บทที่ 50นับจากวันที่กลับจากไปเยี่ยมจวนตระกูลไป๋ซูเมิ่งก็รอบางอย่างจนสิ่งที่นางรอคอยก็มาถึง ไป๋จื่อเข้ามาหาซูเมิ่งในห้องหนังสือพร้อมปิดประตูแน่น จนในห้องเหลือเพียงซูเมิ่งและไป๋จื่อสองคน“ครานี้ได้เรื่องแล้วเพคะพระชายา”“ว่ามา...”ตามที่ให้ไป๋จื่อออกไปรับเรื่องที่นางให้เป่าต้ง บ่าวบุรุษที่ซูเมิ่งไว้ใจในจวนตระกูลไป๋ทำเรื่องบางอย่างในจวน การมารายงานครานี้ของเป่าต้งนั้นต่างออกไปจากครั้งก่อน ๆแล้ว เรื่องที่ซูเมิ่งกำลังเฝ้าคอยเป็นเรื่องเกี่ยวกับไป๋หย่งคังบิดาของซูเมิ่งเอง ในวันที่นางกลับไปเยี่ยมบ้านนั้นนอกจากซูเมิ่งจะเข้าไปขอพบหย่งคังเป็นการส่วนตัวแล้วนางยังเรียกเป่าต้งเพื่อมอบหมายงานให้ทำด้วยนั่นก็คือ ให้เขาคอยจับตาดูไป๋หย่งคังตลอดทุกฝีก้าวตอนที่อยู่ในจวนไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงกลางคืน และให้มารายงานนางทุก ๆสามวัน ในช่วงแรก ๆ สิ่งที่ไป๋หย่งคังทำนั้นซูเมิ่งคิดว่าปรกติทั่วไป แต่พอได้ฟังคำจากเป่าต้งรายงานหลาย ๆคราซูเมิ่งเริ่มสงสัยบางอย่างเข้าให้แล้ว กิจวัตรหนึ่งที่น่าสงสัยคือไป๋หย่งคังมักจะเทียวไปเรือน ๆหนึ่งทุก ๆสองหรือสามวันเสมอและใช้เวลาอยู่ที่นั่นราวสองเค่อ สิ่งที่น่าประหลาดคือเรือนแห่ง

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 49

    #####บทที่ 49และแล้ววันที่ท่านหมอพิษมาถึงจวนชินหวังก็มาถึง เขาเข้ามาพร้อมกับหยางเหวินเพื่อมาตรวจอาการของซูเมิ่ง “แปลก พระชายาไม่น่ามีพิษชนิดนี้อยู่ในกายได้พะยะค่ะ”หมอพิษพูดพลางลองตรวจสอบพิษอีกรอบผลปรากฎว่าเลือดที่มาจากร่างกายซูเมิ่งนั้นเป็นพิษชนิดที่เขาคิดจริง ๆ“อย่างไรหรือท่านหมอ”ซูเมิ่งเอ่ยถาม นางอยากรู้อย่างที่สุดว่าพิษที่อยู่ในร่างกายนางแต่กำเนิดนั้นคือชนิดใดกันแน่โดยท่านหมอพิษบอกว่าพิษนี้คือพิษที่มีแหล่งกำเนิดจากอาณาจักรชิงจง ซึ่งคืออาณาจักรข้างเคียงที่เป็นศัตรูกับอาณาจักรที่นางอยู่นี้มาช้านานแล้ว โดยพิษนี้เป็นพิษที่หากออกฤทธิ์จะค่อย ๆทำลายอวัยวะทั้งหมดในร่างกาย แต่เงื่อนไขการออกฤทธิ์จะออกฤทธิ์เมื่ออยู่ในกระแสเลือดของบุคคลผู้นั้นนานเป็นเวลาสองปี ซึ่งพิษนี้ไม่ค่อยมีผู้คนนำมาใช้เท่าไหร่นัก แทบไม่มีคนในอาณาจักรนี้รู้จักเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับอาณาจักรชิงจงพิษชนิดนี้จะใช้เฉพาะกับทหารที่ฝึกไว้เพื่อเป็นสายลับเท่านั้น ด้วยเงื่อนไขการออกฤทธิ์นี้ทำให้สามารถใช้เพื่อควบคุมเหล่าทหารยามต้องออกไปปฏิบัติการได้ โดยการให้สายลับทุกคนดื่มพิษชนิดนี้เข้าไปและหากต้องการมีชีวิตต่อเพียงแค่กลับไปที่ฐาน

