Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2025-11-30 21:56:22

#####บทที่ 7

            หลังจากกลับจากเรือนหย่งชางจิตใจนางก็คิดแต่เรื่องการหาหนทางออกจากจวนแห่งนี้ คราแรกนางขอมาอาศัยในจวนเพราะตอนนั้นนางเพิ่งย้อนมายุคโบราณ ทุกอย่างรอบตัวล้วนใหม่ไปหมด ประกอบกับร่างกายนางร่างนี้ไม่แข็งแรงจะให้รอนแรมข้างนอกโดยไร้เงินสักตำลึงนั้นเป็นเรื่องยาก พอเป็นบ่าวในจวนนี้ไปเรื่อย ๆ ค่อยคุ้นเคยขึ้นตอนนี้นางก็พอมีเงินไว้ประทังชีพ และพอจะรู้ว่าเมืองต่าง ๆในชาตินี้มีอะไรบ้าง หากนางยังอาศัยในจวนนี้ต่อไปคงยากจะได้กลับบ้าน วัน ๆได้แต่ขลุกอยู่ในจวน ทำงานในหน้าที่ของตนก็หมดวันแล้ว

            …และวันนี้ก็เป็นวันที่ซูเมิ่งจะเริ่มแผนการหนีออกจากจวน นางจะได้รับอิสรภาพเสียที

            ซูเมิ่งตื่นเช้าตามปรกติ นางล้างหน้าเสร็จแล้วจึงเดินไปยังห้องครัว งานในห้องครัวจะมีทั้งงานหนักและงานเบา ซึ่งงานหนักที่ว่าคือหน้าที่ก่อเตาไฟที่ใช้ทำกับข้าว ไฟที่ใช้ต้องมีคนคอยดูความแรงของไฟตลอดเวลา เนื่องด้วยตอนนี้เป็นฤดูคิมหันต์อากาศตอนกลางวันจะร้อนอบอ้าวมาก หน้าที่นี้จึงแทบไม่มีใครอยากทำ

            ในทุกวันนางมักหาทางเลี่ยงงานก่อไฟเช่นกัน แต่วันนี้ไม่เป็นอย่างนั้น นางรับอาสาเองเสียเลย

            สองสามวันที่ผ่านมามีคนทำไฟเกือบไหม้ครัวหลายคราจนทุกคนเห็นเป็นเรื่องปรกติ บ่าวผู้ชายอายุไม่เกินนางที่มาใหม่มักได้รับหน้าที่ก่อไฟ ด้วยความมือใหม่และอากาศที่ร้อนอบอ้าวใครเล่าจะเฝ้ากองไฟได้ตลอดเวลา บ่าวบุรุษผู้นั้นด้วยความเป็นคนใจร้อน ความอดทนต่ำ เฝ้าเตาไฟได้ไม่นานชอบแอบออกไปข้างนอกทำให้ไฟลามอยู่เรื่อยไป แต่ก็ไม่มีอะไรเสียหาย หัวหน้าบ่าวในครัวจึงตำหนิและปล่อยไปทุกครา

            …และนั่นก็เป็นตัวจุดประกายเเผนการหนีของนาง

            นางจะทำให้ไฟไหม้ครัวและเเสร้งให้ทุกคนคิดว่านางตายในกองไฟ จากนั้นตัวตนของนาง บ่าวที่ชื่อ เหมยฮวาผู้ที่มีใบหน้าน่าเกลียดน่ากลัวก็จะหายไปจากที่นี่

            ตอนนี้บ่าวในครัวต่างขะมักเขม้นทำกับข้าวมื้อเช้าในนายในจวน ซูเมิ่งนั่งยองก่อไฟ เหงื่อใสหยดไหลรินเต็มหน้า เหนียวเหนอะหนะแต่มุมปากกลับไม่ไร้รอยยิ้ม

