Se connecterเอยนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ พยายามสะบัดตัวออกแต่กลับถูกวงแขนแกร่งกอดรัดแน่นจนกระดูกแทบร้าว "ปล่อยนะคะคุณอรรถ! คุณจะทำอะไร ไม่กลัวว่าใครจะเข้ามาเห็นหรือไง!"
อรรถพลไม่เพียงไม่สะทกสะท้าน แต่กลับยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ สายตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานผ่านเงาสะท้อนในกระจกด้วยความขุ่นเคืองใจ "ถ้าเอยไม่ส่งเสียงดัง ก็ไม่มีใครรู้หรอกนะว่าเราอยู่ด้วยกันในนี้"
"โอเคค่ะ" เอยหลับตาพยายามตั้งสติ "เอยจะไม่ส่งเสียง แต่คุณอรรถปล่อยเอยก่อนได้ไหม เรามาคุยกันดี ๆ" เอยเสนอทางออกด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า อรรถพลเลิกคิ้วมองสบตาเธอผ่านกระจก
"เรายังมีอะไรต้องคุยกันดี ๆ อีกงั้นเหรอ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าเย็นชา เอยมองสบตาอรรถพลด้วยความร้าวรานไม่เข้าใจ
"ถ้าไม่มีอะไรจะพูด... แล้วคุณเข้ามาหาเอยแบบนี้ทำไม ทั้งที่เอยก็พยายามจะหลบหน้าคุณแล้วแท้ ๆ"
"หลบหน้าผม?" อรรถพลพลิกตัวเอยให้หันกลับมาสบตากันตรง ๆ เขาอยากจะเคลียร์เรื่องทุกอย่างให้หายข้องใจ!
"ใช่! เอยหลบหน้าคุณ เพราะคุณอรรถบอกเองไม่ใช่เหรอคะ ว่าไม่ให้เอยโผล่หน้ามาให้คุณเห็นอีก เอยก็กำลังทำตามคำสั่งของคุณอยู่นี่ไง" เอยเค้นเสียงพูดอย่างซื่อตรง หยาดน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นคลอเบ้าเพราะความเจ็บปวดจากการถูกบีบแขน
"เอยเชื่องขนาดนั้นเลย? ผมบอกให้ทำอะไรก็ทำ ไม่เห็นเหมือนแต่ก่อนที่บอกอะไรก็ไม่เคยจะจำ"
"ก็เพราะมันเป็นเมื่อก่อนไงคะ ตอนนี้มันถึงไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะตอนนี้เอยไม่ได้รักคุณแล้ว"
อรรถพลแค่นยิ้มให้กับคำตอบของเธอ รอยยิ้มนั้นดูคล้ายกับการเยาะหยันมากกว่าขบขัน เพราะคำว่า 'ไม่เหมือนเดิม' และ 'ไม่ได้รัก' เปรียบเสมือนเชื้อไฟชั้นดีที่ปลุกโทสะของเขาให้ลุกโชนขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย จากที่กำลังเคืองโกรธเธออยู่ลึก ๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว!
ขยันสะสมความผิดจริงๆ นะ
"ก็นะ ที่เอยขายบ้านขายรถก็เพราะหาที่เกาะใหม่ได้แล้วนี่ พอผมเทก็แจ้นไปหาคนใหม่ทันที เหอะ! ผู้หญิงอย่างเอยมันก็แค่นี้ วันนั้นบอกว่ารักผม แต่วันนี้มูฟออนได้ไวเหลือเกิน" อรรถพลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ที่เขาเลือกประเด็นนี้มา เพราะอยากรู้ใจจะขาดแล้วว่าเธอคบกับไอ้รองประธานคนนั้นจริงๆ หรือเปล่า
"ค่ะ เรื่องมูฟออนไวเอยไม่เถียง แต่เรื่องบ้านเอยไม่ได้ขายเพราะจะไปเกาะใคร แต่เอยขายเพราะไม่อยากคิดถึงคุณอรรถ เอยไม่อยากเห็นมัน เอยแค่อยากลืมคุณให้ได้เร็ว ๆ! ก็เท่านั้นค่ะ" เอยอธิบายเสียงเรียบ "เอยผิดมากเหรอคะ... ที่เอยอยากจะลืมคุณอรรถ"
"..." คำพูดของเอยไม่ต่างอะไรกับการยอมรับว่าเธอกำลังจะเริ่มต้นใหม่ และกำลังจะลบเลือนเขาออกไปจากชีวิตจริงๆ
ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากของเธอ เหมือนกำลังราดน้ำมันลงบนกองเพลิง แววตาคมกริบที่จ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเอยบัดนี้วาวโรจน์ด้วยความเกรี้ยวกราด เพลิงโทสะในใจเขากำลังปะทุหนักและพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเมื่อทุกเวลา
"คิดจะลืมผม...?" อรรถพลแค่นเสียงต่ำถาม
"ค่ะ มันเป็นสิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่เหรอคะ?" อรรถพลนิ่งงันเมื่อเอยสวนกลับมาแบบนี้ "และตอนนี้เอยก็ทำได้แล้ว เพราะฉะนั้นจากนี้เราควรที่จะต่างคนต่างอยู่ ไม่ควรที่จะเกี่ยวข้องกันอีกนะคะ..."
