Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2025-11-30 21:55:48

#####บทที่ 6

            หลังจากทุกคนในจวนรู้เรื่องที่หยางเหวินถูกโจรปล้น จนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเสียเลือดมากเกินไป นอนพักในเรือนนานสามวันพอเข้าวันที่สี่เขาเดินออกมาสูดอากาศในสวนของเรือน นางจึงได้เจอหน้าเป็นครั้งเเรกนับจากเรื่องวันนั้น

            ซูเมิ่งเบนทิศการเดินเปลี่ยนไปทางบริเวณที่หยางเหวินยืนอยู่ ข้างกายชายหนุ่มมีบ่าวรับใช้ชื่อมู่ลี่ยืนเบื้องหลัง พอนางเห็นซูเมิ่งก็ถลึงตาใส่ แต่นางหาสนไม่…

            ซูเมิ่งทำความเคารพเขาเช่นเดิม

            “คุณชายหายดีหรือยังเจ้าค่ะ?” นางยิ้มตาหยี

            “ฮึ่ม เอ่อ ดีขึ้นมากแล้ว เจ้าล่ะบาดเจ็บอะไรหรือไม่?”

            หยางเหวินกลับมาทำสีหน้าสงบอีกครั้งเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ เพราะวันนั้นพอเขากลับถึงจวนก็แยกจากนางทันที ยังไม่ทันสังเกตว่านางบาดเจ็บหรือไม่ และตลอดเวลาก็เป็นบ่าวของท่านแม่ที่คอยดูเเลเขาตลอด ไม่เห็นนางไปเยี่ยมเขาสักนิด ก็นึกว่าอาจบาดเจ็บหนัก

            …แต่ดูจากสีหน้าท่าทางนางดูสบายดีจึงอดน้อยใจไม่ได้

            “บ่าวมีรอยช้ำเล็กน้อยเจ้าค่ะ ตอนนี้หายดีแล้ว”

            เอาจริงคือนางพูดปด มีแค่รอยช้ำจริงแต่มันยังไม่หาย! หากเป็นคน   ทั่วไปนางเชื่อว่าสามวันรอยช้ำจากการกระเเทกเหล่านี้หายไปแล้วแน่ แต่พอมาเป็นร่างนี้นางทายาทุกวันรอยช้ำยังไม่เลือนเลย หากแก้เสื้อผ้านางออกหมดจะเห็นจ้ำเเดงจ้ำม่วงเกือบทั้งตัว

            ส่วนหยางเหวินก็ดูเป็นปกติแล้วมีเพียงใบหน้ายังซีดเซียวอยู่บ้าง พอเห็นดังนั้นนางจึงลุกขึ้นหมุนตัวเตรียมจะกลับไปทำงานเเต่นึกบางเรื่องได้จึงหันกลับมา

            “เอ้อ บ่าวขอบคุณคุณชายมากเลยนะเจ้าคะที่ช่วยพูดกับฮูหยินใหญ่ให้” 

            วันนั้นฮูหยินใหญ่มีคำสั่งให้โบยนางและชิงซาคนละหนึ่งร้อยไม้ โทษฐานดูเเลเจ้านายไม่ดี แต่ได้หยางเหวินระงับการลงโทษไว้ มิเช่นนั้นป่านนี้นางคงยังนอนติดเตียงลุกไม่ขึ้นเป็นแน่

            พูดจบนางก็เดินจากมา แต่ก่อนไปหยางเหวินเรียกไว้จึงหมุนตัวกลับมาอีกรอบคิ้วขมวดมุ่น

            “ข้าสิต้องขอบคุณเจ้า ไม่ได้เจ้าคงไม่มีข้ายืนอยู่ตรงนี้”

            รอยยิ้มจริงใจส่งมายังนางทำเอาบรรยากาศรอบข้างดูอบอุ่นขึ้นทันตา

            …มีใครเคยบอกเขาไหมเนี่ยว่ารอยยิ้มเขาทำคนใจละลายได้ ซูเมิ่งได้เเต่เอ่ยในใจ

            “แล้วนี่เจ้าจะไปไหน?”

            ...ไม่ใช่ว่านางเป็นบ่าวรับใช้ข้างกายเขาก็ต้องมารับใช้เขาไม่ใช่หรือ?