            …ทำไงได้ คนมันมีความสุขที่อีกไม่นานจะได้เป็นอิสระอย่างไรเล่า

พอทำโจ๊กเสร็จ บ่าวในครัวจึงได้นั่งพักผ่อน เหลือซูเมิ่งที่ยังคงต้องคุมไฟเพื่อตุ๋นไก่ ที่นางเลือกวันนี้เพราะวันนี้มีตุ๋นไก่เนี่ยเเหละ ในทุกวันไม่จำเป็นต้องคุมไฟตลอดเวลา แต่วันนี้เจ้านายสักคนในเรือนสั่งไว้ล่วงหน้าจึงต้องทำ

            “พี่สาวทั้งหลายออกไปสูดอากาศข้างนอกได้นะ เดี๋ยวข้าคอยดูแกงไก่นี้เอง”

            ไป๋ซูเมิ่งเอ่ยขึ้นเสียงหวาน ซึ่งพอนางพูดจบบ่าวทั้งหลายก็รีบร้อนเดินเรียงกันออกไปข้างนอกทันทีราวกับรอใครสักคนเอ่ยอยู่แล้ว

            …ใครจะอยากอยู่ในครัวอันร้อนอบอ้าวกันเล่า

            เห็นในห้องครัวไม่เหลือใคร พอชะโงกหน้าไปดูข้างนอกก็ไร้ผู้คนเช่นกัน หญิงสาวเพียงคนเดียวก็ลุกขึ้นยืน สองมือประคองไม้ติดเปลวไฟไว้

            “ขออภัยด้วยครัวตระกูลเย่ ไว้คราวหน้าหากมีโอกาส ข้าจะชดใช้ให้นะ” 

            พูดจบมือบางก็ปล่อยไม้ติดไฟในมือลง เปลวไฟร้อนระอุโหมลามจากจุดเล็กขยายกว้างขึ้น ใบหน้าเรียวเผยความมากเล่ห์ซ่อนเร้นขัดกับคำพูดก่อนหน้าอย่างยิ่ง

            “ไฟไหม้!!! ช่วยด้วย ไฟไหม้!!!" 

            เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังรอบทิศ ตอนนี้บ่าวทั้งจวนวิ่งวุ่น แต่ละคนที่วิ่งผ่านไปต่างแบกถังบรรจุน้ำคนละใบ

            หนิงหลินเร่งฝีเท้าเดินตามบ่าวที่มาแจ้งข่าวว่าไฟไหม้ครัวเล็ก คราแรกนางลมแทบจับพอปรับลมหายใจให้เป็นปรกติได้จึงตามบ่าวมาดู พอนางมาถึงก็เห็นสามีของตนและฮูหยินรองยืนอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าเคร่งขรึมของสามีตนทำเอาหัวใจนางตกวูบไปที่เท้า

            “ท่านพี่ ไยกลับมาจวนแต่หัววันเจ้าคะ”

            ฮูหยินใหญ่เอ่ยถามสามีเสียงหวานซึ้ง หวังลดอารมณ์คุกกรุ่นบนหน้าสามีให้คลายลง

            “ไม่กลับมาเร็วข้าจะเห็นหรือว่าเจ้าดูแลจวนได้ดีเพียงใด!”

            ฮูหยินใหญ่ถึงกับผงะ สามีตนปรกติใบหน้าอบอุ่น นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เห็นเขาโกรธ สาเหตุมาจากครัวของจวนไฟไหม้หรือมีใครใส่สีตีไข่กันแน่ พอคิดได้ดังนั้น ตาเรียวก็เลื่อนมองหญิงสาวในชุดเขียวมรกตที่ยืนข้าง ๆ

            ฮูหยินรองมีหรือจะไม่รู้ นางก้าวไปหาสามีของนางหรือก็คือสามีของหนิงหลินก่อนเอ่ยเสียงหวานเสแสร้งเป็นห่วงหญิงอีกนาง

            “อย่าว่าพี่หญิงเลยเจ้าค่ะ ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดไฟไหม้ขึ้นได้ แต่ เอ มิใช่หน้าหนาวแท้ ๆไม่น่าเกิดไฟไหม้ได้นะเจ้าคะ”