"หึ! ที่ไม่อยากเกี่ยวข้องกันอีก เพราะคงกลัวว่าไอ้รองประธานสายการบินคนนั้นมันจะรู้ถึงเบื้องหลังอันเน่าเฟะของเอยใช่ไหม?"
"...นี่คุณอรรถสืบเรื่องของเอยเหรอคะ" เอยขมวดคิ้ว นิ่งงันไป ใบหน้าหวานชาหนึบ ไม่คิดว่าเขาจะตามสืบเรื่องของเธอขนาดนี้
"ใช่! ถ้าไม่สืบก็คงไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว เอยน่ะร่านแค่ไหน รีบพาตัวเองใส่ตะกร้าล้างน้ำขนาดนี้ คิดจะอัปเกรดตัวเองให้ดูดี เหอะ! ถ้ามันรู้ประวัติเน่า ๆ ของเอย มันคงจะยกย่องเอยอยู่หรอก... ดีไม่ดีเอยอาจเป็นได้แค่ของเล่น เสียตัวให้มันฟรี ๆ ก็ได้"
"อย่าดูถูกเอยนะ! เอยไม่เคยคิดแบบที่คุณต่อว่าเลยสักนิด" เอยจ้องเขากลับด้วยแววตาสั่นระริก แม้จะรู้ว่าในสายตาเขา เธอเป็นผู้หญิงแบบไหน แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องเหยียบย่ำกันถึงขนาดนี้
"หึ! ก็ดีกว่าดูผิดไหมเอย?!"
เพียะ!
เอยหมดความอดทน! ฝ่ามือบางฟาดลงบนใบหน้าคมสันอย่างแรงจนใบหน้าของอรรถพลสะบัดไปตามแรงตบ เอยจ้องมองเขาผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อคลอ
"เอยบอกไว้เลยนะ เอยจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ตอนนี้เอยคบกับปอร์เช่แล้ว และเขาก็รักเอยและเห็นคุณค่าของเอยจริงๆ! เอยจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง และปอร์เช่ไม่เคยมองเอยแบบที่คุณว่า กรุณาอย่าดูถูกความรักของเขาที่มีต่อเอย" เมื่อได้คำตอบอย่างชัดเจนแล้ว อรรถพลยิ่งรู้สึกเกรี้ยวกราดมากขึ้นกว่าเดิม!
"เหอะ!! ปกป้องกันดีจริงๆ นะ ไม่ให้ผมดูถูกเอย ดูถูกมัน ลองให้มันรู้ไหมล่ะ ว่าเอยเคยนอนกับผมเพื่อแลกเงินแลกชื่อเสียง..."
เพียะ!!!
แรงตบรอบที่สองทำให้สติของอรรถพลขาดผึง! เอยได้กระพือไฟในใจของเขาให้โหมกระหน่ำ ชายหนุ่มคำรามในลำคอด้วยความคุกรุ่น ก่อนจะเหวี่ยงร่างเล็กลอยไปกระแทกกำแพงด้านข้าง
ปึก!!
"กล้าดียังไงตบผมถึงสองครั้ง! พูดแค่นี้ทำเป็นรับไม่ได้งั้นเหรอ!?"
ร่างสูงโปร่งรุกไล่เข้าหาจนแผ่นหลังบางแนบชิดติดผนัง มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าท้ายทอยเธอเอาไว้แน่น บังคับให้ใบหน้าหวานแหงนเงยสบตากับแววตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟโกรธ
"ใช่ค่ะ รับไม่ได้ แต่ปอร์เช่รับเอยได้มันก็พอแล้.... อ๊ะ อื้ออออ"
เอยยังไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากบางก็ถูกบดขยี้ด้วยจูบที่จาบจ้วงและไร้ซึ่งความปรานี! จูบที่แสนดิบเถื่อนซึ่งเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ บดขยี้ลงมาจนเอยเจ็บร้าวไปทั้งหัวใจ เธอพยายามประท้วงในลำคอดิ้นรนทุบตีเพื่อหลีกหนีสัมผัสอันรุนแรง แต่ยิ่งขัดขืนก็ยิ่งถูกต้อนจนจนมุม ริมฝีปากหนารุกรานซ้ำ ๆ จนกลีบปากบางเริ่มบอบช้ำและแสบปร่า
เอยไม่ยอมถูกเขารังแกอยู่ฝ่ายเดียว เธอจึงตัดสินใจละทิ้งความหวาดกลัวทั้งหมด ฝังคมเขี้ยวลงบนริมฝีปากหนาของอรรถพลอย่างเต็มแรง จนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโพรงปาก!