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 48

    #####บทที่ 48“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”เป็นเย่าถิงที่เข้ามาปลุกซูเมิ่งที่กำลังกอดกองผ้าห่มนุ่มด้วยอาการมึนงง นางลืมตามองเย่าถิงอย่างเกียจคร้าน“ข้าขอนอนอีกหน่อยได้หรือไม่”ไม่พูดเปล่าซูเมิ่งปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง นางรู้สึกอ่อนเพลีย และปวดเนื้อปวดตัวไปหมดจนไม่อยากขยับเขยื้อน แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเพราะแขนตัวเองถูกดึงให้ลุกขึ้นและทันทีที่เย่าถิงดึงแขนของซูเมิ่งพ้นผ้าห่มก็ต้องตกใจ นางมองไปยังรอยสีกุหลาบบนผิวขาวผุดผาดของผู้เป็นนายที่ตอนนี้ขึ้นรอยแดงราวถูกแมลงกัดต่อย และยิ่งพอซูเมิ่งเอนตัวขึ้นตามแรงดึงของเย่าถิงแล้วผ้าห่มที่คลุมร่างอยู่ไหลกองลงปิดเพียงเอวยิ่งตระหนกไปใหญ่ ทั้งรอยมือและบางแห่งเกิดเป็นรอยช้ำ เย่าถิงพอนึกถึงว่าที่มารอยพวกนี้มาจากไหนจึงใบหน้าแดงขึ้นลามจนถึงใบหู“ไป๋จื่อเตรียมน้ำอุ่นผสมสมุนไพรให้แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวพยุงไปนะเจ้าคะ”ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย นางรู้สึกล้าเกินจะลืมตาตื่นด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ว่าตามธรรมเนียมแล้วตนจะต้องไปไหว้บุพการีของซือหมิง ซูเมิ่งแทบจะอยากไปหักคอของบุรุษน่าตายนามซือหมิงให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้เลย เมื่อคืนเขารู้ทั้งรู้แท้ ๆว่าไม่ควรเข้

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 20 (ต่อ)

    #####บทที่ 20 (ต่อ) ไป๋ลู่ซานมองไปที่สหายตนที่เปิดประตูเข้ามากระทันหันทั้งที่หน้าห้องมีคนของเขาเฝ้าอยู่แท้ ๆ เขามองไปที่ซูเมิ่งที่นั่งหันหลังให้ประตูอยู่ บนใบหน้าของลู่ซานเเสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน เขาไม่อยากให้สหายมาเจอน้องสาวของเขาเสียหน่อย “เจ้าออกไปก่อน ถึงเวลานัด

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 20

    #####บทที่ 20 ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ซูเมิ่งอยู่ในจวนช่างน่าเบื่อยิ่งนัก ไม่มีอะไรทำนอกจากนอน กิน ฝึกเย็บปักถักร้อย บางวันได้เรียนพิณบ้าง อักษรบ้างอย่างเช่นคุณหนูในห้องหอ ปีนี้อายุของนางก็ปาเข้าไปสิบห้าอ่อนๆแล้ว เลยวันปักปิ่นไปเเล้วเช่นกัน แต่เผอิญว่าช่วงนั้นซูเมิ่งป่วยหนักจึงไม่ได้จัดง

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 18

    #####บทที่ 18 ประตูบานใหญ่ถูกขันทีที่เฝ้าอยู่หน้าประตูผลักเข้ามา สายตากระหายใคร่รู้ของทุกคนในโถงพุ่งไปที่ผู้มาใหม่อีกครั้ง คนเเรกที่เดินเข้ามาเป็นไป๋ลู่ซานคุณชายรองของตระกูลไป๋ เขาสวมชุดสีฟ้าเนื้อผ้าดีเงางามปักลายเมฆาสีเงินเข้าได้กับเข็มขัดหยกคุณภาพดี ทำให้ภาพรวมเขากลายเป็นคุณชายผู้เเสน

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 17 (ต่อ)

    #####บทที่ 17 (ต่อ) ไป๋ฮูหยินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงความหงุดหงิดอย่างมิคิดปิดบัง ทำเอาฮูหยินของซือฉีที่มีฐานะเป็นไป๋ฮูหยินสายรองยื่นมือแตะเเขนก่อนเอ่ยขึ้น “ใจเย็นก่อนพี่เฟยจิน ท่านแม่ทัพหย่งคังต้องจัดการได้แน่” “ข้าก็หวังเช่นนั้น ตระกูลไป๋คงไม่ต้องตกต่ำเพราะนังลูกตัว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status