            พอฮูหยินใหญ่ได้ยินดังนั้นหน้าก็ขึ้นสีเเดงสลับซีด สองมือกำเเน่น

            คำพูดของฮูหยินรองดูเหมือนจะช่วยนาง แต่จริงแล้วกลับยิ่งทำให้นางดูแย่กว่าเดิม คำพูดนั้นกล่าวเป็นนัยว่านางดูเเลจวนไม่ดี ไม่สอนสั่งบ่าวไพร่ให้ระวังฟืนไฟ หากเป็นหน้าหนาวอากาศแห้งสิ่งของติดไฟง่ายก็ว่าไปอย่างแต่นี่ฤดูร้อน ฉะนั้นที่ไฟไหม้ครานี้เป็นเพราะนางละเลยนั่นเอง

            “ฮูหยินเจ้าคะ ดับไฟหมดได้แล้วเจ้าค่ะ” 

            บ่าวรับใช้ส่วนตัวของหนิงหลินวิ่งเข้ามารายงาน ใบหน้ามีรอยดำของเขม่าควันติดอยู่

            “ครัวส่วนเตาไฟเสียหายมากสุดเจ้าค่ะ ส่วนบริเวณอื่นเสียหายเพียงเล็กน้อย”

            นางลอบถอนใจ “เหตุใดเกิดไฟไหม้ที่ครัวได้ ไปเรียกบ่าวที่รับผิดชอบดูเเลครัวนี้มา!”

            ไม่นานบ่าวหัวหน้าคนครัวถูกลากเข้ามา ร่างอวบอั๋นสั่นระริก ก้มหน้าแนบพื้น

            “บ่าวไม่รู้เรื่องเจ้าค่ะ บ่าวให้นางเหมยฮวาเฝ้าเเกงไก่ที่ตุ๋นไว้ ก่อนออกไปทำงานอย่างอื่นข้างนอก พอกลับมาไฟก็ไหม้แล้วเจ้าค่ะ”

            …เหมยฮวารึ ชื่อคุ้นนัก หยางเหวินที่เพิ่งเข้ามาก้มหน้ามองยังบ่าวที่พูดทันที เขาเดินมาหยุดห่างจากฮูหยินใหญ่เพียงสามก้าว

            “ไปเรียกนางมา!!”

            บ่าวที่หน้าเปื้อนรอยดำตะโกนบอกบ่าวคนอื่นอย่างรู้ใจนาย แต่พอเห็นสีหน้าอึกอักของเหล่าบ่าวดูเเลครัวก็นึกฉงนใจ

            “ยังไม่รีบไปเรียกมาอีก!!!”

            “เอ่อ นา นาง นางตายแล้วเจ้าค่ะ ไม่มีใครเห็นนางหลังจากนั้น แต่เห็นปิ่นอันนี้ตกอยู่ข้างในเจ้าค่ะ”

            พูดพลางยื่นมือเปื้อนรอยดำที่สั่นเทาออกไปข้างหน้า ในมือมีปิ่นเงินตรงปลายมีผีเสื้อห้อย แต่ก่อนบ่าวข้างฮูหยินใหญ่จะรับไปก็มีอีกมือแย่งรับตัดหน้าเสียก่อน

            เจ้าของมือก็คือ หยางเหวิน คุณชายใหญ่สกุลเย่นั่นเอง

            “มีใครเห็นศพนางหรือไม่”

            น้ำเสียงมั่นคงของหยางเหวินดังขึ้น ใครจะรู้ว่าทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้นเขาตระหนกเพียงใด

            “มะไม่มีเจ้าค่ะ นางเป็นคนเดียวที่อยู่ในครัวเป็นคนสุดท้ายก่อนไฟไหม้ บ่าวคิดว่า ว่า ร่างน่าจะถูกไฟเผาหมดเหลือเพียงปิ่นนี้”

            หยางเหวินก้มมองปิ่นในมือด้วยใบหน้าครุ่นคิดแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