            “ฮูหยินใหญ่ย้ายบ่าวไปทำงานในครัวแล้วเจ้าค่ะ งั้นบ่าวขอตัวก่อน”

            หยางเหวินอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่เขาก็ต้องหุบปากลง เพราะไม่ไกลมีหญิงวัยกลางคนผู้เป็นเเม่ และหญิงสาวอีกคนซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องเขาชื่อกุ้ยอินเดินตรงมาทางเขาเสียก่อน หยางเหวินจึงได้เเต่มองตามแผ่นหลังอดีตบ่าวรับใช้ตนจนสุดสายตา ก่อนหันมาแย้มยิ้มงามสง่า

            “ไยท่านแม่และน้องกุ้ยอินมาที่นี่ได้”

            หนิงหลินดันหลานสาวสุดที่รักไปข้างหน้าให้ใกล้ลูกชายตนมากขึ้น

            “ก็อินเอ๋อน่ะสิ บ่นอยากมาเยี่ยมเจ้า เห็นบอกเคี่ยวน้ำแกงไก่มาให้เจ้าด้วย”

            หญิงสาวเจ้าของชื่อเมื่อถูกอ้างถึงก็ออกอาการบิดม้วนตัว ใบหน้าขึ้นสีอย่างเขินอาย มือบางยื่นน้ำแกงให้บ่าวข้างหลังหยางเหวินนำไปใส่ถ้วย

            “น้องไม่รู้ว่าพี่หยางเหวินจะชอบหรือไม่ ปกติอินเอ๋อทำให้ท่านพ่อแล้วท่านชอบจึงลองทำให้ท่านพี่ชิมดูเจ้าค่ะ”

            เสียงหวานเสนาะหูกล่าว ท่วงท่าสง่างามดูนอบน้อม

            “ยืนนานแล้วข้าเมื่อยขา เดี๋ยวเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า ร่างกายเจ้ายังไม่หายดี”

            ฮูหยินใหญ่พูดจบก็เดินนำทุกคนเข้าไปในเรือนโดยไม่สนว่าเจ้าของเรือนชวนหรือไม่ หยางเหวินปรายตามองทางที่ซูเมิ่งหายไปอีกครั้งก่อนเดินตามเข้าไป

            ซูเมิ่งเดิมทำอาหารเป็นอยู่แล้วแต่อาหารที่นางทำเป็นนั้นจะออกแนวอาหารแถบยุโรป เพราะชาติที่แล้วของซูเมิ่งเติบโตต่างประเทศ พ่อแม่และพี่ชายของนางประสบอุบัติเหตุบนเครื่องบินจนเหลือนางคนเดียวที่ไม่ได้เดินทางในรอบนั้น ตอนนั้นนางอายุได้ห้าขวบเท่านั้น นางถูกนำไปปล่อยที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในประเทศจีน และถูกซื้อตัวโดยครอบครัวชาวต่างชาติและถูกนำไปฝึกเป็นสายลับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถูกบังคับให้เรียนทุกสาขาวิชา ที่มีประโยชน์ต่องานที่นางต้องทำ

            แต่นี่มันยุคจีนโบราณ อาหารก็เป็นอาหารจีน เครื่องปรุงนางพอรู้จักบ้าง แต่จะให้ทำอาหารจีนคงนึกรายการอาหารไม่ออก นางจึงคอยเป็นลูกมือหั่นผัก ล้างของ เก็บกวาดห้องครัวเสียมากกว่า แต่ที่นางชอบเลยก็คือบ่าวในส่วนงานนี้จำเป็นต้องแบ่งคนออกไปซื้อของข้างนอกจวน ซึ่งนางมักอาสาไปเสมอ

            ครั้งนี้ก็เช่นกัน ตอนนี้ยามเหม่าเป็นช่วงที่นางต้องออกไปซื้อของข้างนอก โดยมี นาง บ่าวรับใช้ในครัวนามชิงฮวา และบ่าวชราอายุน่าจะประมาณห้าสิบกว่าซึ่งทำหน้าที่นำของเสียออกไปทิ้งนอกจวนและขับรถเทียมวัวสำหรับบ่าว