อรรถพลผละออกเพียงคืบ จ้องมองแมวน้อยใจกล้าที่พยศจนทำให้เขาได้เลือด แววตาของเขาวาวโรจน์!
เหอะ!!
ไม่รู้เลยสินะ ยิ่งเธอทำให้เขาเจ็บ มันยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ตื่นขึ้น อรรถพลแค่นยิ้มร้าย ใช้ลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง พลางจ้องมองร่างเล็กที่สั่นเทาตรงหน้าด้วยความโกรธขึ้งที่ถูกต่อต้าน
"ตบผมแล้ว... ยังกล้ากัดผมอีก? ดูท่าว่าผมจะใจดีกับเอยมากเกินไปสินะ" น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยลอดไรฟันช้า ๆ มือหนาขยำเส้นไหมนุ่มเพื่อบังคับให้ใบหน้าหวานแหงนสบตา ไม่เปิดโอกาสให้หลบเลี่ยงหรือเบือนหน้าหนีอีก
"ใจกล้าดีนี่"
"ถะ ถ้าคุณอรรถไม่ดูถูกเอย ไม่รังแกเอยแบบนี้ เอยก็คงไม่ทำ... เอยแค่อยากปกป้องตัวเอง! ทำไมคุณต้องทำแบบนี้กับเอยด้วย" เธอเค้นเสียงถามออกมาอย่างไม่เข้าใจในความคุ้มคลั่งของเขา "หยุดเถอะนะคะ... เอยมีแฟนใหม่แล้ว และคุณก็กำลังจะสร้างครอบครัวกับคนที่คู่ควร เราอย่ายุ่งเกี่ยวกันอีกเลยนะ"
เอยรู้ดีว่าการต่อกรกับผู้ชายที่มีอำนาจล้นมืออย่างเขาคือความโง่เขลา และเธอก็ยังโหยหาอนาคตในวงการบันเทิงอยู่ ทว่าความเจ็บช้ำที่ถูกเขาบีบคั้นจนถึงขีดสุด ทำให้เธอลืมสิ้นทุกความกลัว
"หยุดงั้นเหรอ? มันสายไปแล้วเอย! เอยกล้าลองดีจนทำให้ผมอยากปราบพยศขึ้นมาเอง เพราะฉะนั้น ก็เตรียมตัวรับแรงกระแทกให้ดี!"
"อ๊ะ! ไม่นะคุ... อะ อื้อออ..."
อรรถพลอาศัยจังหวะที่เอยเผลอโถมตัวเข้าใส่ คราวนี้เขารุกหนักและรวดเร็วกกว่าเดิมจนเอยน้ำตาร่วงริน นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เธอรู้ดีว่าสู้แรงเขาไม่ไหวจึงเลือกปกป้องตัวเองด้วยการเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เพื่อไม่ให้เขาได้ล่วงล้ำรุกรานตามใจชอบ
แต่คนอย่างอรรถพลมีหรือจะยอมพ่ายแพ้ง่าย ๆยิ่งเห็นเธอต่อต้าน เขาก็ยิ่งอยากเอาชนะเธอให้สยบราบคาบ!
แรงกดจูบบดขยี้ซ้ำ ๆ จนเอยรู้สึกแสบไปหมดทั่วทั้งริมฝีปาก มือบางจิกขยำลงบนสาบเสื้อหรูเพราะเริ่มหายใจไม่ทัน ทั้งยังรัวกำปั้นลงบนอกแกร่งเพื่อเรียกสติเขา น้ำตาไหลนองด้วยความสับสนและไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่
"อื้อ... ปล่อยเอย" เอยเค้นเสียงแหบพร่า พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงเพื่อผลักไสเขาออกไป แต่กลับถูกคนตัวสูงรวบข้อมือทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียว ส่วนอีกข้างกระชับเอวคอดกิ่วแน่นหนา
อรรถพลจงใจฝังเขี้ยวคมและขบเม้มลงบนผิวคอขาวระหง ทิ้งรอยรักสีกุหลาบเข้มเด่นชัดเพื่อประทับตราจอง... ตอกย้ำความเป็นเจ้าของที่เขายังมีเหนือร่างเธอในทุกตารางนิ้ว!