            ทางฮูหยินใหญ่ผู้ที่ได้รับหน้าที่ดูเเลความเรียบร้อยในจวนจึงสั่งลงโทษบ่าวที่ดูเเลครัวนี้ตามกฎ พอดับไฟแล้วทุกคนต่างแยกย้าย ส่วนเรื่องที่มีบ่าวรับใช้ตายย่อมปล่อยให้เงียบหายไปไม่มีใครใส่ใจเพียงบ่าวขั้นต่ำคนหนึ่งหรอก

            …ผู้เป็นถึงฮูหยินใหญ่ได้เเต่มองตามสามีตนเดินเคียงคู่ไปกับร่างงามในชุดเขียวมรกต ส่วนหยางเหวินก็เดินกลับเรือนไปอย่างเงียบเชียบ 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 2

    “นายหญิงเจ้าคะ นายท่านมาเจ้าค่ะ” เย่าถิงเดินเข้ามาพร้อมมีร่างสูงของผู้เป็นสามีตามมาด้วย ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและเสื้อบริเวณหน้าอกเปียกชื้นเหงื่อเล็กน้อย พอเขาจะเดินเข้ามาอ้าแขนออกกว้างทำท่าจะกอดนางซูเมิ่งจึงใช้แขนตัวเองข้างที่ว่างยันหน้าอกไว้ทันที “ข้าเหม็นกลิ่นตัวของท่านพี่ซือหมิงมากเท่าไรจำไม่ได้หรือ” พอพูดจบซูเมิ่งก็ทำท่าจะอ้วกอีกจนเย่าถิงต้องหากระโถนมารองไว้ ซือหมิงหน้าบูดบึ้งเดินออกห่างทันที “ก็ข้าคิดถึงสุดที่รักของข้านี่” “คิดถึงก็ยืนอยู่ห่าง ๆข้าก็ได้มิใช่หรือ ว่าแต่ท่านเข้ามามีเรื่องอะไรหรือเปล่าเพคะ” ซือหมิงมองค้อนซูเมิ่งขวับ ไยเมียของเขาถึงได้เอ่ยราวกับว่าหากเขาไม่มีเรื่องอันใดจะมาหาไม่ได้อย่างนั้นแหละ “ว่ามาสิ” ซูเมิ่งเอ่ยเร่งเมื่อไม่เห็นผู้มาใหม่เอ่ยอันใด “เดี๋ยวอีกสามวันเจ้าเตรียมเข้าวังกับข้าไปงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากอาณาจักรเจียงหนานนะ” ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำ เรื่องนี้นางรู้ตั้งแต่ที่คนในวังมาส่งข่าวแล้ว มิเห็นจำเป็นที่จะให้ซือหมิงมาบอกด้วยตัวเอง ซูเมิ่งจึ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 1

    ณ วัดจู้จื่อ ที่รอบข้างปกคลุมด้วยต้นไผ่ลำต้นเหยียดตรง โดยนอกจากวัดนางชีแห่งนี้จะเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องป่าไผ่อันแสนเงียบสงบแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นตัวแทนของความคุณธรรมอันเป็นลักษณะของวิญญูชน ด้วยลำต้นเหยียดตรงไม่คดงอ เปรียบกับความซื่อตรง เมื่อมีพายุหรือลมแรงพัดมาก็ไม่ล้มยังคงตั้งเหยียดตรงเช่นเดิม ดั่งวิญญูชนเมื่อมีอุปสรรคผ่านมาก็ยังเข้มแข็งและผ่านพ้นมาได้ ด้วยคุณลักษณะทั้งภายนอกและนัยยะของวัดเหล่านี้ทำให้วัดจู้จื่อแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นที่ให้บุคคลที่จิตใจเต็มไปด้วยความคดงอ เต็มไปด้วยความโลภอย่างฮองเฮาจ้าวเหวินเจียมาพำนักเพื่อสวดมนต์เพิ่มคุณธรรมให้กับจิตใจตามรับสั่งของฮ่องเต้ “พี่สาวขาดเหลืออะไรก็สามารถบอกหม่อมฉันได้นะเพคะ ข้าผู้เป็นน้องรักจะรีบจัดเตรียมมาให้ เพราะพี่สาวอยู่ที่นี่คงไม่สะดวกสบายเท่าอยู่ในวัง และส่วนเรื่องในวังพี่สาวไม่ต้องเป็นกังวลไป เรื่องดูแลวังหลังทั้งหมดฝ่าบาทมีรับสั่งให้น้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมดแล้ว อะไรที่พี่หญิงเคยได้ควบคุมดียิ่งน้องก็จะช่วยดูแลแทนให้อย่างดีไม่แพ้กันเพคะ” พระสนมกุ้ยเฟยแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นัยน์ตาเปี่ยมสุขยิ่ง อีกทั้งการแต่งกา