            สามวันมานี้นางมักหาเวลาสำรวจรอบจวนหาว่ามีทางออกทั้งหมดกี่ทาง เก็บข้อมูลเวลาเฝ้าและผลัดเปลี่ยนผู้คุ้มกันของจวน เพื่อวางเเผนหนีออกไปจากจวนนี้ เพราะนางคิดว่านางเอาทรัพย์สินที่นางได้จากการตอบแทนที่ช่วยชีวิตคุณชายใหญ่เย่ไว้ออกไปเริ่มชีวิตข้างนอกจวนจะดีกว่า มันทั้งสะดวกในการหาทางกลับตระกูลไป๋ และเพื่อรักษาเกียรติของคุณหนูอย่างนาง

            “เจ้าไปซื้อตามที่บอกล่ะ รีบมาให้ทันด้วย” 

            ชิงฮวาพูดจบนางก็หันเดินออกไปอีกทาง นางกับชิงฮวามักเเยกกันไปหาซื้อของตามที่ต้องการโดยห้ามใช้เวลาเกินครึ่งชั่วยาม ไป๋ซูเมิ่งมักจะเร่งซื้อของให้ครบและแอบเดินรอบเมืองเท่าที่ทำได้ แต่ครานี้นางนำกำไลทองที่ฮูหยินมอบให้นางเป็นของตอบเเทนมาด้วยเก็บปิ่นทองที่ฮูหยินผู้เฒ่าให้ไว้ก่อน นางว่าจะไปที่โรงรับซื้อของเเลกเงินเพื่อประเมินราคาดู 

            กำไลนี้เป็นกำไลทั่วไปพอเอาไปแลกเงินได้เพียงห้าตำลึงเท่านั้น พอเเลกเงินมาก็เก็บในตัว รีบเดินกลับไปรถของจวน

            ขณะที่ซูเมิ่งและชิงฮวาถือของที่ซื้อมาเดินเข้าไปในครัวก็มีบ่าวผู้ชายของเรือนหย่งชางวิ่งมาตามนาง บอกว่าหยางเหวินต้องการพบตอนนี้ ซูเมิ่งจึงต้องวางของในมือแล้วเดินตามบ่าวคนนั้นไป

             ตอนซูเมิ่งเข้ามาก็เห็นหยางเหวินนั่งเขียนบางอย่างลงกระดาษอย่างตั้งใจจึงเข้าไปเงียบ ๆ สักครู่ชายหนุ่มจึงเงยหน้ามาเห็นนางยืนอยู่

            “นั่งลงสิ”

            ซูเมิ่งเดินมานั่งแต่พอสายตากวาดรอบห้องไม่เห็นบ่าวที่ชื่อมู่ลี่ก็อดแปลกใจไม่ได้

            “คุณชายมีอะไรให้บ่าวรับใช้หรือเจ้าคะ?”

            “เปล่าหรอก ข้ามีเรื่องจะถามเจ้าน่ะ”

            หยางเหวินเลิกสนใจกองหนังสือตรงหน้า เขาเงยหน้ามองนางแววตาลึกล้ำ

            “เจ้าเป็นใครกันแน่?"

            พอซูเมิ่งได้ยินคำถามนั้นแววตาตระหนกเกิดขึ้นวาบหนึ่งก่อนกลับมาสงบตั้งเดิม และเเทนที่ด้วยความฉงน

            “ข้าก็เป็นบ่าวไงเจ้าคะ”

            …หากมีคนมาจับมือเธอตอนนี้จะรู้ว่าเย็นเฉียบและชุ่มเหงื่อมาก แต่นางจำเป็นต้องตีเนียนต่อไป

            “ไยเจ้าสู้กับคนร้ายได้ ไยรู้จักใช้ยา” และฉลาดล้ำลึก เขาได้เเต่เอ่ยในใจ 

            เมื่อครั้งตอนประสบเหตุนั้นเขาได้เเต่สงสัยไม่มีโอกาสถามนาง เก็บไว้ในใจมาตลอด ไม่ใช่เขาไม่ไว้ในผู้มีพระคุณ แต่หากนางเข้าจวนมาด้วยจุดประสงค์แอบแฝงเขาก็เอาไว้ไม่ได้

            “เอ่อ นายท่านคนก่อนของบ่าวเป็นพ่อค้าต้องเดินทางจึงฝึกให้บ่าวที่ติดตามต่อสู้เป็นเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องยาข้าน้อยก็อาศัยลักจำเพิ่งได้ใช้เมื่อครานี้เอง ช่างโชคดีเสียจริง แฮะ ๆ" 