คิดจะคบคนใหม่ ก็ต้องผ่านเขาไปให้ได้ก่อน!
"อื้ออ..." ความเจ็บแปลบช่วยดึงสติเอยให้คืนกลับมา เมื่อเขาเฝ้าขบเม้มซอกคอและท้ายทอยอย่างย่ามใจ "เอยไม่อนุญาตให้คุณทำรอยนะ!" เธอประท้วงเสียงสั่น แต่อรรถพลกลับเมินเฉย
มือหนาเลื่อนจากเอวบางขึ้นมากอบกุมอกอิ่มที่ล้นมือ ดึงรั้งสายเดี่ยวให้ร่วงลงจนเผยเนินอกนุ่ม
"อ๊ะ!" เอยนิ่วหน้าขมวดคิ้วแน่นด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันระหว่างความเจ็บปวดและความเสียวซ่านที่แล่นพล่าน เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวเริ่มครอบครองยอดถันของเธอจนสำเร็จ
"อื้ออ อ๊ะ เอยเจ็บ! อื้อออ" หญิงสาวกัดฟันข่มอารมณ์ เตือนตัวเองไม่ให้หลงระเริงไปกับสัมผัสอันช่ำชองของเขา
ในขณะที่มือหนาปล่อยข้อมือของเธอให้เป็นอิสระ
เพื่อรวบเอวบางยกขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ โดยที่ริมฝีปากยังคงปรนเปรอและดูดกลืนความหวานอย่างหิวกระหาย
เมื่อเอยถูกล็อกไว้ทุกทางแล้ว เขาก็ยิ่งบีบขย้ำหน้าอกอิ่มอย่างเอาแต่ใจ มอบความรัญจวนใจให้เธออย่างไม่ว่างเว้น เอยที่ได้อิสระเพียงมือบาง จึงจิกมันลงบนขอบอ่างล้างมือแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด เพื่อย้ำเตือนสติตัวเองซ้ำ ๆ
...เพื่อรอจังหวะที่เขาเผลอไผล ซึ่งเธอเชื่อว่ามันต้องมี!
มันต้องมีจังหวะนั้น...
"ฮื่อออ..." ยิ่งเห็นเขามัวเมาอยู่กับการกลืนกินเธอ ทั้งดูดดึงขบเม้มไปทั่วเนินอกอย่างไม่ระแวดระวัง เธอยิ่งต้องตั้งสติให้มั่น!
พรึบ!
เมื่อปลุกเร้าอารมณ์ของเอยจนพอใจแล้ว อรรถพลก็ต้องการปลดปล่อยความปรารถนาที่ปะทุพุ่งพล่านของตัวเอง อยากแสดงความเป็นเจ้าของ อยากตอกย้ำให้เอยรู้ว่า ร่างกายของเธอเองก็เรียกร้องอยากได้เขาเหมือนกัน
อรรถพลช้อนตัวอุ้มร่างบางลงจากเคาน์เตอร์ ทันทีที่เท้าบางเหยียบลงบนพื้น มือหนาจึงพลิกเรือนร่างบอบบางให้หันเข้าหากระจก
"ไปเลิกกับมันซะ คบได้ก็เลิกได้"
เอยได้ยินคำสั่งที่เอาแต่ใจนั่น ก็ช้อนสายตาสบกับเขาผ่านกระจกเงา มองเขาด้วยความไม่เข้าใจในทุกการกระทำที่เขาทำอยู่ในตอนนี้... เขากำลังจะแต่งงาน แต่กลับสั่งให้เธอไปเลิกกับปอร์เช่
มันไม่เป็นการเอาแต่ใจไปหน่อยเหรอ!?
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก
หลายวันต่อมา...เอยได้รับคัดเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของสายการบินชาร์นแอร์เวย์ วันนี้เธอมีนัดถ่ายทำวิดีโอโปรโมตและถ่ายภาพนิ่งตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีปอร์เช่และนะโมตามมาคุมที่กองถ่ายด้วย
ปอร์เช่ไม่ตอบอะไร เขาค่อย ๆ เอื้อมมือหนามากุมมือเธอไว้หลวม ๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายหากออกแรงมากเกินไป เขากระชับมือนั้นไว้ในอุ้งมือที่อบอุ่นก่อนจะก้มลงสบตากับเธอ ดวงตาคมที่เคยดูแข็งกร้าวในสายตาคนอื่น บัดนี้กลับฉายแววรักใคร่และอ่อนโยนอย่างปิดไม่มิดภายใต้แสงจันทร์