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทส่งท้าย

    #####บทส่งท้ายมือหนาควานหาร่างอุ่นนุ่มอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน ทว่าควานไปพบแต่ความว่างเปล่า สองตาค่อย ๆลืมขึ้น ไฉนวันนี้เขาถึงรู้สึกมึนหัวประหลาดหือ วันนี้เขาตื่นสายหรือ ไยเป็นภรรยาเขาที่ตื่นก่อนได้เล่า นางตื่นแล้วไยไม่เรียกเขาเสียหน่อยล่ะ“ใครอยู่ด้านนอกเข้ามาที”เป็นเย่าถิงที่เดินเข้ามา นางชะงักนิดหน่อยเพราะกลิ่นที่เกิดจากการทำกิจกรรมของสองข้าวใหม่ปลามันคละคลุ้งทั่วห้อง ซึ่งเมื่อคืนพวกนางต่างรู้ดีกว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง เพราะเสียงที่ดังทะลุกำแพงออกมาตลอดคืน“นายหญิงไปไหนหรือ?”เย่าถิงยกคิ้วฉงนก่อนตอบ “ก็ไม่ได้อยู่ในห้องหรอกหรือเพคะ” พูดพลางสอดส่องมองทั่วห้องก็ไม่เห็นคุณหนูของตนจริง จึงขออนุญาตเรียกไป๋จื่อและบ่าวคนอื่น ๆมาถามไถ่ แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นเลย พอไม่เจอสตรีที่ตนเรียกหาจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนของชินหวังทั่วทั้งจวนต่างกระจายกำลังหาทั่วจวน แต่หานานหลายชั่วยามก็ไม่มีใครพบ“พวกเจ้าดูแลนางอย่างไรนายหญิงออกจากห้องไปไยไม่มีใครเห็น!”บรรยากาศโดยรอบของบุรุษผู้ทรงอำนาจเย็นยะเยือกลามไปทั่วทั้งจวน นัยน์ตาดุดันจ้องมองเขม็งไปที่เหล่าบ่าวใช้ที่คุกเข้าตรงหน้า“หม่อมฉันเฝ้าหน้าห้องตลอดไม่เห็