            ซูเมิ่งแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน

            “ข้าน้อยไร้วรยุทธิ์ ทำเพียงเตะ ต่อย เหวี่ยงดาบอาศัยกำลังที่ได้ยกน้ำทำงานหนักเจ้าค่ะ”

            หยางเหวินยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม เขาไม่ได้เชื่อเต็มสิบส่วนแต่ดูหน้าตาใสซื่อของนางจึงรู้ว่าคงยากที่จะให้นางบอกความจริงทั้งหมด

            “อืม ต้องขอบใจฝีมือเพียงเตะต่อยของเจ้าที่ช่วยชีวิตข้าไว้ด้วย ข้าให้นี่เจ้าเป็นการตอบแทนแล้วกัน”

            พูดจบมือหนาหยิบปิ่นเงินอันหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ ที่ปลายปิ่นมีผีเสื้อตัวน้อยห้อยระย้า ดูสวยแบบเรียบง่าย 

            “หากเจ้าไม่รับ ข้าคงรู้สึกติดค้างเจ้ามาก”

            หยางเหวินเอ่ยเพราะเห็นท่าทางนางเหมือนจะบอกปัด

            “ฮ่า ฮ่า ข้าน้อยรับไว้แน่นอนเจ้าค่ะ งามมากเลย”

            นางรับปิ่นมาถือไว้ เรื่องปิ่นนี้ทำเอานางลืมสนใจประโยคจิกกัดก่อนหน้าของเขาไป

            หลังจากนั้นหยางเหวินก็มีคำถามถามนางอีกนิดหน่อยแล้วปล่อยให้ไปทำงานต่อ ซูเมิ่งเก็บปิ่นไว้ก่อนรีบเดินเข้าโรงครัว ป่านนี้สหายบ่าวทั้งหลายของนางคงคิดถึงนางแล้วกระมัง

            ทางหยางเหวินพอเห็นว่าหญิงสาวเดินออกไปแล้วเขาเรียกชิงซาเข้ามาและสั่งงานบางอย่างไป จนกระทั่งในห้องเหลือเขาคนเดียว เสียงถอนหายใจดังขึ้นแต่สีหน้าชายหนุ่มยังไม่คลายกังวลลง

            …เมื่อนางไม่ยอมบอกอะไรเขาจึงต้องสืบเอง ได้แต่หวังว่านางจะเป็นเพียงบ่าวธรรมดาคนหนึ่งอย่างที่นางบอกไว้

            ภายในห้องหรูหราแห่งหนึ่ง ผ้าม่านเนื้อเงาปลิวสะไหว โต๊ะเขียนหนังสือตัวกว้างทำจากไม้เนื้องาม หลังโต๊ะมีร่างสง่าภายใต้หน้ากากนั่งอยู่ มือเรียวงามขยับขึ้นใช้นิ้วเคาะโต๊ะสร้างเสียงดังกังวาล ทำเอาชายอีกสองคนในห้องพากันสั่นสะท้านหัวใจเต้นรัว

            “ตามที่สืบจากบ่าวในจวนเย่บอกว่าคุณชายหยางเหวินเจอนางระหว่างทางกลับจากเมืองซีหนานขอรับ เห็นว่าเป็นบ่าวที่มีนายเก่าเป็นพ่อค้าที่ถูกโจรปล้น รับเข้ามาทำงานเพราะความสงสาร เพิ่งได้รับเลือกเป็นบ่าวรับใช้ข้างกายคุณชายหยางเหวินเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนความเป็นมาก่อนหน้าไม่มีใครรู้ขอรับ” 

            พูดจบเขาก็ปล่อยลมหายใจออกเสียงเบา ยืนรอรับคำสั่งต่อไป เขารู้ว่าข้อมูลที่หามาได้ผู้เป็นนายต้องไม่พอใจเป็นแน่ แต่ทำอย่างไรได้ เขาหาได้เพียงเท่านี้นี่นา