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 50

    #####บทที่ 50นับจากวันที่กลับจากไปเยี่ยมจวนตระกูลไป๋ซูเมิ่งก็รอบางอย่างจนสิ่งที่นางรอคอยก็มาถึง ไป๋จื่อเข้ามาหาซูเมิ่งในห้องหนังสือพร้อมปิดประตูแน่น จนในห้องเหลือเพียงซูเมิ่งและไป๋จื่อสองคน“ครานี้ได้เรื่องแล้วเพคะพระชายา”“ว่ามา...”ตามที่ให้ไป๋จื่อออกไปรับเรื่องที่นางให้เป่าต้ง บ่าวบุรุษที่ซูเมิ่งไว้ใจในจวนตระกูลไป๋ทำเรื่องบางอย่างในจวน การมารายงานครานี้ของเป่าต้งนั้นต่างออกไปจากครั้งก่อน ๆแล้ว เรื่องที่ซูเมิ่งกำลังเฝ้าคอยเป็นเรื่องเกี่ยวกับไป๋หย่งคังบิดาของซูเมิ่งเอง ในวันที่นางกลับไปเยี่ยมบ้านนั้นนอกจากซูเมิ่งจะเข้าไปขอพบหย่งคังเป็นการส่วนตัวแล้วนางยังเรียกเป่าต้งเพื่อมอบหมายงานให้ทำด้วยนั่นก็คือ ให้เขาคอยจับตาดูไป๋หย่งคังตลอดทุกฝีก้าวตอนที่อยู่ในจวนไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงกลางคืน และให้มารายงานนางทุก ๆสามวัน ในช่วงแรก ๆ สิ่งที่ไป๋หย่งคังทำนั้นซูเมิ่งคิดว่าปรกติทั่วไป แต่พอได้ฟังคำจากเป่าต้งรายงานหลาย ๆคราซูเมิ่งเริ่มสงสัยบางอย่างเข้าให้แล้ว กิจวัตรหนึ่งที่น่าสงสัยคือไป๋หย่งคังมักจะเทียวไปเรือน ๆหนึ่งทุก ๆสองหรือสามวันเสมอและใช้เวลาอยู่ที่นั่นราวสองเค่อ สิ่งที่น่าประหลาดคือเรือนแห่ง

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 49

    #####บทที่ 49และแล้ววันที่ท่านหมอพิษมาถึงจวนชินหวังก็มาถึง เขาเข้ามาพร้อมกับหยางเหวินเพื่อมาตรวจอาการของซูเมิ่ง “แปลก พระชายาไม่น่ามีพิษชนิดนี้อยู่ในกายได้พะยะค่ะ”หมอพิษพูดพลางลองตรวจสอบพิษอีกรอบผลปรากฎว่าเลือดที่มาจากร่างกายซูเมิ่งนั้นเป็นพิษชนิดที่เขาคิดจริง ๆ“อย่างไรหรือท่านหมอ”ซูเมิ่งเอ่ยถาม นางอยากรู้อย่างที่สุดว่าพิษที่อยู่ในร่างกายนางแต่กำเนิดนั้นคือชนิดใดกันแน่โดยท่านหมอพิษบอกว่าพิษนี้คือพิษที่มีแหล่งกำเนิดจากอาณาจักรชิงจง ซึ่งคืออาณาจักรข้างเคียงที่เป็นศัตรูกับอาณาจักรที่นางอยู่นี้มาช้านานแล้ว โดยพิษนี้เป็นพิษที่หากออกฤทธิ์จะค่อย ๆทำลายอวัยวะทั้งหมดในร่างกาย แต่เงื่อนไขการออกฤทธิ์จะออกฤทธิ์เมื่ออยู่ในกระแสเลือดของบุคคลผู้นั้นนานเป็นเวลาสองปี ซึ่งพิษนี้ไม่ค่อยมีผู้คนนำมาใช้เท่าไหร่นัก แทบไม่มีคนในอาณาจักรนี้รู้จักเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับอาณาจักรชิงจงพิษชนิดนี้จะใช้เฉพาะกับทหารที่ฝึกไว้เพื่อเป็นสายลับเท่านั้น ด้วยเงื่อนไขการออกฤทธิ์นี้ทำให้สามารถใช้เพื่อควบคุมเหล่าทหารยามต้องออกไปปฏิบัติการได้ โดยการให้สายลับทุกคนดื่มพิษชนิดนี้เข้าไปและหากต้องการมีชีวิตต่อเพียงแค่กลับไปที่ฐาน

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 48

    #####บทที่ 48“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”เป็นเย่าถิงที่เข้ามาปลุกซูเมิ่งที่กำลังกอดกองผ้าห่มนุ่มด้วยอาการมึนงง นางลืมตามองเย่าถิงอย่างเกียจคร้าน“ข้าขอนอนอีกหน่อยได้หรือไม่”ไม่พูดเปล่าซูเมิ่งปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง นางรู้สึกอ่อนเพลีย และปวดเนื้อปวดตัวไปหมดจนไม่อยากขยับเขยื้อน แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเพราะแขนตัวเองถูกดึงให้ลุกขึ้นและทันทีที่เย่าถิงดึงแขนของซูเมิ่งพ้นผ้าห่มก็ต้องตกใจ นางมองไปยังรอยสีกุหลาบบนผิวขาวผุดผาดของผู้เป็นนายที่ตอนนี้ขึ้นรอยแดงราวถูกแมลงกัดต่อย และยิ่งพอซูเมิ่งเอนตัวขึ้นตามแรงดึงของเย่าถิงแล้วผ้าห่มที่คลุมร่างอยู่ไหลกองลงปิดเพียงเอวยิ่งตระหนกไปใหญ่ ทั้งรอยมือและบางแห่งเกิดเป็นรอยช้ำ เย่าถิงพอนึกถึงว่าที่มารอยพวกนี้มาจากไหนจึงใบหน้าแดงขึ้นลามจนถึงใบหู“ไป๋จื่อเตรียมน้ำอุ่นผสมสมุนไพรให้แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวพยุงไปนะเจ้าคะ”ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย นางรู้สึกล้าเกินจะลืมตาตื่นด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ว่าตามธรรมเนียมแล้วตนจะต้องไปไหว้บุพการีของซือหมิง ซูเมิ่งแทบจะอยากไปหักคอของบุรุษน่าตายนามซือหมิงให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้เลย เมื่อคืนเขารู้ทั้งรู้แท้ ๆว่าไม่ควรเข้

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 17

    #####บทที่ 17 หลังจากผ่านยามบ่ายไปแล้ว ดวงตะวันก็เคลื่อนคล้อยไปทางทิศประจิม ซึ่งเป็นเวลาที่ตำหนักสว่างไสว สถานที่จัดพิธีการเฉลิมฉลองวันพระราชสมภพของฮองเฮานั้นเต็มไปด้วยผู้คน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าขุนนางหรือฮูหยิน พอแต่ละขบวนรถม้าหยุดจอดที่หน้าประตูก็จะมีขันทีเดินนำเข้ามายังโถงจัดงาน โดยที่โถ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 16 (ต่อ)

    #####บทที่ 16 (ต่อ) “เจ้ามัน มันชั่วช้า! ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก” มือข้างที่ถูกเข็มผิดนั้นไร้ความรู้สึกไปแล้ว เขาจึงใช้มืออีกข้างชี้หน้าซูเมิ่ง แม้พูดกระนั้นแต่ในใจหวั่นผวากลัวว่าที่ชายสวมหน้ากากขาวจะเป็นเรื่องจริง “แล้วแต่เจ้า หากมือข้างนั้นเจ้ากลับมารู้สึกเช่นเดิ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 16

    #####บทที่ 16 กุก กัก ๆ ซูเมิ่งนั่งมองทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง บริเวณรอบข้างที่รถม้ากำลังวิ่งผ่านเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ แสงแดดยามสายลอดรำไรผ่านแมกไม้ตกลงกระทบพื้นดิน รถม้าที่ซูเมิ่งใช้เงินจ้างมาสภาพปานกลาง ตัวรถไม่ถือว่าหรูหราแต่ก็ทำจากไม้เเข็งแรง ภายในรถก็กว้างขวางพอให้ขาน

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 15

    #####บทที่ 15 “ฮูหยินใหญ่ตระกูลเสิ่นกลับหนานเปียนเเล้วขอรับ เพิ่งออกจากเมืองนี้เมื่อหนึ่งเค่อที่แล้วขอรับ” ช่างอินเงยหน้าจากหนังสือในมือ ก่อนส่งเสียงตอบรับ “อืม” “เอ่อ ส่วนงานที่จ้างไว้ก็ให้คนมาบอกยกเลิกขอรับ” เสียงของลูกน้องคนเดิมเอ่ยขึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status