            “พ่อค้าที่ไหน?” เสียงทุ้มแฝงความกดดันดังขึ้น

            “ไม่มีใครทราบขอรับแม้เเต่คุณชายหยางเหวิน จากที่ข้าน้อยสำรวจคดีดักปล้นในสองสามวันที่คุณชายหยางเหวินเดินทางกลับซีเปียน ไม่มีใครแจ้งว่ามีถูกปล้นกับทางการ เป็นไปได้สองทางคือ โจรทำลายหลักฐานรวมทั้งฆ่ากลุ่มพ่อค้าตายหมดจนไม่มีใครแจ้งหรือพบเห็น หรือไม่บ่าวคนนั้นอาจอาศัยในป่าแถบนั้นมานานแล้ว เพราะหนึ่งเดือนก่อนหน้ามีคดีดักปล้นสินค้าของพ่อค้าที่เดินทางมาค้าขายที่ซีเปียน”

            “สืบต่อไป ดูว่าคดีปล้นหนึ่งเดือนก่อนนั้นมีใครตายใครรอดชีวิตบ้าง”

            เขาหยุดเคาะโต๊ะ ยกชาซานจงชิงหลานขึ้นดื่มดับกระหาย

            “ขอรับ”

            “นายท่านขอรับ แต่ในช่วงสองสามวันนั้นมีขบวนคนจากหอบุปผางามเดินทางมุ่งมาเมืองซีเปียน แต่ระหว่างทางเหมือนจะวกกลับไปเมืองหนานเปียนแต่ไม่ทราบด้วยใดขอรับ”

            “อืม งั้นไปสืบมาให้ละเอียด”

            “ขอรับ แล้วเรื่องคุณชายหยางเหวินเอาอย่างไรต่อขอรับ?"

            ลมจากหน้าต่างโบกสะบัดผ่าม่านทำลายความเงียบ

            “ข้าคงต้องไปเยี่ยมเขาสักหน่อยแล้วล่ะ จัดเตรียมของปลอบขวัญอย่างสมเกียรติ”

            สิ้นเสียงมือเรียวก็ยกขึ้นโบกไล่ ยกชาขึ้นจิบอีกคราพร้อมริมฝีปากหยักโค้งขึ้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 2

    “นายหญิงเจ้าคะ นายท่านมาเจ้าค่ะ” เย่าถิงเดินเข้ามาพร้อมมีร่างสูงของผู้เป็นสามีตามมาด้วย ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและเสื้อบริเวณหน้าอกเปียกชื้นเหงื่อเล็กน้อย พอเขาจะเดินเข้ามาอ้าแขนออกกว้างทำท่าจะกอดนางซูเมิ่งจึงใช้แขนตัวเองข้างที่ว่างยันหน้าอกไว้ทันที “ข้าเหม็นกลิ่นตัวของท่านพี่ซือหมิงมากเท่าไรจำไม่ได้หรือ” พอพูดจบซูเมิ่งก็ทำท่าจะอ้วกอีกจนเย่าถิงต้องหากระโถนมารองไว้ ซือหมิงหน้าบูดบึ้งเดินออกห่างทันที “ก็ข้าคิดถึงสุดที่รักของข้านี่” “คิดถึงก็ยืนอยู่ห่าง ๆข้าก็ได้มิใช่หรือ ว่าแต่ท่านเข้ามามีเรื่องอะไรหรือเปล่าเพคะ” ซือหมิงมองค้อนซูเมิ่งขวับ ไยเมียของเขาถึงได้เอ่ยราวกับว่าหากเขาไม่มีเรื่องอันใดจะมาหาไม่ได้อย่างนั้นแหละ “ว่ามาสิ” ซูเมิ่งเอ่ยเร่งเมื่อไม่เห็นผู้มาใหม่เอ่ยอันใด “เดี๋ยวอีกสามวันเจ้าเตรียมเข้าวังกับข้าไปงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากอาณาจักรเจียงหนานนะ” ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำ เรื่องนี้นางรู้ตั้งแต่ที่คนในวังมาส่งข่าวแล้ว มิเห็นจำเป็นที่จะให้ซือหมิงมาบอกด้วยตัวเอง ซูเมิ่งจึ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 1

    ณ วัดจู้จื่อ ที่รอบข้างปกคลุมด้วยต้นไผ่ลำต้นเหยียดตรง โดยนอกจากวัดนางชีแห่งนี้จะเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องป่าไผ่อันแสนเงียบสงบแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นตัวแทนของความคุณธรรมอันเป็นลักษณะของวิญญูชน ด้วยลำต้นเหยียดตรงไม่คดงอ เปรียบกับความซื่อตรง เมื่อมีพายุหรือลมแรงพัดมาก็ไม่ล้มยังคงตั้งเหยียดตรงเช่นเดิม ดั่งวิญญูชนเมื่อมีอุปสรรคผ่านมาก็ยังเข้มแข็งและผ่านพ้นมาได้ ด้วยคุณลักษณะทั้งภายนอกและนัยยะของวัดเหล่านี้ทำให้วัดจู้จื่อแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นที่ให้บุคคลที่จิตใจเต็มไปด้วยความคดงอ เต็มไปด้วยความโลภอย่างฮองเฮาจ้าวเหวินเจียมาพำนักเพื่อสวดมนต์เพิ่มคุณธรรมให้กับจิตใจตามรับสั่งของฮ่องเต้ “พี่สาวขาดเหลืออะไรก็สามารถบอกหม่อมฉันได้นะเพคะ ข้าผู้เป็นน้องรักจะรีบจัดเตรียมมาให้ เพราะพี่สาวอยู่ที่นี่คงไม่สะดวกสบายเท่าอยู่ในวัง และส่วนเรื่องในวังพี่สาวไม่ต้องเป็นกังวลไป เรื่องดูแลวังหลังทั้งหมดฝ่าบาทมีรับสั่งให้น้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมดแล้ว อะไรที่พี่หญิงเคยได้ควบคุมดียิ่งน้องก็จะช่วยดูแลแทนให้อย่างดีไม่แพ้กันเพคะ” พระสนมกุ้ยเฟยแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นัยน์ตาเปี่ยมสุขยิ่ง อีกทั้งการแต่งกา

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทส่งท้าย

    #####บทส่งท้ายมือหนาควานหาร่างอุ่นนุ่มอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน ทว่าควานไปพบแต่ความว่างเปล่า สองตาค่อย ๆลืมขึ้น ไฉนวันนี้เขาถึงรู้สึกมึนหัวประหลาดหือ วันนี้เขาตื่นสายหรือ ไยเป็นภรรยาเขาที่ตื่นก่อนได้เล่า นางตื่นแล้วไยไม่เรียกเขาเสียหน่อยล่ะ“ใครอยู่ด้านนอกเข้ามาที”เป็นเย่าถิงที่เดินเข้ามา นางชะงักนิดหน่อยเพราะกลิ่นที่เกิดจากการทำกิจกรรมของสองข้าวใหม่ปลามันคละคลุ้งทั่วห้อง ซึ่งเมื่อคืนพวกนางต่างรู้ดีกว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง เพราะเสียงที่ดังทะลุกำแพงออกมาตลอดคืน“นายหญิงไปไหนหรือ?”เย่าถิงยกคิ้วฉงนก่อนตอบ “ก็ไม่ได้อยู่ในห้องหรอกหรือเพคะ” พูดพลางสอดส่องมองทั่วห้องก็ไม่เห็นคุณหนูของตนจริง จึงขออนุญาตเรียกไป๋จื่อและบ่าวคนอื่น ๆมาถามไถ่ แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นเลย พอไม่เจอสตรีที่ตนเรียกหาจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนของชินหวังทั่วทั้งจวนต่างกระจายกำลังหาทั่วจวน แต่หานานหลายชั่วยามก็ไม่มีใครพบ“พวกเจ้าดูแลนางอย่างไรนายหญิงออกจากห้องไปไยไม่มีใครเห็น!”บรรยากาศโดยรอบของบุรุษผู้ทรงอำนาจเย็นยะเยือกลามไปทั่วทั้งจวน นัยน์ตาดุดันจ้องมองเขม็งไปที่เหล่าบ่าวใช้ที่คุกเข้าตรงหน้า“หม่อมฉันเฝ้าหน้าห้องตลอดไม่เห็

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 50

    #####บทที่ 50นับจากวันที่กลับจากไปเยี่ยมจวนตระกูลไป๋ซูเมิ่งก็รอบางอย่างจนสิ่งที่นางรอคอยก็มาถึง ไป๋จื่อเข้ามาหาซูเมิ่งในห้องหนังสือพร้อมปิดประตูแน่น จนในห้องเหลือเพียงซูเมิ่งและไป๋จื่อสองคน“ครานี้ได้เรื่องแล้วเพคะพระชายา”“ว่ามา...”ตามที่ให้ไป๋จื่อออกไปรับเรื่องที่นางให้เป่าต้ง บ่าวบุรุษที่ซูเมิ่งไว้ใจในจวนตระกูลไป๋ทำเรื่องบางอย่างในจวน การมารายงานครานี้ของเป่าต้งนั้นต่างออกไปจากครั้งก่อน ๆแล้ว เรื่องที่ซูเมิ่งกำลังเฝ้าคอยเป็นเรื่องเกี่ยวกับไป๋หย่งคังบิดาของซูเมิ่งเอง ในวันที่นางกลับไปเยี่ยมบ้านนั้นนอกจากซูเมิ่งจะเข้าไปขอพบหย่งคังเป็นการส่วนตัวแล้วนางยังเรียกเป่าต้งเพื่อมอบหมายงานให้ทำด้วยนั่นก็คือ ให้เขาคอยจับตาดูไป๋หย่งคังตลอดทุกฝีก้าวตอนที่อยู่ในจวนไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงกลางคืน และให้มารายงานนางทุก ๆสามวัน ในช่วงแรก ๆ สิ่งที่ไป๋หย่งคังทำนั้นซูเมิ่งคิดว่าปรกติทั่วไป แต่พอได้ฟังคำจากเป่าต้งรายงานหลาย ๆคราซูเมิ่งเริ่มสงสัยบางอย่างเข้าให้แล้ว กิจวัตรหนึ่งที่น่าสงสัยคือไป๋หย่งคังมักจะเทียวไปเรือน ๆหนึ่งทุก ๆสองหรือสามวันเสมอและใช้เวลาอยู่ที่นั่นราวสองเค่อ สิ่งที่น่าประหลาดคือเรือนแห่ง

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 49

    #####บทที่ 49และแล้ววันที่ท่านหมอพิษมาถึงจวนชินหวังก็มาถึง เขาเข้ามาพร้อมกับหยางเหวินเพื่อมาตรวจอาการของซูเมิ่ง “แปลก พระชายาไม่น่ามีพิษชนิดนี้อยู่ในกายได้พะยะค่ะ”หมอพิษพูดพลางลองตรวจสอบพิษอีกรอบผลปรากฎว่าเลือดที่มาจากร่างกายซูเมิ่งนั้นเป็นพิษชนิดที่เขาคิดจริง ๆ“อย่างไรหรือท่านหมอ”ซูเมิ่งเอ่ยถาม นางอยากรู้อย่างที่สุดว่าพิษที่อยู่ในร่างกายนางแต่กำเนิดนั้นคือชนิดใดกันแน่โดยท่านหมอพิษบอกว่าพิษนี้คือพิษที่มีแหล่งกำเนิดจากอาณาจักรชิงจง ซึ่งคืออาณาจักรข้างเคียงที่เป็นศัตรูกับอาณาจักรที่นางอยู่นี้มาช้านานแล้ว โดยพิษนี้เป็นพิษที่หากออกฤทธิ์จะค่อย ๆทำลายอวัยวะทั้งหมดในร่างกาย แต่เงื่อนไขการออกฤทธิ์จะออกฤทธิ์เมื่ออยู่ในกระแสเลือดของบุคคลผู้นั้นนานเป็นเวลาสองปี ซึ่งพิษนี้ไม่ค่อยมีผู้คนนำมาใช้เท่าไหร่นัก แทบไม่มีคนในอาณาจักรนี้รู้จักเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับอาณาจักรชิงจงพิษชนิดนี้จะใช้เฉพาะกับทหารที่ฝึกไว้เพื่อเป็นสายลับเท่านั้น ด้วยเงื่อนไขการออกฤทธิ์นี้ทำให้สามารถใช้เพื่อควบคุมเหล่าทหารยามต้องออกไปปฏิบัติการได้ โดยการให้สายลับทุกคนดื่มพิษชนิดนี้เข้าไปและหากต้องการมีชีวิตต่อเพียงแค่กลับไปที่ฐาน

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 48

    #####บทที่ 48“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”เป็นเย่าถิงที่เข้ามาปลุกซูเมิ่งที่กำลังกอดกองผ้าห่มนุ่มด้วยอาการมึนงง นางลืมตามองเย่าถิงอย่างเกียจคร้าน“ข้าขอนอนอีกหน่อยได้หรือไม่”ไม่พูดเปล่าซูเมิ่งปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง นางรู้สึกอ่อนเพลีย และปวดเนื้อปวดตัวไปหมดจนไม่อยากขยับเขยื้อน แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเพราะแขนตัวเองถูกดึงให้ลุกขึ้นและทันทีที่เย่าถิงดึงแขนของซูเมิ่งพ้นผ้าห่มก็ต้องตกใจ นางมองไปยังรอยสีกุหลาบบนผิวขาวผุดผาดของผู้เป็นนายที่ตอนนี้ขึ้นรอยแดงราวถูกแมลงกัดต่อย และยิ่งพอซูเมิ่งเอนตัวขึ้นตามแรงดึงของเย่าถิงแล้วผ้าห่มที่คลุมร่างอยู่ไหลกองลงปิดเพียงเอวยิ่งตระหนกไปใหญ่ ทั้งรอยมือและบางแห่งเกิดเป็นรอยช้ำ เย่าถิงพอนึกถึงว่าที่มารอยพวกนี้มาจากไหนจึงใบหน้าแดงขึ้นลามจนถึงใบหู“ไป๋จื่อเตรียมน้ำอุ่นผสมสมุนไพรให้แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวพยุงไปนะเจ้าคะ”ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย นางรู้สึกล้าเกินจะลืมตาตื่นด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ว่าตามธรรมเนียมแล้วตนจะต้องไปไหว้บุพการีของซือหมิง ซูเมิ่งแทบจะอยากไปหักคอของบุรุษน่าตายนามซือหมิงให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้เลย เมื่อคืนเขารู้ทั้งรู้แท้ ๆว่าไม่ควรเข้

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 12

    #####บทที่ 12 เลี่ยงหวงพาซูเมิ่งเข้ามาในห้องประชุมอันแสนคุ้นเคยเพราะห้องนี้นางเข้ามาถึงสามครั้งแล้ว พอนางเข้ามาก็อดตื่นตะลึงไม่ได้ นอกจากคนที่นางเจอในวันเเรกก็ยังมีชายแปลกหน้าอีกหลายคน แต่ละคนใส่ชุดดูภูมิฐานน่าจะมีฐานะไม่ธรรมดา แต่ที่น่าแปลกใจคือมีหญิงวัยกลางหนึ่งคนนั่งอยู่ด้วย จากห้องป

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 11 (ต่อ)

    บทที่ 11 (ต่อ) “เอ้า นี่ท่านยังไม่รู้หรอกรึ” …จะรู้ได้ไงล่ะ ก็ไม่เห็นมีใครบอกนางสักคำ ซูเมิ่งได้เเต่คิดในใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็พยักหน้าหงึก ๆจนหน้ากากเขย่าตาม “คุณชายรองสกุลเย่น่ะ นามหยางเจี้ยน” …อ่อ ไม่ใช่หยางเหวินแต่เป็นน้องชายนี่เอง ตอนเป็นบ่าวรับใช้

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 11

    #####บทที่ 11 เป็นอย่างที่ซูเมิ่งคาดไว้! นางถูกนำตัวออกจากคุกในเวลาต่อมา และได้กลับมายังห้องอันแสนคุ้นเคย เพียงแต่ในห้องไม่ได้มีคนเยอะอย่างคราวที่แล้ว มีเพียงท่านเจ้าเมืองที่นั่งทำหน้าขรึม และสองผู้ติดตามที่พอเห็นหน้านางก็ถลึงตามองนางอย่างโกรธแค้นแต่มิอาจพุ่งมาจัดการนางได้

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 10

    #####บทที่ 10 ซูเมิ่งเดินเข้ามาภายในที่ว่าการจนด้านหลังมองไม่เห็นชาวเมืองที่มุงดูก่อนหน้า เบื้องหลังนางมีชายใบหน้านิ่งสองคนที่ก่อนหน้าติดตามหลังท่านเจ้าเมือง ภายในที่ว่าการ เงียบสงบมีผู้คนในชุดคล้ายกันเดินอยู่ปะปราย สองข้างทางปลูกต้นไม้ดูเขียวชอุ่ม น้อยครั้งที่เดินไปจะพบไม้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status